facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ความคิดอันดีงาม

ชื่อตอน : ความคิดอันดีงาม

คำค้น : วายจีนโบราณ,Yaoi,ท้องได้,NC20

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.5k

ความคิดเห็น : 46

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ม.ค. 2563 16:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความคิดอันดีงาม
แบบอักษร

เพราะตามหาบุตรชายคนรองไม่เจอ ซื่อยี่เริ่มรู้สึกกังวลขึ้นมาบ้างแล้ว เร่งสาวเท้ามุ่งหน้าไปตำหนักทรงงานทันที ส่วนท่านอ๋องที่พึ่งจะกลับเข้าไปนั่ง ก็ได้แต่อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ อยู่พักใหญ่ จนเสวี่ยหงเยว่นึกสงสัย 

"เป็นอะไรของเจ้ากัน" 

"เอ่อ... หงเยว่ .." 

 

"ฝ่าบาท" เสียงร้อนรนดังขึ้น ขัดจังหวะชินอ๋องแคว้นกงเข้าพอดี ซื่อยี่สาวเท้าเข้ามา ด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก "ฝ่าบาท ข้าหาหลานเอ๋อไม่พบ"  

"อย่างไร คือหาไม่พบ!" เสวี่ยหงเยว่คิ้วขมวดเล็กน้อย  

"เอ่อ... ไม่ต้องกังวล ๆ ข้ากำลังจะบอกเจ้าอยู่พอดี ว่าซีอานพาหงหลานไปเล่นที่ตำหนัก"  

"อะไรนะ!!!" วาจาของสหาย ทำให้คิ้วของอีกคนที่แต่เดิมขมวดเพียงเล็กน้อยขมวดเป็นปมทันที 

ฟู่ .... ส่วนผู้เป็นมารดา กลับถอนหายใจอย่างโล่งอก 

"กง!ซี!หยาง!" นามที่ถูกขานเน้นย้ำทีละคำอย่างชัดเจน พระเนตรหรี่ลง ทอดมองสหายอย่างจับผิด ทำเอาชินอ๋องแคว้นกง ถึงกับเหงื่อตก 

"เอ่อ.. ขันทีที่มาเมื่อครู่ พึ่งมารายงานข้า กำลังจะบอกเจ้า แต่ซื่อยี่เข้ามาเสียก่อน" ผู้ที่ถูกจ้องมองเริ่มจะทำหน้าไม่ถูก ยิ่งคิดก็ยิ่งให้โมโหหลานชายตัวดี ที่ลักพาบุตรชายผู้อื่น มิหนำซ้ำยังเป็นบุตรสุดรักสุดหวงเสียด้วย 

"ฝ่าบาท หลานเอ๋ออยู่กับซีอานก็ดีแล้วนี่ พวกเราจะได้หมดห่วง" 

"ใช่ ๆ ซื่อยี่กล่าวได้ถูกต้องยิ่งนัก" 

"มันจะดีไปได้อย่างไร!!" เสียงตวาดด้วยความไม่พอใจ ทำให้ทั้งฮองเฮาและชินอ๋องผู้เป็นแขกของแคว้นสะดุ้งโหยง   

"ฝ่าบาท~" ซื่อยี่รีบเข้าไปเกาะแขนผู้เป็นสามีอย่างออดอ้อน ก่อนจะแอบส่งสัญญาณให้ชินอ๋องล่าถอยออกไปก่อน 

"งั้นข้าขอตัวกลับตำหนักไปดูเด็ก ๆ ก่อนก็แล้วกันนะ" เอ่ยจบก็รีบสาวเท้าออกไปราวกับผู้ที่กำลังหนีตาย เสวี่ยหงเยว่มองตามแผ่นหลังของสหายไปด้วยความหงุดหงิด  

"หงเยว่~ ท่านใจเย็นก่อนได้หรือไม่" 

