ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามไม่กินเนื้อ : 06

ชื่อตอน : ฉลามไม่กินเนื้อ : 06

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.4k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ม.ค. 2563 16:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามไม่กินเนื้อ : 06
แบบอักษร

06 

 

 

“อีอุ๋ง มึงไหวนะ หน้ามึงซีดมากอีเหี้ย แค่โผล่มาหาพวกกูด้วยสภาพเหมือนไปฟัดกับหมานี่พวกกูก็ตกใจแล้วนะ เสือกพกไข้มาด้วยอีก” ไอ้พีทอังมือลงมาบนหน้าผากผม บ่นไปแสดงสีหน้าเป็นห่วงไปตามประสามัน ขณะที่เหมี่ยวกำลังแกะเอายาพารามาให้ 

ผมไม่สบาย รู้สึกไม่ดีมาตั้งแต่เมื่อเช้า ไม่รู้ว่าเพราะเมื่อคืนหรือเปล่าแต่ฉลามคือทำผมช้ำจริงจัง ไหล่ยังปวด ๆ อยู่เลย ถ้าเปิดให้ไอ้พีทดูมันคงแหกปากลั่นแน่ ๆ  แล้วเมื่อวานก็ตากแดดตากลมด้วย 

ตื่นเช้ามาฉลามก็ไม่อยู่ 

ทำเค้าเจ็บขนาดนี้ทำไมไม่อยู่รับผิดชอบ! 

งอแง.. 

คิดไปถึงต้นเหตุที่ทำให้ผมอยู่ในสภาพนี้แล้วก็ได้แต่เบะปาก ยัดยาพาราลงท้องไปพร้อมกับน้ำเปล่าอึกใหญ่ ผมเอนหัวไปพิงบนไหล่เหมี่ยวเพื่อนสาวคนสวยที่ยกมือขึ้นมาลูบหัวเบา ๆ ดูแลโคตรดี ก็ถ้าไม่ชอบผู้ชาย คบผู้ชาย เหมี่ยวก็คือตัวเลือกแรกสำหรับผู้หญิงที่ผมจะคบด้วย 

“วันนี้วิศวะฯ รวมน้องอีกไม่ใช่เหรอ มึงไหวไหมอุ๋ง นอนพักดีไหมแล้วให้พันตรีมันบอกพวกรุ่นพี่” เหมี่ยวเสนอ ผมนี่ส่ายหัวแทบจะหลุด เหลือกตาขึ้นเมื่อนึกถึงประโยคที่พวกรุ่นพี่บอกเอาไว้เสียงหวานก่อนจะปล่อยกลับห้องเมื่อวานเย็น 

‘พรุ่งนี้มากันให้ครบนะคะน้อง พวกพี่ปี 3 จะเข้ามาพบปะพูดคุยด้วย’ 

เหอะ พบปะพูดคุย 

มาว้ากน่ะสิไม่ว่า 

แค่คิดผมก็กลืนน้ำลายลงคอลำบากแล้ว กลัวโดนว้าก? ...เปล่าอะ เจ็บคอ รู้สึกว่าหวัดจะลงคอด้วย ผมจามติด ๆ กันมาตั้งแต่เช้า จะบอกว่าฉลามกำลังคิดถึงอันนั้นมันก็ความจริงไง เลยคิดว่าที่จามเนี่ยไม่สบายแน่ ๆ 

ว่าแต่พี่ว้ากหน้าตาดีไหมนะ.. 

ถ้าหน้าตาดี โดนว้ากหูพังแมวน้ำก็ยอม! 

แบบพี่คนนั้น ผมเห็นพี่เขาใส่ช็อปด้วย ภาวนาให้พี่เขาเป็นหนึ่งในพี่ว้าก ชีวิตผมช่วงรับน้องคงมีแรงจูงใจให้อยากร่วมกิจกรรมมากขึ้น ฉลามก็เป็นแรงจูงใจเหมือนกัน แต่ถ้าได้เพิ่มอีกสุขภาพจิตสุขภาพใจก็จะดีขึ้น แล้วทีนี้ร่างกายก็จะสดใสแข็งแรงหายป่วยชัวร์ ๆ 

“แมวน้ำ!” 

“หะ..” ผมทำหน้าเหวอ ตกใจกับเสียงเรียกของเหมี่ยวเล่นเอาสะดุ้งเลยเมื่อกี้ “เรียกกูเหรอ” 

“ใช่ ก็ถามไม่ตอบ สรุปมึงไม่ไหวใช่ไหม พักเถอะ”  

“ไหว กูกินยาแล้วนี่ไง ปี 3 เข้าคงขาดไม่ได้” 

“แต่มึงไม่สบาย” เหมี่ยวแย้ง 

“อีอุ๋งมันไหว มึงเชื่อกูเหมี่ยว อย่าห้ามเพื่อนมึง ดูตามันด้วย… กูรู้นะว่ามึงหวังอะไรอยู่ มึงจะลากร่างโทรม ๆ ไปส่องพวกพี่ว้ากก็ตามใจมึง แล้วอย่ามาบ่นกับพวกกูนะว่าปวดหัวนู่นนี่นั่น” ช่างใจร้ายใจดำ ทำกับเพื่อนคนน่ารักได้ลงคอ  

“แล้วนี้ไอ้พันตรีบอกไหมว่าจะกลับมาเมื่อไหร่” 

พันตรีเหรอ.. 

เมื่อคืนมันบอกว่าไม่เกินเที่ยง ยังไงก็มาทันเวลาที่พวกรุ่นพี่นัดรวมแน่ ๆ 

“ไม่รู้อะ แต่มันว่ากลับทันรุ่นพี่นัด” ผมตอบ ตั้งท่าจะหลับตาลง เจ้าของไหล่ที่เป็นเบาะรองหัวให้ก็ส่งเสียงอุทานตกใจขึ้นมา “พีท!” 

