facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เด็กเสี่ย 37 (รีไรต์แล้ว)

ชื่อตอน : เด็กเสี่ย 37 (รีไรต์แล้ว)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 120.2k

ความคิดเห็น : 459

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ส.ค. 2564 06:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
เด็กเสี่ย 37 (รีไรต์แล้ว)
แบบอักษร

เด็กเสี่ย 37 

[ฮัลโหล! พี่ภีมๆ ผมเจอแฝดพี่เดียวแล้วนะพี่!] ต๋องรุ่นน้องเอกเดียวกันโทรเข้าแล้วรีบรายงานปลายสายในทันทีโดยไม่สนว่าตอนนี้เจ้าตัวจะติดทำอะไรอยู่ 

“มันอยู่ไหน! มึงเฝ้ามันไว้อย่าให้คลาดสายตา เดี๋ยวกูไป” ภีมตอบรับในทันทีก่อนจะลุกออกจากห้องเรียนไป แม้สภาพร่างกายยังไม่ถือว่าหายดีจนทำอะไรได้คล่องตัวเหมือนปกติแต่เขาไม่สน ไม่สนแม้กระทั่งอาจารย์สอนภาษาไทยที่กำลังยืนหันหลังเขียนกระดานอยู่แม้แต่นิดเดียว เขาสั่งให้รุ่นน้องตามหามันมาสักพักแล้ว ระยะเวลาที่ใช้นานตามความยากเพราะเขามีข้อมูลว่ามันชื่ออิมเมจที่หน้าคล้ายเดียวเท่านั้น เม่นที่ได้แค่อ้าปากทำท่าจะเรียกต้องค้างไว้เพราะถ้าเสียงดังไปเพื่อนเขาคงโดนอาจารย์หิ้วอีกแน่ๆ 

เด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งบึ่งรถของตัวเองไปยังที่หมายทันทีโดยมีรุ่นน้องบอกพิกัดปลายทางให้เรียบร้อย และทันทีที่เขาไปถึงต๋องก็รีบวิ่งเข้ามาหา ก่อนจะรายงานว่าตนเห็นบุคคลที่เรียกว่า ‘แฝด’ ของเดียวได้อย่างไร 

“ผมไปนั่งร้านเฮียไช้กับพวกไอ้กาย เห็นเขานั่งอยู่ในรถมีผู้ชายหน้าตามอมแมมตัวใหญ่ๆ ถึกๆ ลงจากรถเข้าไปซื้อของในร้านเครื่องมือช่าง ไม่อยากจะคิดเลยจริงๆ ว่าจะได้เจอพี่ ตอนหานี่แทบพลิกแผ่นดิน พอมาตอนนี้ดันเจอเข้าซะงั้น” 

“แล้วตอนนี้มันไปไหนแล้ว” 

“เข้าห้างฯไปแล้ว ไอ้กายดูให้อยู่ เอ้อ! ว่าแต่พี่เดียวนี่มีแฝดด้วยเหรอ ผมไม่รู้จริงๆ แต่พี่เดียวดูดีกว่าว่ะ ผมว่าผู้ชายคนนี้ดูแปลกๆ” 

เพราะไม่อยากให้รุ่นน้องรู้อะไรเยอะเขาเลยบอกไปว่าอิมเมจคือพี่ของเดียว ซึ่งพวกนั้นก็ไม่ได้สงสัยอะไรมากนัก จะมีก็แต่เม่นที่รู้เรื่องหมดทุกอย่างและคอยตามเรื่องให้เขาเป็นระยะๆ เขายังไม่เห็นหน้าตาของคนคนนี้เต็มๆ ตาแต่คิดว่าหากจะฟาดให้ตายก็ต้องไม่ชี้ตัวผิด 

ร่างผอมกะหร่องของรุ่นน้องที่ภักดีต่อรุ่นพี่รีบเดินนำไปยังลานจอดรถจุดที่เพื่อนอีกคนยืนอยู่ เมื่อเห็นหลังของเพื่อนที่ยืนแอบตรงเสาต๋องก็เข้าไปสะกิดเรียกทันที 

“อ้อ! พี่ภีมหวัดดีพี่ นั่นไงๆ คนนั้นใช่ไหมที่พี่ให้พวกผมตาม” กายชี้ไปยังชายหนุ่มที่ยืนพิงรถออดี้คันหรูและกำลังกดโทรศัพท์มือถือเล่นไปพลางเหมือนรอใคร ภีมที่แม้จะเห็นอีกฝ่ายไม่ชัดนักเพราะอยู่ห่างกันอีกทั้งอิมเมจยังก้มหน้าแต่เสี้ยวหน้าที่ได้เห็นก็พอบอกว่าใช่แน่ๆ 

“อืม ขอบใจพวกมึงมาก กลับไปเข้าเรียนได้แล้ว ทำโดด... เดี๋ยวกูให้ไอ้เม่นลงสักวัน” ภีมว่าก่อนจะเดินไปแอบตรงเสาแทนที่กาย ไล่รุ่นน้องทั้งสองให้กลับไปเรียนเพราะอย่างไรเสียหน้าที่หลักของคนทั้งคู่ก็มาเรียนหนังสือไม่ได้มาเป็นนักสืบ 

“ผมอยู่ช่วยไหมพี่ จะให้จัดยังไงบอกมาเลย” ต๋องหักนิ้วดังกร๊อบกายที่ยืนอยู่ด้วยกันก็ทำท่าไม่ต่าง หากลูกพี่เขาจะมีเรื่องพวกเขาก็พร้อมช่วย 

“แค้นนี้กูชำระเอง” ภีมกัดฟันกรอด บอกให้รุ่นน้องไปสตาร์ตรถตนเองรอไว้ เพราะถ้าเขาจัดการเสร็จเมื่อไหร่จะรีบไปทันที 

ภีมดูลาดเลาว่าไม่มีคนอีกทั้งส่วนนี้กล้องวงจรปิดก็ส่องมาไม่ถึง เขาจึงเดินดุ่มๆ เข้าไปหาคนที่ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์อยู่ จิกผมกระชากหัวอีกฝ่ายขึ้นมาเพื่อมองหน้าชัดๆ ใบหน้าคล้ายเดียวมากแต่ก็ยังมีความต่างอยู่บางส่วน หากมองดีๆ ก็รู้ว่ามันไม่ใช่เดียวเลย เพราะความเมาความขาดสติของเขาแท้ๆ ที่เป็นช่องโหว่ให้มันได้ใช้เขาเป็นเครื่องมือ 

“โอ๊ย!! ไอ้เหี้ย! มึง! ไอ้ภีม!” อิมเมจจับมืออีกฝ่ายที่กระชากผมตัวเองไว้ไม่ออมแรง แรงดึงจนหน้าหงายทำเขาเจ็บไปทั้งหัว 

“เออ!! กูเอง!” 

ผัวะ!! 

