facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

แม้อุปสรรคที่พานพบจะเป็นโชคชะตาขีดลิขิตไว้ ทว่าหากมีองค์ชายอย่างเขาคอยเคียงข้าง นางก็หวังเพียงว่าจะฝ่าฟันมันไปได้...

ตอนที่ 4 พลังอัศจรรย์

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 พลังอัศจรรย์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.6k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ม.ค. 2563 09:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 พลังอัศจรรย์
แบบอักษร

 

“พลังนี้แหละที่ถ่วงเจ้า ทำให้เจ้าฝึกไม่ได้ ในขณะที่เจ้าค่อยๆ โคจรพลัง พลังนี้ก็จะฟื้นขึ้นมา สุดท้ายก็ค่อยๆ ยึดครองร่างของเจ้า ส่วนเจ้าจะถูกสังหาร” 

เหออันโหรวอ้าปากเล็กน้อย นางตะลึงอยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุดก็พูดขึ้นมา “หมายความว่าคนพวกนั้น ต้องการพลังนี้ในตัวข้า จึงส่งคนมาสังหารข้า?” 

ลู่ซิงหัวไม่ตอบคำถามของเหออันโหรว แต่กลับยื่นมือออกมาฉีกเสื้อตรงหน้าอกของนางทันที  

เหออันโหรวตกใจร้องออกมา ขณะกำลังคิดจะด่าเขาว่าเจ้าคนชั่ว จู่ๆ ก็นึกถึงตอนพบเขาครั้งแรก ตอนนั้นเขาก็ฉีกเสื้อของตนเช่นนี้ นั่นก็เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของตน พอคิดได้เช่นนี้ เพื่อปกปิดความอึดอัดในใจนางจึงหลับตาลง  

เสื้อของนางถูกลู่ซิงหัวฉีกจนขาด เหลือแต่เสื้อผ้านวมปุยฝ้ายและกระโปรงผ้านวมชั้นใน เหออันโหรวรู้สึกถึงลมหนาวที่พัดถูกตัว จู่ๆ ฝ่ามือร้อนของลู่ซิงหัวก็วางลงบนหน้าอกของตน ร่างกายของนางจึงร้อนไปทั้งตัว เหออันโหรวรู้สึกถึงพลังของลู่ซิงหัวที่เข้าสู่ร่างของตนเป็นระลอก 

ในใจของนางอดร้องออกมาด้วยความประหลาดใจไม่ได้ เพราะนางรู้สึกว่าลู่ซิงหัวได้ปล่อยพลังทั้งหมดให้ตน  

เมื่อพลังในตัวค่อยๆ เข้มแข็งขึ้น เหออันโหรวก็รู้สึกถึงความปั่นป่วนของพลังสีทอง ในใจจึงเริ่มตึงเครียดขึ้น  

นึกไม่ถึงว่าลู่ซิงหัวยังไม่ทันเคลื่อนไหว พลังสีทองก็พุ่งเข้าใส่พลังของเขาแล้ว ทันใดนั้นพลังของลู่ซิงหัวก็ถูกพลังภายในตัวของเหออันโหรว กระแทกจนแตกกระจาย 

ชั่วพริบตา เหออันโหรวก็รู้สึกว่าเส้นชีพจรก็ถูกกระแทกอย่างรุนแรง ลำคอมีกลิ่นคาวแต่นางกลั้นไว้ได้ ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงในตัวทำให้นางยิ่งเป็นห่วงลู่ซิงหัว ไม่รู้ว่าร่างกายของเขาเป็นอย่างไร 

ชั่วพริบตาเหออันโหรวก็รู้สึกว่ามือของลู่ซิงหัวที่แนบกับลำตัวของตนหายไป นางจึงรีบลืมตาขึ้น แต่กลับเห็นลู่ซิงหัวชักมีดสั้นออกมา แทงเข้ากลางฝ่ามือตนเอง เลือดสดๆ ไหลรวมกันที่ปลายนิ้ว ทันใดนั้นก็เอามือนั้นกดตรงหน้าอกของเหออันโหรว แล้ววาดสัญลักษณ์ประหลาด 

นึกไม่ถึงว่าพอเลือดหยดถูกผิวของเหออันโหรวก็ทำให้รู้สึกเจ็บปวดราวกับถูกไฟเผา  

เหออันโหรวกัดริมฝีปากแน่น หน้าผากมีเหงื่อเย็นไหลออกมา  

พอเลือดถูกที่ใดที่นั่นก็มีไอสีเขียวลอยเป็นสาย ในที่สุดก็กลายเป็นรอยประทับสีแดง อยู่บนหน้าอกของเหออันโหรว 

