หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ถึง‘เล่ห์ร้าย’ในวงการมายาจะฉุดให้ชีวิตเธอถึงคราวตกอับ แต่ด้วย ‘เล่ห์รัก’ ของเขากลับมอบชีวิตใหม่ให้แก่เธอ

ตอนที่ 5 สู่เส้นทางแห่งดวงดาว

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 สู่เส้นทางแห่งดวงดาว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ม.ค. 2563 13:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 สู่เส้นทางแห่งดวงดาว
แบบอักษร

 

เซียวจิ่งสือดึงให้เธอกลับนั่งลงอีก อวิ๋นซีกับลิลลี่พบหน้ากันเป็นต้องลับฝีปาก เขาเคยชินเสียแล้ว แต่ก็มีเพียงมือโปรสองคนนี้จับมือกันเท่านั้นจึงจะสามารถเปลี่ยนภาพลักษณ์เดิมของหลินหว่านภายในเวลาอันสั้นเช่นนี้ได้ 

หลินหว่านนั่งฟังทั้งสองปะทะคารมกันเหมือนฟังนักเล่นตลกมืออาชีพบนเวที หนึ่งชั่วโมงต่อมาเงาร่างในกระจกได้สะท้อนตัวตนของเธอที่ดูแปลกใหม่ออกไป 

เนื่องจากเป็นวันแรก นอกจากแนะนำตัวกับแสดงความสามารถพิเศษแล้ว เวลาที่เหลือเพียงนั่งสวยๆ คอยปรบมือและยิ้มน้อยๆ ก็พอแล้ว ดังนั้นลิลลี่จึงเลือกชุดกระโปรงสีขาวลายฉลุให้เธอ ปล่อยผมดำยาวสยายไว้ด้านหลังอย่างเรียบง่าย ลำคอสวมสร้อยคริสตัลของสวารอฟสกี้รูปหงส์ตัวน้อย  

ทั้งหมดนี้ดูไม่หวือหวานักอะไร แต่เมื่ออยู่ท่ามกลางศิลปินสาวงามที่ประชันความงามกันแล้วนั้นก็ดูจะสะดุดสายตาเป็นพิเศษ 

อวิ๋นซีมองดูหลินหว่านแล้วผงกศีรษะอย่างพอใจ ตบบ่าเซียวจิ่งสือพลางพูดว่า “เธอเซ็นสัญญาถูกคนแล้วล่ะ ในเมื่อให้ฉันดูแล ต้องไม่ทำให้เธอผิดหวังแน่!” 

หลินหว่านถูกอวิ๋นซีพาขึ้นรถมุ่งหน้าไปยังสถานที่อัดรายการ วันนี้เป็นการพบกับผู้เขียนบทละครเป็นครั้งแรก จะบอกว่าไม่ตื่นเต้นก็คงเป็นไปไม่ได้ 

ระหว่างทาง เซียวจิ่งสือส่งข้อความมาไม่ขาดสาย เป็นสติกเกอร์แสดงอารมณ์ล้วนๆ ไม่มีหนังสือสักตัว หลินหว่านดูแล้วก็อดเผลอยิ้มออกมาไม่ได้ พอนึกถึงบทเพลงที่บาร์เมื่อคืนแล้วกลับรู้สึกผ่อนคลายลงไปได้ไม่น้อยเลยจริงๆ  

อวิ๋นซีกับลิลลี่ต่างมองเห็นอาการของหลินหว่าน ทั้งสองสบตารู้กันอย่างเงียบเชียบ เป็นการไว้อาลัยให้กับหลินหว่านและเซียวจิ่งสือหนึ่งนาที ความรู้สึกของคนทั้งคู่ที่มีต่อกันไม่ว่าใครก็ดูออก แต่ว่าเส้นทางความรักของหนุ่มสาวคู่นี้ไม่อาจราบเรียบได้เลย 

ณ สถานที่อัดรายการ ในตอนที่หลินหว่านมาถึง ด้านนอกมีรถจอดอยู่แล้วหลายคัน เธอยังเข้าใจว่าอวิ๋นซีจะเข้าไปด้วยกัน แต่กลับได้รับแจ้งว่าอนุญาตเฉพาะศิลปินที่จะเข้าไปได้เท่านั้น ส่วนผู้จัดการและทีมงานต้องรออยู่ด้านนอก 