แรงหมัดไม่เบาเลยส่งเข้าหน้าหวานที่ปั้นแต่งมาจนเหมือนคนที่เขาชอบ ก่อนจะต่อยเข้าซ้ำอีกครั้งเน้นตรงใบหน้าที่มันใช้หลอกเขา อิมเมจไม่ได้ป้องกันตัวร่วงไปกองกับพื้น พอตั้งสติได้จะสวนกลับดันโดนภีมเตะเข้าที่ช่วงท้องจนจุกตัวงอ 

“พี่ภีม! มีคนมาพี่!” ต๋องตะโกนเรียก รีบดึงภีมออกมาก่อนจะได้ไม่เป็นจุดสนใจมากนัก ปล่อยให้คนหน้าเหมือนเดียวนอนกุมท้องปากแตกเลือดซิบไว้บนพื้นข้างรถมันนั่นแหละ 

:::::::::::: 

หลังจากกลับมาเมืองไทยเดียวเอาของฝากจากดูไบไปให้นัทที่บ้าน อยู่กินข้าวกับที่บ้านของนัทด้วยหนึ่งมื้อ อาม่าของนัทยังทำอาหารอร่อยไม่เปลี่ยนจนเขากินไปสองจานอิ่มแปล้ 

“ไว้มาที่บ้านอีกนะเดียว อาม่าแกชอบเด็กเรียบร้อย” แม่ของนัทบอกขณะที่เดินมาส่งเขาที่รถซึ่งจอดอยู่หน้าบ้านพร้อมนัท 

“อาม่าชอบทุกคนยกเว้นกู” นัทกระซิบบอกแต่กระนั้นผู้เป็นแม่ก็ยังได้ยิน 

“เดี๋ยวเถอะนัท พูดแบบนี้ถ้าอาม่าได้ยินเสียใจแย่ ดูเราซะก่อนซนอย่างกับอะไร อ้อ! เดี๋ยวม้าไปเอาขนมมาให้ มีขนมถ้วยฟูอยู่หลายห่อเลย ขนมตอนเอามาไหว้อากงเยอะมากช่วยเอาไปกินด้วยนะ” พูดจบหญิงวัยกลางคนก็รีบเข้าบ้านไปหยิบของที่ว่า 

“นัท กูยังไม่ได้คุยกับเสี่ยเรื่องหางานทำเลยว่ะ เมื่อวานพี่จ๋าส่งข้อความมาบอกว่าถ้ากูจะไปทำงานที่ร้านพี่เขาก็ได้ไปได้ตลอด แต่กูก็เกรงใจเพราะร้านพี่เขามีคนทำงานเต็มเวลาตั้งสองคนแล้ว” 

เดียวระบายความไม่สบายใจให้เพื่อนฟัง นี่ก็ใกล้สอบปลายภาคเข้ามาทุกเมื่อ พอสอบเสร็จก็ต้องลงทะเบียนเรียนและต้องจ่ายค่าเทอม เขามีเงินเก็บจากการทำงานไม่ถึงสองหมื่นเลย ไม่ว่าจะประหยัดมากแค่ไหนแต่ก็คงไม่พออยู่ดี 

“มึงรีบบอกเขาสิ ขอไปทำงานที่โรงแรมเขาก็ได้ยังไงเสี่ยก็หาตำแหน่งให้มึงได้อยู่แล้ว” 

“กูรู้ แต่ที่กลัวคือกลัวเสี่ยไม่ยอมให้กูทำงาน กูไม่อยากกลับไปเป็นคนเดิมที่เอาแต่ขอเงินเสี่ย ไม่งั้นกูก็คงไม่ต่างจากเดิม ยังเป็นเด็กเสี่ยที่ขอเงินเสี่ยใช้” ร่างบางพูดก่อนจะเอนตัวพิงรถแล้วถอนหายใจ 

“ก็ลองคุยดูก่อน อย่าเพิ่งคิดไปเองสิวะ ถ้าไม่โอเคยังไงเดี๋ยวกูช่วยหางานให้อีกแรง” นัทปลอบใจแม้ความมั่นใจจะไม่ค่อยมีก็ตาม เกิดเสี่ยกานต์ไม่ยอมอย่างที่เดียวว่าแล้วเขาฝืนไปช่วยเดียวไม่รู้จะโดนอะไรไปด้วยไหม แต่เขาไม่อยากให้เดียวคิดมากไปกว่านี้ 

“แล้วนี่เสี่ยเขาขอมึงแต่งงานเหรอ มีใส่แหวนให้ด้วย” 

“เปล่า แค่แหวนคู่เฉยๆ บ้านเสี่ยใหญ่โตมาก คุณป้าอัสมาแม่ของเสี่ยก็ใจดีมากถ้ามึงได้ไปเที่ยวมึงต้องชอบแน่ๆ” เดียวบอกพร้อมรอยยิ้ม ประกายตามีความสุขจนนัทรู้สึกได้เขาจึงยิ้มตาม 

“เห็นมึงมีความสุขแบบนี้ก็ดีใจ แต่กูอยากให้มีความรู้ว่ามึงมีความสุขแบบนี้อีกว่ะ วันก่อนกูเพิ่งโทรคุยกับป้ารำไพไป แต่กูไม่ได้บอกเรื่องมึงไปดูไบและคบกับเสี่ยหรอกนะ แค่บอวก่ามึงสบายดีมากกกกก” 

“ขอบใจมาก แล้วป้ารำไพเป็นไงบ้าง” 

“ทางบ้านมึงไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ พ่อมึงไม่ค่อยสบายแต่คุณจารุณีเขาก็ดูแลอยู่ อันนี้ที่ป้ารำไพบอกกูอ่ะนะ” 

“อืม ก็ดี” คำบอกรับสั้นๆ แผ่วเบา แววตาที่มีความสุขก่อนนี้หมองลง นัทตบไหล่เพื่อนเบาๆ ก่อนที่แม่เขาจะเอาขนมรวมไปถึงของแห้งอย่างอื่นถุงเบ้อเริ่มให้เดียวเอากลับไปกินที่คอนโดฯ จากนั้นพวกเขาก็แยกกันไว้เจอกันอีกครั้งที่มหา’ ลัย 

“อ้าว! น้องเดียว ไม่ได้เจอนานเลยเป็นไงบ้าง” ในช่วงสายวันหนึ่งเสียงรุ่นพี่คนหนึ่งทักเมื่อเดินสวนกันบนตึกเรียน เดียวหันไปยิ้มก่อนจะยกมือไหว้พี่รหัสตนเองที่นานๆ จะเจอเพราะเรียนกันคนละสาขา เขาเรียนศิลปศาสตร์ทางด้านภาษา แต่เป็นเอกการนำเข้า-ส่งออก ส่วนจูเรียนเอกทัวร์ 

“สวัสดีครับพี่จู ก็เรื่อยๆ ครับ ตามเก็บงานรัวเลยเพราะผมลาหยุดไปหลายวัน” 

“เห็นไอ้นัทบ่นลงเฟซบุ๊กประจำว่าเรียนหนัก พี่เอาใจช่วยนะ รอดปีสองไปได้ก็ใช่ว่าปีสามจะง่าย ดูอย่างพี่ดิจะรอดหรือจะร่วงก็ไม่รู้” จูบอกเพราะตอนนี้ตนเรียนอยู่ปีสามก็มึนใช่เล่น 

“ครับ ก็ต้องสู้กันต่อไป ว่าแต่พี่พอจะมีแนวข้อสอบของอาจารย์ตั้มบ้างไหม” 

“พอมีอยู่นะพี่ไม่แน่ใจต้องกลับไปหาก่อน ไว้พี่ค่อยทักเราไปทางไลน์นะ เอ้อ! ขอไลน์ด้วยสิ พี่เปลี่ยนมือถือไลน์หายหมดเลย” แลกไลน์กันเสร็จทั้งสองก็แยกกัน เดียวจึงเดินไปหานัทที่ร้านถ่ายเอกสารซึ่งกำลังรอทางร้านเข้าเล่มรายงานให้อยู่ 

