facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

แม้อุปสรรคที่พานพบจะเป็นโชคชะตาขีดลิขิตไว้ ทว่าหากมีองค์ชายอย่างเขาคอยเคียงข้าง นางก็หวังเพียงว่าจะฝ่าฟันมันไปได้...

ตอนที่ 2 ชาติกำเนิดที่แท้จริง

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 ชาติกำเนิดที่แท้จริง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.6k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ม.ค. 2563 09:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 ชาติกำเนิดที่แท้จริง
แบบอักษร

 

จากนั้นฝ่ามือใหญ่อบอุ่นทั้งสองข้างก็โอบไหล่เหออันโหรวเบาๆ ในทันใด เสียงไพเราะอ่อนโยนเป็นพิเศษของเขาดังขึ้นเหนือศีรษะ “เชื่อฟังข้า โหรวเอ๋อร์ เข้าไปดูกันเถอะ” 

ในใจของนางรู้สึกเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที เหออันโหรวอดสั่นสะท้านไม่ได้ ผู้ชายคนนี้เป็นบ้าอะไรตอนนี้ ฉันไม่ได้รู้จักเขาสักหน่อย 

นางกึ่งขัดขืนกึ่งยินยอม ในที่สุดองค์ชายสามก็ดันเหออันโหรวเข้าไปในจวนแม่ทัพ 

ขณะที่เหออันโหรวคิดจะระบายความโกรธออกมา จู่ๆ มือที่โอบไหล่อยู่ก็คลายออก เขาเดินจากข้างหลังมาอยู่เบื้องหน้านาง เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยพูดน้ำเสียงจริงจังว่า “เวลานี้เจ้าตกอยู่ในอันตราย ที่นี่ไม่ใช่บ้านของเจ้าแล้ว มีคนกำลังตามจับเจ้าอยู่” 

ตามจับ? ไม่ใช่ล่าสังหาร? เหออันโหรวมีสีหน้างุนงง ก้มหน้ามองบาดแผลบนตัว คิ้วก็ขมวดแน่น “ทำไมพวกนั้นต้องการจับข้า” 

“เจ้ารู้ชาติกำเนิดที่แท้จริงของตัวเองหรือไม่” ลู่ซิงหัวส่ายหน้า เขาพูดตบไหล่นาง 

ไม่ทันได้ถามลู่ซิงหัวว่าหมายความว่าอย่างไร จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเอะอะดังเข้ามา เหออันโหรวหันไปมองที่หน้าประตูด้วยความอยากรู้ แต่ลู่ซิงหัวจับเหออันโหรวให้กลับมาทันที เขาพูดพลางส่ายหน้าอย่างเคร่งเครียด “อย่าหันไป พวกนั้นรู้จักเจ้า” 

เหออันโหรวใจเต้นโครม นางรีบก้มหน้าลง ได้ยินเสียงลู่ซิงหัวเดินเข้าไปพูดว่า “แม่ทัพเซี่ยไม่เจอกันตั้งนาน” 

ทำไมแม่ทัพเซี่ยก็อยู่ที่นี่ เหออันโหรวเดินเข้าไปในห้อง สำหรับเหตุการณ์ในเวลานี้นางยิ่งจับต้นชนปลายไม่ถูก 

“องค์ชายสาม” แม่ทัพเซี่ยกุมมือคารวะพลางยิ้ม “เมื่อครู่ข้าเห็นองค์ชายสามอยู่กับแม่นางท่านหนึ่ง ไม่ทราบว่าแม่นางท่านนั้นเป็นใคร” 

ลู่ซิงหัวเลิกคิ้ว สีหน้าเหมือนจะยิ้มแต่ไม่ยิ้ม “เจ้าดูแลทั่วถึงจริงๆ” 

แม่ทัพเซี่ยยิ้มเจื่อนๆ “เมื่อครู่ข้าเห็นแม่นางท่านนั้นเหมือนบุตรสาวคนโตของแม่ทัพเหอจริงๆ นะพ่ะย่ะค่ะ” 

“แล้วอย่างไร ครอบครัวแม่ทัพเหอเกิดเรื่อง เพราะแม่ทัพเหอทำผิดอะไรงั้นหรือ” ลู่ซิงหัวยิ้มหยัน “แต่เจ้ากลับน่าสงสัย ก่อนมีการประกาศเจ้าได้รับคำแต่งตั้งจากที่ใดให้มารับหน้าที่แทนแม่ทัพเหอ” 

