เจ้าหญิงดอกไม้ - บุษบากร
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ฝากติดตามผลงานของ "เจ้าหญิงดอกไม้" ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของรีดทุกคนด้วยนะคะ ^^ (ดูนิยายเรื่องอื่น ๆ คลิกที่รูปโปรไฟล์ได้เลยน้า)

CHAPTER 23 60% Finally we fine each other

ชื่อตอน : CHAPTER 23 60% Finally we fine each other

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.7k

ความคิดเห็น : 42

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ก.พ. 2563 14:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 23 60% Finally we fine each other
แบบอักษร

 

 

SPECIAL PART

JAOKHUN :

 

"พี่...ฮึก...หยุดร้องไม่ได้..." คนตรงหน้าบอกผมทั้งน้ำตาก้อนจะทรุดลงไปนั่งกับพื้นไม้ ด้วยความเป็นห่วงและตกใจทำให้ผมถลาเข้าไปหาพี่อิงดาวอย่างรวดเร็ว

"พี่ดาว เป็นอะไร ปวดท้องเหรอ!"

"ฮึก ฮือ ๆ" ยิ่มผมถามเธอกลับยิ่งร้องไห้

"หรือพี่จะคลอดแล้ว!!" ผมถามออกไปตามที่คิด แต่พี่เขาส่ายหน้าพรืด มือเล็กยื่นกระดาษแผ่นเล็กแผ่นนึงคืนให้ผม มันคือนามบัตรที่พี่ผู้ชายหน้าหล่อคนนั้นเป็นคนให้แต่ตอนนี้กระดาษใบเล็กกลับยับยู่ยี่แถมยังเปียกเพราะคราบน้ำตา

"พี่ร้องไห้เพราะนามบัตรใบนี้เหรอ"

"...."

"พี่กลัวว่าผมจะไปทำงานกับเขาใช่มั้ย" ต้องใช่แน่ๆ ตอนนี้ผมคิดอะไรได้ก็พูดไปตามนั้น แต่เหมือนคำตอบผมจะยังไม่ถูกเพราะพี่เขายังไม่หยุดร้องไห้ แววตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดจนคนนอกแบบผมสัมผัสได้ เจ็บปวดและร้องไห้ปานจะขาดใจมันทำให้ผมใจสลาย

"พี่ดาว..." ผม กำลังจะร้องไห้ตามเธอ เพราะทนไม่ไหวที่ต้องเห็นผู้หญิงตรงหน้า...ร้องไห้แบบนี้

"เจ้าขุน...อึก"

"ครับ"

"ข่วย...ฮึก พี่ทำเค้กหน่อย..." พี่อิงดาวบอกผมสลับกับการสะอื้น

"แต่ว่า" ผมพูดไม่ทันจบประโยคก็ต้องหยุดชะงักเพราะสายตายที่เธอมองมา จนสุดท้ายผมก็ต้องยอมทำตามคำบอก และสุดท้ายผมก็ไม่รู้ว่าพี่เขาร้องไห้เพราะอะไร

รู้เพียงแค่ว่า...สาเหตุที่ทำให้พี่สาวสุดที่รักของผมร้องไห้ ผมจะไม่ยอมให้สาเหตุนั้นทำให้เธอต้องร้องไห้อีกแน่นอน แค่เห็นความเจ็บปวด เห็นเธอร้องไห้ปานจะขาดใจผมก็ทนไม่ไหวแล้ว ระยะเวลาหลายเดือนที่ผมได้รู้จักเธอ มันทำให้ผมรักเธอเหมือนพี่สาวแท้ๆ คนนึง

 

เวลาผ่านไปสักพัก

"เย้ เสร็จแล้วครับ!" ผมตอบยิ้มๆ โชว์ผลงานขิ้นโบว์แดงให้เธอดู เค้กวันเกิดหนึ่งปอนด์ที่ผมกับพี่เขาช่วยกันทำให้กับน้าเอม หรือคุณแม่ของพี่อิงดาว

"เก่งมากเจ้าขุน^^" ใบหน้าสวยยิ้มให้ผม ดวงตาที่เคยสดใสหายไปมีเพียงดวงตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าแต่ก็ยังพยายามจะฝืนยิ้มออกมาให้ผมสบายใจ เรื่องที่ทำให้พี่สาวของผมร้องไห้คือเรื่องอะไร...

