หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ทุกสิ่งที่นางมอบให้คนทรยศผู้นั้นไป นางย่อมต้องทวงคืนกลับมาด้วยมือตนเอง!

ตอนที่ 9 รับศิษย์อย่างเป็นทางการ

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 รับศิษย์อย่างเป็นทางการ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ม.ค. 2563 15:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 รับศิษย์อย่างเป็นทางการ
แบบอักษร

 

พูดมาถึงตรงนี้ ฉินเย่หานก็ไม่คาดคั้นอีกฝ่ายต่อ เขาเพียงนั่งอยู่ที่นี่พักหนึ่ง หลังจากนั้นก็ไปจากเรือนของโจวอี้ 

จวบจนเขาจากไป ก็ไม่เห็นคนที่ตกลงในอ้อมเขนเขาอีก 

ฉินเย่หานเองก็ไม่ถามให้มากความ เขาขึ้นรถม้า ภายใต้สายตามองส่งของโจวอี้ 

หลังจากรถม้าแล่นออกไปไกลแล้ว ฉินเย่หานก็พลันร้องให้คนหยุดรถลง 

“นายท่าน” บุรุษที่เพิ่งเคาะประตูเรือนโจวอี้เมื่อครู่ ขี่ม้าไปด้านข้างรถม้า เพื่อฟังคำสั่งของฉินเย่หาน 

“จงไปตรวจสอบศิษย์ของโจวอี้” 

“ขอรับ” ฉินเย่หานปล่อยม่านลง ฉุกนึกถึงคนที่ล้มลงสู้อ้อมอกเขา ดวงตาคู่นั้นใสกระจ่างยิ่งนัก 

อีกด้านหนึ่ง หลังจากเขาจากไปแล้ว ซูหลีเพิ่งจะเดินไปถึงปากประตูเรือน นางมองไปทางรถม้าที่แล่นออกไปไกลๆ  

คิดไม่ถึงว่าคนผู้นี้จะรู้จักโจวอี้ ดูจากท่าทางของโจวอี้ก่อนหน้านี้ พวกเขาน่าจะมีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดา 

เดิมทีนางเองก็ประหลาดใจอยู่บ้าง เล่าลือกันว่าคนผู้นี้มีสุขภาพไม่ดี คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายแล้วคนผู้นี้จะมีผลงานใหญ่หลวง ยิ่งคิดไม่ถึงว่าเบื้องหลังจะมีเรื่องราวเช่นนี้อยู่ด้วย... 

มิผิด คนที่มาในวันนี้มิใช่ใครอื่น 

เป็นฮ่องเต้ของต้าโจวในราชวงศ์นี้! 

ตอนที่นางยังเป็นหลี่จื่อจิน ก็เคยบอกเสิ่นฉางชิงให้ปฏิบัติต่อคนผู้นี้อย่างดี 

เพียงแต่ตอนที่นางตาย คนผู้นี้ยังมิได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้ ยังเป็นหลินอ๋องที่ไม่โดดเด่น 

คิดไม่ถึงว่าตื่นขึ้นมาอีกครั้ง คนผู้นี้จะได้ขึ้นเป็นผู้สืบทอด และสถานปนาตัวเป็นฮ่องเต้แล้ว! 

ความทุ่มเทพยายามของนางทั้งหมดในตอนนั้น ล้วนสัมฤทธิ์ผล หลังจากฉินเย่หานขึ้นครองราชย์ เสิ่นฉางชิงก็ได้ไต่เต้าขึ้นอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายยังได้บรรดาศักดิ์ชั้นโหว[1] เวลานี้ถือเป็นคนโปรดข้างกายฮ่องเต้!  

ซูหลียิ้มเย็น สิ่งที่นางมอบให้ไป นางย่อมต้องทวงคืนกลับมาด้วยมือตนเอง 

ให้เสิ่นฉางชิงดีใจไปก่อนสักหลายวัน รอจนนางกลับเมืองหลวง นางจะค่อยๆ ทำให้เสิ่นฉางชิงได้รู้ซึ้ง หากไม่มีหลี่จื่อจินแล้ว เสิ่นฉางชิงก็หาได้นับเป็นตัวอันใดไม่! 

