email-icon

เรื่องคนธรรพ์หนุ่มขี้อ่อยกับบุตรสาวพญานาครักสนุก เขาต้องพาเธอกลับบ้าน เธอต้องการเที่ยวเล่นไปเรื่อยๆ ใครจะเสร็จใครมาลุ้นกันค่ะ

26 - ฝังใจรอคอย แต่เบาๆ หน่อยได้ไหม

ชื่อตอน : 26 - ฝังใจรอคอย แต่เบาๆ หน่อยได้ไหม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 708

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ก.พ. 2563 22:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
26 - ฝังใจรอคอย แต่เบาๆ หน่อยได้ไหม
แบบอักษร

 

กลางดึกคืนนั้นที่ทะเลมืดสนิท สุกณนอนหลับไม่รู้ไม่ชี้บนเตียงใหญ่ที่ยับยุ่งเหยิง แต่ข้างกายเขาว่างเปล่า ไม่มีวารีนิตย์ คู่นอนคนล่าสุดของเขา.. 

แต่ในห้องน้ำที่ติดกัน งูใหญ่อ้วนอวบสีเขียวอ่อนขดนอนขดอยู่ในอ่างน้ำอุ่น มันหลับตาวางคางลงบนขอบอ่างแล้วก็ถอนหายใจ... 

ข้างนอกหน้าต่างที่เปิดออกเห็นเพียงทะเลยามราตรี มีแต่ความเวิ้งว้างใต้หน้าต่างที่มองไปเห็นทะเลลึกที่ใครตกลงไปคงดำดิ่งสู่ความตาย ไร้หนทางหลบหนีแม้แต่สำหรับนางนาคีเช่นเธอ เพราะงูไม่ถูกโรคกับการถูกจับโยนจากที่สูงอยู่แล้ว ครุฑคนหนึ่งเคยพยายามทำมาแล้วกับเธอ.. 

และมันเจ็บปวดฝังใจ...  

ผณินวารีในร่างงูปัดความทรงจำในอดีตออกไป รู้สึกท้อแท้เหนื่อยล้า คฤหาสน์แห่งนี้ ห้องๆ นี้ มาเฟียก็คนนี้อีก เธอจะหนีไม่พ้นวงจรนี้เลยหรือไร ? จริงอยู่เธอสามารถออกไปแผลงฤทธิ์ฆ่าสุกณและทุกคนในบ้านให้ตายดับสูญทั้งหมด และหนีไปก็ได้.. แต่นางนาคีจำแลงรู้ดีว่า หากทำเช่นนั้น โอกาสในการหลบอยู่อย่างสงบๆ ในสังคมมนุษย์จะยิ่งยาก เธอไม่อยากมีเรื่อง ไม่อยากถูกตามล่า เธอแค่ต้องการมีชีวิตแบบที่ต้องการ ไม่เดือดร้อนใคร อยากไปกับใครก็ไป อยากเลิกกับใครก็เลิก..  

แล้วใบหน้าของคีตาก็หวนเข้ามาในห้วงสำนึก..  

ไอน้ำกระจายฟุ้งทั่วห้องน้ำในฉับพลัน แทนที่งูเขียวอวบ ก็มีหญิงสาวหน้าตาสวยที่แววตาแสนเศร้าปรากฏขึ้น  

ผณินวารีคืนร่างเพราะความคิดถึงมันทำให้เธอมีน้ำตา และงูร้องไห้ไม่ได้ ไม่เหมือนวารีที่ใจอ่อนอ่อนไหวไปแล้ว..  

มือเรียวปาดน้ำตาพลางมองเหม่อไปนอกหน้าต่าง... รู้สึกโดดเดี่ยว อยากให้พี่ชายมาช่วย อยากวิ่งแจ้นออกไปหาคีตาเสียเดี๋ยวนี้ อยากไปปลอบโยน กอดเขาบอกเขาว่าไม่เป็นไร เธอไม่โกรธ อย่าตายนะ อย่าหายไปไหน..  

แต่แล้ว.. เสียงเพลงอ่อนหวานก็ลอยลมขึ้นทางหน้าต่างห้องน้ำที่เปิดอยู่.. 

