facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

แม้อุปสรรคที่พานพบจะเป็นโชคชะตาขีดลิขิตไว้ ทว่าหากมีองค์ชายอย่างเขาคอยเคียงข้าง นางก็หวังเพียงว่าจะฝ่าฟันมันไปได้...

ตอนที่ 3 ข้อแลกเปลี่ยน

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 ข้อแลกเปลี่ยน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.5k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 18 มี.ค. 2563 15:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 ข้อแลกเปลี่ยน
แบบอักษร

 

คำพูดนี้ทำให้ลู่ซิงหัวได้สติขึ้นมาทันที เขาหันหน้ามามองเหออันโหรวอย่างประหลาดใจ ในที่สุดก็ยิ้มอย่างจนใจ “ก็ได้ เจ้าคิดเช่นนี้ก็ดีแล้ว” 

เขาพูดพลางโอบเอวเหออันโหรวไว้ พานางพุ่งออกไปจากหน้าต่างด้านหลัง 

“นี่ เจ้าจะพาข้าไปที่ไหน” เหออันโหรวตกใจไม่น้อย รีบตะโกนถาม 

แต่ลู่ซิงหัวไม่สนใจทะยานไปข้างหน้า จนกระทั่งร่อนลงมาถึงจวนแห่งหนึ่งจึงหยุด 

ในจวนก็เกิดความโกลาหลทันที “แย่แล้ว! องค์ชายสามพาผู้หญิงมา!” 

“...” 

เหออันโหรวนั่งในห้องที่ลู่ซิงหัวให้คนจัดไว้ ในที่สุดก็โล่งอก ผู้ชายคนนี้ คือยังไงแน่ปรากฏตัวขึ้นอยู่ข้างกายนางอย่างไม่คาดฝัน แล้วรักษาบาดแผลให้นางอย่างไม่คาดคิด และยังพานางกลับบ้านอย่างคาดไม่ถึงอีก 

“คุณหนูเหอ” มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น สาวใช้คนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมถาดใส่ขวดเคลือบใบเล็ก 

“คุณหนูเหอ องค์ชายสั่งไว้ให้คุณหนูกินโอสถทิพย์ในขวดทุกวันวันละหนึ่งเม็ด แล้วองค์ชายจะมารักษาให้คุณหนูทุกวัน” 

เหออันโหรวรับขวดเคลือบจากมือสาวใช้ เทโอสถทิพย์ลงบนฝ่ามือแล้วดม เพียงแค่สูดกลิ่นก็รู้สึกว่าอาการเจ็บแผลลดลงในพริบตา นางอดชื่นชมอย่างประหลาดใจไม่ได้ แต่แล้วก็นึกขึ้นมาได้ ผู้ชายคนนี้ช่วยตนอย่างไม่น่าเชื่อเพื่ออะไรกันแน่ 

นางเงยหน้าขึ้นมองสาวใช้ “องค์ชายสามบอกหรือไม่ว่าเหตุใดจึงช่วยข้า” 

สาวใช้เกาหัวแกรกๆ ยิ้มอย่างนอบน้อมแล้วหันหลังออกไป  

เหออันโหรวนั่งบนเตียงด้วยใจห่อเหี่ยว กินโอสถทิพย์แล้วหลับตานั่งสมาธิ 

สมองปรากฏภาพการฝึกในวัยเด็ก นางจึงลองเริ่มโคจรพลังภายในร่าง พลังมารวมกันที่จุดตานเถียน แต่เหออันโหรวกลับรู้สึกว่าพลังพวกนี้ควบคุมไม่อยู่ กลับไม่เคลื่อนไหวเหมือนน้ำทะเลสาบที่นิ่งสงบ 

เหออันโหรวขมวดคิ้วแน่นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ขณะนั้นเอง จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงลู่ซิงหัวดังขึ้น “บอกแล้วว่าให้รอข้าก่อน” 

จากนั้นฝ่ามือกว้างใหญ่ของลู่ซิงหัวก็แตะที่หลังของเหออันโหรว  

ทันใดนั้นเองเหออันโหรวรู้สึกมีพลังสายหนึ่งเคลื่อนผ่านเส้นลมปราณเข้าสู่ร่าง ชั่วพริบตาเหออันโหรวก็รู้สึกเหมือนลำตัวพองออก จากนั้นก็คืนสู่ปกติในชั่ววินาทีนั้น  