"เจ้าขุน เจ้าขุนโว้ย เอ็งอยู่ไหนเนี่ย มาช่วยพ่อเก็บส้มก่อน หายไปเป็นชั่วโมงไปอู้ที่ไหนอีก!" เสียงประกาศิตของบิดาบังเกิดเกล้านามว่าพ่อเข้มก็เรียกสติผมกลับมา

"พี่ดาว..." พูดเสียงอ่อนยิ้มแห้ง วางเค้กลงตามเดิม เ7กที่หน้าตาน่าทาน (มั้งนะ) แต่ผมทำสุดฝีมือโดยมีพี่อิงดาวคอยช่วย ฮ่าๆ

"ไปเถอะ ที่เหลือพี่จัดการเอง" มืบบางตบไหล่ผมเบาๆ แอบเห็นพี่เขาขำด้วยล่ะ ค่อยชื่นใจขึ้นมาหน่อย ยังไงผมก็ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอยิ้มและหัวเราะได้อยู่นะ

"แฮ่ เดี๋ยวผมจะรีบมาหาครับ!"

"ขุนลูก รีบมาเคลียร์งานให้เสร็จเร็ว เดี๋ยวคุณกันต์เขาจะถึงบ้านแล้ว"

"คร้าบแม่ ขุนไปแล้วคร้าบบบ" เสียงพ่อเข้มไม่พอตามด้วยเสียงแม่ขิมอีกคนทำให้ผมต้องจำใจรีบวิ่งลงบันไดบ้านไป ท่านทั้งสองก็วนกลับไปทำงานในไร่ต่อ ส่วนผมมือทำงานแต่ในใจกลับกระวนกระวาย จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเพราะเอาแต่เป็นห่วงคนบนบ้าน เฮ้อ ป่านนี้จะไปแอบร้องไห้อีกมั้ยนะ

"พวงเอ็งรู้มั้ยว่าพ่อของเด็กในท้องหนูดาวเขาเป็นใคร"

"โธ่ พวกเราไม่มีใครรู้หรอก คุณกันต์เขากำชับมาว่าห้ามพูดเรื่องนี้"

"ชีวิตน่าสงสารจริงๆ สามคนแม่ลูก เฮ้อ ดีนะที่เจอผู้ชายใจดีแบบคุณกันต์ของพวกเรา" บทสนทนาของลุงๆ ป้าๆ ในไร่กำลังพูดถึงเรื่องพี่ดาว ความจริงเรื่องนี้ทุกคนเองก็สงสัยแต่ไม่มีใครพูดขึ้นมาเพราะพี่กันต์เขาสั่งเอาไว้ พอนานวัน ท้องของพี่เขาก็โตขึ้นเรื่อยๆ เดือนหน้าก็ถึงกำหนดคลอด ทุกคนก็ต่างตื่นใจดีใจที่จะได้เห็นหน้าหลาน ประเด็นเรื่องพ่อของลูกในท้องพี่สาวผมก็ถูกหยิบมาพูดขึ้นอีกครั้ง ผมไม่เคยถามเธอ เพราะรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ควรถาม แค่นี้ชีวิตของพวกเขาก็น่าสงสารพอแล้ว ทุกวันคิดว่าขอแค่ทำให้พี่เขายิ้มได้ ให้พี่เขามีความสุข ไม่เครียด ผมขอแค่นี้ก็พอแล้วครับ

"ผมว่าพวกลุงหยุดพูดเรื่องนี้เถอะครับ" ผมพูดแทรกกลางวงสนทนา แต่มือก็จดรายละเอียดเรื่องส้มที่จะส่งขายล็อตใหม่ลงสมุดไปด้วย ตอนนี้พสกเรากำลังช่วยกันแพ็คของเพื่อที่จะส่งต่อไปในเมือง ทุกคนจึงมารวมกันอยู่ที่นี่

"โทษที ลืมไปว่าเอ็งสนิทกับหนูดาวเขา"

"สนิทหรือไม่สนิทเราก็ไม่ควรเอาเรื่องของคนอื่นมาพูดนะครับ" พูดจบผมก็พับสมุดบัญชีวางบนโต๊ะ สบตาลุงๆ ป้าๆ ทุกคน "ถ้าพี่กันต์รู้เข้า มันคงไม่ได้ส่งผลดีกับทุกคนหรอกนะลุง" ผมพูดเตือนสติทิ้งท้ายแล้วเดินออกมาจากตรงนั้นทันที ตั้งใจจะไปหาพี่ดาว ตอนนี้เดาว่าคุณน้าน่าจะกลับมาจากตลาดแล้ว และพี่กันต์น่าจะถึงแล้วเช่นกัน พ่อเข้มกับแม่ขิมก็น่าจะอยู่บนบ้าน

