หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ทุกสิ่งที่นางมอบให้คนทรยศผู้นั้นไป นางย่อมต้องทวงคืนกลับมาด้วยมือตนเอง!

ตอนที่ 15 แสดงอำนาจครั้งแรก

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 แสดงอำนาจครั้งแรก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ก.พ. 2563 10:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 แสดงอำนาจครั้งแรก
แบบอักษร

 

ซูเนี่ยนเอ๋อร์เห็นซูหลีเป็นเช่นนี้ ก็ไม่กล้าเชื่อสายตา คนผู้นี้คือพี่ชายหน้าเน่าของนางจริงหรือ... 

“ท่านพี่ ท่านไปรับตัวหลีเอ๋อร์กลับมาตั้งแต่เมื่อใดกัน ท่านพี่ก็ช่างไม่บอกน้องสักคำ น้องจะได้จัดคนไปทำความสะอาดเรือนของหลีเอ๋อร์!” หลี่ซื่อเดินเข้ามา แล้วหยุดชะงักไปเล็กน้อย ก่อนนางจะเดินไปข้างกายซูไท่ด้วยท่าทีสงบเยือกเย็น  

เมื่อซูไท่ได้ยินคำพูดของนาง ใบหน้าก็อ่อนโยนลงเล็กน้อย 

อย่างไรนางก็เป็นแม่ใหญ่ของซูหลี ไม่ว่าจะทำอะไรก็ล้วนคำนึงถึงซูหลี 

“อยู่ที่นู่นหลีเอ๋อร์ป่วยไข้ ข้าจึงรับตัวเขากลับมา” ซูไท่กล่าวเหตุผลในการรับตัวซูหลีกลับจวนอย่างง่ายดาย 

“ฟ้ายังสว่างอยู่ รีบให้คนไปจัดเรือนให้เรียบร้อยเถอะ” หลี่ซื่ออยู่ข้างกายซูไท่มาสิบกว่าปี กล่าวได้ว่าทั้งสองต่างรักใคร่ให้เกียรติกันซึ่งกันและกัน เรื่องเงินที่ให้ซูหลี ซูไท่เดาว่าคงเป็นฝีมือคนใต้บังคับบัญชากระมัง 

เขาจึงไม่คิดจะไล่ซักถามอีก 

ซูหลีเลิกคิ้วขึ้น ดูท่าหลี่ซื่อผู้นี้คงแผนสูงจริงๆ 

แม้หลี่ซื่อจะแซ่หลี่ แต่มิได้มีความสัมพันธ์กับตระกูลหลี่ในอดีตแม้แต่น้อย หลี่ซื่อเกิดในตระกูลเล็กๆ ทั้งยังเป็นลูกอนุ นางสามารถไต่เต้ามาถึงขั้นนี้ได้ นับว่าไม่ง่ายเลย 

เงินเพียงเล็กน้อย หากซูไท่ไม่สนใจ ซูหลีเองก็ไม่อยากพูดให้มากความ 

ทว่า... 

เรื่องที่นางถูกพิษ อย่างไรก็ต้องตรวจสอบ 

“ท่านพ่อ ท่านหมอกำชับลูกไว้ว่า หากกลับบ้านไปแล้ว ต้องเปลี่ยนข้าวของภายในห้องให้หมด โดยเฉพาะพวกเครื่องนอนที่อยู่ใกล้ตัว” 

เมื่อซูหลีเอ่ยปากขึ้น สายตาของหลี่ซื่อกับซูเนี่ยนเอ๋อร์ก็จับจ้องไปทางนาง 

ซูหลีในยามนี้กับซูหลีในอดีต ช่างแตกต่างกันมากจริงๆ... 

