หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ถึง‘เล่ห์ร้าย’ในวงการมายาจะฉุดให้ชีวิตเธอถึงคราวตกอับ แต่ด้วย ‘เล่ห์รัก’ ของเขากลับมอบชีวิตใหม่ให้แก่เธอ

ตอนที่ 3 หวนรำลึก

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 หวนรำลึก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ม.ค. 2563 13:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 หวนรำลึก
แบบอักษร

 

หลินหว่านค่อยๆ เลื่อนมือขวาขึ้นมากุมใบหน้าตัวเอง เหตุพลิกผันเมื่อครึ่งปีก่อน ราวกับว่าเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ 

... 

“ดูสารรูปแกตอนนี้สิ ยังคิดจะเป็นนางเอกอยู่อีกหรือไง” อันซิงกระชากผมของหลินหว่านลากเธอมาอยู่ตรงหน้ากระจก พูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันว่า “ดูใบหน้านี้สิ ถ้าได้แสดงเป็นตือโป้ยก่าย[1]ก็ไม่ต้องแต่งหน้าเลยล่ะ!” 

หลินหว่านถูกบังคับให้เงยหน้าขึ้น มองดูตัวเองที่ไม่เหลือสภาพน่ามองในกระจก 

ท่อนขาอวบใหญ่ เอวบวมฉุ แม้แต่หน้าอกก็ขยายใหญ่จนผิดรูป ยิ่งมองไล่ขึ้นไป เป็นใบหน้าแดงก่ำที่บวมเป่ง ผิวแห้งจนแตกระแหง มองเห็นเส้นเลือดฝอยทุกเส้นกับรูขุมขนได้อย่างชัดเจน ต่อให้ทารองพื้นทั้งกระปุกก็ปกปิดไม่มิด 

“ทนดูตัวเองไม่ได้หรือไง” อันซิงเก็บเศษแก้วแตกที่เคยเป็นชิ้นส่วนของกระปุกครีมทาหน้าขึ้นมา “นี่เป็นครีมบำรุงผิวที่แพงที่สุดในโลกแล้วนะ คุณน้องนี่ช่างสิ้นเปลืองซะจริง!” 

“แกทำอะไรกับฉันกันแน่” หลินหว่านตวัดสายตาจ้องเขม็งไปที่อันซิง ก้อนเนื้อบนใบหน้าเบียดดวงตาจนหยีเหลือเพียงเส้นเดียว มองดูแล้วน่าขบขันเป็นที่สุด 

อันซิงยื่นมือไปดึงทึ้งก้อนไขมันบนใบหน้านั้นพลางยิ้มจนดวงตาโค้งเป็นเส้นเรียว แต่คำพูดที่ออกจากปากกลับชวนให้รู้สึกเย็นยะเยือก 

“ไม่มีอะไรนี่ ก็แค่ใส่ฮอร์โมนลงในอาหารกับเครื่องสำอางบำรุงผิวของแกไปนิดหน่อยเอง ดูสภาพของแกตอนนี้ ฉันชอบมากเลยล่ะ!” 

หลินหว่านส่ายศีรษะอย่างไม่เข้าใจ เธอก้าวถอยหลังด้วยท่อนขาอวบใหญ่ คิดจะหยิบมือถือขึ้นมาโทรศัพท์หาคุณตา 

เมื่อรู้ถึงความตั้งใจของเธอ สีหน้าอันซิงเปลี่ยนไปชั่ววูบหนึ่งแล้วกลับคืนเป็นปกติ ถ้าหากละครเรื่อง ‘แรกรัก’ ไม่ได้เลือกหลินหว่านให้รับบทนางเอกอย่างกะทันหัน บ้านตระกูลอันก็คงไม่ยอมให้สายเลือดสกปรกอย่างหลินหว่านมีชื่อเสียงขึ้นมาได้ แม้ว่าการทำลายหลินหว่านจะทำให้บริษัทต้องสูญเสียผลประโยชน์ แต่การแจ้งเกิดของเธอก็ถือว่าเป็นการกอบกู้ความเสียหายเอาไว้ได้ พ่อกับคุณปู่ที่รักและตามใจเธอมากต้องไม่ตำหนิตนแน่นอน 

รอยยิ้มเหยียดหยันค่อยๆ ปรากฏขึ้นตรงมุมปากของอันซิง “ถึงฉันจะเป็นคนวางแผน แต่คนของบ้านตระกูลอันล้วนมีส่วนร่วมด้วยทุกคน!” 