นางก้มหน้าลงมอง กลับพบว่ารอยประทับนี้เป็นภาพหงส์ 

พลังสีทองที่ปั่นป่วนในตัวหายไปอย่างไร้ร่องรอยทันที เหออันโหรวถอนหายใจในที่สุด แต่เห็นลู่ซิงหัวล้มลงข้างๆ อย่างอ่อนแรง  

เหออันโหรวร้องออกมาด้วยความตกใจรีบเข้าไปประคองลู่ซิงหัว นางเห็นเขาปิดเปลือกตาแน่น สีหน้าซีดเซียว ไม่มีความโกรธแม้แต่น้อย 

ในใจเหออันโหรวเริ่มวิตก นางรีบประคองลู่ซิงหัวไปนอนบนเตียง เห็นเขาหายใจรวยรินก็ไม่รู้ว่าควรจะช่วยอย่างไร จึงได้แต่ถอนหายใจ นางยังไม่สามารถฝึกได้ แล้วจะช่วยรักษาอาการบาดเจ็บของลู่ซิงหัวได้อย่างไร 

นางนั่งลง หลับตาสำรวจร่างกายของตน ทันใดนั้นนางก็ประหลาดใจมากเมื่อพบว่าพลังสีทองในตัวได้มลายไปสิ้น และพลังภายในร่างของตน สามารถโคจรได้อย่างอิสระ 

ข้าฝึกได้แล้ว เหออันโหรวรู้สึกตื่นเต้นมาก จึงรีบโคจรพลังในตัวตามวิธีฝึกในหัวทันที 

พอเห็นว่าพลังในตัวโคจรเป็นปกติแล้วและไม่ได้รับผลกระทบใดๆ เหออันโหรวก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก นางลืมตาขึ้น จากนั้นใช้มือกดที่เส้นชีพจรข้อมือของลู่ซิงหัว ลองส่งพลังเข้าไปสายหนึ่ง  

พอเข้าไปในร่างของลู่ซิงหัวจึงเริ่มพบว่าร่างของเขาถูกพลังสีทองเมื่อครู่โจมตีอย่างรุนแรง เวลานี้กำลังบาดเจ็บหนัก เหออันโหรวร้องออกมาในใจด้วยความตกใจ เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้ ลู่ซิงหัวทำให้ข้ารู้สึกว่าเขาช่างเร้นลับสุดหยั่ง คิดไม่ถึงเลยว่าพลังในตัวข้ากลับทำให้เขาบาดเจ็บรุนแรงปานนี้! 

ความรู้สึกผิดในใจเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เหออันโหรวเม้มริมฝีปาก ค้นหาตำแหน่งบาดเจ็บของเขาต่อไป แต่แล้วจู่ๆ ในตัวของลู่ซิงหัวกลับมีพลังที่รุนแรงกระแสหนึ่ง จู่โจมดวงจิตของเหออันโหรว บีบให้ดวงจิตของนางออกไป  

เหออันโหรวรู้สึกสะท้านไปทั้งตัวนางลืมตา แต่แล้วก็เห็นลู่ซิงหัวพลิกตัวผุดลุกขึ้น กดร่างของนาง มือข้างหนึ่งตรึงมือนางไว้ เขาส่งเสียงเตือนและขู่ว่า “เจ้าอยากตายงั้นหรือ” 

เหออันโหรวตกใจจนหน้าซีด ตะลึงมองหน้าลู่ซิงหัวอยู่นาน ในที่สุดก็พูดขึ้น “ก็แค่อยากลองดูว่าจะช่วยเจ้าอย่างไรดี ข้าเห็นเจ้าบาดเจ็บสาหัส” 

ดวงตาของลู่ซิงหัวแดงก่ำ เขาหอบหายใจหนัก เขามองดูเหออันโหรวราวกับว่าอีกวินาทีเดียวจะกลืนนางเข้าไป เหออันโหรวมองดูลู่ซิงหัวอย่างเงียบๆ คนที่อยู่ข้างหน้านี้ท่าทางช่างแตกต่างจากยามปกติที่ปล่อยตัวตามสบาย 

