หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ทุกสิ่งที่นางมอบให้คนทรยศผู้นั้นไป นางย่อมต้องทวงคืนกลับมาด้วยมือตนเอง!

ตอนที่ 14 ซูหลีเปลี่ยนหน้า

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 ซูหลีเปลี่ยนหน้า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.พ. 2563 10:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 ซูหลีเปลี่ยนหน้า
แบบอักษร

 

ซูไท่ไม่นับว่ามีภรรยามากนัก 

นอกจากแม่เลี้ยงของซูหลีแล้ว ก็มีอนุสามคน 

หนึ่งในนั้นมีอนุคนหนึ่งให้กำเนิดบุตรีแก่ซูไท่ ส่วนคนอื่นนั้นล้วนไร้บุตรชาย 

และคนที่เป็นผู้ดูแลสกุลซูในเวลานี้ ก็คือหลี่ซื่อผู้เป็นแม่เลี้ยงของซูหลี 

หลี่ซื่อมีบุตรีหนึ่งคน ซึ่งเด็กกว่าซูหลีเล็กน้อย นางมีนามว่าซูเนี่ยนเอ๋อร์ เป็นเพราะสองแม่ลูกคู่นี้ ซูหลีตัวจริงถึงได้มีชีวิตอยู่ในสกุลซูอย่างยากลำบาก 

ซูหลีมิใช่คนดีเด่อันใด นางเองก็ไม่ได้รู้สึกดีกับแม่ลูกคู่นี้ 

เจ้าของร่างนี้ถูกคนทั้งสองวางแผนทำร้ายมานาน นางมาอาศัยร่างผู้อื่น ย่อมต้องจ่ายค่าตอบแทนให้ผู้อื่น 

กึก ขณะที่รถเคลื่อนไหว ในที่สุดก็มาถึงจวนสกุลซูแล้ว 

ปีนี้ซูไท่ยังไม่แก่มาก แต่กลับได้รับตำแหน่งรองเจ้ากรมขุนนางฝ่ายซ้าย เป็นขุนนางขั้นสามที่มีอำนาจอย่างถูกต้อง จวนแห่งนี้ย่อมไม่ด้อยไปกว่าใคร 

เพียงแต่เปรียบกับสกุลหลี่ที่เป็นตระกูลบัณฑิตแล้ว ยังด้อยกว่าเล็กน้อย 

ซูหลีมองเสาเรือนสกุลซูที่แกะสลักงดงาม ปกปิดแววสลับซับซ้อนในดวงตาตนเอง 

ตลอดทางก้าวเดินไปยังประตูเรือน นางมิได้กล่าวอันใด เพียงมองเห็นคนกลุ่มหนึ่ง ยืนอยู่นอกประตู เห็นชัดว่าพวกเขากำลังรอซูไท่อยู่ 

“คารวะนายท่าน” ผู้ที่ยืนอยู่นำหน้าก็คือหลี่ซื่อแม่เลี้ยงของซูหลี ซึ่งเป็นภรรยาเอกคนปัจจุบันของซูไท่ 

หลีซื่อดูแลตนเองเป็นอย่างดี อายุอานามดูราวๆ สามสิบ นางสวมเสื้อปักลายบุปผาสีทอง ด้านในสวมกระโปร่งหรูหรา แลดูเปี่ยมด้วยรูปโฉมและสติปัญญา 

“ลูกคารวะท่านพ่อ” ซูเนี่ยนเอ๋อร์ยืนอยู่ข้างกายหลี่ซื่อ นางเองก็หันไปทำความเคารพซูไท่เช่นกัน 

ซูเนี่ยนเอ๋อร์เด็กกว่าซูหลี่หนึ่งปี เวลานี้นางกำลังอยู่ในวัยสาวสะพรั่ง นางสวมชุดสีสันสดใส บนศีรษะปักปิ่นอันงดงาม เค้าความงามเริ่มปรากฏให้เห็นรางๆ 