แม่ทัพเซี่ยยังอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ถูกคำพูดนี้ดักไว้ ทำให้สีหน้าของแม่ทัพเซี่ยอึดอัดจนแดง เขาก้มหน้าลงกำหมัดแน่น แต่ก็ไม่กล้าทำอะไรกับลู่ซิงหัว  

เหออันโหรวยืนอยู่ในห้องพอได้ยินคำพูดนี้ หัวใจก็เต้นโครมทันที ใช่สิ ทำไมตนจึงนึกไม่ถึงว่าเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้น แม่ทัพเซี่ยท่านนี้ก็เข้ามาควบคุมจวนแม่ทัพเหอแล้ว ข่าวนี้ช่างรวดเร็วจริงๆ  

นางถอนหายใจ ยิ่งรู้สึกว่าช่วงเวลานี้อันตรายจริงๆ นางรีบรื้อห้องหนังสือ เพื่อค้นหาสารที่แม่ทัพเหอเขียนทิ้งไว้  

แต่ค้นหาจนทั่วแล้วก็ไม่พบอะไร ขณะที่ยืนด้วยความผิดหวังในห้องหนังสือ นางก็ได้ยินเสียงลู่ซิงหัวดังเข้ามาว่า “โหรวเอ๋อร์ เจ้าอยู่ที่นี่แหละไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น ข้าจะไปดูข้างหลังเสียหน่อย” 

เสียงเรียกโหรวเอ๋อร์ช่างเป็นธรรมชาติเหลือเกิน ช่างอ่อนโยนยิ่งกว่าตอนที่เข้ามาราวกับสายน้ำ แต่เหออันโหรว กลับอดสั่นสะท้านไม่ได้ 

เสียงเดินข้างนอกค่อยๆ เงียบไป จากนั้นก็มีเสียงแม่ทัพเซี่ยดังเข้ามา “เจ้าสองคนช่วยเข้าไปดูคนในนั้นว่าเป็นบุตรสาวคนโตของแม่ทัพเหอหรือไม่” 

“แต่ว่าท่านแม่ทัพ นี่เป็นคนที่องค์ชายสามพามา ถ้าเราผลีผลาม...” 

“พูดเหลวไหล! องค์ชายสามแล้วอย่างไร ก็แค่คุณชายเจ้าสำราญวันๆ ไม่ทำการทำงาน เอาแต่จีบผู้หญิง ถ้าเกิดอะไรขึ้นแค่เอาผู้หญิงสักสองสามคนไปให้ก็เรียบร้อย” 

เหออันโหรวเครียดขึ้นมาทันที แย่แล้ว พวกนี้มีแผนจริงๆ ด้วย นางจึงรีบเดินไปแทรกตรงประตูห้องหนังสือ หันไปมองจานฝนหมึกงามประณีตวางอยู่บนโต๊ะ จึงหยิบขึ้นมาแล้วไปยืนที่หน้าประตูเงียบๆ ฟังเสียงข้างนอก 

แม้จะพบหน้าลู่ซิงหัวเป็นครั้งแรก แต่เมื่อเทียบกับพวกที่อยู่ข้างนอก ลู่ซิงหัวก็น่าไว้ใจกว่า เวลานี้ข้างนอกไม่มีลู่ซิงหัว นางกลับกระวนกระวายใจมาก 

ทันใดนั้นก็มีคนผลักประตูเข้ามา ในหัวของเหออันโหรวมีเสียงดังวิ๊ง สีหน้าซีดทันใด สภาพร่างกายเวลานี้ต้านทานพวกนั้นไม่ไหว นางจับจานฝนหมึกไว้มั่น เม้มริมฝีปาก สูดหายใจเข้าลึก  

ชายสองคนเข้ามาทันที แต่กลับพบความว่างเปล่า ขณะที่กำลังตกตะลึง จู่ๆ เหออันโหรวก็พุ่งออกมาจากหลังประตู ฟาดจานฝนหมึกในมือเข้าใส่ชายที่อยู่ข้างหน้าเต็มแรง 

พวกเขาถอยโดยสัญชาตญาณ และหลบพ้นการจู่โจมของเหออันโหรวอย่างง่ายดาย 

เหออันโหรวเห็นคนทั้งสองกรูเข้ามาหาก็รีบถอยหลัง แต่ทั้งสองมีพละกำลังมากเกินไปทหารนายนั้นยื่นมือมารวบเสื้อของนางไว้ได้โดยไม่ทันคาดคิด ก็ดึงตัวเหออันโหรวเข้ามา ทหารอีกคนหนึ่งเอาเชือกมัดมือของเหออันโหรวไว้ 