“ถึงยังไงแกก็เป็นแค่หลานนอกของบ้านตระกูลอัน แล้วแม่แกยังท้องไม่มีพ่ออีก คิดหรือว่าคุณปู่กับคุณพ่อจะสนับสนุนให้แกดังขึ้นมาจริงๆ ” 

“ให้แกได้โด่งดังชั่วข้ามคืน แล้วทำลายแกซะ ส่วนฉันก็จะค่อยๆ ก้าวขึ้นสู่จุดสุดยอดของไอดอลที่สมบูรณ์แบบ!” 

“อย่างแกน่ะ ต่อให้ดังขึ้นมาได้แต่ก็ต้องเจอชะตาเดียวกับแม่แกนั่นล่ะ! สู้ตายไปซะตั้งแต่ตอนนี้เถอะ! หลินหว่าน แกจงไปตายซะ! พร้อมกับความอัปยศเหมือนกับแม่ของแกไงล่ะ” 

... 

หลินหว่านนอนแช่ร่างอยู่ในอ่างอาบน้ำเย็นเฉียบ ปล่อยให้น้ำเย็นท่วมจนมิดทั้งร่าง เธอหมดสิ้นความหวังแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตัวเธอเอง บ้านตระกูลอันหรือแม้แต่โลกใบนี้ 

เป็นใครก็คงรับไม่ได้กับความพลิกผันขนาดนี้ เมื่อสองเดือนก่อนเธอยังเป็นดาวจรัสแสงที่ส่องสว่างที่สุดบนเวทีอยู่เลย 

ด้วยอายุเพียงสิบเก้าปี เธอเริ่มเป็นที่รู้จักจากเวทีคัดตัวนักแสดงของละคร ‘แรกรัก’ ตามมาด้วยความสำเร็จของละครเรื่องนี้ทำให้เธอกลายเป็นดาวค้างฟ้าในชั่วข้ามคืน 

ต่อมาเธอมีผลงานโดดเด่นในการเข้าร่วมรายการแข่งขันคัดตัวศิลปินของเทียนซิงมีเดีย ด้วยทักษะความสามารถเป็นเลิศและคะแนนนิยมที่มาแรงเป็นอันดับหนึ่ง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเธอจะคว้าตำแหน่งนักร้องนำและนักเต้นนำของวงดนตรีหญิงเอสทีมาครอง 

เทียนซิงมีเดียเป็นค่ายบันเทิงชั้นนำของประเทศ วงดนตรีหญิงเพิ่งก่อตั้งขึ้นก็มีคิวงานแสดงและโฆษณาเข้ามาเป็นชุด ระยะเวลาเพียงครึ่งปี วงเอสทีได้รับความนิยมจนกลายเป็นกระแสถูกค้นจากพาดหัวข่าวไม่เว้นแต่ละวัน จนยอดแฟนคลับล้นทะลักเพิ่มขึ้นเป็นสิบล้านคน  

หลินหว่านในฐานะนักร้องนำยิ่งดังเปรี้ยงเข้าไปอีก จนกระโดดขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในสี่สุดยอดคนดังที่เป็นกระแส มีการแชร์ข่าวมากที่สุดในประเทศ มีผู้กำกับ ผู้อำนวยการสร้างและบริษัทเอเจนซี่เข้ามาติดต่อทาบทามเพื่อให้เธอรับบทนางเอกในละครโทรทัศน์เรื่องใหม่ 

ในเวลานั้น เธอยังเป็นหลานตาของประธานกรรมการบริษัทเทียนซิงกรุ๊ป อีกทั้งมีลูกพี่ลูกน้องคืออันซิง 