หัวใจของหลินหว่านขึ้นไปจุกค้างอยู่ที่คอหอย การกลับมาอยู่หน้ากล้องอีกครั้งทำให้เธอตื่นเต้นอยู่บ้าง ภาพเธอในสภาพอ้วนบวมฉุตัวแดงก่ำยังคอยตามมาหลอกหลอนไม่เลิก 

ถ้าหากอวิ๋นซีเข้าไปด้วยเธอยังพออุ่นใจขึ้นมาบ้าง แม้ว่าเธอจะเพิ่งได้พบกับอวิ๋นซีในวันนี้ แต่ว่าชื่อเสียงในวงการของอวิ๋นซีนั้นเธอรู้จักดี ศิลปินที่เธอดูแลต่อให้ไม่ได้โด่งดังมากนักแต่ก็ไม่ต้องตกเป็นขี้ปากคนด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง ยิ่งไม่ต้องขายตัวเองเพื่อแลกกับบทบาทการแสดง 

แต่ตอนนี้มีแค่เธอคนเดียวที่ต้องเข้าไป วงการนี้จะว่าใหญ่ก็ไม่ใหญ่จะว่าเล็กก็ไม่เล็ก เรื่องราวพวกนั้นของเธอไม่ใช่ความลับสำหรับคนทั่วประเทศอีกต่อไป อีกสักครู่คนที่อยู่ข้างในไม่ทราบว่าจะกระทบกระเทียบแดกดันเธออย่างไรบ้าง ส่วนเธอก็คงได้แต่ยิ้มรับเท่านั้น 

ตอนลงจากรถอวิ๋นซีบอกเธอว่า ตอนนี้นอกจากเซียวจิ่งสือแล้วเธอก็ไม่เหลืออะไรอีก ดังนั้นนอกจากอดทนแล้วก็ทำอะไรไม่ได้แม้แต่น้อย 

หลินหว่านผ่อนลมหายใจยาว พยายามผ่อนคลายตัวเอง ในใจคิดว่าอย่างไรเสียก็ไม่อาจทำให้ดวงตาคู่นั้นต้องฉายแววผิดหวังอย่างเด็ดขาด แต่ว่าเธอเพิ่งก้าวเข้าห้องพักผ่อนของศิลปินก็เห็นว่าอันซิงนั่งคล้องแขนกับเจี่ยนซีไอ้อยู่ที่นั่น 

เดิมทีหลินหว่านตั้งใจว่าจะไม่สนใจ จึงหาที่นั่งมุมห้องแล้วนั่งลง แต่คิดไม่ถึงว่าเจี่ยนซีไอ้จะเข้ามาทักทายเธอ 

“พี่เสี่ยวหว่าน ฉันคิดว่าจะไม่ได้เห็นพี่อีกเสียอีก คิดไม่ถึงว่าพี่จะหายดีแล้ว แล้วยังออกมาสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับพวกเราอีก งั้นพวกเราก็มาสู้ไปด้วยกันเถอะ!” 

หลินหว่านยิ้มรับตามมารยาท ไม่ได้พูดอะไรอีก เธอกับคนในวงร่วมงานกันมากว่าครึ่งปี เธอรู้ว่าเจี่ยนซีไอ้เป็นคนปากไวใจตรง คิดอะไรก็พูดอย่างนั้น หลินหว่านจึงไม่รู้สึกว่าเธอเป็นศัตรู 

 แต่อันซิงที่นั่งข้างเจี่ยนซีไอ้นั้นต่างไป เธอกระตุกชายเสื้อของเจี่ยนซีไอ้อย่างระแวดระวัง แววตายังดูเหมือนจะหวาดกลัวอยู่บ้าง 

“ซีไอ้ พวกเราจะอย่างไรแล้วก็ต้องระวังตัวไว้หน่อยเถอะ ตอนนี้คุณปู่พูดถึงหลินหว่านทีไรก็ยังโมโหอยู่เลย ถึงแม้ตอนนี้พวกเรามีแฟนคลับ แต่ก็ยังเป็นแค่ศิลปินตัวเล็กๆ เธอว่าใช่ไหมล่ะ” 

