หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ถึง‘เล่ห์ร้าย’ในวงการมายาจะฉุดให้ชีวิตเธอถึงคราวตกอับ แต่ด้วย ‘เล่ห์รัก’ ของเขากลับมอบชีวิตใหม่ให้แก่เธอ

ตอนที่ 6 ด้วยรักและห่วงใย

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 ด้วยรักและห่วงใย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ม.ค. 2563 15:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 ด้วยรักและห่วงใย
แบบอักษร

 

“เธอเป็นอะไรน่ะ เท้าเจ็บหรือเปล่า” 

“ประธานเซียว พวกเราตามเข้าไปไม่ได้ ก็เลย...” 

“รู้แล้ว!” เซียวจิ่งสือวางสายโทรศัพท์ไปอย่างไม่พอใจ จากนั้นขับรถตรงไปยังสถานที่ออกอากาศ 

เขาไม่ควรเชื่อคำพูดที่ให้รอฟังผลอยู่ที่บริษัท หลินหว่านอยู่ที่นั่นต้องกลายเป็นเป้าให้คนพวกนั้น ทำไมเขาไม่ตามไปนะ แม้จะเป็นผู้ชม ยามคับขันก็สามารถขึ้นเวทีไปปกป้องเธอได้นี่นา! 

ยิ่งคิดเช่นนี้แล้ว เขาก็ยิ่งเร่งเครื่องให้เร็วขึ้นอีก อวิ๋นซีและลิลลี่เห็นเซียวจิ่งสือขับรถเข้ามา จากนั้นพุ่งพรวดเข้าไปยังห้องส่ง 

“ท่านประธานเซียว” ยามเฝ้าหน้าประตูพูดอย่างลำบากใจ “ตอนนี้เริ่มอัดรายการแล้ว และยังเป็นการถ่ายทอดสดด้วย ท่านเข้าไปตอนนี้คงไม่ดีนะครับ!” 

“อย่าเรื่องมากน่า!” เซียวจิ่งสือกำหมัดขึ้น “จะเปิดไหม” 

“ให้เขาเข้ามาเถอะ” 

ยามเฝ้าประตูหันไปตามเสียงพร้อมกับเซียวจิ่งสือ พบว่าเป็นตู้เซวี่ยน...ประธานบริษัทเซวี่ยนจื่อ 

เซียวจิ่งสือตามตู้เซวี่ยนเข้าไปหลังเวที คราวนี้เขาเห็นสีหน้าท่าทางของหลินหว่านอย่างชัดเจน “เธอข้อเท้าแพลงเหรอ ทำอย่างไรดีล่ะ” 

“เดินแค่ไม่กี่ก้าวก็ขาแพลงได้ อย่างนี้ยังคิดจะเป็นดาราอีก” ตู้เซวี่ยนเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง เซียวจิ่งสือตวัดสายตาฉับเข้าใส่แล้วถามว่า “มีถุงน้ำแข็งไหม” 

จิตใจของหลินหว่านมุ่งอยู่ที่เท้าของเธอ ไม่มีกะจิตกะใจดูการแสดง แม้ว่าใบหน้าจะยังมีรอยยิ้มแต่ก็ฝืนใจเต็มที 

“คุณน้องขา ยอมแพ้เสียตั้งแต่ตอนนี้ยังทันนะ อย่ารอจนต้องขายหน้าล่ะ” อันซิงกระซิบที่ข้างหูหลินหว่าน เธอตอบกลับด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน 

ยอมแพ้? เธอเคยยอมแพ้มาแล้วครั้งหนึ่ง และเธอจะไม่ยอมแพ้เป็นครั้งที่สอง 

รอยยิ้มของเธอยั่วโมโหอันซิงนัก เธออยากจะยื่นมือออกไปหยิกขาของหลินหว่าน แต่พอเห็นตากล้องกำลังแพนกล้องมาทางด้านนี้ก็รีบกลับมานั่งตัวตรงอย่างสำรวม 

หลินหว่านคิดไม่ถึงว่ากล้องจะเข้ามาถ่ายเธอใกล้ขนาดนี้ และยิ่งคิดไม่ถึงว่าคนที่แบกกล้องเข้ามาจะเป็นเซียวจิ่งสือ 

“คุณมาได้อย่างไรน่ะ” 

“ไม่ต้องพูด!” เซียวจิ่งสือยื่นถุงน้ำแข็งให้เธอ “ถอดรองเท้าออก ถ้าอาการแย่ลงจะส่งผลในอนาคตนะ!” 