อยู่วงการเดียวกันซึ่งเป็นหลานปู่ของท่านประธานอีกด้วย 

สาวงามสูงศักดิ์ย่อมเป็นที่อิจฉาริษยาของผู้คน แต่ด้วยน้ำหนักที่ฉุดไม่อยู่ เธอได้กลายเป็นหญิงอ้วนที่มีน้ำหนักถึงเจ็ดสิบห้ากิโลกรัมไปแล้ว ใบหน้าบวมฉุแดงก่ำจนน่ากลัว ลักยิ้มทรงเสน่ห์ถูกอัดด้วยก้อนไขมันจนเลือนหายไป ดวงตาหวานฉ่ำถูกใบหน้าบวมฉุเบียดบังจนเหลือรอยแยกเพียงเส้นเดียว ท่อนขาหนาใหญ่ไม่สามารถเต้นท่วงท่าร้อนแรงได้อีกต่อไป 

นับแต่ร่างกายเกิดความผิดปกติ คุณตาก็ให้เธอพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ทั้งยังให้แพทย์ประจำตระกูลมารักษาเธอ แต่อาการกลับไม่ดีขึ้นเลย หลินหว่านยังหลงคิดว่าคุณตาจะส่งเธอไปรักษาตัวที่ต่างประเทศเสียอีก คิดไม่ถึงว่าเรื่องทั้งหมดจะเป็นฝีมือของคนตระกูลอัน 

มิน่าเล่าตอนคัดตัวอันซิงถึงได้ปิดบังความสามารถที่แท้จริงไว้ ทางบริษัทก็ผลักดันให้เธอเป็นนักร้องนำ แต่ปล่อยให้อันซินไปอยู่ที่ตำแหน่งมุมๆ คุณตาและคุณน้าที่รักเอาใจอันซิงมาตลอดจึงได้แต่มองดูอัน 

ซิงถูกคนในวงรังแก แถมเธอยังโง่ดักดานคอยแต่จะปกป้องอันซิง 

หลินหว่านรู้สึกเหมือนคอหอยถูกบีบเอาไว้ เธอหายใจเฮือกออกมา แต่นั่นกลับทำให้น้ำไหลเข้าทางโพรงจมูก หลินหว่านเพิ่งรู้สึกเสียดายว่าเธอไม่น่าจะตายแบบนี้เลย 

เธอไม่เชื่อว่าแม่ของเธอจะตายไปอย่างอเนจอนาถเช่นนั้น เธอยังต้องสืบหาความจริง 

แต่เรี่ยวแรงทั้งร่างของเธอเหมือนจะรั่วไหลออกไปหมดแล้ว เธอจึงได้แต่นอนจมอยู่ใต้น้ำ รอคอยเวลาหมดลมหายใจ 

ถึงตอนนี้ เรื่องเปลี่ยนตัวหัวหน้าวงเอสทีได้ประกาศออกไปอย่างเป็นทางการแล้ว เพียงแต่คนคนนั้นไม่ใช่อันซิง แต่เป็นเจี่ยนซีไอ้ที่มีคะแนนความนิยมเป็นรองเพียงหลินหว่าน ส่วนหลินหว่าน ตระกูลอันไม่คิดจะใจอ่อน ทั้งเรื่องความเป็นมาชาติกำเนิดที่น่าอับอายถูกขุดคุ้ยออกมาแชร์ทางอินเทอร์เน็ตอย่างครึกโครม ผู้คนต่างทราบว่าเธอเป็นลูกของดาราสาวชื่อดังที่ท้องไม่มีพ่อ พอมีชื่อเสียงเป็นคนดังขึ้นมาก็จองหองพองขนจนไม่เห็นหัวคุณตาและคุณน้า นอกจากนี้ยังมีภาพถ่ายของหลินหว่านในตอนนี้อีกหลายภาพ 

เพียงไม่นานแฟนคลับที่เคยหลงใหลคลั่งไคล้ในตัวเธอกลายเป็นแอนตี้แฟน[2]กลุ่มใหญ่ที่สุด บางคนว่าเธอเป็นลูกไม่มีพ่อ บ้างก็ว่าหน้าตาของเธอตอนนี้ชวนอ้วก เหมาะจะไปอยู่ตามท่อน้ำทิ้งเท่านั้น 