“ยังไม่เสร็จอีกเหรอ” 

“เออ คิวยาวโคตรๆ หรือกูจะมาเอาเย็นนี้ดีวะ เย็นนี้มึงว่างป่ะมาเอาเอกสารกับกูก่อนดิ หรือว่ามีนัทกับเสี่ย” เดียวส่ายหน้าให้เบาๆ 

“ไม่มีนัด เดี๋ยวมาเป็นเพื่อน” 

“เออเดียว ช่วงนี้ไม่เห็นเสี่ยมารับมึงเลยนะ” 

เป็นอีกประเด็นที่นัทหยิบยกขึ้นมาพูดจนเดียวนิ่งไป อาทิตย์กว่าๆ ที่ผ่านมาหลังจากกลับจากดูไบแล้วเขาก็ไม่เห็นหน้าเสี่ยอีกเลย แม้แต่วินาทีเดียวก็ไม่เห็น แต่ก็เข้าใจเพราะโรงแรมที่สิงคโปร์และฮ่องกงที่เสี่ยไปลงทุนร่วมกับเพื่อนทางธุรกิจกำลังเริ่ม มีบ้างที่โทรหากันแต่ก็แทบนับครั้งได้ซึ่งเขาก็ไม่คิดอะไร จะมีก็แต่นัทที่ถามจี้เรื่องนี้มาสองครั้งแล้ว 

“ช่วงนี้เสี่ยเดินทางบ่อย” 

“แน่ใจนะว่าเดินทางบ่อยเพราะไปทำงานไม่ใช่พาใครไปเที่ยวนะ” 

“อะไรคือพาใครไปเที่ยว?” คำพูดของนัททำเดียวฉงนสงสัย หรือนัทจะหมายถึงหุ้นส่วนของเสี่ยกัน 

“เปล่า กูแค่...ถามเฉยๆ” นัทพูดก่อนจะหันกลับไปจดชื่อกับเบอร์โทรให้ร้านถ่ายเอกสารเพื่อจองคิวไว้ว่าตนจะมาเอาของเย็นนี้ เดียวที่แม้อยากจะถามต่อแต่ก็ได้แค่เงียบ ที่จริงประเด็นนี้เขาไม่ใส่ใจด้วยซ้ำหากแต่สายตาของนัทเวลาพูดดูเปลี่ยนไปเหมือนมีอะไรในใจ ซึ่งมันทำให้เขาสงสัยแต่เลือกเก็บไว้ในใจ 

นัทมองตามหลังเพื่อนรักที่เดินนำไปทางร้านขนม เขาถอนหายใจเมื่อนึกไปถึงสิ่งที่ตนได้รู้ เขาไม่อยากให้เดียวเจอเรื่องไม่ดีอีก ตอนนี้เดียวไม่พูดถึงเรื่องที่บ้านแม้แต่นิดเดียว เขาคิดว่าเดียวคงสบายใจในเวลานี้เลยปิดกั้นความทุกข์ในส่วนนั้นไว้ เก็บลึกไว้ในใจไม่เผยออกมา แต่เขาก็กลัวว่าวันหนึ่งหากเดียวเจอเรื่องกระทบจิตใจซ้ำอีกจะเป็นอย่างไร ถ้าหากตอนนี้ไม่มีเรื่องให้เขากังวลเขาคงไม่รู้สึกแบบนี้เลย 

‘นัท...เรามีเรื่องจะถามหน่อยน่ะ’ แป้งเพื่อนผู้หญิงในคณะเอ่ยเรียกเขาในวันหนึ่งหลังจากเรียนเสร็จแล้ว ก่อนเจ้าตัวจะลากเขาไปที่ข้างตึกส่วนที่ไม่ค่อยมีคนหลังจากอนุญาต 

‘นัท...เอ่อ...เราไม่ได้ตั้งใจจะเอาเรื่องแบบนี้มาบอกนัทนะ แต่พอดีมันมีไลน์เข้ามาที่เราแล้วส่งคลิปนี้มาให้อ่ะ’ แป้งบอกพร้อมสีหน้าไม่สู้ดี มือถือถูกยื่นมาตรงหน้าพร้อมแอปพลิเคชั่นที่ว่า นัทที่ยังงงๆ รับไปกดดูให้คลิปเล่นก็เห็นของดีที่ทำเอาตกใจไม่น้อย 

คลิปที่เห็นเหมือนคนถ่ายกำลังแอบถ่ายคนสองคนอยู่ในสนามบิน คนหนึ่งคือผู้ชายร่างสูงใหญ่ที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าใครส่วนอีกฝ่ายเป็นแอร์โฮสเตสสาว หากจำยูนิฟอร์มไม่ผิดก็คงจะเป็นสายการบินชื่อดังฝั่งตะวันออกกลาง แต่มันก็คงเป็นเรื่องปกติหากคนทั้งสองแค่ทักทายกันแล้วเดินจากไป แต่สิ่งที่เขาเห็นคือฝ่ายหญิงรั้งเสี่ยเข้าไปจูบเบาๆ รอยยิ้มเสี่ยกานต์ผุดขึ้นที่มุมปากตาเป็นประกาย ก่อนจะกอดกันเดินจากไปพร้อมผู้ติดตามอีกสองคนที่ไม่รู้ตัวว่าเจ้านายตัวเองโดนแอบถ่ายเพราะจำนวนคนที่พลุกพล่านในสนามบิน ท่าทางที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่แค่คนรู้จักกันแบบผิวเผิน การสัมผัสกายของคนทั้งสองมีอะไรมากกว่าจะรู้จักกันธรรมดาแน่นอน 

‘ใครส่งมา’  

‘ไม่รู้ เราทักกลับไปเขาก็ไม่ตอบไม่อ่าน ตอนแรกเราว่าจะลบแต่เราคิดว่าเอามาให้นัทดูก่อนดีกว่า คือเราไม่รู้ว่าเดียวรู้เรื่องนี้หรือยังแต่ถ้าคนในคลิปคือแฟนเดียวจริงๆ เราก็อยากให้นัทเตือนๆ เดียวไว้ มีคนในกลุ่มเราอีกสองสามคนที่ได้คลิปด้วยนะ’ การคบกันของเดียวกับบุคคลในคลิปอาจไม่ใช่เรื่องดังแต่ก็มีคนรู้อยู่เยอะพอสมควรรวมถึงแป้งด้วย เพราะเดียวก็ถูกจับตามองจากคนรอบข้างตั้งแต่เรื่องที่เป็นเด็กเสี่ยจนตอนนี้กลายเป็นคบกับเสี่ยไปเสียแล้ว 

หลายครั้งที่เวลาเรียนหากเธอไม่เข้าใจเดียวจะช่วยติวช่วยสอนให้เสมอ เด็กหนุ่มหุ่นผอมบางตัวเล็กๆ ที่มักจะนิ่งเงียบมากกว่าพูด ชอบที่จะฟังมากกว่าที่จะเอ่ยอะไรออกไปทำให้ดูเหมือนคนปิดกั้นตัวเองจากคนอื่น แต่สำหรับแป้งแล้วเธอกลับไม่คิดแบบนั้น เดียวนิสัยดีนี่คือสิ่งแรกที่รู้และชัดเจนที่สุดสำหรับเธอ ดีจนไม่อยากให้ต้องมาเจอเรื่องไม่ดีอย่างเรื่องที่โดนคนรักนอกใจ 