ขณะกำลังคิดเช่นนี้ ก็เห็นร่างของลู่ซิงหัวสั่นสะท้านขึ้นมาทันที แล้วถอนหายใจเบาๆ 

พอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาของลู่ซิงหัวก็ไม่มีแสงสีแดงแล้ว ดวงตาสีดำสนิทนั้นลึกล้ำสุดหยั่ง เขามองดูเหออันโหรวซึ่งอยู่ใต้ร่างของตน ก็ตะลึงเล็กน้อยแล้วอ้าปากถามว่า “เจ้า ทำอะไรหรือ” 

“เจ้าไม่รู้ตัวหรือว่าเจ้าทำอะไรลงไป” เหออันโหรวทำตัวนิ่งเป็นพิเศษจากนั้น เงยหน้าขึ้นมองลู่ซิงหัว 

เวลานี้ดวงตาของลู่ซิงหัวเริ่มแจ่มชัด เขาคิ้วขมวดเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจแล้วลุกขึ้น “ขออภัย เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม” 

เหออันโหรวตกใจเล็กน้อย นางลุกขึ้นนั่งจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่แล้วส่ายหัว “ข้าไม่เป็นไร เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” 

ลู่ซิงหัวหันหน้าเดินไปยังโต๊ะข้างๆ จากนั้นรินน้ำใส่ถ้วยแล้วดื่ม “ข้าไม่เป็นไรแล้ว” 

พอเห็นเขาเช่นนี้แล้ว เหออันโหรวก็โล่งอก พร้อมกับยิ้มให้เขา “ข้าสามารถฝึกได้แล้ว ขอบใจเจ้ามาก” 

ลู่ซิงหัวดวงตาเป็นประกาย เดินเข้าไปจับชีพจรที่ข้อมือของเหออันโหรว มุมปากผุดรอยยิ้มออกมา “เจ้ามีพรฟ้าประทานไม่เลว บรรลุถึงขั้นพลังอัศวฟ้าระดับสูงแล้ว” 

เหออันโหรวรู้สึกดีใจมากแต่สถานการณ์ในเวลานี้ทำให้นางดีใจไม่ออก ท่านพ่อท่านแม่ไม่รู้หายไปไหน และนางเองก็ถูกคนที่ไหนไม่รู้ล่าสังหาร หรือคนพวกนี้ต้องการพลังสีทองในตัวนางอย่างที่ลู่ซิงหัวพูด  

“พลังสีทองในตัวข้าคืออะไรกันแน่ เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับข้าเป็นเพราะพลังนี้หรือ” เหออันโหรวเงยหน้าขึ้นมองลู่ซิงหัว 

ท่ามกลางความมืด ลู่ซิงหัวหยุดมือลง เขาวางถ้วยแล้วหันไปมองเหออันโหรว “ตัวเจ้ามีดวงจิตหงส์” 

ดวงจิตหงส์เป็นดวงจิตกระแสหนึ่งที่ตกค้าง หลังจากหงส์โบราณร่วงลงมา เวลานั้นเหออันโหรวเกือบเอาชีวิตไม่รอด พ่อของนางได้ขอความช่วยเหลือไปทั่วทุกแห่ง บังเอิญไปพบเขาอู๋ซานซึ่งเป็นสถานที่ที่หงส์เคยร่วงลง ตอนนั้นชายชราบนเขาอู๋ซานบอกว่าต้องให้ดวงจิตหงส์มาช่วยเหออันโหรว ให้ดวงจิตหงส์ผนึกอยู่ในร่างของนาง ทำให้นางกับดวงจิตหงส์รวมอยู่ในร่างเดียวกัน แต่กลับส่งผลให้พลังในตัวของเหออันโหรวถูกผนึก หากฝืนใช้พลัง ดวงจิตหงส์ก็จะย้อนกลับมาทำร้ายตัวนางและยึดครองร่างของนาง 

แต่ข้อดีของดวงจิตหงส์คือมีพลังสูงมาก สามารถนำมาใช้เพื่อยกระดับพลังพรฟ้าประทานของทั้งเผ่าพันธุ์ แน่นอนว่ายังสามารถทำลายทั้งเผ่าพันธุ์ได้ด้วย 

“นี่คือสาเหตุที่เผ่าพันธุ์ปีศาจต้องการชิงดวงจิตหงส์เช่นนั้นหรือ” เหออันโหรวก้มหน้ายิ้มอย่างขมขื่นแล้วพูดขึ้น “นึกไม่ถึงว่าข้าจะเป็นคนกำหนดชะตากรรมของโลกมนุษย์” 

ความคิดเห็น