“ว้าย แม่มึง! โอ้ย อีเหมี่ยว มึงตกใจอะไร” 

“งานเข้า” เหมี่ยวยื่นโทรศัพท์ไปให้ไอ้พีท พอมันดูก็ทำตาโตลุกพรวดขึ้นทันที “ไปสิคะมึง อีอุ๋งอยู่คนเดียวได้ไหม ไม่มึงก็กลับขึ้นห้องไป พวกกูต้องไปตึกคณะ” 

ผมพยักหน้าลงเนือย ๆ  

รู้สึกหัวมันหนัก ๆ ก็เลยยังไม่อยากลุกตอนนี้ ขอนั่งสักพักก่อนก็แล้วกัน 

“เออ ไปเถอะ เดี๋ยวกูขอนั่งอีกแป๊บ” 

“มึงไหวจริง ๆ นะ” 

“ไหวดิ ไป ๆ ขัดเวลากูส่องคนหล่อ” ผมแกล้งว่า เพื่อนสองคนขมวดคิ้ว ส่ายหัวเหนื่อยใจกับท่าทางติดเล่นของผมแม้ว่าตัวเองจะกำลังป่วยอยู่ พวกมันคงจะบ่นผมไปแล้วล่ะถ้าไม่ติดว่ามีธุระต้องรีบไปทำเสียก่อน 

พอสองคนนั้นไปผมก็ฟุบลงบนโต๊ะกินข้าวทันที หมดแรง ปวดหัวแล้วยังเจ็บคออีกต่างหาก 

ฉลามไปไหนตั้งแต่เช้านะ จะไปก็น่าจะปลุกบอกผมสักหน่อย 

...หรือว่าไม่สำคัญก็เลยไม่บอกกัน 

ก็ไม่สำคัญนี่หว่า มึงเป็นอะไรกับเขาล่ะแมวน้ำ แฟนก็ไม่ใช่ เพื่อนก็ไม่เชิงอีกต่างหาก 

ครืดดด 

ผมรับรู้ถึงเสียงดึงเก้าอี้ด้านข้างจากใครสักคนที่ถือวิสาสะมานั่งด้วย แต่เพราะปวดหัวมากเลยได้แต่ฟุบอยู่เงียบ ๆ ใครจะนั่งก็นั่งไปเถอะ ขอแค่อย่ามาวุ่นวายกับผมก็พอ 

“แมวน้ำ” 

.. 

ผมเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงคุ้นเคย ใบหน้าหล่อ เส้นผมสีควันบุหรี่ถูกจัดเป็นทรงเสริมให้อีกฝ่ายดูน่ามองมากขึ้น ไม่ได้สนใจจะถามในทันทีว่าฉลามหายไปไหนมา หรือมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ผมขยับเก้าอี้เข้าไปชิดกับเก้าอี้คนตัวสูงมากขึ้น วางหัวอิงลงไปกับช่วงลาดไหล่อีกฝ่ายแผ่วเบา 

ยิ่งฟุบก็ยิ่งปวด นั่งแบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย 

“...ไม่สบายเหรอ” 

“นิดหน่อย แค่ปวดหัว ฉลามไปไหนมา ไม่เห็นปลุกเราเลย”  

“ธุระ ..ส่วนตัว” 

อ่า ผมไม่ควรถามสินะ 

“อื้อ” ตอบเสร็จก็หลังตาลงเงียบ ๆ อย่างว่าแหละ ผมไม่ได้ชอบฉลามขนาดนั้นเสียหน่อย ไอ้ถ้อยคำเมื่อกี้นะแค่รู้สึกเหมือนมดกัดเท่านั้นแหละ เทียบไม่ได้เลยกับความปวดหัวในตอนนี้  

“กินยาหรือยัง” 

“กินแล้ว” 

“นอนพัก” 

“นอนอยู่นี่ไง” สิ้นคำตอบผมฉลามก็ยืดหลังตรงทันที นั่งนิ่งไม่ขยับไหวติงใด ๆ ทั้งสิ้นจนผมนึกสงสัยต้องลืมตา เงยหน้าขึ้นไปมอง ก่อนจะหัวเราะขำกับท่าทางเหมือนหุ่นยนต์แบตเตอรี่หมดของคนตัวสูง “ฉลามทำท่าอะไรอะ” 

“..แมวน้ำนอน” 

ไอ้บ้าเอ้ย! น่ารักอีกแล้วอ่า 

ผมยิ้มหวาน ฟุบหัวลงบนไหล่ฉลามอีกรอบ หลับตาลงดุน ๆ หัวไปมาเมื่ออีกฝ่ายยกมือมาลูบบนหัว นั่งอยู่แบบนั้นสักพักจนผมวูบหลับ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ตื่นตอนที่ฉลามปลุกว่าให้ไปล้างหน้าล้างตาเตรียมจะไปตามนัดของรุ่นพี่ 

ไอแดดในตอนบ่ายนี่มันทำร้ายผมดีจัง 

นั่งฟุบกับไหล่ของไอ้พันตรีตลอดเลย ผมว่าผมไม่ไหว ถ้าให้ลุกคือลุกไม่ไหวแล้วแน่ ๆ “พันตรี ..มึง กูไม่ไหวแล้วว่ะ” 

ฮรุกก ยังไม่ได้เจอพี่ว้ากเลยย 

แมวน้ำอยากยลโฉมม แต่ตอนนี้ไม่ไหวแล้ว 

“หนักเหรอวะ” 

“อือ” ไม่หนักมั้ง ดูสภาพกูด้วยเพื่อน นอนตรงนี้ได้คือล้มตัวนอนแล้วนะ 

“เออ ๆ …พี่ครับ เพื่อนไม่สบาย” ไอ้พันตรียกมือขึ้น พวกรุ่นพี่ส่งเสียกเรียกฝ่ายพยาบาลก่อนที่จะมีใครสักคนสอดมือพยุงแขนผมให้ลุกขึ้น แล้วตอนนั้นสติผมก็วูบหายไปเลยพร้อมเสียงเรียกชื่อดูตกใจของคนที่อยู่รอบ ๆ 

“เห้ย แมวน้ำ!” 

“น้อง เวรแล้วไง น้องเป็นลมว่ะ ใครมาอุ้มน้องสักคน”  

“อย่ามุงน้อง” รุ่นพี่สาวติดสายคาดที่มีสัญลักษณ์ของฝ่ายพยาบาลว่า ใช้มือดันเพื่อให้คนอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องถอยห่างไม่มามุงคนป่วยที่เป็นลมไป ใบหน้ารุ่นน้องซีดเซียวจนอดคิดไม่ได้ว่าเป็นหนักขนาดนี้ทำไมยังฝืนมานั่ง พวกเขาก็ไม่ได้บังคับน้องขนาดนั้น 

“ผู้ชายอะ มาอุ้มน้อหน่อย น้องตัวไม่ใหญ่มาก” 