เหออันโหรวอยากตะโกนให้คนช่วย แต่ก็รู้ว่าเวลานี้ข้างนอกมีแต่คนของแม่ทัพเซี่ย ถ้าขืนตะโกนออกไปคงไม่เป็นผลดีแน่ แต่เวลานี้นางกำลังจะถูกจับตัวไปกลับไม่รู้จะทำอย่างไร ในใจนึกต่อว่าลู่ซิงหัว เหตุใดจึงจากไปในเวลาคับขันเช่นนี้ แต่แล้วนางก็โทษตัวเอง ว่าเหตุใดจึงคิดว่าเขาเป็นคนเลว ไม่ว่าอย่างไรอย่างน้อยเขาก็ช่วยชีวิตนางได้ 

ขณะที่เหออันโหรวกำลังคิดสับสนอยู่นั้น จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงแหวกอากาศระลอกหนึ่งดังขึ้นที่นอกประตู ยังไม่ทันดูว่าเป็นใคร ได้ยินแต่เสียงหัวเราะหยัน ทันใดนั้นก็มีเงาคนลอยเข้ามา นิ้วมือเรียวยาวนั้นเกี่ยวคอเสื้อของทหารไว้ แล้วลากไปข้างหลัง ใบหน้าของลู่ซิงหัวฉายแววอำมหิต “ไม่พบหลักฐานก็ยังฆ่าปิดปากไม่ได้ พวกเจ้ามันน่าสงสัยจริงๆ ด้วย” 

เหออันโหรวโล่งอกทันที แต่ก็ยังมีบางอย่างค้างคาใจ ชายคนนี้ความจริงแล้วต้องการหาหลักฐานที่พวกนี้คิดจะจับตน แต่ปล่อยให้พวกนี้จับนางเช่นนี้ อันตรายจริงๆ  

ลู่ซิงหัวเดินมาหาเหออันโหรว กั้นนางให้ไปอยู่ข้างหลัง เขากระตุกมุมปากขึ้นเล็กน้อย หันไปมองเหออันโหรวด้วยความสบายใจแล้วถามขึ้น “เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม” 

เหออันโหรวมองลู่ซิงหัวอย่างไม่สบอารมณ์ นางถอนหายใจ “เจ้ามาก็ดีแล้ว โชคดีจริงๆ” 

ลู่ซิงหัวหัวเราะเบาๆ รวบรวมพลังสีม่วงในมือ พุ่งเข้าใส่คนทั้งสองที่อยู่เบื้องหน้า  

นางได้ยินเสียงทั้งคู่ร้องโอย จากนั้นร่างของพวกนั้นก็ลอยละลิ่วทะลุประตูใหญ่ไปตกที่เท้าของแม่ทัพเซี่ยพอดี  

แม่ทัพเซี่ยก้มลงมองคนทั้งสองที่นอนอยู่ตรงพื้น ก็สีหน้าโกรธจัดจนน่ากลัว เขาเงยหน้ากัดฟันมองลู่ซิงหัว “ไม่ทราบว่าคนของข้าทำอะไรผิด องค์ชายสามจึงสั่งสอนเช่นนี้” 

“เจ้าถามตัวเองไม่ดีกว่าหรือ เหตุใดต้องถามข้า” ลู่ซิงหัวหันไปแก้เชือกที่มือของเหออันโหรว พานางออกห่างจากแม่ทัพเซี่ย ขณะกำลังจะออกไป จู่ๆ เหออันโหรวก็ได้ยินเสียงแม่ทัพเซี่ยพูดออกมาอย่างดุดันว่า “องค์ชายสาม ข้าขอเตือนองค์ชายให้ระวังตัว ไม่เช่นนั้น ข้ารับรองไม่ได้ว่าท่านจะประสบเหตุร้ายอะไรข้างนอก” 

ลู่ซิงหัวยกยิ้มมุมปากอย่างไม่ใส่ใจ พยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นก็ออกไปจากจวนแม่ทัพพร้อมกับเหออันโหรว 

“พ่อข้าตายจริงๆ หรือ” เหออันโหรวขมวดคิ้วพึมพำเบาๆ  

“อาจจะจริง” ลู่ซิงหัวท่าทางเหม่อลอย เขามองซ้ายมองขวาพูดเออออตาม 

เหออันโหรวขอบตาแดงก่ำ มือกำหมัดแน่น แต่กลับส่ายหัวพูดหนักแน่นว่า “ท่านพ่อท่านแม่ข้ายังไม่ตายแน่ เพราะความรู้สึกของข้าบอกเช่นนี้” 

ความคิดเห็น