แต่ทว่าสายตาผมก็เหลือบไปเห็นผู้หญิงที่เป็นห่วงกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเก้าอี้โยกไม้สักทองตัวโปรดอยู่บนระเบียงหน้าบ้านในชุดคลุมท้องสีฟ้าอ่อนปักลายดอกไม้ คนละตัวกับตัวที่ใส่เมื่อเช้าแฮะ แต่ช่างเถอะ ผมจะวุ่นวายกับชุดพี่เขาทำไมวะ ไม่ใช่เรื่องอะไรของมึงขุนพล! หลังจากที่สฃัดความคิดไร้สาระของตัวเองออกไป ผมก็รีบวิ่งขึ้งบันไดบ้านไปอย่างรวดเร็ว

"พี่ดาว ขุนมาแล้วค้าบบ อยากชิมเค้ก^^"

"เบาๆ สิ" คนตัวเล็กยกมือขึ้นจุ๊ปากตีหน้าดุ นั่นสิ เมื่อกี้ผมคงพูดดังไปหน่อย ถ้าคุณย้าได้ยินเข้ามีหวังความลับแตก

"แฮ่ ขอโทษครับ ผมเห็นรถจอดอยู่หน้าบ้าน พี่กันต์เขามาถึลแล้วใช่มั้ยครับ" ผมพูดพร้อมกับหย่นก้นนั่งลนเก้าอี้ไม้อีกตัวข้างๆ หยิบส้มในจานขึ้นมาปลอกกินไปด้วย

"อืม ถึงแล้ว คุยงานกับลุงเข้มแล้วก็น้าขิมอยู่ด้านในบ้านน่ะ"

"อ๋อออออ พวกผู้ใหญ่เขากำลังคุยงานอยู่สินะ" ผมลากเสียงยาวพยักหน้ารับ แอบสังเกตปกหนังสือเล่มหนาที่พี่เขาถืออยู่ไปด้วย อะไรรักๆ

"ว๊าวว นิยายรักเหรอครับ?" ผมเห็นแค่คำว่ารักตัวใหญ่โตบนหน้าปก ให้เดาผมว่ามันน่าจะเป็นหนังสือนวนิยายที่ผู้หญิงเขาชอบอ่านกัน

พรึ่บ!

คนโดนแซวรีบคว่ำหนังสือลงทันที ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง น่ารักมากเลยล่ะครับ ฮ่าๆ

"บนรถเจ้าขุนบอกพี่เรื่องน้องคนนั้นใช่ไหมน๊าา ใครน๊าาบอกว่าฟ้าลิขิตให้เราเจอกัน"

"หืม นี่แซวผมกลับงั้นเหรอ แต่ผมยอมให้แซวก็ได้ เพราะมันเป็นความจริง" ยืดอกด้วยความภาคภูมิใจ ก็ผู้หญิงคนที่ผมเจอที่ตลาดน่ารักจริงๆ นิครับ

"เราก็ชอบทุกคนที่สวยไม่ใช่รึไง แบร่"

"พี่ดาว! โห พูดงี้ผมเสียใจนะ" แกล้งตีหน้าเศร้าแต่คนตรงหน้ากลับขำการแสดงของผมซะงั้น

"ฮ่าๆ เรานี่นะทำไมไม่รู้จักโตเลยฮึ" ระหว่าวที่ผมกับพี่ดาวกำลังเถียงกันเรื่องความขี้เล่นไม่เอาไหนของผมอยู่ ก็มีรถอีกขันที่ขับเข้ามาในไร่ ทำให้ผมต้องเลื่อนสายตาไปมองเพราะรถมันคุ้นมากยังไงล่ะครับ คุ้นเหมือนรถที่เสียข้างทางเมื่อตอนสายๆ เลย!