ถึงจะสิ้นวิญญาณกี่ครั้ง ฉันก็ยังรักเธอฝังใจ 

ถึงจะสิ้นดวงจันทร์ไฉไล ไม่เป็นไรเพราะยังมีเธอ 

ฟ้าจะมืด จะมัวช่างฟ้า ขอให้มีสายตาหวานละเมอ 

ถึงจะสิ้นแผ่นดินนะเออ ให้ได้เจอยิ้มเธอชื่นใจ 

ไม่ได้ชิดก็ขอเพียงได้ชม ไม่ได้สมไม่เห็นแคร์อะไร 

ขอให้ได้รัก ข้างเดียวเข้าไว้  

ไม่เช่นนั้น ใจฉันคงหลุดลอย 

ถึงโลกแตก แหลกลาญสิบครั้ง  

ฉันก็ยังฝังใจรอคอย แม้จะสิ้นวิญญาณเลื่อนลอย 

ก็จะคอยพบเธอ ชาติอื่นเอย  

(เพลงรักไม่รู้ดับ ขับร้องต้นฉบับ -คุณสวลี ผกาพันธุ์ เนื้อร้อง - คุณสุรพล โทณะวณิก)  

เสียงนุ่มทุ้มลอยลมมาฟังเบาๆ ทำนองดนตรีเครื่องสายอะไรสักอย่าง ร่าเริงสดใสทำให้ผณินวารีตาโต !  

เสียงนี้มัน ! คีตา !  

เธอยิ้มทั้งน้ำตา รีบวิ่งไปที่หน้าต่าง แต่ข้างล่างมองออกไปก็ไม่เห็นอะไรนอกจากสนามหญ้าในความมืด เรือนพักของลูกน้องของสุกณ และรั้วที่กั้นหน้าผากับทะเลเวิ้งว้าง.. 

ผณินวารีหน้าหุบยิ้ม อึ้ง.. หรือว่า เธอหูฝาดไป ? หรือเป็นลูกไม้หลอกลองใจของสุกณ ? หญิงสาวสับสน.. คิดไปไกล.. 

เสียงเพลงจบลงพอดี... เหมือนปรากฎขึ้นเพื่อปลอบขวัญเธอเท่านั้น..  

ดวงตากลมโตยังคงจ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง.. มองหาในความมืดว่าเสียงเพลงเมื่อกี้มาจากที่ใด.. 

แม้จะไม่รู้แน่ แต่มันก็ให้ความหวังอบอุ่นในใจกับเธอ 

--------------- 

วันรุ่งขึ้น สุกณกับผณินวารีนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ชายวัยห้าสิบหน้าตาดุดันมองคู่นอนของเขาอย่างพออกพอใจ หญิงสาวแต่งหน้าเข้มขึ้นตามที่เขาชอบ แต่งตัวด้วยเสื้อผ้ารัดรึงร่างกายและสั้นจนทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด เธอช่างดูพร้อมใช้งานตลอดเวลา.. 

สุกณมองหญิงสาวด้วยสายตาโลมเลีย "เมื่อคืนเหนื่อยไหม ?" เขาถามเหมือนนุ่มนวลห่วงใย แต่ความจริงถามเพื่อรอคำชม 

ผณินวารียิ้มหวานตามมารยาที่เคยแสดงเป็นประจำเมื่อก่อน "เหนื่อยสิคะป๋า เมื่อยไปหมดเลย" เธอทำท่าค้อนควัก "ป๋าแรงเยอะ ฟิตมากค่ะ"  

สุกณหัวเราะชอบใจจริตของเธอแล้วก็หันไปสั่งลูกน้อง "ยกอาหารมาได้ ขอดนตรีด้วย" แล้วก็หันมามองหญิงสาวด้วยดวงตาเชื่อมเยิ้ม "ผมมีนักดนตรีมาสมัครงานกลางดึก ยังไม่เคยฟังเหมือนกันว่าฝีมือเป็นอย่างไร แต่ไอ้พวกเด็กๆ มันบอกว่าดีมาก เก่งเหมือนเป็นเทวดาจำแลงมาเล่น"  

เขาลูบหลังมือของเธอ "ผมหามาให้วารีนะ วารีเคยบอกว่าชอบฟังดนตรีเล่นสด อยากออกไปฟัง ผมไม่ให้ไป กลัวอันตราย วารีก็งอนจำได้ไหม ? ผมเลยหามาให้เลยเป็นของขวัญ วารีจะได้ไม่ต้องออกไปไหนไง ?" 

ผณินวารียิ้มแห้ง นึกเซ็งในใจ สุกณเพิ่งปิดทางหนีทีไล่เธอไปอีกทางสำหรับการหลบหนี.. แต่หญิงสาวก็กลบเกลื่อนด้วยมารยาหญิง "ป๋า ใจดีกับวารีมากเลยค่ะ วารีปลื้มมากเลยค่ะ" เธอยกมือไหว้ ! แต่ในใจอยากกรี๊ดดังๆ ! ที่โดนดักทาง !  