สมุดเล่มเล็กถูกพัดวีเบา ๆ ระว่างรอให้เพื่อนผู้ชายเสนอตัวออกมา 

“เดี๋ยวเราอุ้มเอง” ร่างสูงให้เดินตรงเข้ามา รุ่นพี่ฝ่ายพยาบาลถอยออกเพื่อให้อีกฝ่ายนั่งลงเพื่อจะอุ้มร่างของรุ่นน้องได้สะดวก จริง ๆ จะใช้เปลก็ได้ แต่พวกเขาติดต่อขอใช้ในช่วงรับน้องเผื่อมีอุบัติิเหตุแต่ว่าวันนี้ปี 3 แค่จะมาพูดคุยเฉย ๆ เลยยังไม่มีเปลมาสแตนบายเอาไว้ 

“...ไม่ต้อง” 

เสียงว่าจากเจ้าของเงาที่ทาบทับลงบนร่างคนป่วย ผมสีควันบุหรี่ดูโดดเด่นเป็นที่รู้จักกันดีของพวกปี 2 แต่จะไม่เข้าใจก็ตรงที่ใบหน้าของฉลามนั้นมีร่องรอยความไม่พอใจอยู่เล็กน้อยทั้ง ๆ ที่เวลาปกติก็ไม่เคยเห็นมีหน้าอื่นนอกจากใบหน้าง่วงงุนไม่สนใจใคร 

“ผมอุ้มเอง” สิ้นเสียงก็ก้มลงช้อนตัวคนป่วยขึ้นในวงแขน ไร้เสียงทัดทานเพราะต่างคนก็ต่างตกอยู่ในอาการนิ่งอึ้ง กว่าจะรู้อีกทีก็ตอนที่เพื่อนคนมึนส่งเสียงถามหาห้องพยาบาลอย่างแนบเนียนจนไม่ต้องกังวลว่ารุ่นน้องจะจับได้ถึงสถานะแท้จริงของอีกฝ่าย 

“ห้องพยาบาลอยู่ไหน” 

“อ๋อ เอ่อ..เดี๋ยวพี่นำทางให้ น้องฉลามอุ้มไหวใช่ไหม” 

“.....” พยักหน้ารับ ตัวแค่นี้ทำไมเขาจะอุ้มไม่ไหว แล้ววันแรกที่ถูกเพื่อนตัวเองแกล้งให้ออกไปเล่นเกมฉลามก็อุ้มอีกฝ่ายตั้งนานสองนาน แค่อุ้มไปห้องพยาบาลมันไม่ทำให้เขารู้สึกหนักอะไรเลย จะมีก็แต่ความกังวลเล็ก ๆ ในใจเท่านั้น 

ก็รู้ว่าไม่สบาย แต่ไม่รู้เลยว่าจะเป็นหนักขนาดนี้ 

นึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนแล้วก็ต้องถอนหายใจเฮือกออกมา 

เขาคงดุอีกฝ่ายหนักไปหน่อย จากที่สังเกตเมื่อกี้ยังมีรอยช้ำที่เกิดจากฟันของเขาให้เห็น ก็บอกแล้วไงว่าควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้ เขามันเป็นพวกรุนแรงกับเรื่องแบบนี้  

ร่างสูงโปร่งเดินตามร่างเล็กในชุดนักศึกษาของเพื่อนไปจนถึงห้องพยาบาลที่มีอาจารย์ประจำอยู่ ฉลามวางคนตัวเล็กลงบนเตียงสีขาวสะอาดตา ขยับออกให้อาจารย์สาวได้เข้าไปแตะมือลงบนหน้าผากเนียนชื้นเหงื่อของอีกฝ่าย 

“ตัวร้อนนะ บังคับน้องตากแดดกันหรือเปล่า” 

“เปล่านะคะ เหมือนน้องจะไม่สบายอยู่ก่อน แต่ไม่ได้แจ้งน่ะค่ะ พวกหนูไม่ได้ใจร้ายกับน้องขนาดนั้นนะคะอาจารย์” เสียงหญิงสาวเอ่ยเย้ากับอาจารย์ที่สนิทสนม ฉลามยืนนิ่งมองคนที่หลับตาดูเหมือนกำลังนอนหลับสบายใจ 

“เดียวรอตื่นแล้วจะจัดยาให้ แต่พวกเธอน่ะ ใครสักคนอยู่ดูแลน้อง เพราะเดี๋ยวอาจารย์ต้องออกไปข้างนอก จะกลับมาก็ช่วงเย็น ๆ ให้น้องนอนพักที่นี่ก่อน” 

“โอเคค่ะ เดี๋ยวหนูอยู่…” 

“อยู่เอง” ผู้ชายเพียงคนเดียวในห้องพูดแทรก นั่งลงบนเตียงที่ว่างเป็นการบอกกลาย ๆ ว่าเขาจะเฝ้าเอง เรียกเสียงหัวเราะจากหญิงสาวสองคนในห้องขนาดกลาง 

“ฉลามเป็นพี่เนียนเหรอ” 

“ค่ะอาจารย์ ลุ้นแทบแย่ว่าน้องจะจับได้ไหม แต่เหมือนน้องจะไม่สงสัยเลย” 

“โอเค งั้นฉลามดูน้องด้วยนะ เช็ดตัวสักหน่อยลดไข้..ทำเป็นหรือเปล่า” 

“ครับ” 

 

“อื้อ..” 

“....” 

นุ่ม.. นี่ผมมานอนบนเตียงได้ไง จำได้ว่าปวดหัวแล้วบอกพันตรีว่าผมไม่ไหวแล้ว.. ขอนึกแป๊บ สมองกำลังดึงข้อมูลกลับมา ผมกระพริบตาถี่ลืมขึ้นมองเพดานในห้องโทนสีขาวดูสบายตา ผ้าม่านตรงหน้าต่างปลิวสะบัดแผ่วเบาตามแรงลมมองเห็นด้านนอกที่เข้าสู่ช่วงเย็นของวัน 

ผมเป็นลมเหรอ ใช่หรือเปล่า จำได้ว่าลุกขึ้นยืนแล้วทุกอย่างแม่งก็มืดไปหมดเลย 

“ตื่นแล้ว” 

หือ.. 

เสียงเนือย ๆ ของใครสักคนเรียกให้ผมหันไปใบหน้าที่ยังไม่ตื่นดีกลับไปมอง เบิกตากว้างเมื่อเห็นคนตัวสูงยืนพิงอยู่กับหน้าต่าง แสงจากดวงอาทิตย์ส่องกระทบบนเสี้ยวหน้าดูดีจนผมเผลอไผลใจเต้นแรงกับภาพนั้น 

ขบเม้มลงบนปากตัวเองทำอะไรไม่ถูก  

เดี๋ยวนะ ..สภาพกูอยู่แบบไหน 

มึงจะโทรมตอนไหนก็ได้ แต่มึงโทรมต่อหน้าผู้ชายไม่ได้นะแมวน้ำ! 

ผมรีบหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงมาเปิดกล้องดู สำรวจมองใบหน้าซีดเซียวของตัวเองช้า ๆ นี่ผมเป็นขนาดนี้เลยเหรอ ปากซีดเป็นศพเลย มองแล้วก็กลัวตัวเอง ผมก็ยุ่งเหยิงจนนกบินผ่านมันคงลงมานอนเล่นเพราะคิดว่าเป็นรังมันแน่ ๆ 

“ฉลาม ...ลืมเราวันนี้ไปก่อนนะ” บอกเสียงอ่อย ผมจะต้องดูดีในสายตาของฉลามสิ สภาพแบบนี้มันออกจะน่าอาย 

“ทำไม” 

“เราโทรม! ฉลามดูหน้าเราดิ เหมือนผี” 

“ปกติ” 

หะ.. 

หมายถึงหน้ากูเหมือนผีปกติอยู่แล้วหรือยังไง 

“....” 

“ปกติ ไม่ได้แย่” ฉลามว่า พาใจผมฟูฟ่องขึ้นมาได้บ้าง แต่พอก้มมองหน้าตัวเองในโทรศัพท์อีกรอบก็แทบจะหลั่งน้ำตา รู้แบบนี้นะผมบอกไอ้พันตรีว่าไม่สบายให้มันบอกรุ่นพี่ให้แล้วไปนอนพักรักษาตัวเองดีกว่า ไม่น่าแรดอยากเจอพวกพี่ว้ากจนเป็นสภาพแบบนี้เลย 

“ปากเราซีด” 

“คิดไปเอง” 

“....” 

“....” ต่างคนต่างเงียบ 

ผมคร่ำครวญอยู่กับตัวเอง ผมเป็นพวกดูแลตัวเอง และแน่นอนว่าการทำให้ใบหน้าดูดีอยู่ตลอดเวลามันคือสิ่งสำคัญถึงแม้ว่าผมจะไม่ใช่ผู้หญิงก็ตาม แต่การที่เป็นผู้ชาย เป็นเกย์แล้วต้องปล่อยหน้าตัวเองให้โทรมเนี่ยผมรับไม่ได้ 

ยิ่งอยู่ต่อหน้าคนหล่อยิ่งรับไม่ได้! 

มองฉลามแล้วก็อยากร้องไห้ ฮรุกกก จัดผมแป๊บ ผมยุ่หมดแล้ว 

เห็นมุมปากฉลามกระตุกขึ้นด้วย ร่างสูงเดินตรงมานั่งลงข้างผมบนเตียง ฝ่ามือหนายื่นมาจับบนเส้นผมจัด ๆ ลงให้เป็นทรงขณะที่ผมนั่งเคลิบเคลิ้มมองใบหน้าหล่อไร้ที่ติในระยะใกล้ ผมสีควันบุหรี่ของฉลามคลอเคลียลงบนหน้าผมเมื่ออีกฝ่ายโน้มลงไปจัดผมที่ด้านหลังให้ 

“เสร็จแล้ว” ผละออกไปพร้อมหาว 

อยู่ ๆ ฉลามก็ล้มตัวนอนลงบนเตียง อ้าปากหาวรอบที่สองเป็นสัญญาณบอกผมว่าถ้าไม่ทักท้วงอีกฝ่ายคงได้หลับไปจริง ๆ แน่นอน 

“ฉลาม ทำอะไร” 

“นอน” 

“เดี๋ยวว แล้ว..ทำไมไม่กลับไปนอนที่หอพัก” 

มานอนอะไรที่นี่ ผมเองก็อยากกลับเหมือนกัน ดีขึ้นบ้างที่นอนพักแต่ก็ไม่ได้หายเลย อยากกลับห้องไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อแล้วกินยานอนพักอีกสักรอบ 

“รออาจารย์” 

“อ่า…” ต้องรอด้วยเหรอ 

“ยา” 

อ๋อ ผมพยักหน้าลงอย่างเข้าใจ คงต้องรอรับยาก่อน 

จ้องมองใบหน้าของฉลามขณะที่อีกฝ่ายก็นอนมองผมอยู่เหมือนกัน 

“ความผิดฉลามเลย เราถึงไม่สบาย” มุ่ยหน้าใส่ไป ผมพูดไปแบบนั้นหรอก ถึงจะเป็นเพราะฉลามจริง ๆ ก็ไม่ได้รู้สึกโกรธหรือเคืองอะไร จะเคืองก็แค่ลุกออกไปไม่บอก ไม่ปลุกกันนี่แหละ 

“เหรอ”  

“ใช่ ฉลามรังแกเรา” 

“ความผิดเราเหรอ” 

“ความผิดฉลาม” ผมย้ำอีกรอบ กอดอกไม่ยอมแพ้ 

“แมวน้ำจะเจียวไข่ให้คนอื่นกิน” 

“....” 

“ไม่ชอบ” 

หะ.. 

“คนที่ผิดคือ ..แมวน้ำ” 

 

“ทำไมของกูเป็นไข่ดาวอะ” 

ไอ้พันตรีก้มมองไข่ดาวในจานข้าวที่ผมเป็นคนดาวให้งง ๆ สลับกับหันไปมองฉลามที่ตักข้าวพร้อมกับไข่เจียวเข้าปากดูท่าทางอร่อย ไม่ยอมพูดยอมจากับใคร ส่วนเหตุผลที่ทำไข่ดาวให้พันตรีก็เพราะโดนฉลามมองแรงใส่ไง จากจะเจียวเลยเปลี่ยนเป็นดาวให้แทน 

โปรดเข้าใจว่าฉลามไม่ได้หวงผม ครับ...คนหล่อหวงไข่เจียวที่ผมทำ 

ต้องดีใจไหม 

สักหน่อยแล้วกัน อย่างน้อยไข่เจียวของผมก็สำคัญสำหรับฉลาม ดูสิ.. ค่อย ๆ ละเมียดกินทีละคำอย่างกับกลัวจะหมด พอเห็นไอ้พันตรีมองก็ยกจานข้าวไปนั่งกินอีกมุมนึงของห้องเฉยเลย เล่นเอาผมกับไอ้พันตรีนั่งมองหน้ากันตาปริบ 

