ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 7 รักชีวิตอย่าคิดปีนขึ้นเตียงข้า!

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 รักชีวิตอย่าคิดปีนขึ้นเตียงข้า!

คำค้น : วายจีน 18+ yaoi นิยายวาย ท้องได้

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ม.ค. 2563 10:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 รักชีวิตอย่าคิดปีนขึ้นเตียงข้า!
แบบอักษร

ตอนที่ 7 รักชีวิตอย่าคิดปีนขึ้นเตียงข้า! 

 

คืนวันอันแสนยากลำบากในอดีตนั้นทำให้เสี่ยวเฟิงเติบโตขึ้นมาก เขาไม่ใช่เจ้าจิ้งจอกน้อยไร้เดียงสาที่จะยอมให้ผู้ใดมารังแกได้อีกแล้ว เพราะเขาเลี้ยงลูกด้วยตัวคนเดียวจึงต้องแข็งแกร่งขึ้นให้ได้ด้วยตัวเองไม่เช่นนั้นคงปกป้องลูกไม่ได้ 

ยิ่งต้องมาอยู่ในที่ของศัตรูเช่นนี้ เขาจึงยิ่งต้องระวังตัวมากกว่าเดิมหลายเท่า และตัวอันตรายที่สุดคงหนีไม่พ้นรัชทายาทภพมารที่รั้งต่ำแหน่งพ่อของลูกเขาอย่างหลี่จิ้ง 

"เจ้าจะจ้องหน้าข้าอีกนานหรือไม่ มองเช่นนี้ราวกับจะกลืนกินข้าเข้าไปทั้งตัว" หลี่จิ้งส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้คนนั่งตรงข้าม 

"ถ้าเจ้าอยากเป็นอาหารถึงเพียงนั้น ข้าก็ยินดีจะชำแหละเจ้าออกเป็นชิ้นๆ แล้วโดนให้สัตว์อสูรกินดีหรือไม่" บทสนทนาบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แต่เป็นยิ้มเชือดเฉือนไม่ยอมกันของคนทั้งคู่ 

"ท่านพ่อท่านแม่ ข้าหิวแล้วขอรับ" คำพูดที่พ่อแม่ฟาดฟันกันนั้นเด็กน้อยฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจ เสี่ยวไป๋จึงไม่สนใจว่าผู้ใหญ่จะคุยอะไรกันแต่เมื่อไม่มีใครยอมหยิบอาหารเสียที เจ้าจิ้งจอกน้อยก็ต้องเอ่ยขัดขึ้นเพราะเขาหิวจนท้องร้องประท้วงออกมาหลายครั้งแล้ว 

 

"หึหึ หิวมากเลยรึ เช่นนั้นก็กินเยอะๆ ลูกตัวเล็กเกินไปแล้วรู้หรือไม่" หลี่จิ้งเลิกหลอกล้อแม่จิ้งจอกแล้วหันมาคีบอาหารให้กับลูกชายแทน 

"ขอบคุณขอรับท่านพ่อ" 

"เป็นอย่างไรบ้าง เนื้อกวางอร่อยไหม" 

"อร่อยขอรับ แต่เนื้อกระต่ายที่ท่านแม่ย่างให้กินอร่อยกว่านี้" เด็กน้อยเอ่ยเอาใจมารดา แต่หารู้ไม่ว่าทำให้คนเป็นพ่อถึงกับสำลักอาหารที่กินเข้าไป 

"แค่กๆๆ เจ้าชอบกินเนื้อกระต่ายหรือ" 

"ขอรับ ในบรรดาเนื้อที่ข้าชอบมากที่สุดก็คือเนื้อกระต่ายนี้แหละขอรับ โดยเฉพาะฝีมือของท่านแม่ข้าชอบที่สุดเลย" เด็กน้อยช่างเจรจาเอาใจมารดาไม่หยุด ต่างกันกับหลี่จิ้งที่ยิ่งฟังยิ่งรู้สึกกลืนอาหารได้ฝืดคอขึ้นเรื่อยๆ 

"ไว้วันหลังแม่จะทำ 'กระต่ายย่าง' ให้กินอีกดีหรือไม่" มุมปากบางยกขึ้นพร้อมกับปรายตามองรัชทายาทมารที่ดูจะกลืนอาหารไม่ค่อยลงอย่างสะใจ 

"ดีขอรับท่านแม่" 

 