“ลุกขึ้นเถิด” ซูไท่มีสีหน้าไม่ใคร่ดีนัก เขามองพวกนางปราดหนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าเรือนใน 

ซูเนี่ยนเอ๋อร์พยุงมารดาตนขึ้น เมื่อนางเงยหน้าขึ้น ก็พลันประสบเข้ากับซูหลี 

แวบแรกที่มองเห็นซูหลี ซูเนี่ยนเอ๋อร์ยังคงตกใจเล็กน้อย 

ความจริงแล้วบุคคลผู้นี้ เกิดมามีรูปโฉมงดงาม 

ยิ่งตุ่มน่าเกลียดพวกนั้นจางลงแล้ว ก็ยิ่งเผยรูปโฉมเดิมของนางออกมา 

หลี่จื่อจินในชาติก่อน ก็มิได้มีรูปโฉมงามเท่าใด ทว่าซูหลีนั้นจัดได้ว่างดงามเลยทีเดียว 

ซูหลีมองสองแม่ลูกคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มปราดหนึ่ง นางไม่มีท่าทีว่าจะเสวนากับพวกนาง และยังเดินผ่านหน้าอีกฝ่ายไป โดยไม่ทำความเคารพหลี่ซื่อ 

“นี่…” ซูเนี่ยนเอ๋อร์ถูกท่าทางของซูหลีทำให้ตกใจ ก่อนหน้านี้ซูหลีโง่งมนัก เขาทำเหมือนหลี่ซื่อเป็นมารดาของตนเอง ทั้งยังปฏิบัติต่อนางเหมือนน้องแท้ๆ  

เขาปฏิบัติต่อพวกนางอย่างสนิทสนมรักใคร่ยิ่งนัก 

ดังนั้นยามซูหลีทำเรื่องโง่ๆ อันใด หลี่ซื่อก็จะเข้าไปขวางซูไท่ โดยปกติแล้วหากมีคนไปขวาง เพลิงโทสะของซูไท่ก็จะยิ่งลุกโชน เช่นนี้เขาก็จะยิ่งลงมือกับซูหลีรุนแรงขึ้น 

เมื่อเป็นเช่นนี้ ในใจซูหลีตัวจริงย่อมเอนเอียงไปทางแม่เลี้ยงผู้นี้ ทว่าความสัมพันธ์กับผู้เป็นพ่อแท้ๆ กลับไม่สนิทสนมมากนัก 

ใครๆ ก็รู้ พวกแม่ใหญ่มักจะตามใจบุตรชายบุตรสาวของตนเอง ‘จนเสียคน’ ! 

“ฮูหยิน คุณหนู นายท่านให้พวกท่านเข้าไปพบเจ้าค่ะ” หลี่ซื่อกับซูเนี่ยนเอ๋อร์สบตากันปราดหนึ่ง ในดวงตาเจือแววซับซ้อน รอจนข้ารับใช้ข้างกายซูไท่มาเรียกพวกนาง ถึงค่อยๆ ได้สติ 

“อืม” หลี่ซื่อตอบรับหนึ่งคำ ก่อนจะเข้าไปในเรือนหลักพร้อมกับซูเนี่ยนเอ๋อร์ 

เวลานี้ ในห้องมีแสงไฟส่องสว่างทั่ว ภายใต้แสงโคมไฟ ยิ่งขับให้ซูหลีดูรูปงามราวกับหยก ริมฝีปากแดงเรื่อ ฟันขาวสะอาด นับเป็นชายหนุ่มที่สง่างามยิ่งนัก 

ซูหลีคนเดิมเป็นคนขี้ขลาดตาขาว บุคลิกท่าทางไม่เรียบร้อย และยังยืนหลังค่อม 

ทว่าซูหลีในวันนี้ กลับเดินเหินอย่างสุขุม มุมปากยังคงมีรอยยิ้มประดับอยู่เล็กน้อย ทำให้สาวใช้ในห้อง ต่างพากันเขินอายจนหน้าแดง  

ความคิดเห็น