หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ทุกสิ่งที่นางมอบให้คนทรยศผู้นั้นไป นางย่อมต้องทวงคืนกลับมาด้วยมือตนเอง!

ตอนที่ 13 กลับตระกูลซู

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 กลับตระกูลซู

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ม.ค. 2563 15:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 กลับตระกูลซู
แบบอักษร

 

ซูไท่รับจดหมายมาอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เขาไล่อ่านอย่างละเอียด สีหน้าก็พลันแปรเปลี่ยน 

บนจดหมายอธิบายไว้อย่างละเอียด ซูหลีถูกพิษเรื้อรัง พิษแทรกซึมเข้าสู่หัวใจ อีกนิดนางก็จะไม่รอดแล้ว 

แม้แต่ตุ่มแผลบนใบหน้าซูหลี ก็เป็นผลมาจากพิษ 

“ใครเขียนจดหมายนี่” ซูหลีเป็นคนโง่เขลาไร้ความสามารถ ซูไท่เป็นบิดาย่อมรู้ดี เมื่อเห็นลายมือก็รู้ได้ทันทีว่าซูหลีมิใช่ผู้เขียน 

“ท่านหมอเป็นผู้เขียน ใช่แล้ว ท่านหมอบอกว่าเขาชื่อโจวอี้” ซูหลีนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยขึ้น  

คิดไม่ถึงว่าคำพูดประโยคนี้ของนาง จะทำให้ซูไท่หน้าเปลี่ยนสีทันที 

ซูไท่หยิบจดหมายฉบับนั้น ขึ้นมาตรวจดูอย่างละเอียด พบว่าลายมือนี้คุ้นตามากจริงๆ เขาเคยโชคดีได้เห็นลายมือของหมอเทวดาโจวครั้งหนึ่ง เพราะหมอเทวดาโจวมีลายมือไม่ธรรมดายิ่งนัก เขาจึงประทับใจ 

ดูท่าจดหมายฉบับนี้คงเป็นลายมือของโจวอี้ไม่ผิดแน่! 

ซูหลีเห็นท่าทางของซูไท่ ก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายน่าจะเชื่อแล้ว 

ในความทรงจำเดิมของซูหลี บรรพบุรุษตระกูลซู หรือก็คือปู่ของซูหลีเคยเจ็บป่วยมาก่อน เขาได้โจวอี้สมัยหนุ่มมาตรวจรักษาให้ ตอนนั้นโจวอี้อายุยังน้อย เทียบยาที่เขาจ่ายได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก 

ซูไท่บิดานางเองก็เคยเห็นเทียบยานั้น 

เช่นนั้นนางจะลองเดิมพันดูสักตักก็ไม่เสียหายอันใด นางเดิมพันว่าซูไท่จะยังจำโจวอี้ได้หรือไม่ 

เมื่อเห็นท่าทีของซูไท่ นางก็เบาใจแล้ว! 

“ท่านพ่อ! ท่านดูสิ ท่านหมอบอกว่าตุ่มบนหน้าลูก เป็นผลมาจากถูกพิษ!” ตุ่มหนองบนใบหน้าซูหลีได้รับการรักษามานาน มันจางลงมากแล้ว แม้จะยังมีร่องรอยอยู่บ้าง แต่กลับไม่เป็นมากขนาดแต่ก่อน 

ซูไท่เองก็สังเกตเห็นเรื่องนี้เช่นกัน 

พูดมาขนาดนี้ ซูหลีเองก็คงมิได้หลอกเขากระมัง 

“ท่านพ่อ ลูกรู้ผิดแล้ว ท่านให้ลูกกลับบ้านเถิด ท่านดูสิ ลูกอยู่ที่นี่มีชีวิตเช่นไร ลูก...ลูกทุกข์ใจยิ่งนัก...” ซูหลีพูดไปพูดมา ก็ปิดหน้าร้องไห้ 

ซูไท่มองอาหารบนโต๊ะปราดหนึ่ง ก็ต้องขมวดคิ้ว 

เขาจำได้ ทุกๆ สิบวันเขาจะให้พ่อบ้านส่งเงินมาที่นี่ ไฉนซูหลีจึงมีสภาพเช่นนี้ 

“ตั้งแต่มาถึงหมู่บ้านหวงซาน ลูกไม่เคยกินอิ่มเลย เสื้อผ้าสวมก็ไม่อุ่น เงินที่นำมาก็ถูกใช้รักษาตัวไปจนหมด ลูก...” ซูหลีกล่าวอย่างกล้ำกลืนความไม่เป็นธรรม ทว่าต่อมานางกลับซ่อนใบหน้าไว้ใต้แขนเสื้อ พลางลอบยิ้ม 

เพียงแต่นางคิดไม่ถึงว่า คำพูดเหล่านี้จะไปสะกิดใจชุยมามากับไป๋ฉินเข้า คนทั้งสองต่างก็พากันสะอื้นไห้ 

ซูไท่มองนาง ในใจยิ่งขมฝาด 

ผู้คนพากันวิพากษ์วิจารณ์เรื่องบัดซบที่ซูหลีกระทำลงไปก่อนหน้านี้ไปทั่วเมืองหลวง เขากลัวว่าไหวอ๋องจะสั่งให้ทำการสอบสวน ถึงได้ส่งตัวซูหลีมาที่นี่ 

เวลานี้เสียงวิจารณ์ซาลงแล้ว กอปรกับได้เห็นสภาพซูหลีเช่นนี้ ในใจเขาก็ไม่อาจทนไหว 

“ลุกขึ้นเถอะ พ่อจะพาเจ้ากลับบ้าน” ซูไท่ถอนหายใจ ก่อนจะกล่าวเสียงค่อย 

สำเร็จแล้ว 

ซูหลีเลิกคิ้ว ซูหลีตัวจริงโง่เกินไปแล้ว ถึงได้มองไม่ออกว่าบิดานางดีต่อนางไม่น้อย 

อย่างไรเขาก็เป็น ‘บุตรชาย’ เพียงคนเดียว 

“ขอบคุณ…ขอบคุณท่านพ่อ” ซูหลีร้องไห้สะอึกสะอื้นพลางยืนขึ้น ความจริงแล้วซูไท่เองก็ทนอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว 

เทียบกับสกุลซูแล้ว ที่นี่ซอมซ่อยิ่งนัก เขาสั่งให้คนที่ตนพามา เก็บสัมภาระของซูหลี และพานางกลับสกุลซู 

ทว่า... 

ซูหลีกลับเอ่ยเรื่องเงินขึ้นอย่างพอเหมาะพอเจาะว่า ตนอยู่หมู่บ้านหวงซานมานานขนาดนี้ แต่กลับไม่ได้รับเงินอันใดจากจวน โดยมีไป๋ฉินกับชุยมามาเป็นพยาน เมื่อได้ฟังดังนั้นสีหน้าของซูไท่ก็พลันอึมครึมลง 

ความคิดเห็น