หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่ออำนาจถูกส่งมอบให้ถูกคน หนทางแห่งการแก้แค้นก็ดูเหมือนจะมิได้ยากเย็นถึงเพียงนั้น!

ตอนที่ 9 แต่งงาน

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 แต่งงาน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.2k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ม.ค. 2563 15:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 แต่งงาน
แบบอักษร

 

หนิงอวี้หน้านิ่วไม่พูดจา สายตาจดจ้องอยู่สักพักใหญ่จนแน่ใจว่าไม่มีใครจึงได้พูดต่อ “ต้องพูดอย่างไรดีเล่า อันที่จริงตัวข้าได้ตายไปแล้ว แต่เมื่อฟื้นขึ้นมากลับพบว่าตัวเองได้ย้อนกลับมายังเวลาก่อนหน้า ข้าเองก็บอกได้ไม่ชัดว่านี่เป็นความฝันหรืออะไรกันแน่” 

“ท่านแม่ พรุ่งนี้ข้าก็ต้องออกเรือนแล้ว ชุดมงคลสวยงามยิ่งนัก ช่างน่าเสียดายที่ท่านไม่ได้เห็น” หนิงอวี้ก้มหน้า มือเค้นชายกระโปรงพลางพึมพำซ้ำไปซ้ำมา 

“เรื่องราวต่างๆ ผิดชอบชั่วดีข้าแยกแยะไม่ถูกเลย เดิมทีตั้งใจจะหนีไปเสีย แต่ก็หนีไม่พ้น ได้แต่เผชิญหน้าสู้กับมัน อย่างที่ท่านพ่อเคยสอนว่าการรับมือกับข้าศึกที่เข้าโจมตี วิธีป้องกันที่ดีที่สุดไม่ใช่การหลบซ่อน แต่เป็นการเดินหน้าปะทะ เข้าตีที่จุดตาย” 

“ท่านพ่อหมู่นี้ดื่มเหล้าหนักมาก หากท่านแม่สามารถเตือนท่านได้ ก็ช่วยเข้าฝันไปบอกท่านให้ดื่มน้อยลงทีเถอะเจ้าคะ” 

หนิงอวี้นั่งอยู่บนกองหญ้าพึมพำกับตัวเองอยู่นาน แล้วเอื้อมเด็ดดอกไม้สีม่วงหน้าป้ายศิลามาดอกหนึ่ง “นี่ก็สายมากแล้ว หากไม่รีบกลับพวกเขาคงพากันร้อนใจแน่ อวี้เอ๋อร์ขอตัวก่อนนะเจ้าคะ” 

หนิงอวี้เก็บดอกไม้ไว้ในแขนเสื้อ แล้วโหนตัวขึ้นม้า นางกระตุกสายบังเหียนให้แน่น “ไป!” ม้าพันธุ์ดีตัวนั้นก็ห้อตะบึงไป เห็นเพียงฝุ่นตลบฟุ้ง ที่ป่าเล็กๆ นั้นมีชายในชุดขาวคนหนึ่งเดินออกมา ยกมือขึ้นไหว้ไปยังสุสานนั้นสามครั้งแล้วจากไป 

—— 

ฟ้ายังมืดเทา หนิงอวี้ถูกลากออกมาหวีผมแต่งหน้า มงกุฎหงส์[1]บนศีรษะห้อยระย้าไปด้วยเพชรพลอยไข่มุก ระยิบระยับสวยงาม หนิงอวี้สองมือเท้าคาง ของพรรค์นี้ต้องหนักถึงห้าชั่งเป็นแน่ 

บนตัวนางสวมชุดมงคลอยู่มากมายหลายชั้น ในสามชั้นนอกสามชั้น ห่อหุ้มทั่วกายจนแน่นหนา หนิงอวี้ถอนหายใจ ชุดแต่งงานตัวนี้คงใช้เป็นชุดเกราะได้แน่ นางมองดูภาพคนที่อยู่ในคันฉ่อง ใบหน้าผุดผ่องดั่งหยกขาว ปากแดงเล็กจุ๋มจิ๋ม อันที่จริงควรเป็นดวงหน้าที่งดงามหยาดเยิ้ม แต่รอยแผลบนหน้านั้นสุดจะแก้ไข ความงามหายไปสามส่วน แทนที่ด้วยความดุดันน่ากลัวโดยไม่จำเป็น 

“คุณหนู เอายานี่ทาปิดไว้ก่อนเถิดเจ้าค่ะ” หนิงอวี้ตั้งใจจะส่ายหัวปฏิเสธ แต่มงกุฎหงส์ช่างหนักเหลือเกิน จึงได้แต่พูดตอบไปว่า “ไม่ต้องแล้ว อย่างนี้ก็ดีแล้ว” 

นอกห้องเสียงตีกลองเคาะฉาบ อีกทั้งเสียงประทัดล้วนดังขึ้นมาพร้อมกัน หนิงอวี้ลุกขึ้น เห็นบิดายืนอยู่ด้านหลังด้วยดวงตาบวมแดง เดิมทีหนิงอวี้คิดว่าไม่มีอะไรต้องพูดมากนัก แต่เมื่อเห็นภาพเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะน้ำตาเอ่อรื้น 

“วันมงคลเช่นนี้จะร้องไห้ทำไมกัน”  