เอ๊ะ หรือจะเป็นพวกพี่สองคนนั้น ผมยืดตัวชะโงกหน้าไปนอกระเบียงเพื่อสังเกตรถคันนั้นให้ชัดขึ้น

"มีอะไรรึเปล่าเจ้าขุน ใครมา" ร่างอุ้ยอายลุกขึ้นจากเก้าอี้โยกไม้สักแล้วเดินมาขนาบข้างผม

"รถใครเหรอ เจ้าขุนรู้จักรึเปล่า" คิ้วสวยเลิกขึ้นเป็นเชิงถาม หลังจากที่เห็นรถหรูคันนั้นขับเข้ามาจอดในบริเวณไร่ แต่ตรงที่พวกเราสองคนยืนอยู่มันมองไม่ชัดเพราะมีกิ่งไม้จากต้นไม้ใหญ่บังอยู่ ต้องลงไปข้างล่างเท่านั้นถึงจะรู้ว่าเป็นใคร

"รู้จักครับ^^ เดี๋ยวผมมานะ พี่รอต้องนี้ก็ได้ อ่านนิยายรักของพี่ไปก่อย ผมไม่อยากให้พี่ต้องขึ้นๆ ลงๆ บันได มันอันตราย"

"โอเค" คนตรงหน้าพยักหน้ารับ แต่ไม่ยอมกลับไปนั่งตามเดิม จนผมต้องกำชับอีกครั้ง

"ห้ามขัดนะครับ เข้าใจมั้ย" แม่ดื้อขนาดนี้แล้วลูกจะดื้อเหมือนแม่มั้ยเนี่ย

"พี่รู้น่า" พูดจบก็ยอมกลับไปนั่วอ่านนิยายตามเดิม ผมทำท่าจะหมุนตัวลงบันไดออกไปเพื่อหาพี่หน้าหล่อที่ผมช่วยซ่อมรถเมื่อตอนเช้า พี่กันต์ก็เดินออกมาพร้อมกับพ่อเข้มแม่ขิมและคุณน้าเอมพอดี อ้อ คุณน้าเอมคือแม่ของพี่ดาวนะครับ

"อ้าวไอ้ขุน จะไปไหนอีก แล้วเมื่อกี้เสียงรถใครวะ"

"คนรู้จักผมเอง ฮ่าๆ สวัสดีครับพี่กันต์ ผมไปก่อนนะ^^" ผมตอบพ่อเข้มแต่ก็ไม่ลืมยกมือไหว้สวัสดีพี่กันต์ที่ตอนนี้อยู่ในชุทสูทเต็มยศเหมือนเตรียมตัวจะไปงานเลี้ยงอะไรสักอย่าง แต่ช่างเถอะครับ เพราะตอนนี้ผมวิ่งลงบันไดมาหาพี่หน้าหล่อเรียบร้อยแล้ว ทั้งวันผมก็เอาแต่วิ่งขึ้นลงบันไดขนกล้ามขาจะขึ้นละ

"พี่ครับ" ผมเรียกร่างสูงที่ยืนหันซ้ายหันขวาอยู่รอบรถหรูทำไมมีคนเดียว แล้วพี่หน้าหล่ออีกคนไปไหนล่ะเนี่ย

"มาพอดี ชื่ออะไรนะเรา เจ้าขุนใช่ไหม" พี่หน้าหล่อถามผมกลับ สังเห็นในมือถือถุงกระดาษใบใหญ่สองสามถุงในมืออยู่ด้วย

"ใช่ครับ เจ้าขุน ว่าแต่พี่ เอ่อ พี่ท่านประธานมาหาผมเหรอครับ" พี่เขาเก่งนะเนี่ย มาที่ไร่ถูกด้วยแฮะ แถมยังจำชื่อผมได้ด้วย แต่ผมกลับจำได้แค่ว่าพี่คนนี้เขาเป็นเจ้าของบริษัทเท่านั้นเอง ชื่ออะไรวินๆ เนี่ยแหละ

"อืม เอาของมาให้ แทนคำขอบคุณที่ช่วยซ่อมรถเมื่อเช้า" พี่ท่านประธานคนนั้นเดินมาหาผมพร้อมกับยื่นถุงกระดาษในมือมาให้

"เฮ้ย ไม่เป็นไรครับ ผมช่วยด้วยความเต็มใจจริงๆ" ผมปฏิเสธพัลวัน แต่คนตรงหน้าก็ดูท่าจะไม่ยอมเช่นกัน

