เจ้าหญิงดอกไม้ - บุษบากร
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ฝากติดตามผลงานของ "เจ้าหญิงดอกไม้" ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของรีดทุกคนด้วยนะคะ ^^ (ดูนิยายเรื่องอื่น ๆ คลิกที่รูปโปรไฟล์ได้เลยน้า)

CHAPTER 23 100% Finally we fine each other

ชื่อตอน : CHAPTER 23 100% Finally we fine each other

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.9k

ความคิดเห็น : 34

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ก.พ. 2563 22:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 23 100% Finally we fine each other
แบบอักษร

 

 

INGDAW PART :

 

คนบางคนกลับมาในวันที่ทุกอย่างมันกำลังจะโอเค เรากำลังจะโอเคแล้ว เรามีความสุขได้แล้ว

จนกระทั่ง...เขากลับเข้ามาในชีวิตของเราอีกครั้ง ทุกอย่างที่เคยพยายามมันพังลงไปเป็นชิ้นดี แม้กระทั่งหัวใจ...

 

"เข้ม ไปห้ามคุณกันต์เร็ว"

"เออๆ เดี๋ยวกูไป ไอ้ขุนมึงจะยืนโง่อยู่ทำไม เดี๋ยวได้ตายทั้งคู่"

"โธ่ พ่อ ดูแผลผมดิ พี่กันต์ผลักผมจนล้มเนี่ย เขาโมโหมากเลย โคตรน่ากลัว"

"พวกมึงมาเลยมาช่วยกูห้าม! กูคนเดียวคงเอาไม่อยู่"

 

บทสนทนาของทุกคนเข้าหูขวาทะลุหูซ้าย...ตอนนี้สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวด้วยซ้ำ แข้งขาเริ่มอ่อนแรงจนต้องจับราวบันไดเอาไว้เพื่อเป็นที่ยึด

นี่มันเรื่องอะไรกัน...ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่

ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงมาอยู่ที่นี่

"อิงดาว" แม่รีบขึ้นมาด้านบนเพื่อมาพยุง แต่ฉันมองแม่ด้วยสายตาเลื่อนลอย

"แม่..." เรียกท่านเสียงเบาหวิว

"ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร เดี๋ยวแม่จัดการเอง ไปนั่งรอด้านในบ้านก่อนนะ ขิม มาดูแลอิงดาวหน่อย ฉันมีเรื่องต้องจัดการ!"

ประโยคแรกพูดกับฉันประโยคหลังตะโกนบอกป้าขิมที่อยู่ด้านล่างกับคนงานในไร่ ส่วนตอนนี้ฉันก็ถูกแม่บังคับให้มานั่งรอด้านในบ้าน

"รออยู่ตรงนี้ด้านในก่อนนะลูก เดี๋ยวแม่มา"

หมับ

ฉันคว้ามือแม่เอาไว้ก่อนที่ท่านจะเดินออกไป...ท่านมองกลับมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง

"เชื่อแม่นะ เดี๋ยวทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี..." ท่านกลับมานั่งข้างฉันอีกครั้งพร้อทกับดึงเข้าไปกอด อ้อมกอดอบอุ่นของแม่ช่วยคลายความกังวลใจออกไปได้บ้าง

หลังจากที่ท่านออกไป ฉันก็ไม่รับรู้อะไรด้านนอก แต่ยังคงได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวาย

ส่วนหัวใจตอนนี้....มันบอบช้ำเหลือเกิน วินาทีที่เห็นเขา เป็นวินาที่ที่ทำให้หัวใจเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เจ็บปวดราวจะขาดใจ ผู้ชายคนนั้นที่บอกให้ฉันรอ แต่เขาหายกลับหายไปนานหลายเดือน ทิ้งท้ายด้วยคำพูดของบิดาที่บอกให้ฉันให้ออกไปจากชีวิตของเขา

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ฉันก็ตัดเขาออกจากชีวิตไปแล้ว เราคงไม่ได้เกิดมาคู่กัน เพราะอุปสรรคมันมากมายเหลือเกิน และหัวใจของฉันก็เจ็บปวดเกินที่จะรับไหวอีกแล้ว เลยเลือกที่จะตัดเขาออกไปจากชีวิต ถึงแม้ปากจะบอกว่าตัดใจ แต่แหวนที่นิ้วนางข้างซ้าย ฉันกลับไม่เคยถอดออก....