“นายน้อย ท่านหมอโจวเรียกท่านเข้าพบเจ้าค่ะ!” ไป๋ฉินเดินเข้ามา ก็เห็นนายน้อยของนางยืนอยู่ตรงประตู ก็มิได้กล่าวอันใด คล้ายกับกำลังงงงัน 

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด ตั้งแต่ที่นายน้อยฟื้นขึ้นมาในครั้งนั้น ไป๋ฉินก็รู้สึกว่านายน้อยเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน 

แม้นิสัยยามกระทำการใดจะคล้ายแต่ก่อน ทว่าหากไม่กล่าวตามเหตุผล นางรู้สึกว่าเจ้านายตนไม่เหมือนเดิมเลยสักนิด! 

“ข้ารู้แล้ว” ซูหลีได้สติ วันเวลายังอีกยาวไกล พวกเขาจะได้เห็นดีกันแน่ 

นางก้าวเข้าสู่ประตูเรือน ก่อนจะหมุนตัว มุ้งหน้าไปทางห้องของโจวอี้ 

“เจ้ามานี่เดี๋ยวนี้!” โจวอี้มองนางปราดหนึ่ง หัวคิ้วขมวดแน่น 

“อาจารย์!” ซูหลีเคลื่อนกายเข้าใกล้โจวอี้พลางยิ้มกว้าง พร้อมกับร้องเรียกเขาหนึ่งคำรบ 

“เดิมทีผู้เฒ่าก็หาได้คิดรับศิษย์ไม่ แต่ดาวเคราะห์อย่างเจ้าก็เอาแต่จะหาเรื่องอยู่ร่ำไป” โจวอี้เอ่ยถึงนางก็พลันมีโทสะขึ้นมา นางมาอยู่ที่นี่ได้ไม่กี่วัน ก็ทำลายของไปตั้งเท่าไรแล้ว! 

“เอาล่ะ ข้ากับเจ้าพบเจอกันก็นับว่ามีวาสนาต่อกัน ผู้เฒ่าเองก็รู้จักใต้เท้าซูไท่บิดาเจ้าอยู่บ้าง” ซูหลีไม่เคยปิดบังฐานะตนเองกับโจวอี้ จุดนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้โจวอี้ยอมรับนางเป็นศิษย์ 

“เจ้านั้นมีชีวิตข่มขื่น แม้พิษจะถูกขจัดแล้ว แต่ตุ่มแผลบนหน้าเจ้า ยังต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง ถึงจะรักษาได้...  

...หลายวันมานี้เจ้าเองก็เคยกราบคำนับข้าแล้ว ศิษย์ผู้นี้ข้าจักรับไว้ก็แล้วกัน” 

เมื่อซูหลีได้ฟังถึงตรงนี้ ก็เผยรอยยิ้มออกมา  

นี่เป็นเรื่องแรกที่นางทำสำเร็จ หลังจากที่นางกลายเป็นซูหลีแล้ว 

“เพียงแต่ข้าอยู่เมืองหลวงได้ไม่นาน เรื่องราวเมื่อครู่ เจ้าเองก็ได้เห็นแล้ว” โจวอี้พูดมาถึงจุดนี้ ก็มองซูหลีปราดหนึ่ง ทันใดนั้นก็เอ่ยปากขึ้น “เจ้ารู้ว่าบุรุษเมื่อครู่เป็นใครใช่หรือไม่?” 

ซูหลีนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะพยักหน้ารับ 

“สามเดือน ข้าสามารถสอนเจ้าได้เพียงสามเดือน หลังจากนี้ ข้าก็จะไปเที่ยวชมใต้หล้า หากเจ้ายอมรับได้ ก็จงรั้งอยู่ที่นี่!”  

 

------ 

[1] โหว คือ บรรดาศักดิ์รองจากขั้นกง ได้รับพระราชทานจากฮ่องเต้ เนื่องจากมีความดีความชอบ 

ความคิดเห็น