"ยี่เอ๋อ เจ้าจะให้ข้าใจเย็นได้อย่างไร เจ้ารู้หรือไม่ที่ฮ่องเต้แคว้นกงส่งเจ้าเด็กนั่นมาเพราะสัญญาหมั้นหมายกับลูกหญิง แค่เรื่องนี้ข้าก็หงุดหงิดพอแล้ว แล้วนี่ยังจะเรื่องหลานเอ๋ออีก"   

"เด็ก ๆ ต่างก็มีโชคชะตาเป็นของตนเอง ข้าทำนายดวงชะตาของพวกเขาตั้งแต่ถือกำเนิดมา หลานเอ๋อของเรามีชะตาอยู่ใต้คนเพียงคนเดียว แต่อยู่เหนือคนนับหมื่น บางทีผู้ที่ต้องแต่งไปแคว้นกง อาจไม่ใช่หว่านเอ๋อก็เป็นได้" 

"แต่ข้าไม่มีทางยอม! ลูกเรายังเล็กนัก! มิหนำซ้ำหลานเอ๋อของพวกเราก็หาใช่สตรี ไป!.. เราไปรับหลานเอ๋อกัน ข้าจะสั่งสอนเจ้าเด็กนั่นเสียหน่อย"  

เฮ้อ.. ซื่อยี่ต้องถอนใจให้กับความหวงลูกของผู้เป็นสามี ทำได้แต่ยอมให้จับจุงมือไปอย่างว่าง่าย ได้แต่สวดภาวนาให้องค์รัชทายาทน้อยในใจ 

 

ส่วนชินอ๋องแคว้นกง เร่งฝีเท้าอย่างรวดเร็วจนมาถึงตำหนักรับรอง ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโหเจ้าหลานชายตัวดีของตน  

"ไทจื่ออยู่ที่ใด!" 

"ในห้องเพคะ"  

เอ่ยปากถามนางกำนัลโดยไม่แม้แต่จะหยุดฝีเท้า เร่งสาวเท้าตรงไปยังห้องนอนองค์รัชทายาททันที  

 

ประตูถูกผลักเข้ามาอย่างแรง ทำให้เด็กน้อยทั้งสองที่อยู่บนเตียงสะดุ้งตกใจ ซีอานเหลืบมองผู้เป็นอาที่ก้าวเท้าเข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึง 

"ซีอาน!!! เจ้าบ้าไปแล้วรึ! จะอุ้มบุตรผู้ใดกลับมาก็ไม่อุ้ม ดันไปอุ้มบุตรชายเสวี่ยหงเยว่ ยังอยากมีชีวิตกลับแคว้นอยู่อีกหรือไม่!!!....... ข้าจะบอกให้นะ! ฮ่องเต้แคว้นเสวี่ยผู้นี้ หากไม่คิดลงมือก็แลดูเป็นเพียงชายหนุ่มรูปงามที่น่าหลงใหล แต่หากคิดลงมือเมื่อใด ปีศาจยังต้องอายเลย!!" 

เสียงตวาดดังก้อง ทำให้เด็กน้อยต้องเข้าไปกอดผู้เป็นพี่ไว้ด้วยความกลัว  

"อื้อ~ กัว~" 

"โอ๋... ไม่เป็นไรนะ ไม่ต้องกลัว เสด็จอาแค่กำลังโกรธเท่านั้นเอง" คนโตกว่าลูบหลังลูบไหล่เป็นการปลอบโยน ก่อนจะหันไปสบตาผู้เป็นอาด้วยใบหน้าจริงจัง บรรยากาศรอบกายแลดูทรงอำนาจอย่างไม่น่าเชื่อ ว่าจะมีอยู่ในเด็กวัยเพียงสิบปี จนทำให้ผู้เป็นอาชะงักไปชั่วขณะ เพราะไม่เคยเห็นหลานชายที่เป็นเช่นนี้ 

"เสด็จอาทรงทำหลานเอ๋อตกใจนะพ่ะย่ะค่ะ" 

"เอ่อ..." 