มันคือของชิ้นสุดท้ายที่เขาให้นี่น่า....

อย่างน้อยมันก็เป็นตัวแทนของเขา

อย่างน้อยมันก็เป็นสิ่งที่บอกได้ว่าครั้งนึงในชีวิต เราสองคนเคยมีความทรงจำดีๆ ร่วมกัน และครั้งนึงฉันเคยได้รักเขา ไม่สิตอนนี้เขาก็ยังเป็นผู้ชายที่ฉันรัก แค่ไม่อยากรักเท่านั้นเอง

แต่วันนี้เขากลับมาอีกครั้ง ไม่รู้ว่าโชคชะตากลั่นแกล้งหรือโชคชะตาต้องการเราสองคนกลับมาเจอกันอีกครั้ง แต่อยากบอกโชคชะตาเหลือเกิน ว่าฉันเจ็บเกินที่จะให้เขากลับเข้ามาในชีวิตอีกแล้ว และฉันก็ไม่ต้องการให้ 'ลูก' ต้องมารับความเจ็บปวดจากปัญหาของครอบครัวนั้นด้วยอีกคน

"หนูดาวโอเครึเปล่าลูก หน้าซีดหมดแล้ว อ่ะ ดมยาดมนี่ไปก่อนนะ" ป้าขิมดูแลฉันไม่ห่าง และเห็นสายตาของป้าก็รู้ทันทีว่าคงสงสัยเรื่องที่เกิดไม่น้อย

แล้วฉันล่ะ จะทำยังไงดี

ต้องรู้สึกยังไง

แล้วต้องทำยังไงต่อ...ต้องเด็ดขาดกับหัวใจตัวเองใช่มั้ย

"ป้าคะ...ดาวอยากลงไปข้างล่าง"

"หาา ลงไม่ได้ลูก แม่เอ็งกำชับเอาไว้ว่าห้ามลงไป" ขอฉันเจอหน้าเขาครั้งสุดท้ายได้ไหม

"ให้ดาวลงไปนะคะ ดาวขอร้อง..."

"เฮ้อ ขึ้นลงบันไดมันอันตราย งั้นเดี๋ยวไปนั่งรอตรงเก้าอี้ด้านนอก เดี๋ยวป้าจะไปสังเกตสถานการณ์แล้วเอามารายงาน" ฉันพยักหน้ารับ ก้มหน้ามองมือที่ประสานกันบนตัก มือเย็นเฉียบตัวก็สั่นเทาไปหมด

 

เวลาผ่านไปสักพักหลังจากที่ป้าขิมลงไป ก็ได้ยินเสียงกรี๊ดและเสียงตกใจของคนในไร่ ทำไม มันเกิดอะไรขึ้น ต้นไม้ต้นใหญ่นี่ก็บังจนไม่เห็นอะไรเลย

มองไปที่บันไดราวสิบขั้นกว่าจะถึงด้านล่างก็ต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เอาน่ะ ไม่เป็นไร เดี๋ยวจะลงช้าๆ คิดได้ดังนั้นก็ลงไปที่บันไดทันที พยายามก้าวลงช้าๆ อย่างระมัดระวัง ขอโทษลูกในท้องที่แม่ต้องพาหนูลงบันไดอีกแล้ว จนสงมาถึงขั้นสุดท้าย....

"หนูขอทางหน่อยนะคะ" ฉันบอกลุงๆ ป้าๆ ที่ยืนรวมกันพยายามแหวกทางออกไป และทุกคนก็ยอมหลีกทางให้โดยดี

"กลับไป แล้วไม่ต้องมาเหยียบที่นี่อีก!!" ภาพตรงหน้าคือแม่กำลังยืนหันหลังให้ บอกผู้ชายคนหนึ่งน้ำเสียงแข็งกร้าวที่ฉันเองก็ไม่เคยได้ยิน ข้างๆ เป็นพี่กันต์ เจ้าขุน ลุงเข้มและป้มขิมที่ทำหน้าตกใจอยู่ข้างๆ