หลังจากลู่ซิงหัวโคจรพลังเข้าไปในร่างของเหออันโหรวครบรอบแล้ว เขาก็ออกจากตัวนางอย่างช้าๆ 

ในที่สุดเหออันโหรวก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นลู่ซิงหัวมองนางด้วยสีหน้าเคร่งเครียดพอดี “เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าผลจากการฝึกเองเมื่อตอนเด็กทำให้เกิดอะไรขึ้น” 

เหออันโหรวก้มหน้า รู้ว่าตนผิดไปแล้วจึงไม่กล้าพูดอะไรอีก 

“ข้าให้เจ้าฝึกก็ได้” ลู่ซิงหัวนั่งตรงกันข้ามกับเหออันโหรว ในห้องเงียบกริบได้ยินแต่เสียงคุยของทั้งสอง  

“ทำไมเจ้าจึงช่วยข้า” เหออันโหรวสงสัยในเจตนาของชายที่อยู่ข้างหน้า  

“เพราะข้าอยากให้เจ้าช่วยข้าทำอะไรอย่างหนึ่ง” ลู่ซิงหัวก้มลงรินน้ำ ดื่มรวดเดียวหมดแล้วถอนหายใจ ท่าทางเขาคงเข้ามาอย่างเร่งรีบเดินอย่างร้อนใจ “ข้าอยากให้เจ้าช่วยข้าสร้างร่างหนึ่งขึ้นมา” 

สร้างร่าง! เหออันโหรวเบิ่งตากว้าง แม้แต่ร่างยังสามารถสร้างขึ้นมาได้! โลกนี้ช่างอัศจรรย์จริงๆ! นางนางเข้าใกล้เขา มองลู่ซิงหัวอย่างไม่กะพริบตา “เจ้าบอกว่าสร้างร่าง? ร่างของคน?” 

ลู่ซิงหัวพยักหน้าอย่างจริงจัง 

เหออันโหรวเอามือแตะหน้าผากถอนหายใจไม่รู้จะทำอย่างไร ยิ้มขืนๆ “เจ้าพูดอะไร ข้าฟังไม่รู้เรื่อง” 

“ไม่เป็นไร” ลู่ซิงหัวขมวดคิ้วเล็กน้อย ราวกับว่าไม่รู้จะทำอย่างไร “เวลานี้เจ้าเพียงแต่รักษาอาการบาดเจ็บให้หายก็พอ” 

ดังนั้นหลายวันมานี้ เหออันโหรวจึงอยู่แต่ในจวนของลู่ซิงหัว ทุกวันสาวใช้จะเอาโอสถทิพย์มาให้นางหนึ่งเม็ด และทุกวันลู่ซิงหัวจะมาหานาง ช่วยเดินลมปราณรักษาอาการบาดเจ็บ 

พอถึงวันที่ห้า ตกกลางคืน จู่ๆ เหออันโหรวก็สะดุ้งตื่นจากฝัน ไม่รู้ทำไม จู่ๆ พลังกระแสหนึ่งในตัวก็ระเบิดออกกะทันหัน ทำให้สีหน้าของนางเปลี่ยนไปทันที ดวงตานางเบิ่งกว้างรีบลุกขึ้นนั่งสมาธิ ตรวจสอบร่างกายก็พบพลังอัศจรรย์กระแสหนึ่งปั่นป่วนอยู่ในร่าง ทำให้เส้นลมปราณเจ็บปวดอย่างรุนแรง แล้วเหออันโหรวก็กระอักเลือดออกมาอย่างฉับพลัน นางจึงรู้ว่าเส้นลมปราณที่เคยรักษาหายแล้ว เวลานี้มีรอยแผลเพิ่มขึ้น 

ทันใดนั้นนางก็ได้ยินเสียงเคร่งเครียดดังเข้ามา ลู่ซิงหัวพูดอย่างร้อนใจว่า “อย่าขยับ หลับตา!” 