“มันหวงไข่เจียวเหรอ” 

“คงงั้น ..มึงจะกินไหมไข่ดาว ถ้าไม่กินเดี๋ยวกูกินเอง” 

“กินดิ เออ วันนี้ปี 3 เข้า แม่งโคตรน่าเบื่อ เอาแต่ดึงหน้าอยู่ได้ ไม่เห็นพูดคุยอะไรเมือนที่ปี 2 บอก เหมือนมายืนดู ยืนกดดันเฉย ๆ อะ พวกกูนี่หมดสนุกเลย” ไอ้พันตรีเริ่มบ่น ผมนี่ตาเป็นประกายตั้งแต่ที่มันเริ่มพูดถึงปี 3 แล้ว นั่งจ้องหน้าเพื่อนตัวเองตาแป๋วจนไอ้พันตรีเริ่มรู้สึกตัวว่าถูกผมจ้อง เสียงเล่าเงียบหายไปแทนที่ด้วยน้ำเสียงถามกลับมา 

“มึง..จ้องกูทำไมวะ” 

“มึง พี่ว้ากหล่อป้ะ”  

ไอ้พันตรีทำหน้าดุทันที แยกเขี้ยวส่งมาด้วย 

“สัส สำคัญมากไหม เดี๋ยวกูถีบให้หายแรด ...เออ หล่อ เฮดว้ากชื่อเสือ กูจำได้แค่นี้ เพราะกูไม่ชอบหน้าพี่มัน” สุดท้ายก็บอกแล้วจะมาขู่กันเพื่ออะไร ที่แน่ ๆ ผมคือเนื้อเต้นแล้ว อยากเห็นหน้าพี่ว้าก คืนนี้ต้องกินยาแล้วเข้านอนไว ๆ พรุ่งนี้จะได้ไม่วูบไปอีก 

มหา’ลัยจะเปิดเรียนอีกสองวัน ช่วงนี้ก็มีพบปะกับพวกรุ่นพี่ปี 2 เรื่อย ๆ  

คณะวิชาอื่น ๆ ผมไม่แน่ใจนะว่ามีแบบนี้ไหม แต่เห็นพวกพีทกับเหมี่ยวที่เรียนการโรงแรมก็เจอรุ่นพี่่บ่อยอยู่เหมือนกัน แต่ไม่ได้มีการบังคับว่าจะต้องอยู่หอในอย่างพวกผม แต่ถ้าอยากอยู่ก็สามารถติดต่อจองอยู่ได้ ไอ้พีทมันก็อยู่ ส่วนเหมี่ยวบ้านอยู่ไม่ไกลจากมหา’ลัยเท่าไหร่ก็เลยเลือกที่จะอยู่บ้านแทนการอาศัยอยู่ในหอพัก 

“เออ ฉลามมึงอยู่ห้องไหนอะ” ไอ้พันตรีหันไปถามคนที่เพิ่งจะกินข้าวเสร็จ  

ฉลามเดินเอาจานไปล้างในห้องน้ำก่อนจะเอาออกมาวาง พูดตอบเพื่อนสนิทผมเสียงง่วง ๆ “303” 

“พี่เขาบอกซ่อมแซมไม่ใช่เหรอวะ เห็นคุยกันในไลน์ แล้วมึงจะไปนอนไหน” 

ผมกระพริบตานั่งเงียบ ๆ เมื่อวานฉลามก็บอกว่าห้องมันซ่อมแซมอยู่ แล้วแบบนี้จะไปพักที่ไหนล่ะ ข้างนอกเหรอ 

“ข้างนอก” 

“นอนกับพวกกูเปล่า” ไอ้พันตรีถามแทนผมไปเรียบร้อย  

เจ้าของผมสีควันบุหรี่นิ่งคิดสักพักก่อนจะส่ายหัวตอบ เดินไปหยิบรองเท้าผ้าใบราคาแพงมานั่งใส่ก่อนจะหันมาบอกลาผมที่ยังคงนั่งมองอยู่ ก็สงสัยเฉย ๆ ไงว่าจะไปนอนที่ไหน เช่าห้องข้างนอก หรือว่าไปนอนค้างกับคนอื่นแบบที่มานอนค้างกับผม 

“แมวน้ำครับ” 

 

ฮรุกก ใจบาง ก็บอกว่าอย่าครับ! 

“อะ ..อะไร” มึงอะแมวน้ำ อะไรร จะติดอ่างทำไม อย่าแสดงออกสิว่าแพ้อะไรแบบนี้ เดี๋ยวฉลามจะได้ใจ!  

“กินยาด้วย” 

“อยู่ป้อนดิ เดี๋ยวกิน”  

“แมวน้ำ”  

จ้า ๆ เล่นนิดเล่นหน่อยไม่ได้เลยย ดุตลอด 

“รู้แล้ว ฉลามไปได้แล้ว เดี๋ยวมืด” 

“ครับ” 

ฉลามอ่าา 

อยากจะประกาศบอกทั้งโลกจังเลย ว่าแมวน้ำอยากได้ผู้ชายคนนี้ ;-; 

“กูไปอาบน้ำนะ” พอฉลามไปไอ้พันตรีก็ลุกขึ้นหยิบผ้าเช็ดตัว เข้าไปอาบน้ำทันที แล้วคือทิ้งจานไว้ให้ผมล้าง เพื่อนที่ดีจริง ๆ ออกจากห้องน้ำเมื่อไหร่จะเตะตูดให้สักที ทำให้กินแล้วยังต้องมาเก็บล้างอีก นี่เพื่อนหรือผัว 

ฉลามยังทำตัวน่ารักด้วยการเอาไปล้างเองเลย 

ผมเก็บเอาจานของพันตรีมาซ้อนกับจานของตัวเอง ยกขึ้นมาตั้งเอาไว้ด้านบนโต๊ะที่วางทีวีก่อนจะจัดการกวาดทำความสะอาด และถูด้วยน้ำยาจับฝุ่นไปรอบนึง รอให้ไอ้พันตรีอาบน้ำเสร็จแล้วเดี๋ยวผมจะอาบต่อ ยาก็กินแล้วจะได้นอนพัก อากาศปวดหัวเริ่มกลับมาอีกแล้ว 