‘อืม ขอบใจนะ’ นัทพูดได้แค่นั้นเพราะตอนนี้ความเป็นห่วงเพื่อนของเขามันแทบพุ่งถึงขีดสุด เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าเสี่ยกานต์ปฏิบัติกับผู้หญิงคนนั้นแบบนั้นกลางที่สาธารณะได้อย่างไร 

“นัท!” เดียวเรียกอีกฝ่ายที่ตกอยู่ในภวังค์เสียงดัง นัทสะดุ้งรู้สึกตัวก่อนจะมองหน้าเดียวที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าตื่นๆ 

“เป็นอะไร เรียกหลายครั้งแล้ว ไม่สบายรึเปล่า” เดียวเอ่ยถามเพราะเห็นสีหน้าเพื่อนไม่สู้ดีนัก 

“เปล่าๆ” นัทตอบก่อนจะเบี่ยงประเด็นไปคุยเรื่องอื่น 

เดียวกลับมาถึงห้องในเวลาเกือบสามทุ่ม และอีกเช่นเคยว่าโทรศัพท์ของเขาไม่ดังเตือนอะไรนอกจากแอปฯสีเขียวที่นัทส่งมาถามว่าถึงห้องหรือยังและเขาตอบกลับไปก่อนขึ้นห้อง เดียวตัดสินใจสไลด์โทรศัพท์เลื่อนหาเบอร์โทรของเสี่ยกานต์แล้วกดโทรออกทันทีเมื่อคำว่าคิดถึงดังชัดอยู่ในหัว 

[ฮัลโหล] เสียงเอ่ยทักเรียบๆ ปลายสายปนความเหนื่อย เดียวขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับไป 

“เสี่ย... งานยุ่งเหรอครับ” 

[อืม] คำตอบรับสั้นๆ และอีกฝ่ายก็ไม่ได้ชวนคุยต่อ เดียวเงียบเพราะไม่รู้จะชวนคุยต่อว่ายังไงดี ก่อนสายจะโดนตัดไปเพราะอีกฝ่ายกดวาง 

“ยุ่งจนคุยไม่ได้เลยเหรอครับ...” คำถามที่ได้แค่ลอยไปในอากาศหากแต่คนที่ต้องการฟังไม่ได้ยินแล้ว 

ยอมรับว่าระยะเวลาหลายวันที่ผ่านมาที่ไม่ได้คุยกันเลย มันทำให้เขารู้สึกไม่ดีบ้าง เพราะตั้งแต่กลับมาจากดูไบเสี่ยกานต์ทำงานหนักตลอด ช่วงแรกๆ ยังมีบอกบ้างว่าไปไหน โทรมาหาบ้างบางครั้ง แต่ตอนนี้เหมือนสิ่งเหล่านั้นจะหายไปไม่มีเหลือ 

แหวนที่นิ้วนางข้างขวาเขาใส่ไม่เคยถอด ก้มดูเป็นบางครั้งยามที่คิดถึงคนให้ ภาพวันนั้นเขายังจำได้ดี ความสุขครั้งแรกตั้งแต่ออกจากบ้านมามันปัดความขุ่นมัวในจิตใจออกไปได้บ้าง แม้จะเลือกที่จะไม่พูดถึงบ้านใหญ่แต่อย่างไรเสียเขาก็คิดถึงคนเป็นพ่ออยู่วันยังค่ำ แม้คนผู้นั้นจะเป็นคนไล่เขาออกมาก็ตาม 

:::::::::::: 

เดียวยังคงทำกิจวัตรประจำวันตามเดิมเหมือนที่เคยทำมา เสี่ยกานต์สั่งมากับชาญว่าให้เขาไปเรียนยิงปืนและศิลปะป้องกันตัวกับยอดลูกน้องอีกคนของเสี่ย ตอนเย็นเขาจึงมีนัดกับชายหนุ่มรูปร่างสันทัด ส่วนสูงอาจไม่เท่าโชคกับชาญแต่เชื่อว่าความเก่งคงไม่แพ้ใคร เขาเคยเจอยอดมาครั้งหนึ่งแล้ว ตอนนั้นจำได้ว่ายังทะเลาะกับเสี่ยอยู่ 

“สวัสดีครับคุณเดียว ผมยอดนะครับจะมาเป็นพี่เลี้ยงให้คุณเดียว หากไม่เข้าใจสามารถถามผมได้เลยนะครับ” หนุ่มใต้แนะนำตัวพร้อมรอยยิ้มอวดฟันขาว ผิวคมเข้มแต่หน้าหวานไม่ดูดุอย่างที่คิด 

ยอดขับรถพาเดียวมายังสนามมวยที่ตนเคยสอน เมื่อลงจากรถเดินเข้าด้านในเห็นเวทีมวยสองเวทีตั้งคนละมุม กระสอบทรายแขวนเรียงกันและมีคนใช้มันอยู่ เดียวมองรอบๆ ตัวเห็นแต่คนที่มีมัดกล้ามแม้แต่ผู้หญิงก็ยังมาเรียนมวย 

“มาทางนี้ครับ” ยอดพาเขาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าซึ่งฝ่ายนั้นเตรียมไว้ให้แล้ว 

เดียวออกมาอีกครั้งด้วยกางเกงขาสั้นไว้ใส่ออกกำลังกายเลยเข่ามาพอสมควร เสื้อกล้ามเว้าแขนสกรีนคำว่า เพชร.ทอง.ธรรม น่าจะเป็นชื่อของเจ้าของที่นี่ ยอดเริ่มจากให้เดียววิ่งวอร์มร่างกายเลย นายสั่งมาบอกว่าฝึกเดียวให้เป็นเร็วที่สุดเพื่อจะได้ช่วยเหลือตัวเองได้และจะได้ไม่ต้องส่งคนเฝ้ามากนักเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต 

สถานการณ์เสี่ยช่วงนี้โดนคุกคามหลายครั้ง มีทั้งลอบทำร้ายร่างกายคนฝั่งเรา ลดทอนความน่าเชื่อถือ พยายามสร้างธุรกิจมาแข่งขัน เรียกได้ว่างานเขารับศึกแทบทุกด้าน และหากหัวใจของนายต้องตกเป็นเป้านิ่งนายคงไม่มีวันยอม 

“ส่งหมัดมาทางนี้แล้วจับพลิกแขนข้างนี้ไปแบบนี้ครับ” ยอดลงปฏิบัติทันทีไม่ให้มากความ เดียวหัวไวสอนง่ายพูดอะไรไปทำตามได้เกือบหมด ร่างกายที่ดูบอบบางยังต้องขุนกล้ามเนื้ออีกเยอะ มีศิษย์เก่าเขาหลายคนแวะเวียนมามุมที่เขาสอนเพื่อมาดูเด็กหนุ่มหน้าสวยลูกศิษย์พิเศาของเขา 

“พวกมึงจะไปทำอะไรก็ไป อย่ามาวุ่นวายแถวนี้” ยอดพูดเมื่อเห็นว่าไทยมุงเริ่มเยอะ อีกทั้งไม่ใช่แค่เขาที่ได้สอนแต่คนอื่นเริ่มออกความเห็นจนเดียวทำผิดทำถูก 