พอรู้ว่าลู่ซิงหัวเข้ามา เหออันโหรวก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกรีบหลับตาต่อ แม้เส้นลมปราณทั่วร่างจะเจ็บปวดอย่างรุนแรงแต่นางก็พยายามกัดฟันทน 

ผ่านไปครู่หนึ่งก็รู้สึกถึงพลังอบอุ่นจากภายนอกกระแสหนึ่งประดังเข้ามา หัวใจที่เป็นกังวลของเหออันโหรวจึงสงบลง 

นางมองดูพลังของลู่ซิงหัว กำลังนำพาพลังในร่างของนางมุ่งไปยังพลังอัศจรรย์นั้น 

พอเคลื่อนตามพลังของลู่ซิงหัว ทำให้นางพบว่าในตัวของนางยังมีพลังโอสถทิพย์เหลืออยู่ ดังนั้นแม้เส้นลมปราณจะบาดเจ็บแต่ก็ฟื้นได้อย่างรวดเร็ว  

ทำให้เหออันโหรวถอนหายใจอย่างโล่งอกโดยไม่รู้ตัว อยากรู้จริงๆ ว่าพลังอีกกระแสหนึ่งในตัวเป็นอะไรแน่ นางได้แต่ทำใจให้สงบมุ่งสำรวจต่อไป 

ทันใดนั้นเบื้องหน้าก็มีพลังสีทองปรากฏขึ้น ราวกับลูกธนูแหลมคมพุ่งเข้าใส่พลังของทั้งสอง  

เหออันโหรวตกใจจนแทบกรีดร้อง แต่รู้สึกว่าพลังของลู่ซิงหัวได้ห่อหุ้มเส้นลมปราณของตนไว้ทันที จากนั้นก็พุ่งเข้าใส่พลังสีทอง  

แต่พลังสีทองนั้นแกร่งเกินไป แม้ลู่ซิงหัวยากจะมองออกแต่ก็เห็นได้ชัด พลังสีทองนั้นกดพลังของเขาอย่างร้ายแรง ในวินาทีนั้นนางรู้สึกว่าถูกบีบให้ออกมา 

นางลืมตาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก็เห็นลู่ซิงหัวกระอักเลือดออกมาทันที สีหน้าซีดเซียวขึ้นเดี๋ยวนั้น ลู่ซิงหัวหดมือกลับชั่วพริบตา จากนั้นก็เริ่มเดินลมปราณรักษาอาการบาดเจ็บ  

เหออันโหรวรู้สึกผิด ไม่รู้ว่าทำไมผู้ชายคนนี้จึงพยายามปกป้องตนอย่างถึงที่สุด แต่ดูจากสภาพเวลานี้ นางไม่ควรจะให้เขายุ่งกับเรื่องนี้อีก ไม่เช่นนั้นจะเกิดผลร้ายแรงกับเขา 

เหออันโหรวจึงลุกขึ้นยืนอย่างเงียบๆ เตรียมออกไปจากห้อง เพื่อไม่รบกวนการรักษาอาการบาดเจ็บของลู่ซิงหัว แต่นึกไม่ถึงว่าเขากลับพูดอย่างเย็นชา ทั้งๆ ที่ยังหลับตาว่า “นั่งลง เจ้าไม่อยากมีชีวิตหรืออย่างไร” 

เหออันโหรวตะลึงเล็กน้อย นึกไม่ถึงว่าลู่ซิงหัวจะใส่ใจนางถึงเพียงนี้ นางเองก็รู้สึกว่าร่างกายมีอาการเจ็บอยู่ลึกๆ จึงถอนหายใจกลับไปนั่งข้างหน้าลู่ซิงหัว 

ลู่ซิงหัวลืมตาขึ้น แสงเทียนสลัวในห้องส่องให้เห็นสีหน้ายากจะคาดเดาของลู่ซิงหัว เขาจ้องเหออันโหรวตาไม่กะพริบ แล้วถามด้วยน้ำเสียงกดต่ำ “คราวนี้เจ้ารู้ความเป็นมาของตัวเองแล้วใช่หรือไม่” 

เหออันโหรวมีสีหน้างุนงง ความเป็นมาอะไรหรือ หรือเขาหมายถึงพลังกระแสนั้น? เหออันโหรวก้มหน้าส่ายหัว “พลังกระแสนั้น ข้าเองก็ประหลาดใจมาก ไม่รู้ว่ามาจากที่ใด ทั้งไม่เคยรับรู้ถึงพลังกระแสนี้มาก่อน” 

ความคิดเห็น