หลินหว่านถอดรองเท้าออกตามคำของเขา วางถุงน้ำแข็งไว้บนข้อเท้า รู้สึกดีขึ้นไม่น้อยจริงๆ กระแสความอบอุ่นสายหนึ่งแล่นผ่านเข้าสู่หัวใจจนยากจะสงบลงได้ 

ผู้ชายคนนี้ถึงแม้จะเหมือนเด็กที่เอาแต่ใจ แต่ก็มีความละเอียดอ่อน มักจะมองทะลุหน้ากากที่เธอใช้ปิดบังความจริงได้เสมอ จากนั้นก็ช่วยเธอแก้ไขปัญหาทั้งหมดทั้งมวล หลินหว่านไม่กล้าคิดว่าหากมีแฟนอย่างนี้จริงๆ จะมีความสุขขนาดไหน 

แล้วก็มาถึงคิวการแสดงของอันซิง แน่นอนว่าลูกสาวของบ้านตระกูลอันย่อมมีประสบการณ์ช่ำชองบนเวที หลังจบบทเพลงเธอเรียกเสียงโห่ร้องยินดีได้ทั้งห้องส่ง หลินหว่านก็อดรู้สึกตื่นเต้นขึ้นบ้างไม่ได้ 

แต่ว่าเป้าหมายของอันซิงเป็นบทนางเอก ส่วนหลินหว่านแค่ต้องการบทตัวประกอบหญิงอันดับสาม ดังนั้นหากการแสดงจะย่อหย่อนกว่ากันบ้างก็ไม่น่าแปลก ถึงแม้หลินหว่านจะต้องการให้การแสดงสมบูรณ์แบบ แต่สภาพของเธอตอนนี้ไม่ดีนัก ก็ได้แต่ปลอบใจตัวเองไปเท่านั้น 

หลินหว่านเดินขึ้นเวที ขณะที่อันซิงลงจากเวที ทั้งสองพบหน้ากันอีกครั้ง อันซิงมองดูเท้าของหลินหว่านอย่างกระหยิ่มใจ แล้วก็พบว่าเธอไม่ได้สวมรองเท้า! 

ใบหน้าของหลินหว่านยังคงประดับด้วยรอยยิ้ม เซียวจิ่งสือกล่าวเตือนเธอว่า แม้การแสดงครั้งนี้อาจไม่งามพร้อมสมบูรณ์แบบนัก แต่ถ้าหากยังฝืนใส่รองเท้าส้นสูงอีกก็อาจส่งผลต่อการเต้นของเธอในอนาคต 

นอกจากนี้พอถอดรองเท้าส้นสูงออก ความเจ็บปวดที่เท้าก็บรรเทาลง การแสดงย่อมไหลลื่นเป็นธรรมชาติมากขึ้น ทั้งยังเป็นการดึงดูดความสนใจของผู้ชมและกรรมการได้อีกด้วย 

แล้วก็เป็นดังคาด พอเห็นหลินหว่านขึ้นแสดงด้วยเท้าเปล่า คนทั้งห้องส่งเสียงวิจารณ์กันกระหึ่ม เดิมทีแผ่นภาพโปสเตอร์ของหลินหว่านเปิดตัวล่าช้าก็เป็นหัวข้อให้ถกเถียงกันอยู่แล้ว ตอนนี้ยังเท้าเปล่าออกมาเต้น ดึงสายตาผู้คนไว้ได้อีก 