เดียวใช้เวลาอยู่ที่เรียนมวยอีกพักใหญ่จนเวลาล่วงเลยไปถึงทุ่มครึ่ง เหงื่อไหลโชกท่วมกายก่อนจะนั่งลงหอบบนพื้น แขนขาร้าวระบมไปหมดแทบยกไม่ขึ้น เขาบีบนวดขาตัวเองที่ยกเตะกระสอบทราบไปหลายทีเบาๆ 

“วันนี้คุณเดียวทำได้ดีมากครับ” 

“แค่วิ่งห้ารอบยังหอบเลย แบบนี้ไม่ดีเท่าไหร่มั้งครับ” เดียวตอบกลับพร้อมเสียงหัวเราะ นึกขำตัวเองที่ไม่ค่อยเก่งเรื่องกีฬาแถมเรื่องออกกำลังกายก็ไม่ค่อยได้ทำ “คุณยอดช่วยถ่ายรูปให้ผมหน่อยได้ไหมครับ” เดียวยื่นมือถือให้ซึ่งยอดก็รับไปแต่โดยดี มีการบอกมุมด้วยว่าให้ถ่ายมุมนั้นมุมนี้ที่คนชอบถ่ายกัน 

เดียวนั่งลงชันเข่าข้างนึงขึ้นเอาแขนข้างเดียวกันวางบนหัวเข่าแล้วใช้ศอกรองหัวไว้ เสื้อกล้ามเว้าแขนลึกเปิดให้เห็นไปถึงไหนต่อไหน ขาอีกข้างปล่อยลงสบายๆ เพราะเขานั่งอยู่บนขอบสังเวียน ใบหน้าหวานยิ้มมุมปากพอมีเหงื่อเสริมทำให้เขากลายเป็นคนรักสุขภาพขึ้นมาทันที กางเกงขากว้างเปิดให้เห็นขาเรียวผิวเนียนสวยที่น้อยคนจะเห็น 

“ผมเท่ไหมครับคุณยอด” หัวใจของนายร้องถามเมื่อยอดส่งมือถือคืนให้เจ้าของ เดียวรับไปดูเลื่อนไปหลายรูปเพราะยอดถ่ายให้หลายมุม ยอดได้แค่ยิ้มให้แกนๆ 

“เท่ครับ” ก็เพิ่งรู้ตัวว่าคนของนายน่ามองขนาดนี้ แล้วเขายังให้ใส่ชุดออกกำลังกายที่ผู้ชายปกติเขาใส่กัน งานนี้ถ้านายรู้ไอ้ยอดตายแน่เหลือแค่ศพส่งกลับใต้แน่นอน 

เดียวกลับมาถึงคอนโดฯ ได้ก็ล็อกรถให้เรียบร้อย ระหว่างเข้าห้องเขาโทรหาเสี่ยแต่โชคเป็นคนรับสายบอกว่าเสี่ยไม่ว่าง เขาจึงทิ้งข้อความไว้บอกว่าตนได้ไปเรียนมวยกับยอดมาแล้ว แม้จะเสียดายที่เขาไม่ได้เล่าประสบการณ์แปลกใหม่ครั้งแรกให้เสี่ยได้ฟัง แต่ก็พอเข้าใจว่าอีกฝ่ายยุ่งมาก ขนาดยอดยังบอกเลยว่าเสี่ยงานยุ่งจริงๆ 

‘ออกกำลังกายกันเถอะ’ 

เด็กหนุ่มกดโพสต์รูปลงในอินสตาแกรม รูปที่ผ่านการแต่งแสงและสีแล้วเปิดเผยสู่สาธารณะ ยอดไลก์ยังคงพุ่งเรื่อยๆ รวมไปถึงความเห็นต่างๆ ด้วย 

‘ผิวดีมาก พรีเซนเตอร์ครีมทาผิวต้องเข้าแล้วน้า’  

‘พี่เดียวขาวมากเลย กางเกงสั้นมากกกกกกก หัวใจจะวายเลยค่ะ 555’  

‘อยากได้แฟนเพิ่มไหมครับ ผมพร้อม’  

อีกหลายความเห็นที่เขายังกดอ่านไม่หมด ดูเหมือนรูปการไปเรียนมวยคราวนี้เป็นประเด็นพอสมควรขนาดที่เพจ cute boys ยังทักข้อความส่วนตัวมาขอเอารูปไปลงแต่เขาปฏิเสธไป เพราะแค่นี้คนก็จับตามองเยอะอยู่แล้ว เขาไม่อยากเป็นคนดังหรอกนะ 

ราวๆ 4 ทุ่มเดียวลงจากห้องมาเพื่อไปยังร้านสะดวกซื้อ เนื่องจากเห็นในทวิตเตอร์เขารีวิวพวกยานวดคลายกล้ามเนื้อ เขาสนใจเพราะตอนนี้ปวดไปทั้งตัว ทั้งที่ยอดเตือนไว้และเขาก็เตรียมใจไว้แล้วแต่ดูมันจะปวดตัวมากกว่าที่คิดเสียอีก 

ปึก! 

“โอ๊ย! เห้ย!!” เพราะมัวแต่มองโทรศัพท์เขาเลยเผลอชนคนเข้าอย่างจัง แต่ที่ทำให้ตกใจจนต้องร้องออกมาเสียงดังเพราะอีกฝ่ายกอดเอวเขาไว้แน่นพร้อมกับแย่งโทรศัพท์ไป 

“เสี่ย...” 

“คุยกับใคร” เจ้าของอ้อมกอดแข็งแรงเอ่ยถามเสียงเข้ม 

ก่อนหน้านี้เขาให้โชคโทรมาเช็คกับรปภ.คอนโดฯ ว่าเดียวกลับถึงห้องหรือยัง แต่อีกฝ่ายบอกไม่เห็นเดียวเลย เขาร้อนใจจึงต้องรีบมาดูจะโทรหาแต่กลับลืมมือถือไว้ที่ห้องทำงานเพราะตอนกลางวันเขาแทบไม่ได้แตะมันเลย เขาเสร็จจากคุยกับแขกคนสำคัญเสร็จก็รีบบึ่งรถมานี่ทันที แล้วยิ่งมาเห็นเห็นฝ่ายก้มหน้าก้มตาเดินพิมพ์โทรศัพท์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มันทำให้เขาอยากจะรู้นักว่าคนที่เดียวกำลังคุยด้วยคือใคร 

“แค่เล่นอินสตาแกรมครับ ไม่ได้คุยกับใครเลย” หากไม่นับเรื่องพี่รหัสที่ทักมาบอกว่าจะเอาแนวข้อสอบที่เคยขอไว้มาให้น่ะนะ “แม้แต่กับเสี่ยผมก็ไม่ได้คุย” ประโยคท้ายทำเอาอ้อมแขนที่กระชับแน่นคลายลงเล็กน้อย เดียวยิ้มให้ก่อนจะถอยออกแล้วเดินไปกดลิฟต์ เสี่ยกานต์เดินตามไปหยุดอยู่ข้างๆ แอบดมเส้นผมหอมๆ ของคนตัวเล็กไปหนึ่งที 

“วันนี้โชคบอกว่าเธอไปเรียนมวยกับยอดแล้ว เป็นไงบ้าง” เสี่ยกานต์ถามพลางเดินตามร่างบางเข้าไปในห้อง เดียววางของที่ซื้อมาไว้บนโต๊ะซึ่งมีพวกของกินเล่นด้วย 