“ใครบอกว่าข้าร้องไห้เล่า! ออกเรือนไปแล้วทุกๆ เรื่องเจ้าต้องระวังให้มาก พ่อคงไม่สามารถคอยปกป้องเจ้าได้ตลอดเวลา หากเกิดเรื่องอันใดขึ้นจงรีบบอกหงหลิง ให้นางกลับมารายงาน”  

“เจ้าค่ะ ข้ารู้แล้ว ท่านพ่อเองก็ดื่มเหล้าให้น้อยลงด้วยนะ” 

“ได้ฤกษ์แล้ว ท่านอ๋องทรงรออยู่ด้านนอกแล้ว” หนิงอวี้หันหลังกลับ ยามนี้นางเพิ่งสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ต้องแต่งงานแยกครอบครัวออกไป จะเสียใจตอนนี้ก็ไม่ทันการแล้ว นางให้สี่ผัว[2]ใช้ผ้าแดงคลุมหัวเอาไว้ 

หนิงอวี้กุมมือหงหลิงเอาไว้แน่น ก้าวออกจากห้องทีละก้าว...ทีละก้าว ค่อยๆ เดินมาตลอดทางจนถึงประตูจวน สี่ผัวเดิมทีตั้งใจจะร้องบอกให้เจ้าบ่าวมาแบกเจ้าสาวขึ้นเกี้ยวแต่งงาน แต่จิ่นอ๋องนั้นมีอาการเจ็บป่วยที่ขา สี่ผัวจึงลังเลอยู่ชั่วครู่แล้วคิดคำพูดอื่นขึ้นมาแทน แต่ก็เห็นจิ่นอ๋องลงจากม้าโดยมีองครักษ์คอยพยุงให้ก้าวๆ หยุดๆ อย่างลำบาก 

หนิงอวี้ถูกแบกขึ้นหลัง กลิ่นหอมเข้มข้นของชาดก็ยังมิอาจกลบกลิ่นยาสมุนไพรอ่อนๆ นั้นไว้ได้แม้แต่น้อย หนิงอวี้รู้สึกประหลาดใจ นี่คือเว่ยหยวน ขาเขารักษาหายแล้วหรือ แต่ละก้าวที่เขาก้าวเดินช่างลำบากยากเย็น น่าจะยังไม่หายดี แต่ฝืนใจเดินก็เท่านั้น หนิงอวี้คิด นางจึงพูดขึ้นเสียงเบา “ท่านอ๋องไม่จำเป็นต้องฝืนหรอกเพคะ หนิงอวี้ไม่ใส่ใจเรื่องเล็กๆ เช่นนี้”  

“แต่ข้าสน” 

หนิงอวี้ขึ้นนั่งในเกี้ยว เมื่อแน่ใจว่าเกี้ยวออกเดินแล้วก็เปิดผ้าคลุมแดงของตนขึ้น นอกเกี้ยวเสียงกลองเสียงฉาบเริ่มบรรเลง ชาวบ้านต่างโห่ร้องด้วยความยินดี หนิงอวี้ใช้มือทั้งสองประคองมงกุฎหงส์บนศีรษะอย่างจนใจ ดูไม่ออกจริงๆ ว่าท่านอ๋องจะร่ำรวยถึงขนาดนี้ ขบวนแห่นี้อย่างน้อยๆ ก็ต้องใช้เงินเป็นแสนเลยทีเดียว 

ออกเรือนครั้งที่สองแล้วสินะ หนิงอวี้ยิ้มเศร้าๆ ขบวนแห่นี้ดีกว่าครั้งก่อนมากไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ ท่านอ๋องช่างมีความจริงใจเหลือล้น นั่งอยู่บนเกี้ยวเกือบครึ่งชั่วยาม หนิงอวี้อาศัยช่องว่างลอบมองไปยังข้างนอก จึงได้รู้ว่าเกี้ยวได้แห่รอบนครหลวงอยู่สามรอบ 

“วางเกี้ยว” หนิงอวี้รีบร้อนดึงผ้าคลุมหน้าแดงลงมาปิด นึกไม่ถึงว่าผ้าคลุมหน้าแดงกลับถูกเครื่องประดับบนมงกุฎหงส์เกี่ยวเอาไว้ ม่านเกี้ยวถูกแหวกขึ้น เว่ยหยวนเห็นหนิงอวี้สภาพมือไม้วุ่นวายพัลวันเช่นนั้นก็อดที่จะยิ้มมิได้ เขายื่นมือสางผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงนั้นให้เป็นระเบียบแล้วเอาผ้าคลุมแดงนั้นคลุมลงมา 

หนิงอวี้ได้แต่หน้าแดงอย่างสุดจะห้ามได้ แอบคิดดีใจลึกๆ ว่าโชคดีที่ทาชาดบนหน้า คงจะพอปิดซ่อนใบหน้าแดงก่ำนี้ได้ เขากุมจูงมือนางเอาไว้แน่น นางรู้สึกได้ถึงนิ้วมืออันเรียวบางผอมแห้งของเขาอย่างชัดเจน 

“หนึ่งคำนับฟ้าดิน”  

“สองคำนับผู้ใหญ่”  

“สามีภรรยาคำนับกัน เสร็จสิ้นพิธี ส่งตัวเข้าห้องหอได้” 

 

------ 

[1] มงกุฎหงส์ คือ หมวกสำหรับเจ้าสาวใช้สวมใส่ในพิธีมงคลสมรสของจีน 

[2] สี่ผัว คือ หญิงที่ทำหน้าที่ดูแลพิธีการแต่งงานในจีนสมัยโบราณ 

ความคิดเห็น