"ที่เสด็จพ่อส่งหลานมามิใช่แต่งงานตามสัญญาหรอกหรือ" 

"แต่นั่นมันกับองค์หญิงน้อย หาใช่องค์ชายน้อยไม่ ซีอานเจ้าอย่าได้หลงประเด็น" 

"อันใดที่เรียกว่าหลงประเด็น ในสัญญาระบุเพียงให้แต่งงานกัน มิได้ระบุว่าจะต้องแต่งอย่างไร แต่งกับผู้ใด หรือแม้กระทั่งแต่งกับหญิงหรือชาย เมื่อหลานพอใจในตัวองค์ชายรอง แล้วเหตุใดจะแต่งไม่ได้" 

"เจ้า!. เจ้า!" วาจาองค์รัชทายาท ทำให้ผู้เป็นอาได้แต่ยืนอ้าปาก พะงาบ ๆ อย่างคนเถียงไม่ออก 

"เสด็จอา ฮองเฮาแคว้นเสวี่ยก็เป็นชายที่กำเนิดบุตรถึงสี่คน แล้วเหตุใดฮองเฮาในอนาคตของแคว้นกงจะเป็นชายบ้างไม่ได้กัน" 

"พอ ๆ ที่ข้าโกรธหาใช่เรื่องนั้นไม่ แต่เพราะ...." 

"เพราะเจ้ากล้าแตะต้องโอรสของเราน่ะสิ" เสียงเย็นชาดังขึ้นที่หน้าประตูขัดคำพูดต่อไปของชินอ๋องแคว้นกง บรรยากาศภายในห้องเริ่มลดต่ำลง เมื่อผู้ที่พึ่งเอ่ยวาจาก้าวเท้าเข้ามาภายใน 

"เด้จพ่อ~" องค์ชายหงหลานรีบผละออกจากอ้อมกอดของผู้เป็นพี่ กางสองแขนเพื่อให้พระบิดาเข้ามาอุ้ม จนผู้เป็นบิดาเห็นแล้วใจอ่อนยวบ ความโกรธหายเป็นปลิดทิ้ง อุ้มองค์ชายน้อยมาไว้แนบอก หอมแก้มซ้ายขวาด้วยความเอ็นดู 

ภาพนี้ทำให้รัชทายาทแคว้นกงเกิดความอิจฉาริษยา จนต้องกัดฟันกำมือแน่น ความคิดของเด็กขี้หวงที่ไม่อยากให้คนของตนเห็นผู้อื่นดีกว่า แม้ผู้นั้นจะเป็นบิดาก็ตาม ก็เริ่มบังเกิด ความรู้สึกไม่พอใจในตัวฮ่องเต้แคว้นเสวี่ยขึ้นมาทันที   

แววตาของเด็กชายผู้สูงศักดิ์ที่มองมายังสองพ่อลูก ทำให้ซื่อยี่ที่ยืนอยู่ด้านหลังรู้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังคิดสิ่งใด เห็นแล้วก็ให้รู้สึกกลัดกลุ้มอยู่บ้าง เพราะแค่เริ่มต้น พ่อตากับลูกเขยในอนาคตคู่นี้ ก็เขม่นกันเสียแล้ว 

เมื่อชื่นชมบุตรชายจนเป็นที่พอใจ พระเนตรเย็นชาทอดมองไปยังองค์รัชทายาทบ่งบอกถึงความเป็นอริอย่างชัดเจน ส่วนผู้ที่ถูกมองก็สบตากลับอย่างไม่มีใครยอมใคร  

"น่าน้อยใจยิ่งนัก หลานเอ๋อเห็นแต่เสด็จพ่อ"  

"เด้จแม่~" แขนเล็กอ้ากว้างหันไปหามารดาเพื่อให้อีกฝ่ายอุ้ม พอได้อุ้มบุตรชายซื่อยี่ก็ฟัดเข้าที่พุงกลมของเด็กน้อย จนเจ้าตัวเล็กหัวเราะร่า 

"ฮ่า ๆ ๆ"  

ความน่ารักน่าเอ็นดูของสองแม่ลูกช่วยลดบรรยากาศตึงเครียดลง ซ้ำยังทำให้ทุกคนในห้องต้องอมยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว  

