หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ถึง‘เล่ห์ร้าย’ในวงการมายาจะฉุดให้ชีวิตเธอถึงคราวตกอับ แต่ด้วย ‘เล่ห์รัก’ ของเขากลับมอบชีวิตใหม่ให้แก่เธอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 ดูแล

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 958

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ก.พ. 2563 10:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 ดูแล
แบบอักษร

 

หลินหว่านมองดูแถลงข่าวสดทางทีวี ทุกคำตอบของเซียวจิ่งสือพูดเพื่อเธอ แถมยังพูดอย่างจริงจังเสียด้วย ทำให้เธอรู้สึกถึงความปลอดภัยเพียงสายใยเดียวที่หลงเหลืออยู่ในวงการบันเทิง

เพราะเซียวจิ่งสือทำให้เธอหลงลืมความเจ็บปวดที่เท้าไปเลย ทั้งปลาบปลื้มเอามากๆ กับสิ่งที่เซียวจิ่งสือทำเพื่อเธอ

การแถลงข่าวเสร็จสิ้นลง เธอคิดว่าอีกสักครู่เซียวจิ่งสือก็น่าจะมาที่นี่กระมัง ได้ยินพยาบาลที่เข้ามาเปลี่ยนถุงน้ำเกลือบอกว่า เซียวจิ่งสือเฝ้าอยู่ข้างเตียงเธอถึงหนึ่งวันหนึ่งคืน

“คุณหลินหว่าน วันนี้รู้สึกอย่างไรบ้างคะ” พยาบาลเข้ามาส่งอาหารเช้าให้หลินหว่าน

หลินหว่านยิ้มตอบกลับด้วยเสียงนุ่มนวลว่า “ไม่ค่อยเจ็บแล้วค่ะ”

“อย่างนั้นก็ดีแล้วค่ะ มาค่ะ ทานข้าวต้มกัน อย่าไปคิดถึงเรื่องวุ่นวายให้รกสมองเลย” พยาบาลวางข้าวต้มไว้ด้านข้าง จากนั้นออกจากห้องไป

หลินหว่านมองดูพยาบาลที่ออกไป เธอไม่รู้ว่าอนาคตยังมีความยากลำบากอะไรที่รอเธออยู่อีก และเธอก็คิดไม่ตกเหมือนกันว่าเส้นทางที่ตัวเองเป็นคนเลือกนั้นถูกหรือผิด เป็นคนธรรมดาสามัญคนหนึ่งดีหรือว่าเป็นคนเด่นดัง

แต่ว่า เธอแค่ชอบเล่นละคร ร้องเพลง เต้นรำเท่านั้นเอง และเต็มใจที่จะสู้เพื่อสิ่งนี้

หลังจากทานข้าวต้มเสร็จ เซียวจิ่งสือก็มาถึง

“นี่ เจ็บแผลหรือเปล่า” เซียวจิ่งสือเอาของกินมามากมาย ให้หลินหว่านบำรุงระหว่างพักฟื้น เมื่อวานเธอเสียเลือดไปตั้งมากมาย จำเป็นต้องบำรุงให้มาก

หลินหว่านมองดูดวงตาแฝงรอยยิ้มเป็นประกายระยับคู่นั้นแล้วอารมณ์ดีขึ้นมาก “นิดหน่อยเอง”

“จริงนะ คุณทานข้าวแล้วเหรอ” เซียวจิ่งสือตอนนี้ต่างไปจากคนในทีวีเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง ดูเหมือนว่าเขาจะกลับมาผ่อนคลายเหมือนปกติแล้ว เขาชี้ไปที่ชามเปล่าบนหัวเตียง

“ใช่สิ ก็ฉันหิวนี่” หลินหว่านยิ้มอย่างจนใจ

เซียวจิ่งสือตบศีรษะตัวเองอย่างนึกขึ้นได้พลางกล่าวอย่างรู้สึกผิดว่า “โอย ขอโทษทีๆ ผมมาช้าไป แต่ผมซื้อของกินที่คุณชอบมาเยอะเลย ลองชิมดูสิ”

เขาพูดพลางจัดโต๊ะ เปิดฝาของกินมากมายนั้น นำมาวางตรงหน้าหลินหว่าน

ตอนนี้เพิ่งจะสิบโมงกว่า หลินหว่านมองดูอาหารสารพัดอย่างบนโต๊ะ มีทั้งซาลาเปา น้ำแกงไก่ ที่สำคัญคือเธอยังเห็นกุ้งมังกรด้วย

หลินหว่านมองเซียวจิ่งสืออย่างเหลือเชื่อ ชี้ไปที่กุ้งมังกร “เอ่อ...พี่ชาย นี่คุณกินกุ้งมังกรแต่เช้าเลยเหรอ”

เซียวจิ่งสือกวาดตามองบนโต๊ะแล้วก็เห็นกุ้งมังกรผัดพริกหม่าล่า[1]กล่องหนึ่งจริงๆ เขารีบคว้าขึ้นมาแล้วพูดอย่างขัดเขินว่า “เมื่อกี้ผมรีบไปหน่อย โทษที เจ้านี่ผมซื้อมาเป็นมื้อดึกต่างหาก”