พันตรีมันอาบน้ำไม่นานหรอก เรียกว่าวิ่งผ่านน้ำ นั่นไง.. ออกาแล้ว ไม่แต่งตัวออกมาด้วย นี่ถ้ามันเป็นพี่พันเอกผมคงแกล้งแรดใส่ไปแล้ว แต่กับไอ้พันตรีนี่เห็นบ่อยเกินกว่าจะตื่นเต้นอะไรอีก ถึงหุ่นมันจะดีมากก็ตาม แต่สำหรับผม ..ไม่มีใครเทียบฉลามได้แล้วล่ะ 

ทั้งหุ่น 

ทั้ง.. -.,- ละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจ 

“หน้ามึงหื่นมาก คิดอะไรไม่ดีกับร่างกายกูป้ะ” สัส อยู่ ๆ มาผลักหัว เดี๋ยวกัดมือให้เลย ก็บอกอยู่ว่าเห็นจนไม่ตื่นเต้นแล้ว ให้คิดไม่ดีกับร่างกายมันนี่ผมไปแอบมองไอ้พีทอาบน้ำดีกว่าเหอะ  

“มึงหล่อนะ แต่ขี้มโน” 

“เห็นมึงมอง ก็ต้องกลัวไว้ก่อนไหม” 

พูดแบบนี้คืออยากมีเรื่องใช่ไหม  

“กูไม่เอามึงหรอก คนหุ่นดีกว่ามึงเยอะแยะ” 

กึก! 

พันตรีกระแทกแก้ววางลงบนโต๊ะจนผมสะดุ้ง กลืนน้ำลายเมื่อเพื่อนสนิทเดินตรงเข้ามาหา พาร่างกายเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของมันมายืนชิดจนหัวนมจะฟาดหน้าผม กลิ่นหอมของสบู่ หยาดน้ำที่ไหลลงมาตั้งแต่ต้นคอแกร่งของเพื่อนสนิททำเอาผมกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่  

กูเพื่อนมึงนะ ใจเย็น เดี๋ยวหื่นลงคอจับเพื่อนตัวเองปล้ำขึ้นมาทำไง มึงจะมายืนอวดโชว์ร่างกายตัวเองแบบนี้ไม่ได้โว้ยยยย 

“หุ่นกูไม่ดีจริงดิ” 

“เหี้ย ถอยห่าง ๆ กูเลย เสียสายตา” 

ตุบ 

โอ้ย! หัวผม ไอ้พันตรี เพื่อนเวร..ตบมาได้ ไม่เห็นแก่ความน่ารักของหน้ากูเลย 

“ปากดี เดี๋ยวปล้ำแม่ง” 

“ผิดผี!” 

เพื่อนตัวสูงแยกเขี้ยวยกมือมาผลักหัวอีกรอบก่อนจะถอยออกไปแต่งตัว เห้ออออ ค่อยหายใจหายคอโล่งขึ้นมาบ้าง นี่ถ้ามันไม่หยุดแกล้งผมจะโทรไปฟ้องเปปเปอร์ให้จัดการมัน หรือไม่ก็แกล้งโทรไปบอกว่าไอ้พันตรีไปติดสาวมหา’ลัย เอาให้ถูกน้องผมงอนไปเลย 

ปึงๆๆ 

“อีอุ๋งงงงงงงงง” 

 

ไม่ต้องถามว่าใคร เสียงแหลมลอดเข้ามาเชียว 

ผมสบตากับไอ้พันตรี ถอนหายใจพร้อมกันก่อนจะสาวเท้าตรงไปที่ประตู บิดลูกบิดก่อนจะก้าวถอยหลังเมื่อเพื่อนชายใจหญิงดันประตูเข้ามา กางเกงขาสั้นกับเสื้อสีชมพูแสบตาทำเอาผมแอบเบ้ปากในใจ แล้วดูมัน มีออกไปส่งจูบโบกมือให้ไอ้พวกผู้ชายคณะผมอีก 

“อร้ายยย ผู้คณะมึงงานดี” 

“แล้วผู้ชายคณะมึงไม่ดี” ผมถามกลับ เดินมานั่งลงบนที่นอนเมื่อไอ้พีทมันดันประตูห้องปิด 

“ดี! แต่พวกเดียวกัน”  

โถ ๆ น่าสงสารรร แมวน้ำถึงได้บอกไงว่าให้ตั้งใจเรียนแล้วสอบเข้าวิศวะฯ ให้ได้ คณะนี้แมน ๆ คุยกัน กล้ามแน่น สูงหล่อมีครบครัน ถามถึงเหตุผลว่าทำไมมาเรียนวิศวะฯ ตัดว่าชอบและอยากเรียนออกก็คงเหลือแค่เหตุผลเดียวคือผู้ชายหล่อมากกกกก 

ดูจากฉลามเป็นตัวอย่างสิ ไม่เรียกว่าหล่อมากให้เรียกว่าอะไร 

“เออ อีอุ๋งง เมื่อกี้ใช่ไหม กูอยู่ใต้หอ กูเจอผู้งานดีม้ากกกกคนนึง เห็นแล้วมดลูกสั่น” 

“มึงไม่มี” มโนเก่งอยู่เรื่อย 

“ให้กูมโนบ้างได้ไหม ...ต่อ ผู้งานดีมากมึง สูง หล่อมาก ผมสีควันบุหรี่โคตรจะสเปกกู!” 

หือ ผมสีอะไรนะ 

“ขออีกรอบ ผมสีอะไรนะ” ผมหรี่ตาลง มองเพื่อนตัวเองที่กลอกตาเบื่อหน่ายใส่  

“หูมึงตึงเหรออีอุ๋ง สีควันบุหรี่! ว้ายย มึงยกตีนขึ้นมาทำไม” ไอ้พีทกระโดดหนีผมไปหลบหลังไอ้พันตรีที่เดินผ่านมา ไม่ยันไปเลยก็บุญแล้ว ที่มันพูดถึงคือฉลาม! ฉลามแน่ ๆ อยากจะบอกชัด ๆ ทีละคำให้รู้ไปเลยว่า ..คน นี้ ของ แมว น้ำ 

จำ!! 

ติดแค่ไอ้พันตรียืนอยู่ไง เลยเกรงใจไม่กล้าประกาศความแรดของตัวเองมาก  

“ไอ้ฉลามมั้ง คณะกู รุ่นเดียวกัน” 

“กรี๊ดดดดด จริงเหรอมึง” 

“เออ! มึงจะกรี๊ดทำไม เดี๋ยวกูต่อยปากแตก” ไอ้พันตรียกหมัดขู่ ทำไปทำมาไอ้พีทก็หนีมานั่งแปะบนที่นอนผมเหมือนเดิม ทำท่าจีบปกจีบคอเรียบร้อยขึ้นมา มองหน้าผมสลับกับไอ้พันตรีด้วยสายตาแบบโคตรไม่น่าไว้ใจ 

หวังว่าจะไม่เกี่ยวกับฉลามนะ.. 