“สนุกดีครับ เหนื่อยและเมื่อยตัวมาก” ตอบโดยที่ไมได้มองหน้าอีกฝ่าย หยิบของโน่นนี่ดูมือไม้พันกันยุ่งไปหมด เขาไม่ชินเลยจริงๆ ในใจคิดกันให้วุ่น อยากน้อยใจที่อีกฝ่ายไม่ให้เวลากันแต่ก็พยายามบอกตัวเองว่าเขาไม่ควรงี่เง่าในเรื่องแบบนี้ แต่กระนั้นคำพูดของนัทก็ยังวนเวียนอยู่ในหัว เขาคิดฟุ้งซ่านจนเผลอทำแก้วน้ำที่กำลังจะเอาไปให้เสี่ยหลุดมือตกแตก 

“เดียว! ระวัง” เสี่ยกานต์เข้ามาดู ก้มลงหยิบเศษแก้วซึ่งเจ้าของห้องก็ช่วยเก็บด้วย เขาเอาเศษแก้วห่อกระดาษหลายๆ ชั้น แล้วใส่ถูกพลาสติกอีกชั้นมัดให้มิดชิดก่อนจะทิ้งถังขยะ 

“ขอโทษครับ ผมใจลอยไปหน่อย” เสี่ยกานต์จัดการอุ้มคนตัวเล็กพาไปนั่งบนตักเขาที่โซฟา มือถือเดียวยังอยู่กับเสี่ยกานต์ เจ้าตัวจัดการใช้ลายนิ้วมือปลดล็อกโทรศัพท์โดยเจ้าของก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เดียวปัดความรำคาญใจทุกอย่างทิ้ง คิดว่าเสี่ยอยู่ในวัยทำงานอีกทั้งอยู่ในตำแหน่งหัวเรือใหญ่งานยุ่งก็ไม่แปลก 

“นี่อะไร เธอโพสต์...” เมื่อกดเข้าแอปพลิเคชั่นที่เดียวเปิดค้างไว้ก่อนหน้านี้เขาแทบช็อก รูปที่เห็นทำเอาเสี่ยกานต์ใจกระตุก เส้นเลือดที่ขมับปูดทันทีตอนที่เห็นความเห็นต่างๆ พรั่งพรูอยู่ใต้รูป 

“ใครให้เธอแต่งตัวแบบนี้!” มือสั่นไปหมดพร้อมใจเต้นรัว เด็กน้อยของเขาใส่ชุดที่แทบจะเปิดเผยทั้งร่างกาย ผิวนวลเนียนที่เขาชอบสัมผัสโดนเห็นไปถึงไหนต่อไหนแล้ว 

“คุณยอดให้ผมใส่ชุดนี้” 

ไอ้ยอด!! เสี่ยกานต์กัดฟันกรอด เห็นทีต้องสั่งมันให้ละเอียดว่าอะไรควรไม่ควร 

“ทีหลังเอาชุดไปเอง เดี๋ยวฉันให้โชคจัดชุดออกกำลังกายมาให้จะได้ไม่ต้องใส่ให้คนอื่นมองแบบนี้” คำพูดเสี่ยทำเดียวยิ้มขำ เสี่ยกานต์ก็ยังคงเป็นเสี่ยกานต์อยู่วันยังค่ำ ใบหน้าคมคายดูดุขึ้นมาทันเมื่อมองรูปในมือถือเขาอีกครั้ง สัมกรามนูนเด่นเพราะเจ้าตัวขบกรามไว้ 

‘ตั้งกลุ่มแฟนคลับชมรมคนรักเดียว...ใจเดียว ได้ไหมครับ รักเดียวจริงๆ ฮิ้ววว’  

“ดูความเห็นพวกนี้สิ อะไรก็ไม่รู้” ถึงจะบ่นแต่นิ้วก็ยังเลื่อนจออ่านความเห็นเหล่านั้นต่อ แม้เขาเคยบอกว่าไม่คิดใส่ใจเรื่องแบบนี้ แต่ก็อดไม่ได้เมื่อรูปที่เดียวลงมันดูล่อตาล่อใจคนอื่นเหลือเกิน แถมคนของเขายังจะไปตอบความเห็นนั้นอีก 

‘อย่าทำขนาดนั้นเลยครับ’  

‘แต่ผมเป็นแฟนคลับน้องเดียวจริงๆ นะ ชอบน้องมากๆ ครับ //จากหัวหน้าชมรมคนรักเดียว...ใจเดียว แฟนคลับรุ่น 1’  

“ฉันขี้หึง เธอไม่รู้รึไง” เพียงคำพูดเดียวก็ทำเอาทั้งห้องเงียบกริบ เสี่ยกานต์มองหน้าหวานดุๆ แรงกอดที่เอวกระชับแน่นขึ้นเหมือนจะบอกว่าในใจหงุดหงิดไม่น้อย 

“ไม่มีใครคนไหนที่ชอบให้แฟนตัวเองมีคนมาจีบมาหยอดหรอกนะ” เสี่ยกานต์พูดอีกเมื่อเดียวก้มหน้านิ่งเงียบเพราะเรื่องนี้เขาผิดจริงๆ รู้ว่าเสี่ยกานต์ขี้หึงแต่ไม่คิดว่าจะหึงจริงจังแบบนี้ 

“เขาก็แค่เมนต์เล่นๆ แหละครับ ผมเลยคุยด้วยเพราะเขามาเมนต์บ่อย ทำตัวเหมือนแฟนคลับจริงๆ ฮ่าๆ” เดียวหัวเราะกลบเกลื่อนเมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของเสี่ย 

“เดียวคุยกับแฟนคลับ แต่แฟนครับของเดียวคนนี้ไม่ชอบ ถ้าคุยธรรมดาไม่ว่าแต่มีใส่คำหวานด้วย พี่กานต์ไม่พอใจครับ” คนฟังได้แค่นิ่งอึ้งเมื่อคนที่ตนใช้แทนเบาะรองนั่งพูดน้ำเสียงปกติแต่วาจากลับบีบรัดหัวใจเขาให้ทำงานหนัก รวมไปถึงเลือดฝาดตรงแก้มที่ตอนนี้แดงลามไปถึงใบหู 

“รู้แล้วครับ” เดียวตอบพร้อมยิ้มอ่อนๆ บนใบหน้าก่อนจะซุกหน้าลงกับอกอีกฝ่ายอย่างคนเขินจัด เสี่ยกานต์หอมแก้มนิ่มแรงๆ อีกฟอดใหญ่ ก่อนจะปล่อยให้เดียวยืนส่วนตัวเขาขอไปอาบน้ำเพราะเหนียวตัวเหลือเกิน 

ชายหนุ่มที่ออกมาจากห้องน้ำใช้ผ้าเช็ดตัวพันช่วงล่างไว้เดินมายืนซ้อนหลังคนที่นั่งอยู่บนโซฟาอย่างเงียบกริบ 

“มานี่เลย” ไม่พูดพร่ำทำเพลงชายหนุ่มก็อุ้มเดียวจนตัวลอยพาเข้าห้อง คนตัวเล็กที่ยังไม่ทันตั้งตัวเบิกตาโตด้วยความตกใจ ก่อนตัวเขาจะโดนเจ้าป่าอย่างสิงโตกานต์ขย้ำทิ้งรอยรักไว้ทั่วตัว 