หลังจากจานอาหารวางลงไม่นาน ก็มีเสียงกระแอมดังขึ้นเบาๆ  

"สวัสดีครับ ผมชื่อกรรณเทพ เป็นนักดนตรีสมัครเล่นครับ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ" เสียงทักนุ่มนวลคุ้นหู ทำให้ผณินวารีหันขวับ ! แล้วก็อ้าปากค้าง ตาโตตกใจ !  

คีตา ! เขายังไม่ตาย ! ดวงตากลมโตของผณินวารีเบิกกว้าง มองขึ้นลงสำรวจตัวเขาแล้วดวงตาโตของเธอก็ยิ่งเบิกกว้างขึ้นอีก ! ไม่มี ! เขาไม่มีรอยแผลเป็นอะไรเลย ! เป็นไปได้ยังไง ? คนธรรมดาๆ โดนลูกน้องของ สุกณ อัดจนเละแบบที่เธอเห็นต้องสะบักสะบอมนอนห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาลสิ ! ไม่ใช่ยืนยิ้มสบายๆ แบบนี้ ! 

หรือว่า ..ผณินวารีคิดในใจ หรือว่าคีตาเป็นคนของสุกณจริงๆ จึงไม่เจ็บไม่บอบช้ำ ? เพราะทั้งหมดคือการจัดฉาก ! หรือว่าเลือดที่เธอเห็นบนตัวของเขาในตอนนั้นคือเลือดปลอม และลูกน้องสุกณแค่เล่นหนังทำขึงขังเพื่อหลอกให้เธอตายใจ !  

หญิงสาวจึงหน้าบึ้งนั่งคอแข็ง แววตาเย็นชาหวาดระแวงมองนักดนตรีรูปงามที่บอกว่าตัวเองชื่อกรรณเทพ ก่อนหันไปหาสุกณ ยิ้มอ่อนหวานแล้วอ้อน "ป๋าขา ป๋าน่ารักที่สุดเลย วารีรักป๋าที่สุดเลยค่ะ ป๋าเป็นผู้ชายคนเดียวในใจของวารีเลยค่ะ"  

สุกณยิ้มชอบใจ ถึงจะรู้ว่าเป็นมารยาหญิงแต่เขาก็ชอบฟัง.. เขาจึงหันไปหาชายหนุ่มนักดนตรีที่เขาไม่เคยเห็นหน้า แต่ลูกน้องประจำบ้านของเขาบอกว่าฝีมือดี "เล่นอะไรวัยรุ่นๆ ที่กำลังดังหน่อย แฟนผมไม่ค่อยได้ออกไปไหน ไม่ต้องกลัวเล่นเพลงได้ทุกเพลงทุกอย่างที่เข้ากับวัยของเธอ"  

นักดนตรีหนุ่มหน้าหล่อจนสวยซ่อนรอยยิ้มไว้ในใจ ถ้าเอา อายุจริง ของแฟนของท่าน คงต้องเล่นเพลงมโหรีต้นกรุงรัตนโกสินทร์อะไรทำนองนั้นกระมัง ? ดวงตาสีน้ำตาลอมทองของเขามองหญิงสาวที่แต่งตัวยั่วอารมณ์อย่างขัดใจ เธอทำอย่างนี้ทำไม ? มาเป็นแฟนเก็บของมาเฟียอย่างสุกณ ? มันดีหรือ ? ถึงเขาจะรู้ว่าเธอโกรธเขา แต่มันก็เจ็บที่เห็นเธอยิ้มออดอ้อนฉอเลาะกับสุกณ เหมือนหมดรักกันแล้วรอยยิ้มของเธอ คำหวานของเธอ แววตาหวานซึ้งของเธอควรเป็นของเขา.. เขารักเธอมากกว่าไอ้มาเฟียแก่นี้แน่นอน ! 

แต่คนธรรพ์เห็นท่าทางนั่งคอแข็งของสาวเซ็กซี่สวยเผ็ดตรงหน้าแล้วก็ก้มหน้า เฮ้อ ยอมไปก่อนก็ได้ เขาคิดในใจ.. คนธรรพ์จำแลงเก็บซ่อนความน้อยใจไว้ไม่ให้ปรากฏ พยายามเตือนตัวเอง แต่ความเป็นศิลปินทำให้เขาอดไม่ไหว..