“แนะนำให้กูรู้จักหน่อยสิ” 

“ไม่!” ผมตอบกลับทันที 

เสียงดังจนเพื่อนสองคนสะดุ้ง 

“อีอุ๋ง มึงจะเสียงดังทำไม” 

“เออ ..อยู่ใกล้แค่นี้ไหม” 

ผมเม้มปากแน่น อับอายมาก แค่เพราะไอ้พีทบอกให้แนะนำฉลามกับมันก็เผลอแสดงอาการออกไปเฉยเลย ก็คนมันหวงอะ นั่นมันเหยื่อผมนะ อุตส่าห์ไปตกมาจากร้านเหล้า แล้วใช้ไข่เจียวเลี้ยงเอาไว้จนถึงทุกวันนี้ ไม่อยากให้ใครมาวุ่นวายทั้งนั้น 

“เอ๊ะ มึงจะเก็บไว้เองใช่ไหม อีแรด!” 

“ไม่รู้ กูปวดหัว กูจะนอนแล้ว มึงอะกลับห้องไปเลยไอ้พีท” 

“เอ้า มาคุยกับกูก่อนอีอุ๋ง” 

ผมล้มตัวนอนดึงผ้าห่มคลุมถึงหัว ไม่สนใจเสียงรบเร้าใด ๆ จากเพื่อนตัวเอง จนมันยอมแพ้ไป พูดคุยกับไอ้พันตรีอีกเล็กน้อยก่อนจะกลับห้องไปนั่นแหละผมถึงจะลุกขึ้นเตรียมจะไปอาบน้ำ หลีกหนีสายตาจ้องจับผิดจากไอ้พันตรี 

“มึงกับไอ้ฉลามนี่ยังไง” 

“ก็ไม่ยังไง ..เพื่อนร่วมคณะ” 

“เพื่อนหรือผัว ได้กันหรือยังตั้งแต่คืนนั้น” 

“ยัง!” 

“....” 

“ก็ยังไม่ถึงขั้นนั้น” สายตาไอ้พันตรีบีบบังคับให้ผมพูดตอบไปเสียงแผ่ว ก้มหน้าลงพื้นไม่กล้าสู้สายตามัน บอกแล้วว่าผมโกหกไม่ได้ถ้าเกิดถูกถามขึ้นมาจริง ๆ สกิลการอ่อยน่ะมี แต่สกิลโกหกไม่มีแม้แต่นิดเดียวเลยจ้า 

“ทำอะไรก็คิด อย่าให้มันมองว่ามึงง่าย” 

;-; คงไม่เหลือแล้ว 

ผมสะอึกไปเลย เดินคอตกเข้าไปอาบน้ำ พอคิด ๆ แล้วว่าฉลามอาจจะคิดอยู่ในใจว่าผมง่ายมันก็รู้สึกวูบโหวงในใจแปลก ๆ 

แย่ชะมัดเลย… 

หมดอารมณ์สุด ๆ 

ผมนั่งเงียบตลอดเวลาที่พวกรุ่นพี่ชี้แจงเรื่องต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นเมื่อมหา’ลัยเปิด ไม่กล้าหันไปมองคนด้านข้างเลยแม้แต่นิดเดียว จริง ๆ ผมไม่เคยแคร์เลยนะว่าจะถูกใครมองว่าแรดหรืออะไร มันเป็นนิสัยผมไง เพราะส่วนมากผมแค่เล่น ๆ ไม่ได้จริงจังจะสานสัมพันธ์เลย แค่คุย ๆ ให้หายเหงา แต่กับฉลามมจะว่ายังไงดีล่ะ ถลำลึก.. 

ก็คงเป็นแบบนั้นนั่นแหละ 

 

“เห้อออ”  

“เป็นอะไร” คนตัวสูงข้างกายเจ้าของผมสีควันบุหรี่เอ่ยถาม ผมเหลือบมองเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมานั่งก้มหน้าต่อเงียบ ๆ 

“....” 

“....” 

ฉลามไม่ได้พูดอะไรต่อ ต่างคนต่างนั่งเงียบจะมีก็แต่ไอ้พันตรีที่ก้มหน้ามามองผมหน่อย ๆ มึงอะ! ทำกูคิดมากเลย นี่ถ้าไม่คิดมากนะลั้ลลาส่องรุ่นพี่ ส่องคนหน้าตาดีแถวนี้ไปนานแล้ว ไม่อึดอัดที่ต้องอยู่ใกล้กับฉลามแบบนี้ด้วย 

บ่นเพื่อนตัวเองอยู่ในใจ ก่อนจะเหลือบไปมองฉลามอีกครั้ง  

คนมึนเอียงคอลงเมื่อเห็นว่าผมมอง กระพริบตาใส่จนผมทนไม่ไหวต้องหันหนีอีกรอบ 

น่ารักกกก ฮรุก ฉลามน่ารักเกินไปแล้ว  

ทำไมต้องหล่อแล้วน่ารักไปพร้อม ๆ กันแบบนี้ด้วย แมวน้ำใจไม่ดีรอบที่ล้าน! 

กัดปากแน่นมากจ้า อยากเต๊าะ อยากอ่อยแล้วก็อยากคุยด้วย แต่คำที่ไอ้พันตรีบอกก็ยังวนเวียนอยู่ในหัวผมเรื่อย ๆ อยู่ดี 

ผมถอนหายใจอีกรอบ เหม่อมองฟ้าที่เริ่มมืดแสง  

วันนี้พวกรุ่นพี่ปล่อยช้าจังแหะ  

“เดี๋ยวพี่จะปล่อยแล้วนะคะน้อง ๆ พักผ่อนทานข้าวกันเยอะ ๆ นะ แล้วเจอกันอีกทีตอนเปิดเทอม” อะ คิดปุ๊บก็ปล่อยทันทีเลย พวกรุ่นพี่พูดอะไรต่ออีกสักพักก่อนจะปล่อยพวกผมให้แยกย้ายกัน  

ผมยันตัวขึ้นจากพื้น เตรียมจะเดินกลับห้องพร้อมไอ้พันตรี แต่ก็ถูกฉลามคว้าแขนดึงเอาไว้เงียบ ๆ หันไปมองก็ยังไม่พูดว่าดึงไว้ทำไม จนผมต้องเป็นฝ่ายเอยปากถาม 

“ฉลาม?” 