สายตาของอันซิงตวัดมาทางหลินหว่านเหมือนไม่ตั้งใจ เสียงพูดแม้จะไม่ดังนัก แต่ห้องเล็กขนาดนี้ก็เพียงพอจะให้คนได้ยินอย่างชัดเจน ศิลปินคนอื่นๆ หันมองหน้ากัน แล้วก้มหน้าลงอย่างรักษามารยาท ขณะที่ในใจต่างก็คิดกันไป 

คนที่ไม่มีเส้นสายคิดจะอยู่ในวงการนี้ก็ต้องทำตัวติดดินแสดงให้สมบทบาทในทุกบทบาทที่ได้รับมอบหมาย หรือไม่อย่างนั้นก็หากิ่งก้านที่เกาะให้สูงเข้าไว้  

เห็นได้ชัดว่าตอนนี้กิ่งสูงในห้องนี้ก็คืออันซิง ถึงพวกเขาจะรู้ว่าคงไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีนักกับอันซิง แต่อย่างน้อยก็ไม่ควรผิดใจกัน 

หลินหว่านเห็นแล้วก็ได้แต่ยิ้มรับ ไม่เอ่ยปาก เพียงชั่วครู่สมาชิกทั้งเจ็ดสิบห้าคนก็มาถึงแล้วเจ็ดสิบสี่คน และเหลือที่นั่งว่างข้างกายหลินหว่านอยู่ที่เดียว 

ไม่มีใครอยากเข้ามายุ่งเกี่ยวกับคนที่เคยถูกตัดหางปล่อยวัดมาก่อน จึงพากันถอยห่างออกไป 

หลินหว่านกลับไม่ใส่ใจนัก เธอจดจำคำพูดที่อวิ๋นซีบอกเธอไว้อย่างแม่นยำ วันแรกสงบเสงี่ยมเจียมตัวเข้าไว้เป็นดี 

เธอกำลังก้มหน้านึกทบทวนเนื้อเพลงที่จะร้องกับท่าเต้น ก็มีคนเข้ามาที่ด้านข้างเธอแล้วพูดเบาๆ ว่า “ที่ตรงนี้ มีคนนั่งไหมครับ” 

หลินหว่านเงยหน้าขึ้นทันที เห็นเป็นใบหน้าเนียนละเอียด แต่ในสายตาของเธอกลับมีเพียงลักยิ้มบุ๋มลึกจนทำให้เธอเผลอลืมตัว ยกนิ้วขึ้นสะกิดไปที่รอยลักยิ้มนั่น 

ชายหนุ่มคนนั้นชะงักไปวูบหนึ่ง แล้วเผยรอยยิ้มกว้างยิ่งกว่าเดิม 

“ไม่รู้ว่ามีแฟนคลับตั้งเท่าไรอยากจะสัมผัสลักยิ้มของผม ถ้าพวกเขารู้เข้าคงต้องอิจฉาคุณตายเลย!” 

หลินหว่านค่อยได้สติกลับมา คิดจะลุกขึ้นกล่าวขอโทษแต่ถูกชายหนุ่มรั้งเอาไว้ “ไม่เป็นไร ผมไม่ให้พวกเขารู้หรอก ขอแนะนำตัวหน่อยนะ ผมชื่อเฉิงเฉิง คุณคือ?” 

“หลินหว่าน” 

“หลินหว่าน? คนที่...” เฉิงเฉิงเหมือนจะยั้งคำพูดไว้ จากนั้นนั่งลงที่ข้างกายหลินหว่าน “วงการบันเทิงขึ้นๆ ลงๆ เป็นเรื่องธรรมดา ไม่ต้องไปคิดมาก จะว่าไปละครเรื่องนี้ คุณมาคัดตัวนักแสดงแสดงบทไหนล่ะ” 

หลินหว่านมองเขาอย่างขอบคุณ ในเวลาเช่นนี้คนที่จะพูดแบบนี้กับเธอมีไม่มากจริงๆ แต่ก็เป็นไปได้ว่าเขาอาจได้บทพระเอกค่อนข้างแน่นอนแล้ว ดังนั้นจึงกล้าที่จะเข้าใกล้เธอล่ะมั้ง 

“ตัวประกอบหญิงสาม” 

“ตัวประกอบหญิงสาม?” เฉิงเฉิงกล่าวย้ำอย่างแปลกใจ “บทนั้นน่ะเศร้าเกินไป คุณคิดดีแล้วเหรอ จะเป็นซึมเศร้าเอาง่ายๆ นา!” 