"ผมขอโทษครับ" น้ำเสียงนี้....ของเขาคนนั้น น้ำเสียงที่แสนคุ้นเคย น้ำเสียงที่ฉันเฝ้าคิดถึงอยู่ทุกคืน คิดถึงจนเจ็บปวดไปหมดทั้งหัวใจ คิดถึงจนต้องร้องไห้แทบทุกครั้ง

"ว้าย หนูดาวลงมาทำไม!!" เป็นป้าขิมที่สังเกตเห็นฉันคนแรก ก้อนที่ทุกคนจะมองมาที่ฉัน แม่เองก็เช่นกัน

"ยัยดาว จะลงมาทำไม!" เสียงแม่

"พี่ลงมาทำไมเนี่ย!" เจ้าขุนบอกพร้อมรีบวิ่งมาหาฉัน แม่ก็เช่นกัน จนตอนนี้ฉันสามารถเห็นใบหน้าของผู้ชายคนนั้นได้อย่างชัดเจน...

ใบหน้าหล่อเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ข้างแก้มปรากฎรอยแดงทั้งสองข้าง มีเลือดซึมอยู่มุมปากและตามคิ้ว คนตรงหน้าก็ชะงักที่เห็นฉันเช่นกัน นัยน์ตาคมมองต่ำมาที่หน้าท้องก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตากับฉันเช่นเดิม

"คิตตี้..." เขาพึมพำเสียงแผ่ว วินาทีที่เขาเรียกด้วยสรรพนามแบบนั้น เป็นวินาทีเดียวกับที่หยดน้ำสีใสได้เอ่อคลอรอบตัวตาของฉันเรียบร้อย

หัวใจดวงน้อยที่แสนบอบช้ำนี้ มันยิ่งบอบช้ำมากกว่าเดิมจนฉันกลัวว่าหัวใจตัวเองจะรับไม่ไหวและสลายไปในที่สุด อยากเข้าไปกอดให้หายคิดถึง...แต่ทำไม่ได้ ฉันรับปากเอาไว้แล้วว่าจะออกมาจากชีวิตเขา เธอต้องทำได้สิอิงดาว เธอต้องเข้มแข็งออกไว้

"เจ้าขุน พาอิงดาวขึ้นไปบนบ้าน" พี่กันต์สั่งเจ้าขุน แต่ฉันยังไม่ไป พยายามสลัดมือน้องและมือทุกคนที่จับออก

"ปล่อย"

"ผมไม่ปล่อย" เจ้าขุนออกแรงจับแขนฉันแน่นมากกว่าเดิม จนฉันต้องหันมาสบตากับน้องทั้งน้ำตา

"พี่...บอกให้ปล่อย" น้องชั่งใจอยู่ครู่นึงแต่ก็ยอมปล่อยแขนฉันแต่โดยดี รวมทั้งป้าขิมด้วยเช่นกัน

ก้าวท้าวเดินไปหาเขาช้าๆ และสุดท้ายก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าร่างสูง กลิ่นหอมประตัวของเขาลอยมาแตะจมูก มือหนากำลังเอื้อมมาจับแก้ม แต่ฉันสลัดมันออกอย่างรวดเร็ว เห็นสายตาตกใจที่เต็มไปด้วยความเศร้าของเขา แต่บอกเลยว่าเขาคงเจ็บไม่เท่าฉันตอนนี้

เพียะ!!!

ฝ่ามือบางกระทบเข้ากับใบหน้าหล่อเต็มแรงจนมันหันไปตามแรงตบ

เพียะ!!!

เขาหันหน้ากลับมา....และอีกครั้งที่ฉันตบซ้ำรอยเดิม ตามด้วยเสียงฮือฮาของทุกคนรอบข้าง และเสียงของพี่กันต์ตะโกนไล่คนงานทุกคนให้ออกไป

"ฮึก...คนใจร้าย" บอกน้ำเสียงตัดพ้อ เงยหน้าสบตากับเขาทั้งน้ำตา

"พี่ขอโทษ..."