"เด้จพ่อ~ ช่วยด้วย~ ฮ่า ๆ ๆ" 

"กล้าเรียกเสด็จพ่อช่วยเชียวหรือ นี่แหน่ะ ๆ"  

"ฮ่า ๆ ยอมแย้ววววว~" 

"ยี่เอ๋อ เลิกกลั่นแกล้งลูกได้แล้ว ดูสิหัวเราะจนน้ำหูน้ำตาไหลไปหมดแล้วนั่น" 

"ฮะ ๆ ยอมแล้วหรอ เจ้าตัวดี"  

"ยอมแย้ว ๆ แฮ่ก ๆ" 

"เจ้าพาหลานเอ๋อกลับไปก่อนเถิด ลูกคงหิวแล้วกระมัง" 

"ฝ่าบาท ทรงกลับไปพร้อมกันเลยจะดีกว่า พระองค์ก็ทรงทราบว่าเด็ก ๆ ติดฝ่าบาทมากว่ากระหม่อมเสียอีก เดี๋ยวเกิดพาลไม่ยอมทานข้าวก็แย่กันพอดี" ซื่อยี่คิดหาทางออกให้แก่แขกบ้านแขกเมืองได้เป็นอย่างดี เพราะหากนำเรื่องลูกมาอ้าง เรื่องอื่นก็ไม่สำคัญสำหรับเสวี่ยหงเยว่แล้ว 

และก็เป็นจริงดังคาด ผู้เป็นบิดาเริ่มคิดหนัก ใจหนึ่งก็อยากอยู่สั่งสอนเจ้าเด็กน่าตายผู้นี้ แต่อีกใจก็กังวลเกรงว่าลูก ๆ จะไม่ยอมทานข้าว จำต้องหันมามองสองอาหลานอย่างคาดโทษ  

"เอาเช่นนั้นก็ได้ ไว้เราค่อยมาจัดการเรื่องนี้ทีหลัง" รับสั่งจบก็พาสองแม่ลูกกลับออกไป 

ฟู่.... พ้นหลังทั้งสามกงซีหยางถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะเหลียวกลับมามองหน้าหลานชาย เห็นสายตาเอาจริงเอาจังของเด็กชายแล้ว ให้รู้สึกกังวลอยู่ไม่น้อย ไท่จื่อผู้เป็นหลานของเขาผู้นี้ หากผู้ใดมองว่าเป็นเด็กโดยไม่ทันระวังก็อาจจะถึงตายโดยไม่รู้ตัวได้เลยทีเดียว แต่มาคิดอีกทีก็พอจะสมน้ำสมเนื้อกับสหายรักอยู่เหมือนกัน จึงค่อยเบาใจลงได้บ้าง  

ส่วนภายในใจขององค์รัชทายาทน้อยในตอนนี้ ฮ่องเต้แคว้นเสวี่ยคือผู้ที่เขาจะต้องเอาชนะ เพื่อแย่งชิงน้องน้อยมาเป็นของตนให้ได้ แผนการในหัวเล็ก ๆ ก็เริ่มต้นขึ้น 

 

ตำหนักส่วนพระองค์  

หลังจากกลับมา ทานข้าวทานปลากันเรียบร้อยแล้ว เสวี่ยหงเยว่เข้าไปในห้องที่เก็บของหมั้นหมาย แต่กลับหาของหมั้นไม่พบ ไม่ต้องเดาก็พอรู้ว่าเป็นฝีมือผู้ใด จึงกลับออกมาด้านนอก  

"ยี่เอ๋อ เจ้ารู้หรือไม่ว่าหลานเอ๋อ เอาของไปซ่อนไว้ที่ใด" 

ซื่อยี่ที่กำลังจดจ่ออยู่กับการนับของมีค่าหยุดชะงักไปชั่วครู่ "ข้าก็ไม่ทราบเหมือนกัน" 

"ของนั่นเป็นของคู่บ้านคู่เมืองแคว้นกงที่แลกเปลี่ยนกันเอาไว้" 

"โอ้.. ไว้ลูกตื่นพวกเราค่อยถามดูอีกที ดีหรือไม่"  

เสวี่ยหงเยว่ถึงกับหน้านิ่วคิ้วขมวด ของมีค่ามากมายเหตุใดบุตรชายถึงไม่หยิบ กลับไปหยิบของหมั้นหมายเสียได้ ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด 

"หงเยว่"  

"หืม" 

"ท่านทำใจเถิด มาถึงขั้นนี้แล้ว"  

"ไม่มีทาง!!!" 