“คืนนี้เธอไม่ได้นอนแน่เดียว” เขาพูดเสียงลอดไรฟันก่อนจะทำการทุกอย่างตามที่ใจต้องการหลังจากห่างหายไปเป็นอาทิตย์ เดียวได้แค่นอนครวญครางใต้ร่างด้วยความเสียวซ่าน ร้องขอเสียงอ่อนเสียงหวานเพื่อให้เสี่ยกานต์หยุดกระทำเมื่อเวลาเลยมาจึงถึงตีหนึ่ง แต่อีกฝ่ายก็ยังทำต่อไป 

:::::::::::: 

เสี่ยกานต์มาส่งเดียวที่มหา’ ลัยในวันรุ่งขึ้น แทะเล็มร่างบางไปพอหอมปากหอมคอก่อนจะปล่ยอให้อีกฝ่ายลงจากรถ ไม่ลืมบอกด้วยว่าเย็นนี้ตนจะมารับจะได้ซื้อของกลับไปทำอาหารด้วยกัน 

เดียวเรียนเสร็จตอน 4 โมง เสี่ยกานต์โทรเข้ามาตอนที่เขากำลังจะลงไปที่ลานจอดรถ เขาแยกกับนัทก็ตรงดิ่งไปยังรถบีเอ็มทันทีเพราะเสี่ยรออยู่ในรถแล้ว 

“รอนานไหนครับ” เดียวถามเมื่อเข้ามานั่งในรถได้ เสี่ยกานต์ไม่ได้ตอบอะไรแค่โน้มตัวเข้ามาจูบปากนิ่มเบาๆ แล้วทำหน้าที่เป็นสารถีขับรถไปยังซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้คอนโดฯ เพราะคืนนี้เดียวจะต้องไปนอนที่เพ้นเฮาส์แทนที่จะเป็นห้องของเดียว 

คนทั้งคู่กลับมาถึงห้องในเวลาเกือบทุ่มเพราะรถที่ติดสาหัสของเมืองหลวงประเทศไทย แต่แล้วยังไม่ทันที่เสี่ยกานต์และเดียวจะได้ขึ้นห้องโทรศัพท์ที่โชคถืออยู่ก็ดังขึ้น 

“เสี่ยครับ โทรศัพท์...” 

“ตัดสายไป” 

“แต่สายสำคัญ” โชคว่าก่อนจะยื่นมือถือให้เจ้านายตนเองดูโดยบังไว้ไม่ให้เดียวเห็นชื่อว่าคนนั้นคือใคร ซึ่งเดียวก็เข้าใจว่าคงเป็นสายสำคัญจริงๆ จึงเบี่ยงตัวทิ้งระยะห่างออกเล็กน้อย เสี่ยกานต์รับไปก่อนใบหน้าจะแปรเปลี่ยนเป็นเรียบสนิท 

“เดียว ขึ้นไปเตรียมของก่อนแล้วฉันจะกลับมา” เสี่ยกานต์ตัดสินใจทิ้งเดียวไว้ส่วนเขาต้องไปหาเจ้าของสายสำคัญนี้ เดียวได้แค่ยืนพยักหน้ารับก่อนจะหิ้วของทุกอย่างทั้งหมดขึ้นห้องไป 

การรอคอยจาก 1 ทุ่ม จนตอนนี้ 4 ทุ่มแล้ว อาหารเย็นที่ว่าจะมาทำกินกันต้องเป็นหมันไปโดยปริยายเนื่องจากเสี่ยกานต์ไม่ได้ติดต่อกลับมา พอเขาโทรไปกลับไม่มีใครรับสายและปล่อยให้สายหลุดไปเท่านั้น เดียวขึ้นไปอาบน้ำบนห้องเตรียมตัวเข้านอน คาดว่าเสี่ยคงงานยุ่งจริงๆ เลยไม่สามารถปลีกตัวกลับมาได้ 

‘คืนนี้ฉันไม่กลับคงนอนที่โรงแรม อาบน้ำนอนได้เลย ไม่ต้องคุยเล่นกับใครอีกแล้วนะ’ 

ข้อความถูกส่งมาให้ แต่พอเขาโทรกลับไปอีกฝ่ายกลับปิดโทรศัพท์ไปเสียแล้ว เดียวอมยิ้มกับประโยคสุดท้ายของเสี่ยก่อนจะล้มตัวลงนอนเข้าสู่ห้วงนิทรา 

::::::::::: 

เช้าที่สดใสของวันเสาร์ อากาศค่อนข้างดีในยามเช้าตรู่ทำให้คนตื่นเช้าอย่างเดียวลุกขึ้นมาเปิดคลิปลองหัดทำออมเล็ตทรงเครื่องดูเพราะวัตถุดิบที่ซื้อมาเมื่อวานยังไม่ได้ใช้ เขาใช้เวลาทำนานกว่าในคลิปสอนเป็นเท่าตัว ทิ้งไข่ไปหลายฟองกว่าจะได้เมนูที่ต้องการ 

“หอมจัง” สูดกลิ่นหอมของออมเล็ตอาหารยามเช้าที่เขาจะเอาไปให้เสี่ยทานที่โรงแรม เขาจัดการทุกอย่างใส่กล่องอาหาร ขึ้นไปอาบน้ำอีกรอบก่อนจะหิ้วกล่องอาหารมื้อแรกที่เขาทำในชีวิตไปหาเสี่ยกานต์ 

เดียวเดินผ่านรีเซฟชั่นที่กำลังต้อนรับลูกค้าอย่างขะมักเขม้น ตรงไปยังลิฟท์ของผู้บริหารกดขึ้นไปยังชั้นบนสุดของโรงแรม ใบหน้าอิ่มสุขปนกังวลกลัวว่ารสชาติอาหารที่เขาทำจะไม่ถูกใจเสี่ยเหลือเกิน 

ติ๊ง! 

เสียงลิฟท์ร้องเตือนก่อนประตูโลหะเงาวับจะเลื่อนออกจากกัน เดียวก้าวออกมายังชั้นที่เงียบสนิท มองดูซ้ายขวาไม่เจอเลขาฯ หรือใครอยู่บนชั้นนี้เลย เขาจึงเดินตรงไปยังห้องทำงานของเสี่ยโดยไม่รีรอเพราะกลัวออมเล็ตจะเย็นเสียก่อน 

ก๊อกๆๆ 

เขายกมือข้างที่ไม่ได้ถืออะไรไว้ขึ้นเคาะแต่เสียงในห้องเงียบสนิทเลยถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไป มองไปยังโต๊ะทำงานที่ว่างเปล่าคิดว่าเสี่ยคงอยู่ในห้องนอนแน่ๆ เพราะตอนนี้เวลาแค่ 8 โมงเช้าเองเท่านั้น เขาวางกล่องออมเล็ตไว้บนโต๊ะตรงส่วนที่ไว้รับแขก สายตาเหลือบไปเห็นชุดแอร์โฮสเตสของสายการบินฝั่งอาหรับแขวนอยู่ซึ่งทำให้แปลกใจไม่น้อย 

แอด... 