หลินหว่านหัวเราะออกมา ใครที่ไหนจะซื้อกุ้งมังกรตั้งแต่เช้าเอาไว้กินตอนมื้อดึกกัน แต่เธอเห็นเขาดูแลเอาใจใส่ถึงขนาดนี้ก็รู้สึกตื้นตันเอามากๆ

เซียวจิ่งสือชะงักไปวูบ มองหลินหว่านเหมือนจะคาดหวังอะไรบางอย่าง “คุณ เมื่อกี้ได้ดูทีวีหรือเปล่า”

หลินหว่านกำลังคีบซาลาเปาขึ้นมา พอฟังคำของเซียวจิ่งสือก็นิ่งไปวินาทีหนึ่ง แล้วกลับเป็นปกติ “ไม่ได้ดูหรอก ฉันเพิ่งฟื้นนี่ ทำไมเหรอ วันนี้มีฉายอะไรเหรอคะ”

เซียวจิ่งสือผิดหวังเล็กน้อย แต่ยังยิ้มออก “ไม่มีอะไรหรอก แค่ถามเฉยๆ ”

แม้จะรู้สึกว่าคงทำให้เซียวจิ่งสือเสียใจอยู่บ้าง แต่หลินหว่านไม่คิดจะพึ่งเขาตลอดเวลา บนเส้นทางของวงการบันเทิงนี้หากพึ่งพาคนอื่นตลอดก็จะไม่สามารถเติบโตได้ตลอดกาล

ข่าวหลินหว่านถอนตัวจากการคัดตัวนักแสดงเนื่องจากได้รับบาดเจ็บได้รับการยืนยันจากเซียวจิ่งสือ พวกอันซิงพอได้ข่าวพากันนึกกระหยิ่มยินดี เพราะได้กำจัดก้อนหินขวางทางไปซะได้

แล้วก็เป็นวันปกติธรรมดาอีกวันหนึ่ง หลังจากเซียวจิ่งสือดูแลหลินหว่านที่โรงพยาบาลแล้วกลับถึงบริษัท เขาต้องกลับไปจัดการเรื่องของหลินหว่าน เลื่อนตารางการอัดรายการและโฆษณาบางส่วนออกไป

ขณะกำลังหาคนมาอัดรายการแทนตำแหน่งของหลินหว่านนั้น ก็เห็นเฉิงเฉิงที่กำลังอัดเทปรายการแสดงพอดี

เขาเห็นว่ายังไม่เร่งรีบนัก จึงนั่งลงดูการแสดงของเฉิงเฉิง

เฉิงเฉิงกำลังเล่นบทเป็นตัวแสดงฝ่ายหญิง รายการที่เขาจะแสดงในครั้งนี้เป็นฉากสารภาพรักตามแบบฉบับภาพยนตร์เรื่อง ‘โรมรำลึก[2]’ ซึ่งคลาสสิกมากฉากหนึ่ง

เฉิงเฉิงไม่รู้เลยว่าเซียวจิ่งสือนั่งมองดูเขาอยู่ท่ามกลางผู้ชม และไม่รู้ด้วยว่าอันซิงที่ผ่านมาโดยบังเอิญก็หยุดชื่นชมการแสดงของเขา

เฉิงเฉิงรับบทของออเดรย์ เฮปเบิร์นที่แสดงเป็นเจ้าหญิงในเรื่อง หลังจากเอ่ยลานักแสดงนำชายเกรกอรี่ เป็กแล้ว กลับถึงพระราชวังให้สัมภาษณ์กับบรรดานักข่าว

เมื่อนักข่าวถามถึงเมืองที่ยากจะลืมมากที่สุดระหว่างการท่องเที่ยว เจ้าหญิงมองมาทางเป็กด้วยสายตาลึกซึ้ง “Rome! Of course, Rome! (โรม! แน่นอนว่า โรม!)”

เซียวจิ่งสือมองดูเฉิงเฉิงแสดงเป็นเจ้าหญิง ในหัวเขากลับปรากฏภาพใบหน้าของหลินหว่าน ตั้งแต่ต้นจนจบเขานึกเสมือนว่าหลินหว่านกำลังแสดงเป็นเจ้าหญิง ส่วนเขาเป็นเป็ก

อันซิงดูการแสดงของเฉิงเฉิง จู่ๆ ก็รู้สึกว่าเฉิงเฉิงแตกต่างไปจากคนอื่น เธอรู้สึกว่าเฉิงเฉิงมีความพิเศษอย่างหนึ่งที่ดึงดูดใจเธอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสบเข้ากับสายตาที่แสดงความรู้สึกลึกล้ำนั้น หัวใจอันซิงก็เต้นตูมตามขึ้นมาเสียอย่างนั้น

หลังจากเฉิงเฉิงแสดงจบ ผู้ชมทั้งห้องอัดก็พากันปรบมือให้ เซียวจิ่งสือก็ลุกเดินออกมา ยุ่งกับงานของตัวเองต่อไป

