หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่ออำนาจถูกส่งมอบให้ถูกคน หนทางแห่งการแก้แค้นก็ดูเหมือนจะมิได้ยากเย็นถึงเพียงนั้น!

ตอนที่ 14 เชือดไก่ให้ลิงดู

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 เชือดไก่ให้ลิงดู

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.8k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.พ. 2563 10:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 เชือดไก่ให้ลิงดู
แบบอักษร

 

หงหลิงกำลังจะผลักประตูเรือนเปิดออก ได้ยินเสียงจากกลางลานดังอย่างครึกครื้นกว่าปกติ “พระชายาช่างวางท่าใหญ่โตจริง อืดอาดยืดยาดไม่มาสักที คงไม่ใช่ว่าต้องการแสดงอำนาจหรอกนะ” หงหลิงเหลือบเห็น 

หนิงอวี้สีหน้านิ่งสงบ จึงตั้งท่าจะผลักประตูออกไป 

หนิงอวี้ส่ายหน้า บอกเป็นนัยว่าให้ฟังต่อ กลุ่มคนที่อยู่กลางลานต่างพากันส่งเสียงเอะอะอึกทึก คนอีกกลุ่มนอกลานกลับนิ่งสงบไม่พูดจาใดๆ 

“ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าในใจท่านอ๋องนั้นคิดอะไรอยู่ พระชายาเคยกระโดดสระเพื่อหลิงอ๋องเชียวนะ”  

“ใช่แค่นั้นที่ไหนเล่า บนหน้านางยังมีรอยแผลอยู่ ชายที่ไหนจะอยากแต่งมาเป็นภรรยา”  

“ได้ยินมาว่าพระชายาเสียแม่ไปตั้งแต่เด็ก นางเติบโตมากลางกองทัพด้วยนะ” 

หงหลิงนิ่งฟังมาตั้งแต่แรก จนเมื่อถึงประโยคนี้จึงได้บันดาลโทสะผลักประตูเข้าไปอย่างแรง 

“...คารวะพระชายา” คนกลุ่มนั้นคุกเข่าลงกับพื้น ได้แต่จ้องตากันไปมาเลิ่กลั่ก หนิงอวี้เดินผ่านกลุ่มคนพลางพูดขึ้นว่า “พ่อบ้านอยู่ไหน” 

หญิงสาวผู้หนึ่งลุกขึ้นคำนับ “หม่อมฉันชายารองไฉ่เตี๋ยคารวะท่านพี่ พ่อบ้านเพิ่งออกไปข้างนอกเจ้าค่ะ” 

ดวงตางดงามดั่งหงส์ ริมฝีปากงดงามชวนหลงใหล ที่แท้สมัยก่อนก็เคยรู้จักกัน หนิงอวี้เลิกคิ้ว ยกยิ้มมุมปาก นางเคยเห็นตอนที่ไฉ่เตี๋ยกับเว่ยหลิงพบกัน ตอนนั้นยังเคยหึงหวงเป็นฟืนเป็นไฟเพราะเหตุนี้ 

“ไฉ่เตี๋ยหรือ ชื่อไพเราะคนก็งาม” หญิงสาวได้ยินก็ยกมุมปากยิ้ม รู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่อง อาศัยที่ตนเป็นคนสำคัญของเรือนซีย่วน จึงหวังใช้โอกาสนี้ทำตัวให้เป็นที่ของโปรดปรานของพระชายา 

หนิงอวี้โบกมือขึ้น หงหลิงเข้าใจความหมายเป็นอย่างดี ก้าวไปด้านหน้าสองสามก้าวแล้วถามขึ้นว่า “พระชายาสั่งให้เจ้าลุกแล้วหรือ!” ไฉ่เตี๋ยกำลังจะเอ่ยแก้ตัว แต่เห็นหนิงอวี้มองมายังตนด้วยใบหน้าเหมือนจะยิ้มแต่ไม่ยิ้ม พลันสีหน้ากลับซีดเผือดขึ้นมา 

“พ่อบ้านไม่อยู่ ตัวเป็นถึงชายารอง ควรที่จะดูแลผู้คน หนึ่งคือ ไม่รู้จักธรรมเนียมมารยาท ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง สองคือ ควบคุมผู้คนหละหลวม จัดการไร้ระเบียบ” หนิงอวี้พูดเสียงเฉื่อย มือก็คลึงจอกชาเล่นไปมา 

หากมาพำนักแค่ไม่กี่วัน นางก็คงทำเป็นไม่ได้ยินได้ แต่ดูสภาพการณ์ตอนนี้ คงต้องอยู่อีกหลายปี ในเมื่อเป็นเช่นนี้ จำเป็นต้องสร้างกฎระเบียบขึ้น ต้องเชือดไก่ให้ลิงดูเสียบ้าง 

ไฉ่เตี๋ยได้ยินดังนั้นก็หน้าซีดสลด นิ้วมือจับชายกระโปรงไว้แน่น นางได้ยินพวกบ่าวไพร่วิจารณ์กันเซ็งแซ่ ทีแรกคิดว่าคงไม่เดือดร้อนถึงตน ซ้ำยังอาจจะมีเรื่องสนุกให้ได้ดูด้วย 