"รับไปเถอะ มีของเราแล้วก็ของพ่อกับแม่ ส่วนอีกถุงของพี่สาว" ผมอ้าปากค้าง นี่เขาซื้อมาฝากผมทั้งครอบครัวเลยเหรอวะ เป็นคนรวยนี่มันดีจริงๆ ขนาดถุงกระดาษยังมีอ่อร่าความแพงออกมาด้วยซ้ำ

"แต่ว่า...เอ่อ ขอบคุณครับ" ทำท่าจะปฏิเสธอีกรอบ แต่พอเห็นสาตายของผู้ชายตรงหน้าผมก็รีบกลับคำทันมี นาทีนี้ต้องรับถ้าไม่อยากมีเรื่องกับคนหล่อและรวย

"คุยกับใครน่ะเจ้าขุน" เสียงคุ้นเคยของพี่กันต์ทำให้ผมหันหลังกลับไปเพื่อตอบ "อ้อ นักท่องเที่ยวที่มาพักรีสอร์ทข้างๆ ครับ ผมช่วยเขาซ่อมรถเมื่อเช้า^^" ผมตะโกนตอบพี่กันต์กลับไป กำลังเดินลงมาจากบ้านแต่ไม่เห็นพ่อเข้มแม่ขิม น่าจะกลับเข้าไปในไร่ช่วยคนงานต่อแล้ว

แต่ทำไมสายตาพี่เขาแปลกๆ วะครับ แต่...ถ้าสังเกตดีๆ พี่กันต์เขาไม่ได้มองผมด้วยซ้ำ พี่เขามองเลยไปหาผู้ชายที่ยืนด้านหลังผม สายตาที่ผมคาดเดาไม่ออก ระหว่างที่ผมกำลังงงงวยกับสถานการณ์ตรงหน้า รู้ตัวอีกทีพี่กันต์ก็ขยับมายืนข้างผมเรียบร้อย คนหล่อสองคนกำลังประจันหน้ากัน ตาต่อตาฟันต่อฟันแบบไม่มีใครยอมใคร

"พี่กันต์ นี่พี่ท่านประธานคนที่ขุนช่วยไว้เมื่อเช้าเอง" ผมรีบพูดแทรกบรรยากาศที่แสนอึมครึม แต่สถานการณ์ตรงหน้าก็ยังคงเหมือนเดิม "พวกพี่รู้จักกันรึเปล่าครับ" ผมถามไปตามที่คิด คนสองคนเอาแต่จ้องหน้ามันก็เหตุผลอยู่ไม่กี่อย่าง

แต่ทว่า แค่เสี้ยววินาที พี่กันต์พี่ขายแสนดีของทุกคนในไร่กลับพุ่งตัวไปหาพี่หน้าหล่อของผมอย่างรวดเร็วตามด้วยซัดกำปั้นหนักๆ ไปที่ใบหน้าหล่อจนอีกฝ่ายถึงกับเซเพราะยังไม่ทันตั้งตัว

ผั่วะ!!!

"เฮ้ย!!!" ผมร้องอุทานรีบเข้าแทรกระหว่างกลาง มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย เป็นครั้งแรกที่ผมพึ่งเคยเห็นพี่เขาต่อยคน! มันก็ต้องมีอึ้งกันบ้าง

"มึงมาที่นี่ทำไม" พี่กันต์ถามน้ำเสียงห้วน ผมพยายามจะแทรกตัวเข้าไปหาพี่หน้าหล่อ และเพราะผมตัวเล็กกว่าพี่เขาจึงสลัดผมออกไปได้อย่างง่ายดาย แต่ผมเนี่ย เซเพราะแรงผลักจนแทนปลิว ใครจะคิดว่าแรงเขาจะเยอะขนาดนี้วะ!

ผั่วะ!!

หมัดที่สองประทะกับสันกรามได้รูปของฝ่ายตรงข้าม เชี่ย เลือดออก! แต่พี่หน้าหล่อเขาไม่สู้ เหมือนเขาเต็มใจที่จะให้พี่กันต์ชกแบบนั้น!

"พี่หยุดก่อน!!" ผมเข้าไปห้ามแจต่ก็โดนผลักออกมารอบนอก สถานการณ์ตอนนี้คือพี่เจ้าของไร่ของผมกำลังดึงคอเสื้อเชิ้ตของพี่หล่ออยู่ข้างรถ

"กูถามว่ามึงกลับมาทำเหี้ยอะไรไอ้เควิน!!!!"