“ขอยืม” หันไปพูดกับไอ้พันตรีแล้วก็ดึงผมออกมาเลย เดี๋ยวสิ ฉลามจะพาผมไปไหนน่ะ ดึงอย่างเดียวเลย ผมไม่ทันมองทางหรือป้ายอันเล็ก ๆ ที่มีไว้บอกทางด้วยซ้ำ ก้าวตามร่างสูงที่เดินอาด ๆ ไม่ได้สนใจขาสั้น ๆ ของผมเลยสักนิด 

“ฉลามช้าหน่อย” 

“....” ยังอีก 

“ฉลาม!” 

“...” 

“นี่ ขาเราสั้น! ช้า ๆ ได้ไหม” 

“หึ” 

เสียงหัวเราะนั่นคืออะไรกัน ผมไม่ทันพูดอะไรต่อก็เหมือนฉลามจะพามาถึงจุดมุ่งหมาย แสงไฟจากด้านในสว่างลอดออกมาพร้อมกับเสียงคนที่ฟังดูไม่เยอะเท่าไหร่ ป้ายด้านหน้าเขียนเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษและภาษาไทยว่า 'สระว่ายน้ำสำหรับนักศึกษา' 

ฉลามพาผมมาสระว่ายน้ำ… 

“ว่ายน้ำ” 

ผมส่ายหน้าวืดใหญ่ ดูจากความลึกแล้วคงจมหัวแน่ ๆ ไม่เอาด้วยหรอกเพราะว่าผมว่ายน้ำไม่เป็น แล้วก็ออกจะกลัวน้ำในระดับนึง  

“อยู่เป็นเพื่อนได้ไหม” ฉลามถามต่อ 

ทำหน้างุ้ย ๆ แบบนั้นใครจะปฏิเสธลงล่ะ 

ผมรีบพยักหน้าตอบ กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ที่มีเหล่าชายหนุ่มเสียส่วนใหญ่กำลังยืดเส้นยืดสาย อ่า นี่มัน..แหล่งอาหารชั้นดี ดูกล้ามคนนั้นสิ ซิกแพค จากที่อารมณ์หม่นหมองมาทั้งวันนี้แฮปปี้ขึ้นมาทันที ถอดรองเท้าออกเดินไปเปิดน้ำล้างก่อนจะกลับมานั่งหย่อนขาแช่ลงในสระรอให้ฉลามเปลี่ยนชุดกลับมา 

“แมวน้ำ” 

 

อู้วว บุญของแมวน้ำแล้วล่ะ 

ผมสูดลมหายใจเข้า มองฉลามยืดเส้นยืดสายอยู่ข้าง ๆ กางเกงว่ายน้ำตัวนั้นมันช่าง..เหมาะกับฉลามจริงจัง จะไม่บอกว่ากางเกงเล็กไป แต่ฉลามต่างหากล่ะที่ใหญ่เกินไป แคก ๆ ขาน่ะ ขาใหญ่เกินไป อย่าไปมองส่วนอื่นสิ 

ยืดเส้นยืดสายสักพักก็ลงน้ำ ปล่อยให้ผมนั่งเหงาเคว้งคว้างอยู่คนเดียว 

เหงานะ แต่สายตาคือมองทั่วมอง 

ล่าสุดหยุดอยู่กับผู้ชายคนนึงที่โผล่พรวดขึ้นจากสระใกล้ ๆ กับที่ผมนั่งอยู่ ยกมือขึ้นเสยผมพลางหันมาเหมือนรู้อยู่ก่อนว่าผมจ้องเขา พอหันมาก็แจกรอยยิ้มทันที แล้วผมก็ประเภทอ่อยมาอ่อยกลับไม่โกง ขยับยิ้มหวานส่งกลับไปทันที 

พรวด! 

เฮือก 

สะดุ้งเฮือกเลยจ้า ฉลามโผล่ขึ้นจากน้ำตรงหน้าผม มือเกาะขอบสระอยู่ที่กึ่งกลางระหว่างขาทั้งสองข้างพยุงตัวเองให้ลอยอยู่ในน้ำ ผมอ้าปากค้างเล็กน้อยกับท่าทางเซ็กซี่ขยี้้ใจของอีกฝ่าย ดาเมจเสยผมยิ่งกว่าผู้ชายคนเมื่อกี้ แล้วไหนจะสายตานั่น 

“...” ฉลามยกมือขึ้น กระดิกนิ้วชี้เรียกให้ผมก้มลงไปหา 

ฮรุก กระแทกใจมากกับท่าเมื่อกี้ อยากจะพลีกายให้ไปเลย คำว่าง่ายคืออะไร แมวน้ำไม่รู้จัก! 

“อะไรเหรอ” 

“ฟังเรา” 

“....”  

“แมวน้ำ...จะแรดตอนไหนก็ได้” 

“แต่ต้องไม่ใช่ต่อหน้าเรา” 

ตูม!! 

ผมใจหายวาบ รีบไขว่คว้ากอดรัดคอของคนที่แกล้งดึงลงน้ำแน่น น้ำตาซึมออกมาเล็กน้อยเพราะความกลัว แต่พอได้ยินเสียงหัวเราะของอีกฝ่ายความเคืองก็เข้ามาแทนที่ ลืมตาขึ้นมองใบหน้าของฉลามพลางฟาดลงบนไหล่หนาเต็มแรง 

“ฉลาม!” 

“ว่ายสิ”  

“ไม่เอา อย่าปล่อยเรานะ เราจะจม” กอดหมับเข้าอีกรอบ ฉลามจับที่ขอบสระอยู่ ความสูงของฉลามคือพ้นน้ำขึ้นมาอยู่ประมาณคอ ซึ่งถ้าผมยืนก็คือจมอะ เพราะผมสูงแค่อกฉลามเอง  

“เป็นแมวน้ำก็ต้องว่ายน้ำเป็น” 

ไม่เกี่ยว!! 

“เราชื่อแมวน้ำ ไม่ได้เป็นแมวน้ำ” ผมแหวลั่น ไม่สนใจแล้วว่ามีใครบ้างตรงนี้  

แล้วดูฉลาม… 

เอามือมาลองคางผมด้วยหน้ามึน ๆ ของตัวเอง 

“อุ๋งๆ” 

มันใช่เวลาไหมฉลาม!! 

 

 

#ฉลามไม่กินเนื้อ 

ความคิดเห็น