ขณะที่หลินหว่านอยู่ระหว่างการยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นกับการดิ้นรนเพื่อมีชีวิตรอดอยู่นั้นเอง ก็มีใครคนหนึ่งอุ้มเธอขึ้นจากน้ำ   

ในขณะที่เธอกำลังไม่ได้สติอยู่นั้น ก็มีใครบางคนไล่ตามเธออยู่ข้างหลัง ในมือถือมีดยาวปลายแหลมเล่มหนึ่ง 

เธอพลาดหกล้ม คนคนนั้นถือมีดยาวแทงมาที่คอหอยเธอ สีหน้าท่าทางตื่นตระหนกของเธอขยายใหญ่ขึ้นในม่านตาของคนคนนั้น ขณะที่มุมปากของเขากลับเหยียดยิ้มผยองออกมา 

วินาทีต่อมา คมมีดตวัดลง เลือดสาดกระเซ็น 

หลินหว่านเบิกตากว้างแล้วผลุนผลันลุกขึ้นนั่งบนเตียง เหงื่อเปียกโชกไปทั้งร่าง 

พอคนข้างๆ เห็นว่าเธอรู้สึกตัวแล้วก็รีบยื่นมือมาแตะหน้าผากของเธอ “เหงื่อออกขนาดนี้ ไข้ก็น่าจะลดลงแล้วสินะ” 

หลินหว่านเหม่อมองดูเขาแล้วเรียกชื่อออกมาด้วยเสียงแหบแห้งที่เต็มไปด้วยคำถาม “เซียวจิ่งสือ?” 

หลินหว่านเข้าใจว่าเธอคงต้องตายแน่ แต่คิดไม่ถึงว่าจะมาฟื้นที่บ้านของเซียวจิ่งสือ 

คนทั้งสองคนพอจะมีวาสนาเกี่ยวพันกันอยู่บ้าง ละครเรื่อง ‘แรกรัก’ เป็นละครที่นายผู้เฒ่าบ้านตระกูลเซียวต้องการไว้อาลัยให้กับภรรยาที่เสียชีวิต เรื่องราวบอกเล่าถึงความหลังเมื่อครั้งที่ทั้งคู่ได้รู้จักกัน รักกันและร่วมชีวิตกัน แต่เซียวจิ่งสือเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทเซียงเฉิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์เป็นศัตรูคู่อาฆาตกับบ้านตระกูลอันมาตลอด ตอนที่หลินหว่านถูกตาต้องใจผู้เฒ่าเซียวแต่แรกเห็นเพราะเธอมีบุคลิกท่าทางละม้ายคล้ายคลึงกับภรรยาของท่านมาก ก็เป็นการหักหน้าบ้านตระกูลอันแล้ว 

ต่อมาตระกูลอันเห็นว่าหลินหว่านโด่งดังขึ้นก็รีบเซ็นสัญญากับเธอ ตอนนั้นเธอดีใจมากขนาดไหน ตอนนี้พอมาคิดๆ ดูแล้วก็น่าขันสิ้นดี 

คนอื่นมาช่วยเธอยังจะมีความเป็นไปได้มากกว่า แต่เซียวจิ่งสือกลับทำในสิ่งที่เธอคาดไม่ถึงมาก่อน 

เพราะถึงอย่างไรชื่อเสียงที่ยับเยินของเธอก็ทำให้บ้านตระกูลเซียวต้องเสียหน้าอย่างมาก 

หมอหลายคนเข้ามาตรวจร่างกาย เธอจมอยู่ใต้น้ำเย็นเฉียบจนแทบจะขาดใจตาย แต่ตอนนี้กลับไม่เป็นอะไรเลย 

หมอให้ยาไว้แล้วออกจากห้องไปพร้อมกับผู้ช่วยของเซียวจิ่งสือ ภายในห้องจึงเหลือเพียงเซียวจิ่งสือกับ 

หลินหว่าน 

“คุณเป็นคนช่วยฉันเหรอ” หลินหว่านไม่ปิดบังความรู้สึกประหลาดใจ เธอเงยหน้าขึ้นถามเซียวจิ่งสือที่ยืนอยู่ข้างเตียง 