"เชี่ย" โหดสัส เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินพี่เขาพูดคำหยาบ แถมยังเรียกชื่อพี่หน้าหล่อถูกต้องด้วย เขารู้จักกันเหรอวะ

"มีเรื่องอะไรกันไอ้ขุน! เฮ้ย คุณกันต์!!" เสียงพ่อเข้ม

"เอะอะโวยวายอะไรกันลั่นเชียวฮะเจ้าขุน" เสียงแม่ขิม

"กรี๊ดด คุณกันต์!!!" ตามด้วยเสียงของคนงานในไร่คนอื่นที่แห่ตามกันออกมา ทุกคนกำลังงงเป็นไก่ตาแตกเช่นเดียวกับไอ้ขุนตอนนี้ ว่ามันเกิดเรื่องอะไรกันขึ้น ทำไมพี่หน้าหล่อดีกรีท่านประธานของผมถึงโดนพี่กันต์พี่ชายแสนดีของผมต่อยได้วะเนี่ย

"มีเรื่องอะไรกันเหรอ ตาเข้ม" เสียงของคุณน้าเอม ที่กำลังเดินลงบันไดมาจากตัวบ้านถามพ่อเข้มที่ยืนรวมอยู่กับคนงานคนอื่นๆ แล้วสายตาก็มองผ่านผมก่อนจะไปหยุดอยู่ผู้ชายหน้าหล่อทั้งสองคนที่กำลังฆ่ากันทางสายตา!

"มีอะไรกันเหรอแม่....ทำไมทุกคนถึงมารวมกันที่นี่ล่ะคะ" และสุดท้ายผู้หญิงที่ผมเป็นห่วงที่สุดก็ตามออกมาด้วย ร่างอุ้ยอ้ายในชุดคลุมท้องยืนอยู่ที้ขั้นบันไดขั้นบนสุด ยังไม่ได้ก้าวลงมาแต่ชะโงกหน้ามาทางผม สายตาเต็มไปด้วยความสงสัยก่อนจะเปลี่ยนไปในพริบตาเดียว

แต่ทำไม...สายตาของน้าเอมกับพี่ดาวถึงเหมือนกัน เหมือนกับสายตาของพี่กันต์ตอนเจอพี่หน้าหล่อเมื่อกี้เลยวะ

พลั่ก!

ผัวะ!!

"กรี๊ดดดด"

"เฮ้ยย ไอขุนมึงยืนนิ่งทำไม ไปห้ามเร็ว!!"

"พ่อก็มาช่วยห้ามดิ ผมห้ามจนได้แผลมาทั้งตัวแล้วเนี่ย" ผมตะโกนกลับไป เพราะเมื่อกี้ตอนพี่กันต์ผลักผมออก แรงพี่เขาเยอะเยอะจนทำให้ผมล้มหน้าคะมำกับพื้น ข้อศอกขูดกับพื้นดินเลยล่ะครับ โชคดีที่ถุงกระดาษที่พี่เควินให้ผมมายังปลอดภัย เพราะผมแอบเอาไปวางไว้บนแคร่ใต้ต้นไม้ก่อนที่ผมจะเข้าไปห้ามทั้งคู่ ของแพงเลยไม่ต้องมาคลุกดินจนได้แผลแบบผม อยากจะรู้ว่าสาเหตุอะไรที่ทำให้คนๆ นึงโกรธได้มากขนาดนี้

 

แต่ทว่า....ความคิดนึงก็ผุดขึ้นมาในหัว สถานการณ์เมื่อตอนเที่ยงที่พี่อิงดาวร้องไห้ในมือถือนามบัตรของ....

"เชี่ย!!!"

 

....................................

ตัดฉับ!!

กรี๊ดดดดดด เขาเจอกันแล้ววว เขาได้เจอกันแล้วน้าา เอาใจช่วยพี่เควินด้วยนะ 55555

ปล.ไรท์งานเข้ากะทันหัน งานรัดตัวไปไหนไม่ได้เลย ต้องหาเวลานอกมาอัพเพราะค้างคา😭

+++อัพเดต+++

เห็นคอมเมนต์แล้วรู้สึกผิด😂 เดี๋ยวไรท์มาอัพต่อให้คืนนี้ก็ได้ 5555555 เพราะฉะนั้นขอคนละคอมเมนต์เป็นกลจ.ให้ไรท์ด้วยน้าาา เลิฟฟฟ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น