"หยุด หยุดพูดคำนั้น หนูไม่อยากได้ยิน" ฉันรีบสวนกลับทันควัน ไม่อยากได้ยินคำขอโทษ เพราะคำขอโทษมันไม่สามารถเรียกคืนความรู้สึกที่เสียไปกลับมาได้ คำขอโทษในไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย และคำขอโทษมันไม่ได้ช่วยให้หัวใจที่แตกเป็นเศษละเอียดตอนนี้กลับมาสมบูรณ์ได้อีก

"ฮึก เอาคืนไป" พูดจบก็ถอดแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายออกแล้วปามันทิ้ง แหวนวงเล็กกระทบกับแผงอกแกร่งก่อนจะกระเด็นกระทบพื้นดิน

 

เราสองคนสบตากัน ภาพในอดีตตรั้งที่เขาขอฉันแต่งงานมันก็ย้อนกลับมา

 

"งั้นพี่ใส่แหวนจองไว้ก่อนได้ไหม"

"...."

"คิตตี้ครับ"

"เฮ้อ ก็ได้ค่ะ"

"น่ารัก^^"

 

ยังจำจำได้อยู่เลยว่าเขาอ้อนฉันจนฉันใจอ่อนให้ใส่แหวนวงนั้น วงที่กระเด็นอยู่บนพื้นดิน

 

ใจสลาย...มันรู้สึกแบบนี้รึเปล่านะ

 

"อิงดาว...อย่าทำกับพี่แบบนี้..." ประโยคแรกที่เขาพูดมันสั่นจนฉันรับรู้ได้ว่าเขาเจ็บปวด ดวงตาแดงก่ำเหมือนคนกำลังฝืนไม่ให้ตัวเองร้องไห้ ขอล่ะ อย่าร้องไห้ ฉันไม่อยากเห็นเขาร้องไห้....

"พี่กลับมาหาเราตามสัญ../คำสัญญามันไม่มีความหมาย...อึก...ตั้งแต่ที่คุณพ่อพี่มาไล่ให้หนูออกไปจากชีวิตพี่" ฉันฝืนพูดประโยคนี้ออกไป ถึงจะสะอื้นจนหายใจไม่ทันก็ต้องพูดมันออกไป ความเจ็บปวดในวันนั้น ฉันยังจำรสชาติของมันได้จนถึงตอนนี้ วันที่ต้องเสียทั้งยายและผู้ชายที่ฉันรัก

วันที่ต้องตัดสินใจเดินออกมา...เพื่อใช้ชีวิตต่อไปโดยไม่มีพวกเขา

"พี่.../มึงได้ยินที่อิงดาวพูดแล้วก็กลับไปได้ละ!!" พี่กันต์พูดขัดเขาคนนั้น แต่สิ่งที่ทำให้ฉันเจ็บที่สุด คือน้ำตา...

 

เขากำลังร้องไห้

 

สิ่งที่ฉันไม่อยากเห็นที่สุดคือน้ำตาของเขา

 

"ทุกคนครับ ผมว่า...เราขึ้นไปคุยกันบนบ้านดีไหม เหมือนฝนทำท่าจะตกเลย" เจ้าขุนพูดแทรกขึ้นมา ก่อนที่เสียงฟ้าร้องจะดังขึ้นตามมา

"ไม่!!!!" พี่กันต์และแม่ตอบพร้อมกัน จนครอบครัวขอไข่สะดุ้ง

"อิงดาว.../หยุดเรียกชื่อลูกสาวฉันได้แล้ว!!!" แม่เข้ามายืนขวางหน้าระหว่างฉันกับเขาคนนั้น สรรพนามที่แม่ใช้แทนตัวเองก็เปลี่ยนไป

สติเลื่อนลอยลงทุกวินาทีที่ยังสบตากับเขา เจ็บเหลือเกิน ยิ่งอยู่ตรงนี้มันยิ่งเจ็บ รู้ตัวอีกทีก็ถูกแม่กับเจ้าขุนพาขึ้นมาบนบ้านเรียบร้อยแล้ว ตามด้วยพี่กันต์ ลุงเข้มและป้าขิมที่เข้ามาทีหลัง

"คุณกันต์จะไปงานเลี้ยงอีกรึเปล่าคะ ฟ้าใกล้มืดแล้ว ฝนก็จะตกด้วย" เห็นสีหน้าลำบากใจที่มองฉันอยู่ก็รู้ทันมีว่าเขาจะตอบว่าอะไร