“แล้วจะเป็นใครไปได้ล่ะ” เซียวจิ่งสือยิ้มกริ่มพลางว่า “เธอคิดว่าตัวเองจะตะกายจากอ่างน้ำออกมาปีนขึ้นเตียงฉันได้เองงั้นเหรอ” 

“ทำไมถึงช่วยฉัน” นิสัยเจ้าชู้จนจับไม่ติดของเซียวจิ่งสือนั้นหลินหว่านพอจะได้ยินมาบ้าง จึงไม่ประหลาดใจมากเท่าไร 

“ฉันชอบเธอ ได้ไหม” จู่ๆ เซียวจิ่งสือก็ยื่นหน้าเข้ามาประชิดหน้าเธอ ดวงตาทั้งคู่เป็นประกายพราวระยับ 

หลินหว่านผงะถอยไปด้านหลังอย่างรีบร้อน จากนั้นฝืนยิ้มพูดว่า “ใครบ้างไม่รู้ว่าแฟนสาวของประธานเซียวมีมากมายยิ่งกว่าเสื้อผ้าเสียอีก กับผู้หญิงอัปลักษณ์ไร้ค่าอย่างฉันนี่ ไม่จำเป็นต้องล้อเล่นกันแบบนี้ก็ได้” 

เซียวจิ่งสือมีฉายาว่า ‘เซียวสามขวบ’ หลินหว่านจึงไม่เชื่อคำพูดของเขาเลยสักนิด 

“เอาล่ะมาพูดเรื่องจริงจังกัน! ฉันจะจัดการบ้านตระกูลอัน แล้วเธอก็เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เหตุผลนี้เพียงพอรึยัง” เซียวจิ่งสือเก็บความรู้สึกบางอย่างในดวงตาที่เป็นประกายวูบขึ้นมาแล้วหายวับไป 

“ร่วมมือ?” หลินหว่านขมวดคิ้ว ตอนนี้ตัวเธอยังมีค่าพอจะร่วมมืออีกหรือ 

“ฉันจะส่งเธอไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ เธอเซ็นสัญญากับเซียงเฉิง เมื่อการรักษาตัวเสร็จสิ้นเธอจะเป็นศิลปินในค่ายเซียงเฉิง ทำตามระเบียบของบริษัทและทำเงินให้บริษัท ส่วนค่ารักษาก็หักจากค่าตอบแทนที่เธอได้รับ จนกว่าจะหมด เป็นไงล่ะ” 

เซียวจิ่งสือจัดการทุกอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สัญญาสองฉบับถูกนำมาจัดวางต่อหน้าคนทั้งสอง หลินหว่านเซ็นชื่อลงนามรับรอง 

เซียวจิ่งสือส่งเธอไปรักษาตัวต่างประเทศ เธอทำงานให้เซียงเฉิงห้าปี ภายในห้าปีนี้เซียงเฉิงจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอได้กลายเป็นศิลปินแนวหน้า ส่วนค่าตอบแทนที่เธอได้รับจะถูกหักออกส่วนหนึ่งเพื่อชดใช้หนี้คืนให้เซียวจิ่งสือ 

หลังจากห้าปี เธออายุยี่สิบสี่ จะยกเลิกหรือต่อสัญญาก็ได้ 

ทั้งสองบรรลุข้อตกลงความร่วมมือด้วยดี วันรุ่งขึ้นหลินหว่านขึ้นเครื่องบินไปอังกฤษ 

นี่เป็นจุดสิ้นสุดของความโชคร้าย และเป็นจุดเริ่มต้นของความโชคดี 

 

------ 

[1] ตือโป้ยก่าย เป็นปีศาจหมูในวรรณกรรมจีนเรื่องไซอิ๋ว มีรูปโฉมอัปลักษณ์ รูปร่างอ้วนฉุ  

[2] แอนตี้แฟน ไม่นับว่าเป็นแฟนคลับ แต่จะเรียกว่าเป็นศัตรูกับศิลปินเลยก็ได้ เพราะมักจะคอยขุดข่าว เรื่อยแย่ๆ เสียๆหายๆ มาทำให้ศิลปินเสียชื่อเสียง 

ความคิดเห็น