หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่ออำนาจถูกส่งมอบให้ถูกคน หนทางแห่งการแก้แค้นก็ดูเหมือนจะมิได้ยากเย็นถึงเพียงนั้น!

ตอนที่ 11 เข้าวัง

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 เข้าวัง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.8k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ม.ค. 2563 15:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 เข้าวัง
แบบอักษร

 

เสียงผู้คนพลุกพล่านและเสียงกระซิบกระซาบลอยมากจากข้างนอก หนิงอวี้มุ่นหัวคิ้วพลิกตัวกลับ เช้าตรู่ขนาดนี้หงหลิงกำลังทำอะไรอยู่กันนะ รบกวนคนกำลังนอนหลับฝันหวาน ยากนักที่จะได้หลับฝันดีเช่นนี้แต่กลับถูกรบกวนเสียนี่ 

หนิงอวี้พลิกตัวนอนตะแคง แต่ปะทะเข้ากับบางอย่างคล้ายกำแพงที่ร้อนผ่าว นางยื่นมือไปตั้งใจจะผลักออก กลับสัมผัสเข้ากลับแผงอกอันแข็งแกร่ง หนิงอวี้จากที่ง่วงงุนก็ตื่นเต็มตาทันที นางลืมตาทั้งสองขึ้น ขนตากระตุกเบาๆ 

ใบหน้าอันหล่อเหลาดวงหนึ่งในระยะใกล้ กำลังมองมายังนางด้วยรอยยิ้ม หนิงอวี้รีบดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัวเองโดยไม่รู้ตัวพร้อมร้องเสียงดังขึ้นมาทันที “หงหลิง!” 

“คุณ...พระชายา ตื่นบรรทมแล้วหรือเพคะ” หงหลิงรีบวิ่งมาจากนอกห้องอย่างรีบร้อน หนิงอวี้เพิ่งจะสังเกตว่าเครื่องประดับตกแต่งภายในห้องล้วนแต่เปลี่ยนไป นางยกมือขึ้นบีบนวดหน้าผากเบาๆ เมื่อคืนแต่งงานกับท่านอ๋องแล้ว ดูเหมือนจะดื่มสุราเข้าไป เรื่องราวหลังจากนั้นนางก็จำอะไรไม่ได้เลย 

เว่ยหยวนลุกขึ้นจูงมือนาง เขานวดคลึงง่ามมือนั้นเบาๆ พลางอธิบายเสียงทุ้ม “สุราชนิดนี้สร่างเร็วหน่อย” หนิงอวี้ไม่ทันได้ใส่ใจท่าทีสนิทสนมเกินควรของเว่ยหยวน เอาแต่มองยังชุดชั้นในขาวสะอาดดุจหิมะของตนอย่างเหม่อลอย 

นางกำนัลและสาวใช้พากันทยอยถือเอาข้าวของต่างๆ เข้ามาไม่ขาด หนิงอวี้เก็บสีหน้าไม่แสดงอารมณ์ “น้ำแกงสร่างเมา อ้าปากสิ” เว่ยหยวนใช้มือข้างหนึ่งถือชามแกงข้นคลั่กชามหนึ่งไว้ มืออีกข้างก็จับช้อนแกงตักน้ำแกงข้นยื่นไปที่ริมปากหนิงอวี้ ผู้คนที่ได้เห็นต่างแอบพากันกระซิบกระซาบ สีหน้านางฉายแววซาบซึ้ง  

“หม่อมฉันทำเอง” หนิงอวี้รับเอาชามมาแล้วดื่มเข้าไปจนหมดในอึกเดียว ทั้งคู่ลุกขึ้น เปลี่ยนชุดแต่งกายโดยมีสาวใช้คอยปรนนิบัติ หนิงอวี้สีหน้าเคร่งขรึม แต่ในใจกลับร้อนรนไม่เป็นสุข 

“ไอ้หยา” สี่ผัวเลิกผ้าห่มออก ใช้แขนเสื้อปิดปากยิ้ม หัวใจหนิงอวี้กระตุกวูบหนึ่ง เหลียวตามเสียงไปเห็นบนผ้าห่มนวมสีขาวดุจหิมะปรากฏดอกไม้แดงสีแสบตาดอกหนึ่ง 

หนิงอวี้กินอาหารเช้าด้วยใจเหม่อลอย นางยังคงรู้สึกมึนงงด้วยความเมามายอยู่ ดอกท้อเมามายมีฤทธิ์ร้ายต่อคนไม่น้อยเลย ทั้งสองคนขึ้นนั่งรถม้าเดินทางสู่พระราชวัง 

“ชายารักอย่าได้ทุกข์ใจไปเลย นี่เป็นเพียงการจัดฉากขึ้นเท่านั้น”  

“อืม...” 