ส่วนอันซิงกลับนั่งลงที่ด้านล่างเวทีรอให้เฉิงเฉิงอัดรายการเสร็จ เธออยากพูดคุยกับเฉิงเฉิง

ผ่านไปไม่นานเฉิงเฉิงก็อัดเสร็จแยกตัวออกมา ขณะที่อันซิงรอเฉิงเฉิงอยู่นอกห้องอัดรายการ

เฉิงเฉิงเปลี่ยนกลับมาสวมชุดสบายๆ ในแบบเขา เขาทำงานเสร็จแล้วตั้งใจจะไปทานข้าว

“เฉิงเฉิง!” อันซิงมายืนตรงหน้าเขา

เฉิงเฉิงเงยหน้าขึ้น พอเห็นว่าเป็นอันซิงก็ยิ้มรับ “อ้าว บังเอิญจัง คุณก็มาทำงานเหรอ”

อันซิงส่ายหน้า ก้มศีรษะลงอย่างขัดเขินอยู่บ้าง “ฉันเพิ่งจะเสร็จงาน” เธอจะบอกได้อย่างไรว่าเธอรออยู่นอกห้องอัดตั้งนานแล้ว

“งั้นหรือ ผมกำลังจะไปทานข้าว คุณไปด้วยกันไหมล่ะ” เฉิงเฉิงเห็นว่าอันซิงมาหาตอนนี้ เขาจะแยกตัวไปทานข้าวคนเดียวก็ใช่ที่ จึงได้แต่ถามว่าอันซิงจะไปด้วยกันหรือเปล่า

อันซิงพยักหน้า สีหน้าฉายแววยินดี “ได้ค่ะ”

ทั้งสองเดินไปที่ร้านอาหารชั้นดีแห่งหนึ่งใกล้กับบริษัท เนื่องจากระยะนี้มีงานออกสื่อทีวีค่อนข้างมาก จึงเลือกใช้ห้องที่แยกเป็นสัดส่วน

อันซิงมองดูเฉิงเฉิงที่ตั้งอกตั้งใจกับการสั่งอาหารทั้งคอยถามไถ่เธอเป็นครั้งคราว เธอรู้สึกว่าเฉิงเฉิงดูเป็นผู้ใหญ่ทั้งรู้จักดูแลเอาใจ ชั่วขณะนั้นเธอพบว่าความรู้สึกที่ตัวเองมีต่อเฉิงเฉิงยิ่งแปลกประหลาดขึ้นเรื่อยๆ

จากการร่วมโต๊ะทานข้าว ทำให้อันซิงพบว่าเธอกับเฉิงเฉิงมีความชอบหลายอย่างเหมือนกัน ทั้งสองพูดคุยกันอยู่นานกว่าจะกลับบริษัท

…..

หลินหว่านนอนอยู่โรงพยาบาลจนเบื่อ ต่อให้เท้าไม่เจ็บแล้ว แต่ยังไม่ถึงกับลงจากเตียงได้ เธอจึงคว้ามือถือมาไถหาข่าวในเวยปั๋ว ได้เห็นข่าวที่ตัวเองได้รับบาดเจ็บก่อนหน้านี้ พอเธอเห็นโพสต์แสดงความคิดเห็นเชิงลบพวกนั้นก็อดรู้สึกโดดเดี่ยวเคว้งคว้างไม่ได้ คิดไม่ถึงว่าเธอไม่ได้ทำอะไรเลยแต่กลับมีผู้คนมากมายไม่ชอบเธอ

ยิ่งเธอได้เห็นข้อความที่ไล่ให้เธอออกจากวงการบันเทิง จู่ๆ หลินหว่านก็รู้สึกร้อนวูบที่เบ้าตา คิดไม่ถึงเลยว่าเธอจะถูกพวกปากหอยปากปูทำให้ร้องไห้ได้

แต่เมื่อเธอได้เห็นข้อความให้กำลังใจพวกนั้น เธอก็รู้สึกปลาบปลื้มใจมาก พอที่จะทำใจให้สงบได้แล้วก็รู้สึกว่าในวงการบันเทิงนี้จะอย่างไรก็ต้องมีความสามารถรับแรงกดดันได้ ในเมื่อเลือกเส้นทางนี้แล้ว เธอก็จะไม่ยอมแพ้เพียงเพราะเสียงวิพากษ์วิจารณ์หรอก

 

------

[1] พริกหม่าล่า เป็นพริกเสฉวนของประเทศจีน มีความเผ็ดแบบชาลิ้นที่เป็นเอกลักษณ์

[2] โรมรำลึก เป็นภาพยนตร์แนวโรแมนติกคอเมดี้ในปี ค.ศ.1953 ได้รับรางวัลออสการ์ สาขาเนื้อเรื่องยอดเยี่ยม แสดงนำโดย ออเดรย์ เฮปเบิร์นและเกรกอรี่ เป็ก  

ความคิดเห็น