"เอ... หรือเราควรจะไปทำลูกเพิ่มกันอีกดี" 

วาจาคนรัก ทำเอาผู้ที่กำลังหงุดหงิดเปลี่ยนอารมณ์ขึ้นมาทันควัน ก้าวเท้าเข้ามาอุ้มคนนั่งบนตัก ด้วยแววตาเป็นประกาย 

"ยี่เอ๋อ ตอนนี้เลยได้หรือไม่ ลูกกำลังหลับ" ไม่พูดเปล่าจมูกโด่งยังซุกไซร้ซอกคอระหง 

"ท่านยังจะต้องถามอีกหรือ" เท่านี้ก็ทำให้อีกคนลืมเรื่องขุ่นเคืองใจไปสิ้น อุ้มภรรยาคนงามตรงเข้าห้องทันที  

 

เสียงครวญครางที่ดังมาเป็นระยะ ๆ ตลอดชั่วยามผ่านไป บทรักถึงได้จบลง ฮองเฮาคนงามก็หลับไปด้วยความอ่อนเพลียเช่นเคย 

ส่วนฮ่องเต้ก็ทรงกลับไปตำหนักทรงงาน แต่กลับต้องพบกับเรื่องประหลาดใจ องค์รัชทายาทซีอาน มารอเข้าเฝ้าอยู่แล้ว 

"อายุเพียงเท่านี้ นับว่าเจ้ากล้ามาก เราไม่ไปจัดการเจ้า เจ้าก็มาหาเราด้วยตัวเองเสียแล้ว" เสวี่ยหงเยว่มองเด็กตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา แต่มันไม่มีผลต่อซีอานเลยแม้แต่น้อย กลับมองสบตาผู้ที่โตกว่าด้วยแววตาจริงจัง 

"กระหม่อมมาทำข้อตกลงกับฝ่าบาท" 

 

หลังจากทำข้อตกลงที่ไม่มีผู้ใดทราบ อีกสามวันถัดมาขบวนราชทูตแคว้นกงก็เดินทางกลับแคว้น สร้างความโล่งใจให้ฮ่องเต้เป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะลูกหญิงลูกชาย พระองค์ก็ทรงหวงทั้งนั้น ส่วนฮองเฮา ได้แต่คิดตามประสาจอมงกอันดับหนึ่ง ที่จะส่งจอมงกอันดับสอง อันดับสามไปกอบโกยสมบัติจากทั้งหกแคว้นอย่างไร เมื่อความคิดอันดีงามเริ่มบังเกิด แววตาก็ทอประกายระยิบระยับ จนทำให้ผู้ที่นั่งเคียงข้างรู้ทันทีว่าในหัวเล็ก ๆ นั่นกำลังคิดวางแผนอะไรอยู่เป็นแน่ 

"ยี่เอ๋อ ไม่ใช่เจ้าคิดจะส่งลูกเราไปทำอันใดไม่ดีกระมัง"  

"ห๊าาา ทำอันใด ไม่มี้" 

"จริง?" 

"จริ๊ง ๆ" 

เสวี่ยหงเยว่มองคนรักอย่างจับผิด แต่ถึงอย่างไรก็คนรักเป็นใหญ่อยู่แล้ว หากบอกว่าจริงพระองค์ก็จะเชื่อแล้วกัน ก็ใครใช้ให้พระองค์ทั้งรักทั้งหลงขนาดนี้กันเล่า 

 

--------------------------------------- 

End  

ความคิดเห็น