"พี่กันต์ไปเถอะ หนูไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย" ฉันตอบพร้อมคลี่ยิ้มบางๆ ไปให้พี่กันต์พร้อมกับเช็ดน้ำตาตัวเองลวกๆ แต่ยิ่งเช็ดมันก็ยิ่งไหล บ้าที่สุด

"เฮ้อ ผมฝากอิงดาวด้วยนะครับ เดี๋ยวจะรีบไปรีบกลับ ห้ามให้ไอ้เลวนั่นขึ้นมาเหยียบบ้านหลังนี้เด็ดขาด เข้าใจมั้ยครับ" พี่กันต์คงโมโหมากเลยสินะ เขาพูดโดยไม่มองหน้าฉันด้วยซ้ำ

 

หลังจากที่พี่กันต์ลงไป ตอนนี้ก็เหลือแค่เจ้าขุนแล้วก็แม่ ส่วนลุงเข้มกับป้าขิมลงไปสั่งคนงาน เพราะเหตุการณ์เมื่อกี้ทุกคนเห็นหมด

"เราจะไม่เรียกเขาขึ้นมาคุยบนบ้านเหรอครับ เขาอุส่าซื้อของมาฝากผมแทนคำขอบคุณที่ผมช่วยเขาซ่อมรถเมื่อตอนเช้า"

"เอาไปทิ้ง"

"อะไรนะครับ!"

"น้าบอกให้เอาไปทิ้ง!!" ไม่พูดเปล่าแม่ยังหยิบถุงกระดาษสองสามถุงที่วางข้างตัวเจ้าขุนโยนอออกไปนอกบ้าน ย้ำว่าโยน...

ทุกคนไม่มีใครทำใจได้ โดยเฉพาะแม่ แม่ที่คอยดูแล และปกป้องฉันตลอด ของขวัญวันเกิดปีนี้ของแม่ คือการที่ต้องลูกสาวต้องมาเจอเรื่องแบบนี้รึไงกัน

 

แปะ แปะ

 

เสียงฝนเริ่มลงเม็ดก่อนที่จะเทลงมาทีเดียว ตามด้วยเสียงฟ้าร้องน่ากลัว และเราสามคนก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมา แต่เป็นเจ้าขุนที่นั่งไม่ติดเก้าอี้ เดินเป็นหนูติดจั่น เข้าๆ ออกๆ ประตูบ้านจนฉันเองก็เริ่มกังวล

"คุณน้า พี่เขายังไม่ไปไหนเลยครับ"

พรึ่บ!

ฉันรีบลุกขึ้นแล้วไปชะโงกดูตรงบานหน้าต่างด้วยความลืมตัว ก่อนจะหันมามองแม่ที่นั่งกอดอกหน้าบึ้งอยู่ที่เดิม

"เจ้าขุน บอกให้เขากลับไปได้แล้ว" ฉันกระซิบบอกเจ้าขุนให้พอได้ยินแค่สองคน เขาไม่ควรต้องมาตากฝนแบบนี้ เขาไม่ควรต้องมาทำร้ายตัวเอง แค่เห็นน้ำตาเขาก็เจ็บมากพอแล้ว

"พี่จะไม่ยอมปรับความเข้าใจกับเขาจริงๆ เหรอครับ" ประโยคนี้มันสะกิดหัวใจจนฉันต้องเงียบไปพักนึง....

 

"พี่กับลูกออกมาจากชีวิตเขาแล้ว พี่จะไม่กลับเข้าไปในชีวิตเขาอีก"

 

..............................

มาตามคำขอ!

สงสารพระเอกแต่นางเอกเราเจ็บมาเยอะ เจอแต่เรื่องร้ายๆ ต้องให้เวลาน้องหน่อยเนอะ ถ้ามองอีกมุมทั้งพระเอกและนางเอกไม่มีใครผิด แต่ผิดที่คนในครอบครัว เช่นพ่อพระเอก 55555555

ปล ตอนอิงดาวปาแหวน หน่วงมากกก รู้สึกผิดกับตัวละคร ขอโทษนะเควิน ไรท์ขอโทษจริงๆ 🤧

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น