หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ถึง‘เล่ห์ร้าย’ในวงการมายาจะฉุดให้ชีวิตเธอถึงคราวตกอับ แต่ด้วย ‘เล่ห์รัก’ ของเขากลับมอบชีวิตใหม่ให้แก่เธอ

ตอนที่ 2 คำสารภาพของคุณสามีแห่งชาติ

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 คำสารภาพของคุณสามีแห่งชาติ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.5k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ม.ค. 2563 13:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 คำสารภาพของคุณสามีแห่งชาติ
แบบอักษร

 

อันโฮ่วสยงกวาดสายตาไปตามพื้นซึ่งเต็มไปด้วยเศษกระดาษโปสเตอร์ที่อันซิงฉีกเอาไว้ ดวงตาฉายแววไม่พอใจขึ้นมาวูบหนึ่ง 

แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเสียดายที่เกิดเรื่องกับตัวทำเงินอย่างหลินหว่านอยู่บ้าง แต่อันซิงต่างหากที่เป็นหลานสาวสายใน[1]ของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม่ของหลินหว่าน ชาติกำเนิดของหลินหว่านทำให้เขาขายหน้าเกินทน 

ในเมื่อทำลายทิ้งไปแล้ว เขายังจะปล่อยให้เธอช่วยบริษัทคู่แข่งมาต่อกรกับเขาได้อย่างไร 

“วางใจเถอะ มันไม่มีโอกาสหรอก” 

อันซิงยิ้มอย่างพอใจ ยกถ้วยชาขึ้นกำลังจะยื่นให้กับอันโฮ่วสยง จังหวะพอดีกับหลินหว่านเดินย่ำรองเท้าส้นสูงเข้ามาในห้องรับแขก 

“คุณพี่ยังเป็นยอดกตัญญูที่รู้จักเอาอกเอาใจคนเหมือนเดิม พักนี้คุณตายังแข็งแรงดีอยู่ใช่ไหมคะ ” 

หลินหว่านวางกระเป๋าถือแล้วนั่งลงตรงหน้าอันโฮ่วสยง ใบหน้าเรียบเย็นเผยรอยยิ้มหวานหยด ราวกับว่าเรื่องราวก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้น เธอยังคงเป็นเด็กหญิงที่ว่าง่ายเชื่อฟังคนนั้น อันซิงยังคงเป็นญาติผู้พี่ที่เธอคอยตามติดแจ ส่วนชายแก่คนนั้นก็ยังเป็นคุณตาที่เธอเคารพรัก 

อันซิงสีหน้าเปลี่ยนไป มือที่ถือถ้วยชาสั่นกระตุกจนน้ำชาหกรดลงบนกางเกงของอันโฮ่วสยง 

อันโฮ่วสยงยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้เธอนั่งลง เขากระแอมพลางเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าแย้มยิ้มราวดอกไม้บานของหลินหว่าน หัวใจพลันกระตุกวูบ 

เด็กหญิงคนนี้เหมือนแม่ของเธอเกินไป เหมือนจนทำให้เขารู้สึกผิดตอนที่เห็นเธอแวบแรก และก็เพราะว่าเหมือนกันเกินไปนี่เองทำให้เขาไม่ยอมให้เธออยู่ในวงการบันเทิงอย่างเด็ดขาด 

มิฉะนั้น นี่จะเป็นศัตรูตัวฉกาจที่เขาสร้างขึ้นมากับมือ 

“เรื่องเมื่อก่อนอันอันน่าจะบอกกับแกแล้วนี่ ยังทำท่าเกรงอกเกรงใจให้มันได้อะไรขึ้นมา” 

“คุณพี่บอกกับฉันหมดแล้ว แต่คุณพี่อย่างไรก็ยังเป็นคุณพี่ คุณตาก็ยังเป็นคุณตา แล้วที่นี่ก็ยังมีข้าวของของฉัน ต่อให้คุณตาไม่ต้อนรับฉัน ฉันมาเอาของของตัวเอง ก็คงจะได้อยู่หรอกกระมัง” 

หลินหว่านเงยหน้าขึ้นประสานสายตากับคุณตา รอยยิ้มในดวงตากลับแฝงแววเชือดเฉือน เวลาครึ่งปีในการรักษาตัวแม้ว่าจะไม่นานแต่ก็ไม่รู้สึกดีนัก เธอยังนึกถึงความอัปยศที่ได้รับอยู่ทุกเวลานาที  

อันซิงไม่ชอบสายตาท่าทางเช่นนี้ของหลินหว่าน เธอก้าวออกมาตวัดเสียงพูดอย่างไว้ตัวว่า “ที่นี่จะไปมีข้าวของของแกได้ยังไง ทิ้งไปห้องเก็บของตั้งแต่ตอนแกจะตายโน่นแล้ว! ฉันจะบอกแกเอาบุญ ถอนตัวจากการแข่งขันกับฉันซะ!” 

“อันอัน!” อันโฮ่วสยงส่งสายตาให้อันซิง เธอตวัดสายตาอย่างไม่พอใจแล้วหมุนตัวขึ้นชั้นบนไปอย่างไม่เต็มใจนัก 

หลินหว่านชี้มือตามหลังอันซิงไปด้วยท่าทางเหมือนแปลกใจ “คุณพี่เป็นคุณหนูใหญ่ผู้อ่อนโยนมาตลอดนี่คะ ไม่ได้เจอกันแค่ครึ่งปีทำไมกลายเป็นอย่างนี้ไปได้ คุณตาต้องให้คุณพี่ระวังตัวหน่อยนะคะ จะเล่นละครทั้งทีก็ต้องเนียนให้ได้ตลอด!” 

“ข้าวของแกอยู่ในห้องเก็บของ จะเอาก็ไปเอาเองสิ! ฉันเลี้ยงแกมาจนโตถือเป็นสิ่งสุดท้ายที่จะทำให้แม่แกได้ ต่อไปก็ถือซะว่าไม่รู้จักกัน แต่ว่า เสี่ยวหว่าน...” 

สายตาของอันโฮ่วสยงเปลี่ยนเป็นดุดันในฉับพลัน พูดเชิงปรามขึ้นว่า “ฉันไม่ยอมให้แกเข้าวงการบันเทิงหรอก! เมื่อก่อนก็แค่จะให้แกปูทางให้อันซิง ตอนนี้งานของแกเสร็จแล้ว ไม่ว่าแกจะหาใครมาหนุนหลัง แต่ตราบใดที่ฉันกับน้าแกยังอยู่ในวงการนี้ จะไม่มีวันให้แกได้โงหัวขึ้นมาหรอก!” 

“แล้วถ้าผมเซียวจิ่งสือจะช่วยดันเธอล่ะ” 

ร่างหนึ่งผลักประตูก้าวยาวๆ เข้ามายืนเคียงข้างหลินหว่าน น้ำเสียงที่พูดยังเป็นหยิกแกมหยอกอย่างเคย 

“ผมสู้กับเทียนซิงมาจนคุ้นเคยแล้ว ครั้งนี้ก็เหมือนกัน ท่านประธานอัน ผมจะปั้นหลินหว่านให้ดังได้แน่ เกรงว่าคำพูดคุณเมื่อครู่คงเป็นจริงไม่ได้หรอก!” 

หลินหว่านเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาเป็นประกายทั้งคู่ยามนี้ยังเต็มไปด้วยรอยยิ้มเช่นเคย แต่เบื้องหลังใบหน้าที่อบอุ่นอ่อนโยนนี้ ที่แท้แล้วคิดอะไรอยู่ เขาวางแผนจะทำอะไรกันแน่  

ภายหลังตอนที่หลินหว่านได้ทราบว่าทำไมเซียวจิ่งสือถึงชอบเธอ จึงรู้ว่าตนเองคิดมากไปเอง เซียวจิ่งสือเป็นคนซับซ้อน แต่กับหลินหว่าน เขาเรียบง่ายตรงไปตรงมาเสมอ 

“แล้วคุณจะต้องเสียใจภายหลัง!” อันโฮ่วสยงกล่าวจบก็ลุกขึ้นแล้วเดินขึ้นชั้นบนไป เขารู้ดีว่าใบหน้านั้นมีเสน่ห์ดึงดูดใจเพียงใด 

ในตอนนั้นเขารั้งลูกสาวตัวเองไว้ไม่ได้ ตอนนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องหยุดยั้งหลานสาวไว้ให้ได้ โศกนาฏกรรมในครั้งนั้นจะต้องไม่เกิดขึ้นอีกอย่างเด็ดขาด 

เซียวจิ่งสือตามหลินหว่านไปที่ห้องเก็บของเพื่อขนของที่เธอทิ้งไว้ที่บ้านตระกูลอัน พอเก็บของเสร็จขนขึ้นรถ จู่ๆ แม่บ้านก็ถือกล่องหนึ่งวิ่งมาหา 

“เสี่ยวหว่าน คุณผู้ชายให้ฉันเอานี่มาให้เธอ บอกว่าเป็นของที่แม่เธอทิ้งไว้ให้ ต่อไปให้เธอเก็บไว้จะเหมาะกว่า” 

หลินหว่านกล่าวขอบคุณแล้วรับเอามา เปิดออกดูก็พบว่าเป็นพวงกุญแจอันหนึ่ง บนนั้นสลักคำว่า ‘AM’ 

“M?” 

หลินหว่านรู้ว่า A น่าจะหมายถึงแม่ของเธอ แล้ว M ล่ะ คนคนนี้จะเป็นพ่อของเธอหรือเปล่านะ  

“ทำไมเหรอ” เซียวจิ่งสือขยับเข้ามาดูอย่างแปลกใจ ตอนเก็บของเมื่อครู่เขารู้สึกว่าหลินหว่านซึมไป จึงอยากจะทำให้หลินหว่านสบายใจขึ้น 

“ไม่มีอะไรหรอก” หลินหว่านรีบเก็บพวงกุญแจแล้วถามว่า “เมื่อครู่คุณไปบริษัทแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมมานี่ได้ล่ะ” 

“กลัวว่าคุณจะถูกรังแกน่ะสิ! ผมแลกหมัดกับตาจิ้งจอกเฒ่าแซ่อันนั่นบ่อย หมอนั่นชอบเล่นสกปรก!” 

“ประธานเซียว ฉัน...” 

“คุณสู้ได้สบายมาก!” เซียวจิ่งสือพูดแทรกขึ้น “ในฐานะเจ้านายคุณ ผมเห็นว่าตั้งแต่คุณกลับมาก็เหนื่อยมาก พรุ่งนี้ยังต้องไปเริ่มอัดรายการอีก ผมจึงตัดสินใจว่า เย็นนี้จะให้คุณผ่อนคลายสักหน่อย พรุ่งนี้จะได้พร้อมรับมือกับการถ่ายทอดสด!” 

เซียวจิ่งสือไม่รอให้หลินหว่านปฏิเสธ เขาเหยียบเท้าลงบนคันเร่ง รถทะยานออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว 

“เป็นอย่างไรบ้าง ที่นี่บรรยากาศไม่เลวใช่ไหมล่ะ” 

เซียวจิ่งสือหรี่ตารอรับคำชมจากหลินหว่านอย่างมั่นอกมั่นใจ ส่วนหลินหว่านพอกวาดตามองไปรอบข้างแล้วก็ถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออก 

เสียงดนตรีดังกระหึ่ม แสงสว่างวูบไหวจากดวงไฟ คนกลุ่มหนึ่งพากันเต้นบิดตัวไปมาอย่างบ้าคลั่งอยู่ในลานเต้นรำอย่างสนุกสุดเหวี่ยง ด้วยสภาพเมามายไร้สติ 

“ประธานเซียวคะ พรุ่งนี้ฉันต้องตื่นแต่เช้ามาอัดรายการนะคะ โดยส่วนตัวแล้วฉันคิดว่าถ้าจะมาเสียเวลาอยู่ที่นี่ สู้กลับบ้านไปนอนหลับพักผ่อนให้หน้าใสเด้งจะดีกว่านะคะ” 

“โนๆๆ ! ” เซียวจิ่งสือส่ายหน้า “ผมพาคุณมา เพื่อสัมผัสกับความรู้สึกต่างหาก!” 

“อะไรนะ” 

“ความรู้สึกเร่าร้อน!” เซียวจิ่งสือดีดนิ้วดังเป๊าะ “คุณห่างจากหน้ากล้องนานเกินไป ผมกลัวว่าคุณจะตื่นเต้น พรุ่งนี้ที่สำคัญคือการแนะนำตัวเองกับการแสดงทักษะความสามารถเฉพาะตัว ถึงแม้ว่าคุณจะฝึกซ้อมตลอดเวลาที่อยู่อังกฤษ แต่เวลาอยู่บนเวทีมันคนละเรื่องกันเลยนะ!” 

“คุณหมายความว่ายังไงกันแน่” หลินหว่านชี้นิ้วไปที่เวทีเต้นรำเล็กๆ ข้างหน้า “คุณจะให้ฉันแสดงที่นี่งั้นเหรอ” 

“ไม่มีทาง!” เซียวจิ่งสือฉวยโอกาสกุมมือเธอเอาไว้ “อย่างคุณต้องได้ขึ้นหน้าจอใหญ่ จะมาแสดงที่นี่ได้ยังไงล่ะ! ผมต่างหากที่จะแสดง!” 

จากนั้นเซียวจิ่งสือก็ก้าวขึ้นเวที หยิบไมโครโฟนแล้วไปยืนอยู่กลางเวที โดยมีสายตาของหลินหว่านจ้องตามไม่กระพริบ 

“ฟ้าของฉัน ช่างกระจ่างสว่างใส คำสัญญาที่ว่างเปล่า เป็นเพียงอากาศที่ผ่านไป...baby (ที่รัก) คุณเป็นหนึ่งเดียวของผม สองโลกล้วนเปลี่ยนแปรไป หวนคืนหรือจะง่ายดังหวัง...” 

ผู้คนที่กำลังกระโดดโลดเต้นพากันหยุดนิ่งลง เพ่งมองไปยังคนที่กำลังตกอยู่ในห้วงอารมณ์กลางเวที มีคนหยิบมือถือขึ้นถ่ายคลิปไลฟ์สด คุณสามีแห่งชาติ[2]อย่างเซียวจิ่งสือร้องเพลงในสถานที่สาธารณะทั้งที แล้วนี่ก็เป็นครั้งแรกเสียด้วย 

แต่ที่เหนือความคาดหมายยิ่งกว่าก็คือ เสียงเพลงช่างชวนให้เคลิบเคลิ้ม แถมด้วยลักยิ้มบุ๋มลึก พาให้ผู้คนหลงใหล 

หลินหว่านรับฟังเงียบๆ อยู่ที่มุมหนึ่ง ขอบตาแดงก่ำโดยไม่รู้สาเหตุ เธอเงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่ตั้งใจนัก พอสบตาเข้ากับดวงดาวพราวระยับคู่นั้นก็ได้แต่หลบเลี่ยงอย่างวุ่นวายใจ 

 

------ 

[1] หลานสายใน ในที่นี้หมายถึง หลานปู่ ตามธรรมเนียมจีน หลานที่เกิดจากลูกชายจะเป็นหลานสายใน ใช้แซ่ตามพ่อ ใกล้ชิดกว่าหลานตาซึ่งถือว่าเป็นหลานสายนอก ใช้แซ่คนอื่น 

[2] คุณสามีแห่งชาติ ในที่นี้เป็นคำเรียกหาของดาราชายหรือบุคคลสาธารณะที่ได้รับความนิยมสูงเป็นที่หมายปองของหญิงสาว 

ความคิดเห็น