หลังอาหารมื้อแรกที่ได้กินพร้อมหน้ากันทั้งครอบครัวผ่านไป เสี่ยวเฟิงก็อารมณ์ดีขึ้นมาก เจ้าจิ้งจอกน้อยรู้จักพูดจาเอาอกเอาใจเขาแถมยังแทงใจดำมารหลี่จิ้งอีกด้วย แล้วเขาจะไม่พอใจได้อย่างไร แต่แล้วเสี่ยวเฟิงก็อารมณ์เบิกบานได้ไม่ถึงครึ่งวัน เมื่อรัชทายาทมารเรียกให้เขาเข้าไปพบถึงห้อง 

"ข้าให้มารรับใช้ไปเรียกเจ้าตั้งนาน เหตุใดจึงเพิ่งมา" 

"เรียกข้ามาด้วยเหตุอันใด" เสี่ยวเฟิงไม่ตอบคำถามแต่กลับเป็นคนตั้งคำถามรัชทายาทภพมารเสียเอง 

"มาทำหน้าที่ภรรยา" 

"นี่เจ้า! " หลี้จิ้งเห็นเจ้าจิ้งจอกดื้อกำลังจะอ้าปากด่าเขาจึงรีบพูดต่อ 

"สามีบาดเจ็บถึงเพียงนี้เจ้าเป็นภรรยาก็มีหน้าที่ต้องคอยดูแลมิใช่รึ....เจ้ากำลังนึกถึงเรื่องใดอยู่กันแน่" มารหนุ่มนึกขำกับท่าทางอ้าปากค้างของแม่จิ้งจอกผู้แสนดื้อรั้น คงอยากจะด่าเขาเต็มทีแต่ก็กลัวจะเข้าตัวเองด้วย หลี่จิ้งพอจะเดาออกว่าตอนแรกเสี่ยวเฟิงจะด่าเขาเรื่องอะไร 

 

"หรือจริงๆ แล้วเจ้าอยากทำอย่างอื่นมากกว่า" 

"หุบปาก! ข้าไม่ใช่เมียเจ้า แล้วอีกอย่างมารชั่วเช่นเจ้าจะอยู่หรือตายข้าก็ไม่สนใจ" เสี่ยวเฟิงหมดความอดทนกับการก่อกวนของรัชทายาทมารเต็มทน ให้เขาอยู่อย่างสงบไม่ได้หรืออย่างไร 

"ดูเหมือนเจ้าจะลืมไปนะเสี่ยวเฟิง ว่าเจ้ามาอยู่ที่นี่ในฐานะอะไรหรือต้องให้ข้าย้ำเรื่องของเราอีกครั้ง" หลี่จิ้งไม่ได้มีท่าทีล้อเล่นเหมือนอย่างเคย 

ร่างหนาก้าวเข้ามาใกล้พร้อมกับความกดดันที่มากขึ้นเรื่อยๆ จนเสี่ยวเฟิงขยับตัวหนีไปไหนไม่ได้ เพราะพลัง และอำนาจที่ต่างกันเกินไป 

"เอาสิ เรื่องชั่วๆ เจ้าถนัดนักมิใช่รึ" วาจาร้ายกาจยังออกมาจากปากบางไม่หยุดถึงจะหวั่นกลัวแต่เสี่ยวเฟิงก็ยังหันหน้าสู้ เขาไม่ใช่เหยื่อที่จะยอมให้ใครมาข่มเหงได้ตามใจ 

"เจ้าด่าสามีว่าชั่วมากี่คำแล้ว ช่างเป็นภรรยาที่ใช้ไม่ได้จริงๆ " 

"ข้าไม่ใช่! อะ" เอวบางถูกมือหนาคว้าด้วยความไว้แล้วดึงเข้ามานั่งบนตักได้อย่างรวดเร็วจนเสี่ยวเฟิงตั้งตัวไม่ทัน 

 

"ลูกโตจนวิ่งได้ขนาดนี้เจ้ายังบอกว่าไม่ใช่อีกรึ หรือจะรอให้ลูกเต็มวังก่อนเจ้าถึงจะยอมรับ" หลี่จิ้งอดเอ็นดูจมูกรั้นๆ ที่เชิดขึ้นของเจ้าจิ้งจอกน้อยไม่ได้ ยิ่งห่างกันไม่ถึงคืบเช่นนี้ยิ่งน่ากลั่นแกล้งกว่าเดิมเสียอีก 

"รอข้าตายก่อนเถอะหรือไม่ก็รอชาติหน้า" 

"หึหึ ชาตินี้ทั้งชาติเจ้าก็หนีข้าไม่พ้น ยังคิดจะรอไปถึงโลกหน้าเลยรึ นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะพิศวาสข้าถึงเพียงนี้" มารหนุ่มสนุกกับการยั่วโทสะร่างบางยิ่งนัก ตั้งแต่เสี่ยวเฟิงกับเสี่ยวไป๋มาอยู่ที่ภพมารเขาก็มีเรื่องให้ยิ้มบ่อยขึ้นถึงแม้อีกฝ่ายแทบอยากจะจับมีดพุ่งเข้าใส่ทุกครั้งที่มีโอกาสแต่หลี่จิ้งก็ยังรู้สึกว่าชีวิตมีสีสันกว่าที่ผ่านมามากนัก 

"บัดซบ! เสวนากับคนเช่นเจ้าไปก็เปล่าประโยชน์ ปล่อยข้า" 

"ข้าจะปล่อยก็ต่อเมื่อเจ้าทำงานเสร็จเสียก่อน" หลี่จิ้งกระชับอ้อมแขนแน่ขึ้นอีกเพื่อตอกย้ำว่าเขาไม่ได้พูดเล่น 

"งานอะไร" 

"เช็ดตัว ทายา เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ข้า แล้วก็อย่าคิดทำอะไรโง่ๆ เจ้าก็รู้ว่าหากเจ้าลงมือฆ่าข้าไม่ตาย จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง" 

"ก็ปล่อยเสียทีสิ ข้าจะได้ทำให้เสร็จ" เสี่ยวเฟิงกัดฟันตอบ 

 

คำขู่ของรัชทายาทภพมารได้ผลกว่าที่คิด เมื่อเจ้าจิ้งจอกน้อยของเขายอมทำตามอย่างว่าง่ายแต่สีหน้านั้นแสดงออกชัดเจนว่ารังเกียจเขาเหลือทน หลี่จิงมองดูเสี่ยวเฟิงใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเช็ดตัวให้อย่างเบามือ หากไม่นับเรื่องความดื้อรั้นเจ้าจิ้งจอกน้อยตัวนี้ถือว่าน่ารักไม่น้อยเลยทีเดียว เสียก็แต่.... 

"หากยังไม่อยากตาบอดก็เลิกมองข้าได้แล้ว" 

"หึหึ" หลี่จิ้งหลุดขำออกมา เขานึกไว้ไม่มีผิดจิ้งจอกตัวนี้จะอยู่ใต้อานัดของเขาได้นานเท่าไหร่กัน 

"เสร็จแล้ว" ทันทีที่เสร็จงานเสี่ยวเฟิงก็หันหลังให้รัชทายาทมารทันที แต่ข้อมือบางกลับถูกหลี่จิ้งคว้าเอาไว้ก่อนจะได้ออกไป 

"คืนนี้...." 

"อย่าแม้แต่จะคิด! " 

"โอ้ย! " หลี่จิ้งร้องลั่น ไม่คิดว่าจะถูกลอบทำร้ายด้วยวิธีตื้นๆ เช่นการเหยียบเท้าเช่นนี้ แต่จะโทษผู้ใดได้ในเมื่อเขาประมาทเจ้าจิ้งจอกตัวนี้อีกแล้ว 

หลี่เงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งเสี่ยวเฟิงก็ปิดประตูใส่เต็มแรง แม่จิ้งจอกตัวนี้ดุนัก จะปราบให้เชื่องคงไม่ใช่เรื่องง่าย.....แต่ก็ไม่มีอะไรที่คนอย่างรัชทายาทหลี่จิ้งต้องการแล้วไม่ได้ เว้นเพียงแต่เขาไม่ต้องการแล้วเท่านั้น 

 

50%

"เจ้ามารสารเลวนั่นคิดจะปั่นหัวข้า เจ็บใจนัก! " เสี่ยวเฟิงกลับมาที่ห้องของตนเอง เขาทิ้งร่างลงกับเก้าอี้อย่างไม่สบอารมณ์ นี่เขาจะต้องถูกหลี่จิ้งข่มแห่งอย่างนี้ไปชั่วชีวิตเช่นนั้นหรือ

"ท่านแม่เจ็บตรงไหนหรือขอรับ" เสี่ยวไป๋เดินเข้ามาได้ยินเสียงมารดาเข้าพอดี

"เอ่อ...ไม่มีอะไรหรอกลูก แล้วนี่เจ้าไปไหมมาแม่บอกแล้วไม่ใช่หรือว่าให้รออยู่ในห้องห้ามออกไปไหน" ก่อนเสี่ยวเฟิงจะออกจากห้องเขากำชับเจ้าจิ้งจอกน้อยอย่างดีว่าไม่ให้ออกไปไหนเพื่อความปลอดภัย เพราะเขายังไม่รู้ว่าภพมารแห่งนี้ใครเป็นมิตรใครคือศัตรู

"ข้า...." เจ้าจิ้งจอกน้อยก้มหน้าหลบตา เขาแค่เพียงออกไปเดินเล่นใกล้ๆ นี่เท่านั้น ไม่คิดว่าท่านแม่จะกลับมาเร็วถึงขนาดนี้

"เสี่ยวไป๋" เสี่ยวเฟิงเรียกชื่อลูกชายด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ

"ข้าขอโทษรอรับท่านแม่ ต่อไปข้าจะไม่ขัดคำสั่งท่านแม่อีกแล้วขอรับ" เด็กน้อยก้มหน้าสำนึกผิด

"เสี่ยวไป๋ฟังแม่นะ ที่นี่ไม่ใช่พิภพสัตว์เทพ เจ้าจะไปไหนมาไหนตามอำเภอเหมือนแต่ก่อนไม่ได้"

"แต่ท่านพ่อบอกว่า ที่นี่คือบ้านของเรา" เสี่ยวเฟิงนิ่งไปเมื่อได้ยินสิ่งที่ลูกชายบอก คำพูดของเจ้ามารชั่วนั่นเชื่อได้ที่ไหนกัน เขาอยากจะพูดเช่นนี้กับลูกชายนักแต่สายตาแห่งความคาดหวังนั่นทำให้เสี่ยวเฟิงทำลายมันไม่ลง

"เอาเป็นว่าอย่าเพิ่งออกไปไหน จนกว่าแม่จะแน่ใจว่าที่นี่ปลอดภัยแล้วจริงๆ เข้าใจไหม"

"ขอรับ"

 

เมื่อจัดการเจ้าจิ้งจอกน้อยเรียบร้อยแล้ว สองแม่ลูก็ใช้ชีวิตภายในตำหนักที่รัชทายาทมารจัดไว้ให้เป็นส่วนใหญ่ จะออกไปก็ต่อเมื่อหลี่จิ้งให้คนมาตามเท่านั้น วันนี้เองก็เช่นกัน เสี่ยวเฟิงพาลูกชายเข้านอนแต่หัวค่ำเขารบกับหลี่จิ้งจนรู้สึกเพลียมากกว่าทุกวัน

"ท่านแม่"

"มีอะไรรึ"

"เราไม่รอท่านพ่อก่อนหรือขอรับ วันนี้ท่านพ่อบอกว่าจะมานอนกับพวกเราด้วย" เสี่ยวไป๋จ้องมองมารดาตาใส

"วันนี้พ่อเจ้าคงไม่มาแล้วล่ะ นอนเถอะ" เสี่ยงเฟิงจัดการห่มผ้าให้ลูกชายก่อนจะโอบกอดร่างเล็กเข้าไว้ในอ้อมแขน ก่อนเข้านอนเขาล็อกห้องไว้อย่างแน่นหนาแล้ว ต่อให้หลี่จิ้งอยากเข้าก็เข้าไม่ได้อยู่ดีหากเจ้ามารนั่นนอนอยู่ด้วยแล้วเขาจะข่มตาหลับได้อย่างไร

 

กลางดึกคืนนั้นเองร่างหนาเดินเข้ามาภายในห้องของจิ้งจอกสองแม่ลูกอย่างเงียบเชียบ สายตาของผู้บุกรุกจ้องมองสองแม่ลูกที่กำลังหลับสนิท ยามหลับใหลนั้นช่างน่าเอ็นดูไม่มีพิษสงอะไรแต่ยามตื่นนั้นคนแม่ช่างไม่น่ารักเหมือนลูกเอาเสียเลย

"คิดว่าประตูแค่นั้นจะขวางข้าได้หรืออย่างไร" หลี่จิ้งนึกขำ หากเขาอยากจะเข้าอะไรจะขวางเขาได้

"คืนนี้ข้าจะปล่อยเจ้าไปก่อน แต่โทษฐานที่ขัดขวางไม่ให้ข้าได้นอนกับลูกเจ้าจะต้องชดใช้ให้ข้า" รัชทายาทมารล้มตัวลงนอนข้างๆ ร่างบาง นิ้วเรียวเกลี่ยผมสีเงินออกจากใบหน้าเนียน เป็นครั้งแรกที่หลี่จิ้งได้พินิจใบหน้าของเจ้าจิ้งจอกตัวนี้อย่างชัดเจน

"หากยามตื่นทำตัวน่ารักเช่นยามหลับก็คงจะดีไม่น้อย แต่แบบนี้ก็น่าสนุกดี" นิ้วเรียวค่อยๆ ไล้ไปตามจมูกรั้น เครื่องหน้าอันงดงามของเสี่ยวเฟิงดึงดูดให้มารหนุ่มละสายตาไปที่ใดไม่ได้

 

ขณะที่หลี่จิ้งกำลังพิจารณาองค์ประกอบใบหน้าของเสี่ยวเฟิงอย่าเพลิดเพลิน เจ้าของใบหน้างามกลับพลิกตัวมาคว้าเอวของเขาไว้แล้วซุกตัวเข้ากับอกแกร่ง รัชทายาทแห่งภพมารถึงกลับเผลอเกร็งตัวขึ้นทันทีเพราะหากแม่จิ้งจอกจะตื่นขึ้นมาเห็นเขานอนอยู่ข้างกายคงได้กลายเป็นเรื่องอย่างแน่นอน

"หึหึ" รัชทายาทมารยกยิ้มอย่างพอใจกับการกระทำของจิ้งจอกดื้อ

เสี่ยวเฟิงไม่ได้ตื่นขึ้นมาอย่างที่หลี่จิ้งคิด ร่างบางเพียงแค่ซุกหาความอุ่นจากร่างกายของเขาเท่านั้น เมื่อเห็นว่าคนที่ซุกอยู่ในอกไม่ได้มีท่าทีจะตื่นขึ้นมา หลี่จิ้งจึงถือโอกาสขยับให้ร่างบางเข้ามานอนในอ้อมกอดของตนเอง เขาอยากจะรู้นักว่าหากตื่นขึ้นมาในสภาพเช่นนี้เจ้าจิ้งจอกน้อยจะทำหน้าอย่างไร

 

"นี่เจ้า! " เสี่ยวเฟิงลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบกับใบหน้าของหลี่จิ้งที่อยู่ห่างกับเพียงคืบ เขาดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว นิ้วเรียวยกขึ้นชี้หน้าคนที่นอนอยู่ด้วยความตกใจ

"อืมมมมม เจ้าโวยวายอะไรแต่เช้า" หลี่จิ้งงัวเงียขึ้นมาเพราะเสียงของเจ้าจิ้งจอกในอ้อมแขน

"เจ้าเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร" เสี่ยวเฟิงมั่นใจว่าเขาล็อกประตูอย่างแน่นหนาแล้ว แล้วไยเจ้ามารหน้าหนานี่จึงเข้ามานอนบนเตียงของเขาได้

"เจ้าคิดว่าประตูเพียงแค่นั้นจะขวางข้าไว้ได้จริงๆ หรือเสี่ยวเฟิง" หลี่จิ้งยันกายลุกขึ้นนั่งเหยียดกายอย่างเกียจคร้าน

"ออกไปจากห้องข้า"

"ที่นี่ภพมาร ทุกอย่างที่นี่เป็นของข้า ดังนั้นห้องของเจ้าก็คือห้องของข้าเช่นกัน หากข้าพอใจจะอยู่เจ้าจะไล่ข้าได้อย่างนั้นหรือ" หลี่จิ้งตอบเล่นลิ้น

 

เสี่ยวเฟิงได้แต่กัดฟันโกรธจนเส้นเลือดในหัวเต้นตุบๆ ชาตินี้เขากับเจ้ามารนี่คงอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้จริงๆ เพราะหากยังเป็นเช่นนี้เขาคงได้อกแตกตายก่อนเป็นแน่

"ท่านพ่อท่านแม่ เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ" เสี่ยวไป๋ตื่นขึ้นมาเจอกับพ่อแม่ที่กำลังจ้องตากันด้วยสายตาอาฆาตอยู่อย่างงงๆ เขาจำได้ว่าเมื่อคืนท่านพ่อไม่ได้มานอนด้วยไม่ใช่หรือ

"ท่านพ่อมาตั้งแต่เมื่อไหร่หรือขอรับ เมื่อคืนท่านแม่บอกข้าว่าท่านพ่อไม่มาแล้ว"

หลี่จิ้งปรายตามองเสี่ยวเฟิงอย่างคาดโทษ ที่แท้ก็เป็นแม่จิ้งจอกที่บอกให้ลูกนอนก่อนเขา

"เมื่อคืนพ่อมาช้าไปหน่อยเจ้าหลับไปก่อน เลยไม่เห็นต่างหากเล่า" หลี่จิ้งลูบหัวลูกชาย เขาพยายามหาเวลามาอยู่กับลูกให้มากแต่คนแม่กับตั้งท่าขวางเขาทุกวิถีทาง

"เสี่ยวไป๋ตื่นแล้วก็มาล้างหน้าล้างตา จะได้ไปกินข้าว"

"ขอรับท่านแม่"

 

เสี่ยวเฟิงใช้ผ้าสะอาดเช็ดหน้าให้ลูกชาย จัดการแต่งตัวให้ใหม่เป็นเจ้าจิ้งจอกน้อยตัวหอมน่าตาจิ้มลิ้มน่ารักจนเขาอดใจฝังจมูกลงไปบนแก้มนิ่มไม่ได้ ระหว่างที่ก้มลงหอมแก้มลูกชาย สายตาก็สบเข้ากับตาคมของหลี่จิ้งที่ก้มลงมาหอมแก้มเจ้าจิ้งจอกน้อยอีกข้างเช่นเดียวกัน

"ห้ามหอมลูกข้านะ"

"ลูกเจ้าก็ลูกข้าเหมือนกัน เหตุใดข้าจะหอมเขาไม่ได้" รัชทายาทมารเถียงขึ้นทันควัน ลูกชายน่ารักขนาดนี้มาห้ามเขาได้อย่างไร

"เอ่อ....ท่านพ่อท่านแม่ขอรับ ข้าว่าเราออกไปกินข้าวกันดีไหมขอรับ" เสี่ยวไป๋เห็นท่าไม่ดีจึงรีบเอ่ยขัดขึ้นมา ก่อนที่สงครามจะเริ่ม

"ดี เราไปกันเถอะ" หลี่จิ้งรีบคว้าร่างลูกชายขึ้นมาอุ้มก่อนจะเดินออกไปโดยไม่สนใจเสี่ยวเฟิงอีก ยิ่งทำให้อาการหวงลูกของแม่จิ้งจอกหนักขึ้นกว่าเดิม

หลังจากกินข้าวเสร็จหลี่จิ้งพาเสี่ยวไป๋ออกไปเดินเล่นรอบตำหนัก เด็กน้อยตื่นเต้นกับสถานที่แปลกตาทั้งที่เป็นภพมารแต่กลับไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เพียงแต่มีบางที่ที่ท่านพ่อห้ามเขาเข้าใกล้โดยเด็ดขาด ระหว่างที่หลี่จิ้งพาเที่ยวรอบๆตำหนักมารเสี่ยวเฟิงก็พยายามจดจำเส้นทางไปด้วยเพราะในอนาคตเขาต้องได้ใช้มันอย่างแน่นอน

 

ตกค่ำเสี่ยวเฟิงรีบพาลูกเข้านอนแต่หัวค่ำเช่นเคย ครั้งนี้เข้าล็อกประตูแน่นหนากว่าเดิมไม่มีทางที่หลี่จิ้งจะบุกเข้ามาได้อย่างเช่นคืนก่อนอย่างแน่นอน

ก็ควรเป็นเช่นนั้นหากแต่ตกดึกร่างหนาก็ยังมายืนอยู่ในห้องของสองแม่ลูกเช่นเดิม

"เสี่ยวเฟิง เจ้านี่มันดื้อรั้นจริงๆ ไม่ได้จดจำเลยหรืออย่างไรว่าไม่ว่าจะทำเช่นไรก็ไม่มีทางขวางข้าได้" หลี่จิ้มมองซากประตูที่ถูกทำลายก่อนที่เขาจะสร้างขึ้นใหม่หลังจากที่ก้าวเข้ามาในห้องเรียบร้อยแล้ว

"อึก! "แต่เมื่อรัชทายาทมารกำลังก้าวขาขึ้นเตียงนอน ปลายมีดคมก็จ่อมาที่คอของเขาเสียแล้ว หลี่จิ้งกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคืองก่อนจะหันไปสบตากับเจ้าของมีดเล่มบางที่จ่อคอของตนอยู่

"หากเจ้ายังรักชีวิตก็อย่าได้คิดปีนเตียงของข้าอีก เชิญกลับห้องของเจ้าไปได้แล้วรัชทายาทหลี่จิ้ง"

ความคิดเห็น