ท่าเต้นที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา รอยยิ้มหวานงามล้ำทำให้ผู้ชมและกรรมการต่างพากันเผลอมองจนลืมตัว กับทั้งเซียวจิ่งสือที่อยู่หลังเวทีก็เช่นกัน 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้เห็นหลินหว่านเต้น แต่ทุกครั้งดูเหมือนจะได้เห็นหลินหว่านที่แตกต่างออกไปเสมอ ในทุกครั้งที่หลินหว่านต้องการสื่ออารมณ์แตกต่างกันไป และเขาก็เข้าใจเสียด้วย 

ตู้เซวี่ยนที่อยู่ด้านข้างเห็นกิริยาท่าทางของเซียวจิ่งสือแล้วก็รู้แจ้งแก่ใจ แต่ว่าจะปั้นหลินหว่านให้โด่งดังในวงการนี้จริงๆ น่ะหรือ เขายังต้องใคร่ครวญดูอีกสักหน่อย 

ส่วนหลางอี้นักเขียนบทละครซึ่งดูการถ่ายทอดสดอยู่หน้าจอทีวี ตอนนี้น้ำตาคลอเต็มดวงตา หยาดน้ำตาหยดหนึ่งไหลไปตามรอยแผลเป็นอันน่าสะพรึงบนใบหน้าที่ชวนให้นึกถึงความเจ็บปวดอย่างยิ่ง แต่ด้วยดวงตาที่เหมือนจะพูดได้ทั้งคู่กลับทำให้กลายเป็นความน่าสงสารไป 

 การแสดงทั้งหมดจบสิ้นลง ศิลปินต่างกลับเข้าประจำที่นั่งเพื่อรอฟังผลการนับคะแนน คนที่ได้คะแนนยี่สิบอันดับสุดท้ายจะถูกคัดออก ทุกคนต่างรู้สึกตึงเครียด ไม่มีใครอยากจะถูกคัดออกตั้งแต่รอบแรก 

หลินหว่านยังถือถุงน้ำแข็งประคบเท้าไว้ ขณะที่ใครบางคนไม่คิดจะนิ่งเฉยอีก 

“เท้าเปล่าก็คิดจะชนะหรือไง เชื่อไหมล่ะเย็นนี้ฉันจะทำให้คนทั้งโลกออนไลน์ด่าแกจนโงหัวไม่ขึ้นเลยเชียว” 

หลินหว่านเงยหน้าขึ้นก็เห็นสีหน้าอาฆาตแค้นของอันซิง เธอหลับตาลงอย่างไม่สนใจไยดี รอคอยเวลาผ่านไปอย่างช้าๆ แต่อันซิงกลับไม่คิดจะหยุด ยื่นมือมาคว้าแขนเรียวของเธอไว้แล้วยกขึ้นโบกไปมาต่อหน้ากล้อง 

“พวกเราเป็นพี่น้องกันนี่ ก็น่าจะให้ผู้ชมได้เห็นความสนิทสนมของพวกเราสิใช่ไหมล่ะ” อันซิงพูดพลางยิ้มใสซื่อ “แต่น่าเสียดาย ถึงจะเป็นพี่น้องกันแต่ฉันสูงส่งกว่าแกเยอะ ก็ขนาดพ่อแกเป็นใครยังไม่รู้เลยนี่นา ได้ยินคุณพ่อเล่าว่า ผู้ชายในคืนนั้นน่ะมีตั้งเจ็ดคนเชียวนะ ขนาดเขาเป็นน้องชายยังรู้สึกขายหน้าเลย” 

หลินหว่านรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แขน แต่ก็ได้แต่อดทนไว้ ยิ้มรับให้กล้องอย่างให้ความร่วมมือ แต่เธอไม่นั่งรอความตายหรอก อันซิงปากไม่มีหูรูด คิดจะหาหลักฐานความผิดเธอนั้นไม่ยากเลย 