กว่าจะรู้ตัว มือเขาที่พรมกีตาร์โปร่งก็เล่นเพลงสมัยใหม่ที่โดนใจเขาเพลงหนึ่งออกมา

ได้เพียงแค่มองไม่เคยได้ลอง ไม่เคยได้เคลื่อนไหว 

ก็มาตั้งนานตั้งแต่เมื่อวาน แต่เธอไม่สนใจ 

ฉันก็ไม่กล้าบอกก็คิดไปคนเดียวก่อน 

ก็ทำได้แต่เพียงเท่านั้น ฉันเป็นคนมาก่อนแต่เขาเป็นคนได้กอด 

ไม่ทันได้รักกัน  

เธอคงไม่รู้ว่ามีคนอีกคนที่ทนไม่ไหว 

เห็นเธอกับเขารักกันรู้ไหมว่าฉันเสียใจ 

รักกันเบาๆหน่อยไปรักกันไกลๆหน่อย 

เธอคงไม่รู้ว่ามีอีกคนที่เสียใจ 

ถามตัวเอง ว่าฉันต้องทำพยายามอีกแค่ไหน 

รักที่มีมันไม่ดีหรือว่าน้อยไป 

ฉันก็ไม่เคยบอกคิดไปคนเดียวก่อน 

ทำได้แค่เพียงเท่านั้น 

ฉันเป็นคนมาก่อนแต่เขาเป็นคนได้กอด 

ไม่ทันได้รักกัน 

ธอคงไม่รู้ว่ามีคนอีกคนที่ทนไม่ไหว 

เห็นเธอกับเขารักกันรู้ไหมว่าฉันเสียใจ 

รักกันเบาๆหน่อยไปรักกันไกลๆหน่อย 

เธอคงไม่รู้ว่ามีอีกคนที่เสียใจ 

รักเธอข้างเดียวใช่ไหม ก็คิดไปคนเดียวใช่ไหม  

ฉันคงทำได้แค่นั้น  

(เพลงลูกชิ้น ขับร้อง/เนื้อร้อง โย่ง อาร์มแชร์) 

สุกณเลิกคิ้ว ดวงตาดุกร้าวมองนักดนตรีหน้าตาหล่อคราวลูกอย่างจับผิด เพลงอะไรของมัน กวนประสาทเสียจริง ! มาเฟียวัยห้าสิบนึกเคือง ! แต่สีหน้าของคนร้องดูหน้าตายๆ ร้องไปเรื่อยๆ เหมือนไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร เหมือนเป็นมืออาชีพให้ร้องอะไรก็ร้องไป  

สุกณชำเลืองมองคู่นอนของเขา เธออยังก้มหน้าก้มตากินข้าวแบบไม่รู้ไม่ชี้ ไม่สนใจมองนักดนตรีหนุ่มหน้าขาวเลย และยังส่งสายตายั่วเย้าเขาอีก..  

อืม สุกณจึงเบาใจไปมาก วารีนิตย์กลับมาหาเขาแล้วจริงๆ เขาจึงยิ้มให้เธอ แววตากลัดมัน มือเขาเอื้อมไปใต้โต๊ะไปวางบนต้นขาขาวๆ ของเธอแล้วลูบเบาๆ  

ของเขา เธอเป็นของเขา..  

แล้วเขาก็เลิกสนใจเพลงวัยรุ่น ทำนองดี แต่เนื้อกวนใจ 

คีตเทพกรรณ ที่กลายชื่อกลายเสียงเป็นกรรณเทพเพื่อเข้ามารังโจรของสุกณ มองทุกอย่างด้วยสีหน้านิ่งสนิท แต่ในใจยิ่งปั่นป่วนวุ่นวาย สะเทือนสะท้านราวทะเลคลั่ง !  

ผณินวารี ! เธอช่างใจร้ายเลือดเย็น ! ทำเมินเขา ไม่สนเขา อ่อยผู้ชายคนอื่นต่อหน้าเขาแบบนี้เนี่ยหรือ !  

คนธรรพ์จำแลงร้องเพลงไปเล่นเพลงไป ประคองกอดกีตาร์กับตัวเหมือนหาที่พึ่งทางใจ พลางคิดว่า.. 

ฝากไว้ก่อนเถอะวารี ! คอยดูนะจะยั่วให้อยู่ไม่สุขเลยทีเดียว !  

ความคิดเห็น