“ยังปวดหัวอยู่อีกหรือ”  

“ไม่ปวดแล้วเพคะ” 

“อาหารเช้าไม่ถูกปากหรือ”  

หนิงอวี้หันหน้ากลับมาเห็นสายตาทั้งคู่ของเว่ยหยวนกำลังจ้องมองมายังตนอย่างรักใคร่อ่อนโยน นางมุ่นหัวคิ้วพูดขึ้นเบาๆ “องค์ชายยังจำได้หรือไม่เพคะ ว่านี่คือข้อสัญญา” 

“ข้าจำได้อยู่แล้ว” เว่ยหยวนท่าทีภูมิฐานเรียบร้อย สีหน้าสุขุมเยือกเย็น “ก็เพียงแค่เป็นห่วงพันธมิตรเท่านั้น นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งในข้อสัญญาที่ตั้งไว้” 

“ในข้อสัญญาไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้” 

“ในข้อสัญญาไม่ได้ระบุก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นไปมิได้” เว่ยหยวนหัวเราะอย่างได้ใจ มือถือพัดกระดาษโบกอยู่ไหวๆ “หากชายารักไม่ชอบ เช่นนั้นก็ให้ถือว่าข้าเพิ่มมันขึ้นมาเฉพาะกาลก็แล้วกัน ไม่ได้บอกให้เจ้ารู้ก่อน ตอนนี้เจ้าก็ได้รู้แล้ว เช่นนั้นก็นับว่ามีผลบังคับใช้” 

หนิงอวี้จ้องเขม็งไปยังเว่ยหยวน นึกไม่ถึงว่าจิ่นอ๋องจะเล่นเล่ห์ได้แยบยลขนาดนี้ หนิงอวี้ก้มหน้าหัวเสีย ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็รู้สึกราวกับตัวเองตกอยู่ในสภาพเนื้อเข้าปากเสืออยู่ดี 

รถม้ามาถึงจุดหมาย เคลื่อนเข้าสู่เขตพระราชฐานสีทองอร่ามเรืองรอง หนิงอวี้รับเก้าอี้รถเข็นจากบ่าวรับใช้ เข็นพาเว่ยหยวนเดินไปข้างหน้า หลังจากฟังพระบรมราโชวาทจากฮ่องเต้แล้ว ทั้งคู่ก็ออกจากตำหนักหลวงมา 

หนิงอวี้เลิกคิ้ว เมื่อสักครู่นางเพิ่งได้เห็นว่าฮ่องเต้ทรงไม่โปรดนางนัก อันที่จริงเรื่องนี้ก็เป็นเพียงเรื่องน้อยนิด แต่ท่าทางและสีหน้าของเว่ยหยวนเมื่อสักครู่ทำให้นางตระหนักรู้อย่างลึกซึ้งเรื่องหนึ่ง เว่ยหยวนผู้นี้เล่นละครเสแสร้งได้เหนือชั้นกว่าเว่ยหลิงมากโข 

ต่อหน้านางมักจะเปี่ยมด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน แต่ต่อหน้าพระพักตร์องค์ฮ่องเต้กลับสีหน้านิ่งเฉยไม่แสดงอารมณ์ ว่าตามหลักแล้วก็ไม่ควรเป็นเช่นนั้น ฮ่องเต้ทรงมีพระราชอำนาจ ส่วนตัวนางก็เพียงแค่อาศัยอำนาจทางทหารเท่านั้น เว่ยหยวนควรประจบฮ่องเต้ถึงจะถูก 

หนิงอวี้ก้มหน้าครุ่นคิดโดยไม่ได้ดูทาง เข็นพาเว่ยหยวนออกนอกเส้นทางที่จะออกจากตัววังหลวง องครักษ์ที่อยู่ด้านข้างตั้งท่าจะเอ่ยเตือนเบาๆ เว่ยหยวนก็ส่ายหน้าปฏิเสธห้ามไว้ ส่งสัญญาณให้องครักษ์ที่ติดตามอยู่ด้านหลังว่าไม่ต้องตามมาอีก 

ความคิดเห็น