ซูหลีในอดีต ยามต้องการสิ่งใด ไม่มีทางบอกกล่าวซูไท่ดีๆ เช่นนี้แน่ ท่าทางก็มิใช่เช่นนี้ เหมือนกับคนบ้าก็มิปาน 

“ส่งคนไปที่ห้องเก็บของ จัดเปลี่ยนข้าวของในห้องหลีเอ๋อร์ใหม่ทั้งหมด!” ซึ่งที่ยิ่งประหลาดก็คือ ซูไท่กลับไม่เอ่ยค้านสักประโยค เพียงไตร่ตรองครู่หนึ่ง ก็รับปากทันที 

หลี่ซื่ออดขมวดคิ้วเบาๆ มิได้ รู้สึกว่าหลังจากซูหลีกลับมาในครั้งนี้ อีกฝ่ายมีบางอย่างแปลกประหลาดไป ซึ่งนางเองก็บอกไม่ถูก 

“เจ้าค่ะ” ทว่านางก็ยังคงตอบรับอีกฝ่าย คนที่มีสายตาเฉียบแหลมล้วนมองออกว่าเวลานี้ซูไท่ไม่พอใจยิ่งนัก ส่วนหลี่ซื่อเองก็เป็นคนที่รู้จักวางตัวเป็นที่สุด 

“ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องรบกวนแม่ใหญ่” ขณะที่หลี่ซื่อกำลังจะส่งคนไปจัดการ ซูหลีก็พลันเอ่ยปากขึ้น 

ทว่านางกลับเรียกหลี่ซื่อว่าแม่ใหญ่ มิใช่ท่านแม่ 

ตอนที่นางยังไม่ถูกไล่ออกจากจวน นางจะเรียกหลี่ซื่อว่าท่านแม่อยู่เป็นนิจ 

หลีซื่อนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวว่า “ไยจู่ๆ หลีเอ๋อร์ถึงทำตัวห่างเหินกับแม่เล่า มีเรื่องอันใดเจ้าพูดได้เต็มที่ แม่จะต้องจัดการให้เจ้าแน่” 

ใช่แล้ว หลี่ซื่อมักจะวางตัวเช่นนี้มาโดยตลอด อ่อนโยนและตามใจซูหลีเสมอ สุดท้ายจึงได้เลี้ยงซูหลีจนโตมาเสียคน 

ซูหลียกยิ้มมุมปาก พลางกล่าวว่า “จริงรึ เช่นนั้นรบกวนท่านแม่ช่วยข้าตรวจสอบสักหน่อย ว่าในจวนแห่งนี้เป็นใครกันแน่ที่คิดจะเอาชีวิตข้า!” 

เมื่อคำพูดนี้ถูกเปล่งออกมา รอบด้านก็พลันเงียบลง 

ซูไท่ขมวดคิ้วจ้องมองไปทางนาง “เหลวไหล!” 

เรื่องนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปแน่ชัด ในมุมของซูไท่แล้ว การที่ซูหลีกล่าวเช่นนี้ ถือเป็นการไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง 

ซูหลีไม่สนใจ นางทำเพียงจ้องหน้าหลีซื่อที่พลันแข็งค้างลงชั่วเวลาสั้นๆ ไม่นานอีกฝ่ายก็ปกปิดสีหน้าอย่างรวดเร็ว 

ซูหลียิ้มเย็น ก่อนหน้านี้นางไม่อาจยื่นยันแน่ชัดว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือของหลี่ซื่อ ทว่าดูจากท่าทีในตอนนี้ เรื่องนี้คงไม่แคล้วเกี่ยวข้องกับหลี่ซื่อ! 

“เหลวไหลหรือไม่ ตรวจสอบดูให้แน่ชัดก็รู้แล้ว อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น ระหว่างทางไปหมู่บ้านหวงซาน ข้าก็ดันถูกพิษกำเริบ หากมิใช่เพราะฝีมือคนในจวน ยังจะเป็นใครไปได้เล่า” ซูหลีพูดจามีเหตุผลยิ่งนัก แม้แต่ซูไท่เองก็ยังอดจ้องมองนางไม่ได้ 

ความคิดเห็น