ช่องทางลงคะแนนปิดลงในที่สุด หน้าจอแสดงลำดับผลคะแนนยังวิ่งไม่หยุด หากไม่มีเหตุที่คาดไม่ถึงอันดับหนึ่งของฝ่ายชายน่าจะเป็นเฉิงเฉิง ซึ่งหากไม่มีเหตุพลิกผันอะไรตำแหน่งดารานำฝ่ายชายของละครเรื่องนี้ต้องตกเป็นของเขาอย่างแน่นอน 

ทางด้านนักแสดงหญิง เนื่องจากปรากฏว่ามีนักแสดงหญิงสองคนได้คะแนนเท่ากัน นั่นก็คือหลินหว่านและอันซิง คะแนนของทั้งสองอยู่ในอันดับหนึ่งทั้งคู่ ขณะที่เจี่ยนซีไอ้ได้คะแนนลำดับรองลงไปเป็นอันดับห้า 

ส่วนลำดับสามเป็นม้ามืดที่ไม่มีใครนึกถึง...อี้อวิ๋นฉัง 

“อันซิง? เดี๋ยวเรามาคุยเรื่องบทละครกันดีไหม การแข่งขันรอบหน้าดูเหมือนพวกเราต้องแสดงร่วมกันนะ” พอศิลปินทั้งหลายลงจากเวที อี้อวิ๋นฉังก็เรียกอันซิงที่เดินอยู่ข้างหน้าไว้พร้อมกับเร่งฝีเท้าเข้าไปหา 

อันซิงแอบตวัดสายตาขวับ แล้วเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มยินดีพลางกุมมืออี้อวิ๋นฉังเอาไว้ “ได้สิ แต่ดูเหมือนจะยังมีหลินหว่านกับเฉิงเฉิงนะ จะเรียกพวกเขาด้วยไหมล่ะ” 

อี้อวิ๋นฉังคล้องแขนอันซิงไว้พลางกล่าวอย่างเอาใจว่า “เรียกหล่อนน่ะหรือ เธอเต็มใจที่ได้อันดับหนึ่งคู่กับหล่อนจริงๆ น่ะเหรอ จะว่าไปแล้วเธออยู่ในฐานะสูงส่งกว่าพวกเราทั้งหมดในนี้ หลินหว่านไม่นับเป็นอะไรได้เลย” 

คำพูดนี้ถูกใจอันซิงเป็นที่สุด แน่นอนว่าเธอไม่โง่ อี้อวิ๋นฉังมาประจบเอาใจเธอ ขณะเดียวกันก็ใช้ประโยชน์จากเธอด้วยเช่นกัน แต่อันซิงไม่สนใจหรอก ขอแค่ได้แกล้งหลินหว่านให้หายโมโหก็พอแล้ว 

“คุณปู่! หลานไม่อยากได้ที่หนึ่งคู่กับมัน บทนางเอกกับอันดับหนึ่งต้องเป็นของหลาน จะให้มันมาแบ่งความเด่นกับหลานได้อย่างไร” 

พอกลับถึงบ้านอันซิงก็ออดอ้อนกับอันโฮ่วสยง อันโฮ่วสยงรักตามใจหลานสาวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ประกอบกับเขาไม่เห็นด้วยที่หลินหว่านจะเข้าสู่วงการนี้ จึงรีบแจ้งทีมงานของบริษัทให้เริ่มสาดโคลนหลินหว่านทางโลกออนไลน์ 

ตามเว็บบอร์ดใหญ่ๆ มีภาพหลินหว่านเมื่อครึ่งปีก่อนผุดออกมามากมาย สภาพใบหน้าแดงก่ำอ้วนฉุแสนอัปลักษณ์ปรากฏสู่สายตาสาธารณชนอีกครั้ง 

ถึงแม้ว่าคนที่ได้ดูการเต้นของเธอจะดื่มด่ำไปกับมัน แต่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเริ่มก่อน นำภาพใบหน้าของเธอตอนเต้นรำมาเปลี่ยนเป็นภาพเมื่อก่อนนี้ จนน่าเกลียดเกินจะทนดูต่อไปได้ 

ความคิดเห็น