หลินหว่านยิ้มโดยไม่พูดอะไร ในชีวิตจริงของเธอหรือยังจะดีกว่าตัวประกอบหญิงนี้สักเท่าไรกันเชียว  

ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว ศิลปินได้รับแจ้งให้เข้าห้องส่ง การถ่ายทอดสดกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว หลินหว่านถูกเฉิงเฉิงดึงให้เดินไปข้างหน้า เธอไม่คิดจะเรียกร้องความสนใจแบบนี้ ด้วยว่าแฟนคลับของเขาก็มีไม่น้อยเลย 

มีบางคนส่งสายตาริษยาไปหาหลินหว่าน อาศัยช่วงที่คนรอบข้างเผลอก็ยื่นเท้าออกมาสกัด เคราะห์ดีที่หลินหว่านมีเฉิงเฉิงดึงมือไว้จึงไม่ได้ล้มลงไป แต่ข้อเท้าพลิกก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆ 

“เป็นอะไรไป ไม่เป็นไรนะ” 

หลินหว่านมองดูรอบข้างพลางส่ายหน้า แต่สายตาไล่ตามอันซิงไปแล้ว เธอคิดจะรับบทตัวประกอบหญิงอันดับสามอย่างสงบ แต่กลับมีคนคิดจะทำให้เธอไม่ได้ผุดได้เกิด 

ทว่าตอนนี้เธอไม่ใช่หลินหว่านที่โง่เง่าคนเดิมเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว ทุกสิ่งที่ถูกแย่งชิงไป ทุกสิ่งที่เธอและแม่ถูกกระทำ ต้องมีสักวันที่เธอจะชำระสะสางกับบ้านตระกูลอัน 

หลินหว่านอดทนกับความเจ็บปวดขณะเดินไปจับสลากคิวแสดงแล้วเดินไปประจำตำแหน่งของตัวเองบนเวที เฉิงเฉิงไปนั่งในฝั่งดาราฝ่ายชาย ส่วนด้านข้างหลินหว่าน กลับเป็นอันซิง! 

เธอได้ลำดับที่สามสิบห้า ส่วนอันซิงได้ลำดับที่สามสิบสี่ 

อันซิงตวัดสายตามองเธออย่างท้าทาย ขาที่แพลงไปข้างหนึ่งยังต้องสวมรองเท้าส้นสูงอีก เธอก็อยากจะดูเหมือนกันว่าหลินหว่านจะเต้นได้อย่างไร 

การถ่ายทอดสดเริ่มขึ้น พิธีกรขึ้นเวทีกล่าวแนะนำกรรมการแต่ละท่าน แต่ว่ามีเพียงผู้กำกับและผู้อำนวยการสร้างเท่านั้น ไม่มีหลางอี้คนเขียนบท เขาไม่ได้อยู่ในห้องส่ง แต่ดูการแสดงออกของศิลปินผ่านการถ่ายทอดสด จากนั้นให้คะแนนแล้วส่งให้กับพิธีกร 

การแสดงเริ่มต้นขึ้น หลินหว่านคอยนั่งนวดเท้าของเธอเป็นระยะ ไม่ได้หวังให้หายดี ขอเพียงแค่อาการทุเลาลงบ้างก็พอ 

เซียวจิ่งสืออยู่ตรงหน้าทีวี ขมวดคิ้วมองดูกิริยาท่าทางของเธอ แล้วรีบติดต่ออวิ๋นซีซึ่งรอหลินหว่านอยู่ในรถทันที 

ความคิดเห็น