“ท่านพี่เจ้าคะ ไฉ่เตี๋ยไม่ได้เจตนา แค่ฐานะชายารอง จะห้ามปรามพวกบ่าวไพร่ไม่ให้วิจารณ์ได้ที่ไหนกัน” ไฉ่เตี๋ยคุกเข่ากับพื้นรีบแก้ต่างอย่างร้อนรน ผู้คนที่นั่นต่างทำหน้าคาดไม่ถึง ไม่มีใครไม่รู้บ้างว่าปกตินางวางอำนาจบาตรใหญ่ไปทั่วเรือนหลัง อาศัยที่นางเป็นที่รักที่เอ็นดูจึงทำตัวโอหังมานาน 

“ฐานะสูงต่ำนั้นแบ่งชัด ข้าคงจะรับที่เจ้าเรียกท่านพี่ไม่ได้หรอก” 

หนิงอวี้บีบคั้นให้หนักขึ้น แต่ละคำพูดล้วนเจ็บแสบ ไฉ่เตี๋ยเคยได้อับอายเช่นนี้เสียที่ไหน นับแต่ได้อยู่ในเรือนหลังก็ได้รับความรักความเอ็นดูแต่เพียงผู้เดียว อยากได้อะไรก็ต้องได้ ไฉ่เตี๋ยชำเลืองสายตามองเห็นผู้คนที่กำลังยิ้มเยาะ ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโกรธแค้นชิงชัง 

ในจังหวะนั้นเอง ประตูลานถูกเปิดออก ชายในชุดสีครามผู้หนึ่งถือกล่องเดินเข้ามาอย่างรีบเร่งแล้วคุกเข่าลงกับพื้น “ข้าน้อยพ่อบ้านชิงซง คารวะพระชายา” 

“ทั้งหมดลุกขึ้น ท่านพ่อบ้าน ในกฎตำหนักอ๋อง ข้อที่ว่าล่วงเกินพระชายาจะต้องลงโทษสถานใด” 

“ในกฎตำหนักอ๋องไม่มีกฎข้อล่วงเกินพระชายาพ่ะย่ะค่ะ” ไฉ่เตี๋ยได้ยินเช่นนั้นก็แอบยกมุมปากยิ้มสะใจ ชิงซงเห็นสีหน้านางไม่เป็นทุกข์เป็นร้อนเช่นนั้นจึงกล่าวเสริม “ทว่าท่านอ๋องทรงกำชับไว้ว่า ทุกเรื่องในตำหนักหลังให้พระชายาเป็นผู้ตัดสินใจ ลงโทษหรือให้รางวัลได้ตามประสงค์ หากนายหญิงต้องการเปลี่ยนกฎ ชิงซงผู้นี้จะรีบไปเอามา” 

“เพิ่มกฎใหม่หนึ่งข้อ ผู้ใดล่วงเกินพระชายาให้จองจำหนึ่งเดือน ตัดเงินเดือนครึ่งปี” หนิงอวี้ได้ยินพ่อบ้านพูดก็รู้สึกสบายใจเป็นอย่างมาก “วันนี้ข้าเหนื่อยแล้ว พวกเจ้าออกไปก่อนเถิด” 

ผู้คนทั้งหลายได้ยินดังนั้นต่างแยกย้ายกันจากไป มีเสียงกระซิบลอยปนมาเป็นช่วงๆ ไฉ่เตี๋ยท่าทางอ่อนแอขี้โรค ถูกคนพยุงจากไป 

“พระชายา นายหญิงซีเย่ว์สุขภาพอ่อนแอมาก จึงมอบหมายให้ข้าน้อยมาบอก” ชิงซงยื่นกล่องสี่เหลี่ยมในมือให้กับหงหลิง “ขนมในกล่องนี้ท่านอ๋องรับสั่งให้เตรียมเอาไว้” 

หนิงอวี้พยักหน้ารับ จากนั้นก็หันกายเดินกลับเข้าห้องไป รอจนประตูห้องบรรทมปิดลง หนิงอวี้ก็ถอนหายใจออกมายืดยาว “หงหลิง รีบมาช่วยข้าปลดเครื่องประดับศีรษะนี่ออกเร็ว” 

นางทูนเครื่องประดับเงินทองแก้วหยกไว้เต็มศีรษะ เดินเหินลำบากประหนึ่งเหยียบม้าเขย่งมาเกือบสองชั่วยาม ทั้งเหนื่อยทั้งเพลีย เดิมทีคิดว่ากลับถึงตำหนักแล้วให้โอวาทพอผ่านๆ สักสองสามคำก็พอ นึกไม่ถึงว่าผู้คนในตำหนักอ๋องจะชอบพูดจาว่าร้ายถึงเพียงนี้ 

หงหลิงวางขนมลง บรรจงแกะปิ่นดอกไม้ไหวออก หงหลิงนึกถึงคำพูดของชิงซงขึ้นได้ จึงเอ่ยขึ้น “นายหญิงซีเย่ว์จงใจไม่มา เพื่อให้ท่านได้อับอายหรือเปล่าเจ้าคะ” 

ความคิดเห็น