ประตูที่ไม่ได้ล็อกทำให้เขาเปิดเข้าไปได้โดยง่าย ภาพที่เห็นบนเตียงไม่ใช่เสี่ยกานต์ที่นอนอยู่แต่เป็นผู้หญิงคนหนึ่งนอนอยู่กับกองผ้าห่ม ซึ่งบอกแน่ชัดว่าเมื่อคืนนี้เธอพักที่นี่ ชุดที่เห็นก่อนหน้านี้คงเป็นของสาวคนนี้ และหลังชายหนุ่มที่คุ้นเคยเห็นอยู่ไวๆ ก่อนจะหายลับไปทางห้องน้ำ โดยส่วนบนโชว์แผ่นหลังเปลือยสื่อให้รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ใส่เสื้อและเตรียมจะอาบน้ำ 

เดียวได้แค่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มองภาพทุกอย่างด้วยหัวใจที่แทบหยุดเต้นและสมองตื้อไปหมด คิดหาเหตุผลที่ลบล้างกันได้แต่มันก็ไม่มีคงเพราะสติเขาหลุดลอยไปกับภาพที่เห็น ผู้หญิงหน้าตาสะสวยคนนั้นคือใคร คนที่นอนอยู่บนเตียงเดียวกับเสี่ยกานต์ได้คือใคร 

“ว้าย! แกเป็นใครเนี่ย!” หญิงสาวที่ลืมตาตื่นด้วยความสะลึมสะลือตาสว่างขึ้นในทันใดเมื่อเห็นว่ามีคนที่เธอไม่คุ้นหน้ายืนอยู่ที่ประตูห้อง สายตาคมเฉียวตวัดมองเด็กหนุ่มร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะคิดอะไรได้ 

“พวกขายอีกแล้วสินะ ออกไปจากห้องนี้เดี๋ยวนี้! อย่ามาขายที่นี่อีก! ไอ้เด็กสกปรก! ออกไป๊!” หมอนหนุนสีขาวถูกปาใส่หน้าเดียวเต็มๆ เด็กหนุ่มได้แค่ยืนอึ้งอย่างคนที่ขาถูกตรึงอยู่กับที่ อีกฝ่ายที่เห็นว่าคนที่ไม่คุ้นหน้ายังยืนนิ่งเลยพุ่งมาเอาหมอนปาใส่อีกใบ ไม่สนว่าชุดนอนเนื้อดีที่ตนใส่อยู่มันบางและล่อแหลมมากแค่ไหน 

“ออกไป!!” เธอยังคงเอ่ยปากไล่ เมื่ออีกฝ่ายขยับตัวถอยไม่ทันใจเลยผลักจนคนที่กำลังอึ้งและไม่ทันระวังเซล้ม เดียวลุกขึ้นยืนขณะที่จับต้นชนปลายไม่ถูกว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ 

“เกิดอะไรขึ้น! เดียว!” เสี่ยกานต์ได้ยินเสียงโวยวายรีบออกมาดูทั้งตัวมีแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียว เมื่อเห็นว่าคนของตนกำลังทำร้ายเดียวโดยจะปาแจกันใส่เขาเลยปรี่เข้าไปรวบตัวกอดไว้ มองเดียวที่มองตอบเขามาด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจ 

“ทำไม...” เดียวครางขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเสี่ยกอดผู้หญิงตรงหน้าแน่น คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวแต่กลับพูดไม่ออก สายตาของร่างสูงส่งมาให้เขาเต็มไปด้วยความตกใจและความกังวลเหมือนคนคิดไม่ตก เหมือนว่าความจริงอะไรบางอย่างกำลังจะกระจ่างแล้ว 

“พี่กานต์! พี่กานต์ซื้อเด็กมานอนที่นี่ได้ยังไง พี่กานต์ทำแบบนี้ไม่ได้นะ!” หญิงสาวโวยวายเมื่อคิดว่าเดียวคือเด็กขายที่เสี่ยกานต์ซื้อมาบริการ 

“หยุดก่อนได้ไหม ฟังพี่ก่อน” เสี่ยกานต์พูดเสียงเข้ม สรรพนามใช้แทนตัวเองอย่างสนิทสนม 

“เสี่ยครับ มันเรื่องอะไร...” 

“ไม่ต้องมาตอแหลทำหน้าซื่อ ฉันรู้ว่าคนอย่างพวกแกมันดีแต่จะเกาะคนรวยกิน! ออกไปจากห้องนี้เดียวนี้! โชค! ชาญ! มาเอาตัวไอ้เด็กสกปรกนี่ออกไป!” เธอตะโกนเรียกผู้ติดตามคนสนิทของเสี่ยกานต์ลั่นอย่างสนิทปาก สองคนที่ถูกเรียกเมื่อได้ยินก็รีบวิ่งเข้ามาก่อนจะอึ้งไปเมื่อเห็นว่าเดียวยืนอยู่ที่นี่ด้วย ทั้งๆ ที่คิดว่าเฝ้าไม่ให้ใครเข้ามายุ่มย่ามแล้วแท้ๆ แต่เดียวกลับรอดเข้ามาได้ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นบุคคลต้องห้ามสำหรับเวลานี้ 

“เสี่ย... นี่...” 

“โชค...เอาตัวเดียวออกไป” เสี่ยกานต์ตวาดออกมาเสียงดัง เขาใช้แรงทั้งหมดที่มีกอดตัวหญิงสาวที่ดิ้นจะไปเอาเรื่องเดียวให้ได้ก่อนจะตัดสินใจอุ้มกลับเข้าไปในห้องนอน เดียวตัวชาวาบเหมือนตอนที่ได้ยินพ่อไล่ให้ออกจากบ้านยืนอึ้งอยู่ตรงนั้นอย่างคนทำอะไรไม่ถูก น้ำตาคลอแต่มันไม่ไหล มองดูคนรักตัวเองกระแทกประตูปิดกั้นความเป็นส่วนตัวไปแล้ว 

“คุณเดียว เชิญครับ” โชคเดินเข้ามาใกล้ผายมือไปทางประตูเชิงบอกกลายๆ ว่าให้ออกไปจากห้องนี้ดีกว่าจะอยู่ที่นี่ต่อไป เดียวทำตามอย่างไม่มีข้อแม้เพราะเขาไล่ถึงขนาดนี้ยังจะอยู่ต่ออีกทำไมล่ะ 

“คุณโชค” เมื่อลงมาถึงชั้นล่างได้เดียวก็เรียกผู้ติดตามของเสี่ยกานต์ขึ้น “ผมมีเรื่องจะถาม... แค่คำถามเดียวเท่านั้น” เดียวกลืนก้อนที่มาจุกอยู่ตรงคอก่อนจะตัดสินใจถามออกไป 

“เสี่ยกับ...คุณผู้หญิงคนนั้นรู้จักกันมานานแล้วใช่ไหมครับ” 

“ครับ” 

คำตอบรับที่หนักแน่นชัดเจนดังก้องอยู่ในใจ ผู้หญิงคนนั้นคือคนที่เสี่ยกานต์อยู่ด้วยและทำให้ผิดนัดกับเขาเมื่อคืนนี้ ผู้หญิงคนนั้นที่เสี่ยเลือกที่จะปกป้องและเลือกที่จะไล่เขาออกมา คือคนที่มาก่อนเขา 

“แน่ใจนะว่าเดินทางบ่อยเพราะไปทำงานไม่ใช่พาใครไปเที่ยวนะ”  

คำพูดนัทกลับมาอีกครั้ง หรือตอนนั้นเพื่อนเขาพยายามจะบอกอะไรกันแน่ 

“ผมเจ็บมากเลยครับคุณโชค” เดียวพูดออกมาเสียงแผ่วเบา เขาเชื่อใจและเชื่อในความรักของเสี่ยกานต์แต่ตอนนี้หัวใจเขาบีบรัดจนเจ็บไปทั้งอก 

 

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป 

ขอบคุณทุกความเห็นค่ะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว