หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ถึง‘เล่ห์ร้าย’ในวงการมายาจะฉุดให้ชีวิตเธอถึงคราวตกอับ แต่ด้วย ‘เล่ห์รัก’ ของเขากลับมอบชีวิตใหม่ให้แก่เธอ

ตอนที่ 1 กลับบ้านตระกูลอัน

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 กลับบ้านตระกูลอัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ม.ค. 2563 13:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 กลับบ้านตระกูลอัน
แบบอักษร

 

ณ ชานเมือง A ภายในสตูดิโอถ่ายภาพของบริษัทเซวี่ยนจื่อ ใครบางคนยังคงจับผิดไม่หยุดไม่หย่อนเพื่อสิ่งที่เรียกว่าความสมบูรณ์แบบ 

เซียวจิ่งสือที่ยืนพิงอยู่ข้างผนัง นิ้วมือเรียวคอยชี้ไปทางซ้ายทีขวาที เหมือนกำลังบงการโลกทั้งใบเลยก็ว่าได้ 

“แสงใช้ยังไม่ได้! ไปทางซ้ายอีกหน่อย” 

“ไม่ใช่ เลยไปแล้ว อย่าส่องไฟเข้าตาของเธอสิ!” 

“เติมหน้าอีกหน่อย ไม่เห็นรึไง ตาเธอเลอะแล้วเนี่ย” 

“เฮ้ยๆๆ ! พวกแกมัวแต่มองอะไรกันน่ะ ชุดนี้ไม่ผ่าน เปลี่ยนๆๆ ! ” 

ทีมงานทั้งกองถ่ายพากันวิ่งไปทางโน้นย้ายมาทางนี้ตามคำสั่งของเซียวจิ่งสือราวกับเป็นมดงานที่ขยันขันแข็ง 

หลินหว่านที่น่าสงสารยืนนิ่งอยู่หน้าฉากหลังสีเขียวมาครึ่งค่อนชั่วโมงแล้ว แต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะเสร็จเสียที! เธอสุดจะทนแล้วจึงก้าวพรวดๆ เข้าไปหาเซียวจิ่งสือ 

“ประธานเซียว คุณมาตรวจดูการทำงาน จะแสดงความคิดเห็นให้มันน้อยหน่อยไม่ได้รึไงคะ” 

เซียวจิ่งสือกวาดตามองคนงานรอบข้าง พวกเขาพากันก้มศีรษะลงเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เซียวจิ่งสือจึงดึงตัวหลินหว่านมานั่งที่เก้าอี้ข้างตัวเขา 

“ก็ไม่ใช่เพราะผู้จัดการของคุณยังไม่กลับมาไม่ใช่หรือไง ผมยังไม่วางใจเลยต้องมาดูสักหน่อย โชคดีนะ 

ที่ผมมา ดูชุดที่พวกเขาเลือกให้คุณใส่สิ เปิดหลังซะกว้างเชียว ใช้ได้ที่ไหน! ผมจะให้พวกเขา...” 

“ฉันอยากให้คุณออกไปก่อน อย่ารบกวนการทำงานของฉันเลยค่ะ” หลินหว่านพูดจบก็ลุกขึ้น กลับไปยืนที่หน้าฉากอย่างไม่สนใจสีหน้าอันเคร่งเครียดของชายหนุ่มเลย 

เมื่อปราศจากการรบกวนจากเซียวจิ่งสือ การถ่ายภาพก็เป็นไปอย่างราบรื่น การที่ก่อนหน้าที่หลินหว่านพลาดการถ่ายภาพร่วมกับกลุ่มผู้เข้าแข่งขัน ก็เพราะว่าเซียวจิ่งสือเพิ่งลงจากเครื่องเมื่อเช้าวันนี้เอง เธออยู่ในรายชื่อผู้เข้าแข่งขันเป็นคนสุดท้าย เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิ์นี้ เซียวจิ่งสือต้องแลกด้วยลิขสิทธิ์หนังฟอร์มยักษ์ที่กำลังมาแรงเรื่องหนึ่ง มีเพียงหลินหว่านที่ไม่รู้เรื่องนี้เลย และเซียวจิ่งสือก็ไม่คิดจะบอกความจริงเรื่องนี้กับเธอ 

การถ่ายภาพโปสเตอร์เสร็จสิ้นลง ศิลปินคนสุดท้ายที่จะเข้าร่วมการแข่งขันคัดตัวได้ประกาศสู่สาธารณชน คนที่ครั้งหนึ่งเคยสะสวยชนิดที่ผู้คนหลงใหลได้ปลื้ม แต่แล้วภาพลักษณ์นั้นก็ถูกทำลายจนย่อยยับ คราวนี้เธอกลับมาอย่างงดงาม โด่งดังไปทั่วโลกออนไลน์ 

ร่างในชุดยาวสีขาวเปิดหลัง รองเท้าคริสตัลไล่ระดับสีคู่นั้น สองขาเรียวยาวเอวบางอ้อนแอ้น และสิ่งดึงดูดสายตาเป็นที่สุดก็คือ ดวงตาที่เป็นประกายดูมีชีวิตชีวาคู่นั้นบนใบหน้ารูปไข่ 

เวลาผ่านไปครึ่งปี ใบหน้านี้ได้ปรากฏสู่สายตาสาธารณชนอีกครั้ง กลับยิ่งงามด้วยเสน่ห์เย้ายวนใจมากขึ้นอีกหลายขุม 

“ตากล้องของเซวี่ยนจื่อคนนี้ไม่เลวเลย!” เซียวจิ่งสือมองดูภาพโปสเตอร์อย่างพึงพอใจพลางก้าวเข้าหาหลินหว่าน “แต่ว่ากันตามจริงแล้ว ถึงอย่างไรเสี่ยวหว่านของเราก็สวยอยู่แล้ว คุณก็ว่าอย่างงั้นไหมล่ะ” 

หลินหว่านมองเขาด้วยสายตาเรียบเฉยไร้อารมณ์ คำพูดแบบนี้เธอได้ยินทุกวันจนชินเสียแล้ว อีกทั้งคนอย่างเซียวจิ่งสือ เธอแยกไม่ออกหรอกว่าคำพูดพวกนี้มีความจริงใจอยู่สักกี่ส่วนกัน 

เซียวจิ่งสือยิ่งทำเหมือนทีเล่นทีจริง เธอก็ยิ่งรู้สึกว่าภายใต้หน้ากากนี้ มีแผนลับแอบแฝงอยู่ 

ดังนั้นเธอจึงคอยย้ำกับตัวเองเสมอว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเซียวจิ่งสือก็คือ นายจ้างกับลูกจ้าง 

“เสี่ยวหว่าน คุณสนใจผมหน่อยสิ พรุ่งนี้คุณไปอัดรายการผมก็ไม่ได้เห็นหน้าคุณแล้ว” 

เซียวจิ่งสือเดินเข้าหาพลางกะพริบตาเป็นประกายอย่างน้อยอกน้อยใจ เขารู้ว่าถึงแม้หลินหว่านจะดูเฉยชา แต่สิ่งที่ทำให้เธอหวั่นไหวได้มากที่สุดก็คือดวงตาออดอ้อนแวววาวพราวระยับคู่นี้ 

แล้วก็เป็นดังคาด หลินหว่านปล่อยมือจากปอยผม มองดูเขาพลางพูดว่า “วันนี้ประธานเซียวว่างมากนักหรือไงคะ แต่ฉันยังต้องอ่านบทอีก...ดังนั้น...” 

“ดังนั้นผมก็เลยจะอ่านกับคุณไง!” เซียวจิ่งสือดึงมือหลินหว่านเดินมาที่ห้องหนังสือ “ดูสิ ผลงานของหลางอี้ ผมขนกลับมาหมดเลย จะอ่านเล่มไหนก็ได้ ตามใจเลย!” 

หลินหว่านมองดูหนังสือนวนิยายที่เรียงรายเป็นระเบียบอยู่บนชั้นวาง ขณะนั้นเธอก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรได้อีก 

ตั้งแต่เธอกลับประเทศก็ถูกพาตัวมาที่นี่ เซียวจิ่งสือเป็นคนจัดการทุกอย่างไว้ให้ทั้งหมด คำปฏิเสธยังไม่ทันออกจากปาก เซียวจิ่งสือก็ยกเอาสัญญาว่าจ้างขึ้นมาอ้าง หลินหว่านได้แต่คิดว่า อย่างนั้นก็ใช้เวลาจ่ายหนี้นานอีกหน่อยก็แล้วกัน แต่คิดไม่ถึงว่าเซียวจิ่งสือย้ายของเข้ามามากขึ้นไปทุกที 

“ประธานเซียว คุณไม่จำเป็นต้องเอาใจศิลปินคนหนึ่งขนาดนี้หรอกมั้งคะ” หลินหว่านดึงมือกลับ “ฉันอยากกลับบ้านตระกูลอันอีกสักครั้ง คุณกลับไปก่อนเถอะ” 

“กลับบ้านตระกูลอัน? อย่างนั้นผมยิ่งต้องไปกับคุณ ไม่อย่างนั้นคุณตาใจโหดของคุณกินคุณเข้าไปแล้วจะทำอย่างไรล่ะ” เซียวจิ่งสือกุมมือหลินหว่านเอาไว้อีกครั้งอย่างหวั่นใจ ดูเหมือนเขาจะหวาดกลัวบ้านตระกูลอันยิ่งกว่าหลินหว่านเสียอีก 

“ประธานเซียว!” หลินหว่านไม่รู้จะทำอย่างไรดี ได้แต่พูดอย่างโมโหว่า “ฉันเป็นแค่ศิลปินตัวเล็กๆ คนหนึ่ง คุณทำแบบนี้ ฉันเกรงว่าจะไม่เหมาะนะคะ” 

“ก็ผมบอกแล้วไงว่าผมชอบคุณ!” 

“เหตุผลล่ะ” 

หลินหว่านตวัดสายตาขึ้นถาม ครึ่งปีมานี้เซียวจิ่งสือเอาแต่บอกว่าชอบเธอมานับครั้งไม่ถ้วน แต่พอเธอถามว่าเพราะอะไร เขาก็เฉไฉเปลี่ยนเรื่องคุยบ้าง หาข้ออ้างเอาตัวรอดไปเสียทุกที 

ผู้คนต่างก็รู้ดีว่าเซียวจิ่งสือ คุณชายใหญ่เซียวเป็นคุณชายเสเพลทั้งยังเจ้าชู้กะล่อนทอง สารพัดเล่ห์เพทุบาย หลินหว่านไม่กล้าเชื่อคำพูดเขาจริงๆ ยิ่งไม่กล้าหลวมตัวเข้าสู่หลุมพรางนี้ด้วย เธอในตอนนี้นอกจากตัวกับหัวใจที่ยังสะอาดบริสุทธิ์แล้วก็ไม่เหลืออะไรอีก 

เซียวจิ่งสือกะพริบตา ดวงดาวระยับบนฟ้าหม่นแสงลง จากนั้นเขาก็ทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่งแล้วจากไป 

“ผมจะให้คนขับรถมารับคุณ” 

เขตบ้านพักตากอากาศทางตอนใต้ของเมือง บ้านตระกูลอัน 

อันซิงฉีกโปสเตอร์ภาพหลินหว่านออกเป็นชิ้นๆ ด้วยอารมณ์เดือดพล่าน เธอหลงคิดว่าหลินหว่านน่าจะลากสังขารที่อ้วนฉุด้วยไขมันไปหลบซุกอยู่ตามมุมมืดที่ไหนสักแห่ง แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเธอจะกลับมาปรากฏสู่สายตาของสาธารณชนอีกครั้ง แถมยังเป็นคู่แข่งของเธอบนเวทีเดียวกันอีก นอกจากนี้ ดูจากใบหน้าที่ยิ้มแย้มจนหยาดเยิ้มราวกับจะหยดออกมาของหลินหว่านในตอนนี้ เธอสวยกว่าเมื่อก่อนอย่างเห็นได้ชัด  

เธอเคยคิดว่าหลินหว่านจะมีสภาพน่าเกลียดอ้วนเผละ มีชีวิตอยู่ตามซอกหลืบที่สกปรกของเมือง ต่ำต้อยไร้ค่าราวกับมดปลวก 

อย่างนั้นถึงจะสะใจนัก 

“คุณปู่คะ!” อันซินเห็นคุณปู่เดินลงบันไดมาก็รีบเข้าไปทักทาย “คุณปู่ดูมันสิ มันกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว ยังจะมาแย่งบทนางเอกของหลานอีก! ถ้ามันกลับเข้าวงการบันเทิงอีก หน้าตาตระกูลอันของพวกเรา ของคุณปู่จะเอาไปไว้ไหนล่ะคะ!” อันซิงพูดอย่างน้อยอกน้อยใจ ราวกับว่าเธอต้องแบกรับความอัปยศ 

แสนสาหัสนั้นเอาไว้ 

หลินหว่านกลับมาคราวนี้ ประจวบเหมาะกับหลางอี้นักเขียนชื่อดังมีโครงการจะนำนวนิยายเรื่อง ‘สานรักสายหิมะ’ มาทำเป็นละครทีวี โดยจะใช้นักแสดงหน้าใหม่ทั้งหมด ผู้ชมจะเป็นผู้ลงคะแนนคัดเลือกนักแสดงที่เหมาะสมกับบทบาทตัวละครเอง นอกจากนี้หลางอี้ยังตั้งชื่อให้รายการคัดตัวครั้งนี้ด้วยว่า ‘ค่ายฝึกศิลปะการแสดง’ 

เดิมทีหลางอี้เป็นนักเขียนออนไลน์ที่เก็บเนื้อเก็บตัว ต่อมาได้ร่วมมือกับเซวี่ยนจื่อเอ็นเตอร์เทนเม้นท์เขียนบทละครทีวีให้เรื่อยมา ละครทุกเรื่องฮอตฮิตติดตลาดจนทำให้นักแสดงคู่พระนางกลายเป็นดาราดังไปไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ จึงมีศิลปินหน้าใหม่ทั้งที่เพิ่งเข้าสู่วงการและกำลังจะเข้าสู่วงการมากมายต่างพากันวาดหวังว่าจะได้มีโอกาสมาอวดโฉมลงจอในละครเรื่อง ‘สานรักสายหิมะ’ นี้ 

หลายปีมานี้ หลางอี้ไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนมาก่อน การถ่ายทอดสดเพื่อคัดตัวนักแสดงคราวนี้ย่อมต้องเปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริง บรรดาแฟนหนังสือต่างพากันตั้งตารอคอยเวลานี้ จึงกลายเป็นการเพิ่มฐานแฟนคลับเรื่องนี้ให้มากยิ่งขึ้นไปอีก 

อันซิงได้รับการเสนอชื่อจากบริษัทตั้งแต่แรก แน่นอนว่ายังมีเจี่ยนซีไอ้ที่เป็นหัวหน้าวงเอสทีในตอนนี้ด้วย 

ครึ่งปีมานี้ แม้ว่าเจี่ยนซีไอ้จะเป็นหัวหน้าวงแต่ก็เดินย่ำอยู่กับที่ไม่ได้ก้าวหน้าขึ้นเลย เธอไม่ได้เป็นนักร้องที่มีคะแนนนิยมสูงสุดในวงอีกต่อไป ขณะที่อันซิงซึ่งไม่ได้เข้าร่วมวงแก่งแย่งช่วงชิงแต่กลับได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ  

เดิมทีชาวเน็ตเข้าใจว่าอันซิงมีคุณปู่คอยให้การสนับสนุนน่าจะได้เป็นหัวหน้าวงอย่างรวดเร็ว แต่อันซิง 

กลับเก็บตัวมาตลอด ขยันทำงานอยู่เงียบๆ ทำให้ผู้คนต่างแปลกใจทั้งยังกลับได้ใจจากผู้คนอีกด้วย 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อข่าวฉาวของหลินหว่าน ที่ถูกเปิดโปงออกมาแล้วยังมาเกี่ยวข้องกับเธอเข้า พอเปรียบเทียบกันแล้ว ภาพลักษณ์ของอันซิงก็ยิ่งดูดีเข้าไปอีก 

ผู้สมัครเข้าร่วมการคัดเลือกมีทั้งหมดเจ็ดสิบห้าคน ส่วนใหญ่เป็นเด็กใหม่ของวงการ ดังนั้นอันซิงกับเจี่ยนซีไอ้จึงถูกจับตามองในฐานะตัวเต็ง ในเวลาเดียวกันนั้นยังมีหนุ่มน้อยหน้าใสเฉิงเฉิงที่มาจากบริษัทเซวี่ยนจื่อกำลังดูแลอยู่อีกด้วย 

เฉิงเฉิงเป็นลูกชายของอดีตพระเอกชื่อดังเฉิงหมิง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายไร้ที่ติพอได้ปรากฏสู่หน้าจอก็มีแฟนคลับนับไม่ถ้วน เหล่าแฟนคลับพอรู้ว่าเขาเข้าร่วมคัดตัวนักแสดงก็พากันเฮโลเข้าไปแสดงความคิดเห็นตามเว็บบอร์ดดังๆ อย่างตื่นเต้นว่าระหว่างอันซิงกับเจี่ยนซีไอ้ ใครจะเหมาะเป็นคู่จิ้นกับเฉิงเฉิงมากกว่ากัน 

ความคิดเห็น