ธิดาสิระ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 15 Lose one's self

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 Lose one's self

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 167

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.พ. 2563 00:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 Lose one's self
แบบอักษร

 

"พุตจะทำตัวแบบนี้ไปเรื่อยๆไม่ได้นะ ไม่อย่างนั้นลูกจะไม่เหลือใครเลย" ริสาพูดขณะที่เธอกำลัง ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้านักเรียนให้กับหลานชาย หลังจากพุต รับมาจากโรงเรียน

"แล้วทำไมเย็นนี้ถึงขี่รถมอเตอร์ไซต์กลับมาเอง ทำไมไม่ให้ม่อนมาส่ง" เธอดูไม่สบอารมณ์ กับพฤติกรรมของพุต

"พุตรอม่อนแล้วแม่ แต่ม่อนไม่ว่างมารับ พุตเลยกลับไปเอามอเตอร์ไซต์ที่คอนโดของม่อน แล้วก็แวะไปรับฟิวเอง"

"เออ ช่างเถอะๆ เดี๋ยวม่อนก็คงตามมาเองแหละ" ริสาพาฟิวเข้าไปอาบน้ำต่อจากนั้น ปกติหน้าที่นี้เป็นของพุต แต่วันนี้ริสาค่อนข้างไม่พอใจเขาสักเท่าไหร่ เลยอยากหาอะไรทำเพื่อระบายอารมณ์ขุ่นมัว พุตจึงปลีกตัวไปเดินเล่นและคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่บริเวณสวนหน้าบ้านแทน

เดินเล่นไปได้สักระยะหนึ่ง ก็มีแสงไฟรถยนต์ส่องกระทบเข้าที่ตา มีคนขับรถมาจอดอยู่บริเวณหน้าบ้าน ทีแรกพุตคิดว่าอาจจะเป็นม่อน แต่พอสังเกตุดูดีๆกลับเป็นทัชนนท์แทน

"ทัช" ทัชนนท์ส่งยิ้มให้พุตแต่ไกล ไม่รีรอให้ใครมาเปิดประตูให้

"อย่าเพิ่งเข้าใจผิด ทัชแค่อยากมาเจอลูก วันนี้ทัชพยายามไปดักพุตแล้วที่โรงเรียนฟิวแต่ไปไม่ทัน"

"อ๋อ ได้สิ"

"คุณมาทำอะไรที่นี่?!" ริสาพาฟิวออกมานอกบ้านพอดี

"สวัสดีครับแม่"ทัชนนท์ยกมือขึ้นไหว้

"พ่อทัช" ฟิวรีบวิ่งเข้ามาหาทัชนนท์ทันทีที่เห็นเขา และกระโดดเข้ากอดตรงบริเวณขา

ทัชนนท์ก้มลงไปอุ้มลูกชายตัวน้อยขึ้นมากอดจนแน่น ทั้งหอม ทั้งดมเพื่อให้หายคิดถึง

"พ่อคิดถึงฟิวนะครับ ฟิวคิดถึงพ่อมั้ย"

"คิดถึงครับ" ฟิวหอมแก้มทัชนนท์กลับเช่นกัน ก่อนจะรวบต้นคอเขากอดไว้และซบหน้าลงไปที่ไหล่

"แม่ พุตขอเถอะนะวันนี้" พุตหันไปใช้แววตาอ้อนวอนให้ริสาลดทิฐิลงบ้าง พร้อมกับรวบจับมือเธอไว้มั่น สุดท้ายเธอจึงยอมใจอ่อน จะให้ทำยังไงได้ ทัชนนท์เป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เธอเห็นมาตั้งแต่เด็ก จะให้ทำใจจืดใจจำใส่เขาไปเรื่อยๆแบบนี้ เธอก็ทำไม่ได้เช่นกัน

"สัญญาก่อนว่าจะไม่ก่อเรื่อง เพราะเดี๋ยวม่อนอาจจะมาที่นี่ด้วย ตอนนี้ฉันอยากให้คุณจำไว้แค่ว่าคุณเป็นคนอื่นสำหรับเราไปแล้ว และก็ไม่ต้องเรียกฉันว่าแม่อีกต่อไปด้วย" ปกติริสาไม่ใช่คนใจดำแบบนี้ แต่ถ้าเธอจะแสร้งเป็นว่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอก็กลัวว่าทัชนนท์จะได้ใจ ในเมื่อทั้งหมดเขาเป็นคนทำมันเอง การวางตัวให้เป็นแค่คนรู้จักกัน น่าจะดีที่สุด

"เข้ามาสิ ฉันทำอาหารเย็นเสร็จพอดี หลานของฉันคงอยากให้พ่อที่รักอยู่ทานข้าวด้วย" พูดจบริสาก็เดินเข้าบ้านไปก่อน ปล่อยให้พุต ทัชนนท์และฟิวอยู่คุยกันสามพ่อลูกไปพลางๆ

"พุต... ทัช.."

"เข้าบ้านกันดีกว่า เดี๋ยวแม่จะรอ" พุตรีบพูดตัดบท ก่อนจะเดินตามริสาเข้าไป

 

.....

เป็นอย่างที่ริสาพูดเอาไว้ ขณะที่กำลังจัดเตรียมโต๊ะอาหาร ม่อนก็มาถึงพอดี เด็กหนุ่มมีปฏิกิริยาไม่ดีอย่างเห็นได้ชัด แต่เขาไม่อยากให้ริสาเห็นธาตุแท้ของตัวเองว่าเป็นคนนิสัยยังไง เด็กหนุ่มจึงต้องสวมบทบาทผู้ชายที่แสนดีต่อไปเรื่อยๆ

"ให้ม่อนช่วยนะครับคุณน้า" ม่อนทำตัวอ่อนน้อม พูดจาไพเราะ และเสนอเข้าช่วยเหลือทุกอย่าง ทัชนนท์ที่ยืนอยู่ใกล้ๆเห็นว่าริสาคงจะถูกใจม่อนไม่เบา เขาจึงรู้สึกเศร้าอย่างบอกไม่ถูก และรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกินในที่นี้

"คุณแม่ครับ.." ริสาถลึงตาใส่

"คุณน้าครับ ทัชอยากคุยเรื่องฟิว"

"จะคุยเรื่องอะไร ฉันคิดว่าเราไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้ว ในใบเกิดของฟิวไม่ได้มีชื่อเธอเป็นพ่อนะ ไม่จำเป็นที่จะต้องมารับผิดชอบอะไรเลย พวกเราเลี้ยงฟิวได้"

"แต่ผม อยากจะรับผิดชอบครับ" ทัชนนท์ยืนยันเสียงหนักแน่น

"ผมแค่อยากเป็นพ่อฟิวไปแบบนี้เรื่อยๆ อยากเห็นเขาเติบใหญ่ ผมจะส่งเสียเลี้ยงดูทุกอย่าง และผมสัญญาว่าจะไม่เรียกร้องอะไรจากลูกเลยครับคุณน้า"

"แน่ใจเหรอว่า คุณต้องการแค่นี้" ทัชนนท์หันไปมองหน้าพุต ถึงแม้เขาอยากพูดใจแทบขาดว่าพุตคืออีกคนที่เขาต้องการในชีวิต แต่ก็พูดไม่ได้

ทุกอย่างอยู่ในสายตาของม่อน ลึกๆแล้วเขาหมั่นไส้ทัชนนท์จนอยากเข้าไปกระชากคอเสื้อ แต่เด็กหนุ่มรู้สึกโกรธเคืองพุตมากกว่า ที่เชื้อเชิญทัชนนท์เข้าบ้านมา ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าเขาก็จะมาที่นี่เช่นกัน

'น่าเบื่อ' เด็กหนุ่มนั่งเขย่าขา พร้อมกับใช้แก้วน้ำกระแทกลงที่โต๊ะเคาะเป็นจังหวะเบาๆ

"ม่อน อย่าเพิ่งคิดมากไปนะลูก ตอนนี้เราพูดคุยกันแค่เรื่องของฟิวเท่านั้น" ริสาหันมาพูดปลอบใจ

"ไม่เป็นไรครับ ม่อนยินดี อะไรที่ทำให้พี่พุตมีความสุข ม่อนก็มีความสุขเช่นกันครับ" ม่อนยิ้มเจื่อน ทั้งๆที่ในใจร้อนรุ่มอย่างกับถูกไฟเผา

"ได้โปรดเถอะนะครับคุณมะ.. คุณน้า"

"เรื่องนี้ฉันต้องถามพุตด้วย ถ้าพุตยอมฉันก็ยอม"

"พุตยอมครับ ยังไงทัชก็ได้เลี้ยงฟิวมาตั้งแต่แบเบาะ ถึงแม้ตอนนั้นทัชจะยังไม่รักฟิวก็ตาม แต่ตอนนี้ถ้าเขาอยากแก้ไข และอยากทำหน้าที่พ่อ พุตยินดีให้โอกาสครับ" เด็กหนุ่มหันมามองหน้าพุต มันยิ่งทำให้เขาเข้าใจพุตผิด ไปกันใหญ่

'อ๋อ สร้างทางเลือกสินะ'

"ม่อนก็เห็นด้วยกับพี่พุตนะครับคุณน้า" ถึงม่อนจะคิดตรงกันข้ามกับที่พูด แต่การสร้างภาพมันจะยิ่งเรียกคะแนนเห็นใจให้เขามากยิ่งขึ้น

ริสายิ่งเอ็นดูและรู้สึกรักม่อนขึ้นมากกว่าเดิม ในสายตาของเธอนั้น ม่อนคือคนที่ดีที่สุดสำหรับพุตแล้ว ริสาจึงยอมเอนอ่อนตามไปเสียทุกอย่าง โดยที่ไม่รู้เลยว่าม่อนอาจจะร้ายกาจมากกว่าทัชนนท์เสียด้วยซ้ำ

การพูดคุยดำเนินไปด้วยดี คืนนี้ไม่มีใครทะเลาะกันให้เห็น และหลังจากอิ่มหนำสำราญกันถ้วนหน้า พุตก็เดินไปส่งทัชนนท์ที่หน้าบ้าน ทั้งสองไม่พูดคุยอะไรด้วยกันเลย ต่างคนต่างเงียบ ฝั่งพุตที่เขาเงียบเพราะปลงแล้วจริงๆ ส่วนฝั่งของทัชนนท์ที่เงียบนั้นเพราะ ต้องการรักษาพุตเอาไว้แบบนี้ไปเรื่อย ต่อให้ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพุตจะเป็นได้เพียงแค่คนรู้จักกันก็ตาม.

 

"พี่นี่แม่งโคตรเก่งเลยหว่ะ ไปทำกันอีท่าไหน จากผู้ชายที่ไม่คยรักพี่และเกลียดพี่เข้าไส้ ตอนนี้กลายเป็นลูกหมาเชื่องๆตัวหนึ่งไปแล้ว" ม่อนโผล่ออกมาจากความมืด ระหว่างที่พุตกำลังเดินกลับเข้าบ้าน

"พี่นึกว่าตอนที่ม่อนพูดเมื่อกี้ ม่อนจะเข้าใจจริงๆเสียอีก ที่แท้ม่อนแค่สร้างภาพลวงตาแม่พี่อย่างนั้นเรอะ" พุตพูดแทงใจดำม่อน จนเขาเริ่มแสดงสีหน้าโกรธออกมาให้เห็น แล้วก็เปลี่ยนกลับเป็นหน้าปกติในไม่กี่อึกใจ

"ช่างเถอะ ต่อให้ผมทำดีมากแค่ไหน พี่ก็ไม่มีวันรักผมอยู่แล้ว" ม่อนเดินผ่านพุตไปและไม่พูดอะไรอีก

"เดี๋ยว!" พุตร้องทัก เด็กหนุ่มทำเพียงแค่หยุดเดิน แต่ไม่คิดจะหันหน้ากลับมา

"จะไปไหน"

"กลับไปนอนที่คอนโด" ม่อนตอบเสียงห้วนๆ

"นึกว่าม่อนจะนอนที่นี่เสียอีก พรุ่งนี้จะได้ไม่ต้องเสียเวลาตื่นแต่เช้ามารับพี่กับฟิว"

"หึ ไม่ดีกว่า และพรุ่งนี้ผมก็จะไม่มารับด้วย พี่ไปกับฟิวกันสองคนก็แล้วกัน" พูดจบม่อนก็เดินกลับไปยังรถขตัวเองจริงๆและขับออกไป

 

...

ม่อนอยากแก้เซ็ง เลยนัดไปดื่มกับเพื่อนๆที่ผับแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ใจกลางเมืองไม่ไกลจากคอนโดของเขา เป็นเพื่อนร่วมห้องที่ไปเที่ยวไหนมาไหนด้วยกันอยู่บ่อยๆ ด้วยเพราะหน้าดีกว่าเพื่อนคนอื่นๆในกลุ่ม สาวๆที่อยู่รอบๆโต๊ะจึงมักจะส่งสายตาและขอเข้ามาชนแก้วกับม่อนอยู่ไม่ขาดสาย

"มึงก็แปลกนะไอ้ม่อน มีสาวๆมาเสนอตัวให้ไม่รู้กี่คน ต่อกี่คน แต่ไม่เคยคิดจะสอยไปกินสักกะคน"

"ก็กูไม่ชอบแบบนี้ กูไม่ชอบผู้หญิงที่ไม่รักตัวเอง คอยไล่เสนอให้คนอื่นกินง่ายๆแบบนี้นี่หว่า" เด็กหนุ่มพูดไปพลางจิบเหล้าในแก้วไปพลางๆ

"มึงไม่ชอบผู้หญิงแบบนี้ หรือมึงไม่ชอบผู้หญิงกันแน่" เพื่อนหนุ่มแอบแซวม่อน

"ไอ้เหี้ยเช จะผู้ชายหรือผู้หญิงถ้าไม่ทำตัวดีๆกูก็ไม่ชอบโว้ย"

ทันใดนั้นเพื่อนหนุ่มอีกคนก็สะกิดม่อนให้มองใครบางคนที่กำลังเดินเข้ามาในผับ

"เฮ้ยนั่น มันน้องพิม ดาวมหาลัยปีนี้นี่หว่า ไม่ยักกะรู้ว่าลูกคุณหนูแบบนี้ จะชอบเที่ยวผับธรรมดาๆด้วย"

หน้าหวานผิวเนียนเรียบอย่างกับตุ๊กตาฝรั่ง เธออยู่ในชุดเดรสสีแดงรัดรูป ผมสั้นเสมอบ่า ครั้งแรกที่ม่อนเห็นและยอมรับว่าเขาไม่สามารถละสายตาจากเธอไปได้เลยจริงๆ

เพื่อนหนุ่มทั้งสองคนต่างเห็นม่อนจ้องเป้าหมายจนตาไม่กระพริบ ต่างพาแอบขำ

"ถูกใจใช่ไหมหล่ะ เห็นมองน้องเค้าจนตานี้เยิ้มเลย อย่าบอกนะว่ามึงนั่งเสร็จไปแล้ว"

"ไอ้นัท" ม่อนหยิบน้ำแข็งปาใส่ไม่หยุด

"โอ้ยๆๆๆ พอแล้วๆ กูขอโทษ"

"แต่น้องเขาก็น่ารักจริงๆนะ กูชักจะชอบขึ้นมาจริงๆซะแล้ว" เด็กหนุ่มไม่รอช้ารีบลุกไปขอเบอร์ แต่กลับโดนสาวพูดปฏิเสธจนหน้าเสียเดินคอตกกลับมาที่โต๊ะ

"เฮ้ย จริงดิ น้องพิมปฏิเสธคนอย่างมึงเนี่ยนะ"

"อืม"

"ถ้าหน้าตาอย่างมึงยังถูกปฏิเสธ หน้าอย่างพวกกูสองคนก็เป็นได้แค่ตุ่นแล้วหว่ะ" ม่อนไม่ได้โกรธน้องพิมซะขนาดนั้น เพราะสำหรับเขาแล้ว ถ้าไม่ได้เล่ห์ก็ต้องได้ด้วยกลจนได้ ขนาดพุต ม่อนยังจัดการมาแล้วเลย

'พี่ว่าม่อนทำตัวเป็นของตายมากเกินไป อย่าทำตัวให้พุตจูงจมูกอยู่ฝ่ายเดียว' เด็กหนุ่มนั่งมองหญิงสาว พลางนั่งนึกไปถึงคำพูดของเคน

"พี่เป็นคนทำให้ผมเบื่อพี่เองนะ พี่พุต"

 

ในเวลาเดียวกัน...

พุตพยายามคิดหาประโยคดีๆ พิมพ์ส่งไปอธิบายให้ม่อนเข้าใจ

"ทำไมเราต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยนะ"

 

[ม่อน พี่ขอโทษที่ทำให้เธอคิดมาก แต่ระหว่างทัชกับพี่มันไม่มีอะไรแล้วจริงๆ พี่อยากให้เธอเชื่อใจพี่ เรามาเริ่มต้นกันใหม่ดีมั้ย พี่รักเธอนะ]

 

"เฮ้อ....! หวังว่าคงจะเข้าใจนะ" พุตไม่อยู่รอดูจนม่อนเปิดอ่านข้อความ เขาแค่ส่งมันทิ้งไว้ และก็หวังว่าหลังจากที่ม่อนเปิดอ่าน อะไรๆมันจะดีขึ้นมาบ้าง ก่อนจะหันไปหอมแก้มลูกชายตัวน้อยที่หลับไปแล้ว และปิดไฟเข้านอนทันที.

 

....

หนึ่งอาทิตย์ที่ม่อนหายหน้าไป ยิ่งนานวันพุตยิ่งเป็นห่วง ความเป็นเด็กน้อยของม่อนยิ่งทำให้พุตเป็นกังวล เขาเริ่มโทรหาทั้งโทรศัพท์ส่วนตัว หรือจะเป็นบริษัทที่ม่อนไปฝึกงาน ไม่ว่าที่ไหนๆก็ตามไม่เจอ

"ข้อความส่งไปเป็นอาทิตย์แล้วก็ไม่ยอมเปิดอ่าน จะโกรธอะไรกันนักกันหนา รู้หรือเปล่าว่าเป็นห่วง"

พุตตัดสินใจพาฟิวไปส่งที่บ้านแม่ก่อน แล้วขี่รถวนกลับมาหาม่อนที่คอนโด เขามีกุญแจสำรองที่ม่อนให้ไว้นานแล้ว จึงสามารถขึ้นไปหาถึงที่ห้องได้เลย พอเปิดประตูเข้าไปปรากฏว่าเจอทั้งเคนและม่อนอยู่ในนั้นพอดี

ทั้งสองกำลังนั่งทานข้าวเย็นไปด้วยและเล่นเกมส์ไปด้วย แต่ม่อนดูไม่สนใจพุตเลย เอาแต่เล่นเกมส์อยู่ไม่หยุด ส่วนเคนหันมาส่งยิ้มให้เล็กน้อยเท่านั้น

"ม่อน ม่อน" พุตเรียกอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ หลังจากถูกเพิกเฉยมานาน พุตจึงหมดความอดทน รีบเดินไปปิดโทรทัศน์ทันที แต่ม่อนกับเคนไม่ได้โกรธอะไร เคนยังคงนั่งอยู่ที่เดิมและทานข้าวในถ้วยต่อไปเรื่อยๆ ส่วนม่อนกลับลุกเดินหนี แม่แต่หน้าของพุตก็ยังไม่อยากจะมอง พุตไม่ยอมลดละ เดินตามจนไปทันบริเวณห้องครัว

"ม่อน! เลิกทำตัวเป็นเด็กๆเสียทีจะได้มั้ย ถ้ายังทำตัวแบบนี้ พี่จะไม่สนม่อนอีกต่อไปแล้วนะ" ม่อนพยายามเดินหลีกออกมา แต่พุตเอาตัวเข้ามาขวางไว้ พร้อมกับจับไปที่แขน

เด็กหนุ่มสะบัดแขนพุตทิ้ง สีหน้าบ่งบอกถึงอาการหงุดหงิด

"น่าเบื่อ!"

"ม่อน!" พุตตะคอกเสียงดังลั่น เขาไม่เข้าสถานการณ์ตอนนี้เลยสักนิด เด็กหนุ่มเบี่ยงตัวจะเดินหนีพุตอีก แต่พุตสวมกอดม่อนไว้ทันจากด้านหลัง

"เป็นอะไร ทำไมถึงได้โกรธพี่ขนาดนี้"

"ปล่อยผมเดี๋ยวนี้" ม่อนแกะมือพุตออกอีก แล้วหันมาเผชิญหน้า

"ผมเบื่อพี่แล้ว พี่แม่งโคตรหน้าเบื่อ ไม่มีความจริงใจ โลเล"

"นี่ยังไม่เห็นเรอะว่าพี่กำลังทำอะไรอยู่ตอนนี้ ถ้าพี่ไม่จริงใจ พี่จะตามม่อนมาถึงที่นี่เรอะ" เด็กหนุ่มทำหน้าสะอิดสะเอียนใส่พุต

"จะไปไหนก็ไป แล้วไม่ต้องกลับมากวนใจผมอีก"

"ม่อน อย่าทำแบบนี้ อย่าหาว่าพี่ไม่เตือนนะ"เด็กหนุ่มคิดว่าพุตกำลังพูดข่มขู่ตัวเองอยู่

"ผมชักจะรู้แล้วหล่ะสิ ว่าทำไมพี่ทัชถึงมีชู้ ก็เพราะพี่เป็นคนแบบนี้นี่เอง ทำตัวน่าเบื่อแบบนี้นี่เอง" น้ำตาพุตไหลหยดลงมาในทันที เขากำหมัดแน่นก่อนตัดสินใจตบหน้าม่อนไปหนึ่งฉาดใหญ่

ม่อนโมโหเพราะพุตทำเขาเสียหน้าต่อหน้าเคน จึงจับพุตเหวี่ยงไปชนกับเคาท์เตอร์ครัวจนข้อศอกไปอัดเข้ากับแก้วที่วางอยู่บริเวณนั้นแตกคาแขน เศษแก้วทิ่มเข้าไปจนลึก เลือดไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะถูกม่อนจับหันหน้ากลับมา แล้วผลักจนเอวติดขอบเคาท์เตอร์ครัวอีก

"กล้าดียังไงถึงมาตบหน้าม่อน ต่อหน้าคนในครอบครัวแบบนี้ ฮ้า!!!" ม่อนโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ จนเคนต้องรีบเข้ามาห้ามไว้

เคยพยายามดึงแขนม่อนออกมา แต่ม่อนจับพุตไว้แน่นเกินไป และคอยกระแทกตัวพุตใส่เคาท์เตอร์ครัวอยู่ไม่หยุด

"ทำไม กลัวม่อนตีพี่เหมือนกับที่พี่ทัชทำเหรอ นี่ถ้าม่อนเลวกว่านี้อีกสักนิด พี่ได้ตายคามือม่อนไปแล้ว และอีกอย่างม่อนก็ไม่ใช่พี่ทัชด้วย พี่อย่าหวังนะว่าม่อนจะสนว่าหลังจากนี้พี่จะรู้สึกยังไง ม่อนไม่แคร์ผู้ชายอย่างพี่เลยด้วยซ้ำ"

"ม่อนหยุด พี่ขอ" เคนพยายามเข้าไปห้ามอีก ในขณะที่พุตก็ใช้สายตาจ้องมองม่อนด้วยความเจ็บปวด เขายืนนิ่งและปล่อยให้ม่อนทำจนพอใจ เลือดที่แขนก็ไหลออกมาไม่หยุด แต่พุตกลับไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด เพราะความเจ็บที่มีทั้งหมดในตอนนี้มันไหลไปอยู่ที่หัวใจมากกว่า

"โธ่เว้ย! พี่ต้องคิดบ้างแล้วนะ ว่าทำตัวยังไงให้ผู้ชายสองคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเบื่อพี่ได้ขนาดนี้" สุดท้ายม่อนก็ยอมปล่อยมือจากพุต แต่สองพี่น้องยังไม่เห็นบาดแผลที่แขนของเขา

"พี่ดีใจนะที่ม่อนเบื่อพี่ได้ไวขนาดนี้ พี่จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปอีกสิบปีเพราะมัวแต่คิดว่าเธอรัก ถ้าม่อนบอกพี่ว่าม่อนไม่เหมือนทัช ก็ดี เพราะพี่จะได้ไม่ต้องเจอหน้าม่อนอีก แต่พี่จะทำกับม่อนเหมือนที่พี่ทำกับทัชทุกอย่าง"

"ตามรังควาญหน่ะเหรอ ไร้ค่า!จริงๆ"

"อะไรทำให้ม่อนมั่นใจขนาดนั้น ว่าพี่จะตามรังควาญเธอ ความสัมพันธ์ของม่อนกับพี่มันแค่ 6 เดือนเองนะ ม่อนคิดผิดแล้ว เพราะสิ่งที่พี่จะทำกับเธอก็คือ ทำให้ม่อนไม่มีตัวตนสำหรับพี่อีกต่อไปต่างหาก"

"ขอให้มันจริงเถอะ"

"ก็คอยดูก็แล้วกัน" ไม่มีน้ำตาไหลนองที่หน้าของพุตอีกแล้ว และสายตาที่เย็นชามันเผยตัวออกมาแทน พุตเดินหนีออกไปจากม่อนอย่างช้าๆ พร้อมกับยกมืออีกข้างขึ้นมากุมแผลเอาไว้ เคนสังเกตุเห็นเป็นคนแรกก่อนที่พุตจะเดินมาถึงตัว

"ฉันรักษาสัญญาแล้วนะว่าจะไม่ทำให้ม่อนเสียใจ แต่นายคงเห็นแล้ว ว่าม่อนเองที่เป็นฝ่ายอยากไปจากฉันก่อน นายทำฉันเสียใจมาครั้งหนึ่งแล้ว ตอนนี้น้องของนายก็มาทำร้ายจิตใจของฉันอีก ดูเหมือนว่านายจะเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดนี้นะ" เคนยิ้มให้ก่อนยื่นหน้ามากระซิบที่ข้างๆหูของพุต

"นายเข้าใจผิดแล้ว ไหนๆก็ไหนๆละ ฉันจะบอกความจริงให้ฟังก็แล้วกัน ม่อนเองต่างหากที่บอกให้ฉันเข้าไปแย่งทัชจากนายมา และครั้งนี้ที่ม่อนอยากตัดนายออกจากชีวิตของเขาก็เป็นเพราะเขาเบื่อจริงๆ" คราวนี้พุตถึงกับช็อคไปเลย และน้ำตาก็เริ่มไหลอาบลงแก้มทั้งสองข้างอีก สิ่งที่เคนพูดจะเป็นจริงหรือไม่นั้น พุตไม่อยากหาความจริงอีกต่อไปแล้ว เมื่อเขาไม่รักแล้วจะอยู่ทำไม ดีนะที่พุตเจ็บจากรักแรกมามาก รักครั้งนี้เขาจึงเผื่อใจไว้บ้างแล้ว แต่ทำไมความเจ็บนี้ กลับเหมือนจะเจ็บมากกว่าเดิมด้วยซ้ำหล่ะ

พุตเดินออกไปอย่างระมัดระวัง เลือดไหลหยดเป็นทาง และตอนนั้นเองที่ม่อนเห็นว่าพุตได้รับบาดเจ็บ แถมม่อนเองยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าพุตไปเจ็บตอนไหน เมื่อไหร่ และอย่างไร.

 

****

เช้าวันรุ่งขึ้น พุตตัดสินใจประกาศขายดาวน์บ้านที่เพิ่งซื้อมาใหม่ในทันที บาดแผลที่ม่อนทำไว้ ถูกเย็บไปเกือบห้าเข็ม พุตต้องปกปิดมันด้วยการใส่เสื้อแขนยาวตลอดเวลา

พุตย้ายของทุกอย่างกลับไปอยู่กับริสาที่บ้านเหมือนเดิม หลังจากวันนั้นม่อนก็ไม่มาหาเขาที่บ้านอีก ทั้งๆที่บ้านของครอบครัวเด็กหนุ่มอยู่ห่างไปไม่กี่หลัง ริสาแปลกใจที่ไม่เห็นหน้าม่อนอีกเลยเธอจึงถามหาเขาอยู่บ่อยๆ พุตเลยต้องโกหกไปว่าม่อนไปเรียนต่อต่างประเทศ คำโกหกนี้เนียนที่สุดแล้ว เธอจะได้ไม่ต้องถามอะไรอีกต่อไป

ทัชนนท์ทำหน้าที่พ่ออย่างที่เขาสัญญาเอาไว้ เขาสังเกตุมาได้สักระยะหนึ่งแล้วว่าม่อนหายไป แต่ทัชนนท์ก็ไม่คิดจะถามพุตเลยแม้แต่คำเดียว เขาตั้งใจจะไม่ล้ำเส้นอีก เพื่อแลกกับการได้อยู้ใกล้ๆพุตและลูกแบบนี้ไปเรื่อยๆ ต่อให้พุตจะหมดรักเขาไปจริงๆก็ตาม

ทัชนนท์แอบรับซื้อบ้านของพุตไว้อย่างเงียบๆและโอนเป็นชื่อของฟิวเพื่อเก็บเป็นสมบัติให้ลูกชายเวลาที่เขาเติบใหญ่ขึ้น ฝากเงินเข้าธนาคารให้อย่างลับๆอีกด้วย ส่วนบ้านที่ทัชนนท์ซื้อไว้อีกหลังก่อนหน้านี้ เขาก็โอนเป็นชื่อของพุตเช่นกัน

ทัชนนท์เป็นคนเดียวที่ไปอยู่ เพราะเขายังหวังไว้ว่าสักวันพุตจะให้อภัยและกลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเก่า แต่ตอนนี้ทำได้เพียงแค่รอเท่านั้น รอให้พุตอภัย.

 

****

1 ปีต่อมา....

"ขายได้แล้วเหรอ" พุตยืนมองรถมอเตอร์ไซต์คู่ใจอยู่หน้าบ้านในเช้าวันเสาร์ ทัชนนท์เดินเข้ามาทักหลังจากนั้น

"อืม ขายได้ละ เจ้าของคนใหม่จะเข้ามาเอาวันนี้ประมาณ 10 โมง"

"ดูเหมือนว่าพุตยังเสียดายอยู่นะ"

"เสียดายสิ พุตก็รักของพุตนะ แต่ถ้ามีไว้แล้วไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเราก็ต้องขายให้คนอื่นไป เผื่อมันเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น" ทัชนนท์ยิ้มก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านเพื่องมองหาฟิว

พุตจึงเดินไปลากสายยางมาฉีดล้างทำความสะอาดและเช็ดถูจนสะอาดระหว่างรอคนมารับไปพลางๆ

 

"นี่นาย" เสียงเรียกฟังดูคุ้นหู พุตรีบเงยหน้าขึ้นมอง

"เคน? นายมาทำอะไรที่บ้านฉัน" เคนยืนชะเง้อมองเข้ามาภายในบ้านจากนอกรั้ว

"นี่บ้านนายเหรอ หาอยากฉิบหาย"

"นายคืนคนที่ฉันนัดมารับรถหรือเปล่า"

"ใช่ ฉันมารับรถ ก็ฉันซื้อฉันก็ต้องมาเอาสิ ถามได้" พุตรีบกวาดตามองไปรอบๆทันที กลัวว่าม่อนจะตามมาด้วย

"มองหาม่อนเหรอ เขาไม่มาหรอก ทำไมเขาต้องมาด้วย" พุตถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เพราะโล่งอก

"ก็ดี" เขาเดินไปเปิดประตูรั้วให้เคน ก่อนพากันเดินเข้ามาดูรถ เคนวนดูรอบๆรถต่ออีกสองรอบ แล้วจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโอนเงินที่เหลือเข้าบัญชีที่พุตให้ไว้

"กุญแจรถหล่ะ" เคนแบมือขอ พุตรีบล้วงมันออกมาจากกระเป๋ากางเกงและยื่นให้ ระหว่างนั้นทัชนนท์เดินกลับออกมาพร้อมฟิวพอดี

"อ้าวทัช ไม่เจอกันนานเลยนะ" เคนรีบหันไปทักทายตามประสาคู่ขาเก่า แต่ทัชนนท์ไม่เล่นด้วย เขารู้สึกว่ามันมีอะไรไม่ชอบมาพากล มันแปลกที่คนซื้อรถของพุตดันกลายเป็นเคนไปเสียได้

"เคน คุณคิดจะทำอะไรกันแน่ มันแปลกที่อยู่ๆเรากลับมาเจอกันแบบนี้ หลังจากที่พวกคุณหายหน้าไปตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา" ทัชนนท์ยิงเข้าประเด็น ไม่คิดจะอ้อม

"คิดมากหน่ะทัช เคนไม่รู้เลยจริงๆว่ารถคันนี้เป็นของพุต ก็เห็นมันประกาศขาย" ทัชนนท์อ้าปากจะพูดอีกและพุตเข้ามาห้ามไว้

"อืม.. ก็ดี ถ้านายโอนเงินให้ฉันแล้ว และนายก็ได้กุญแจจากฉันไปแล้วเช่นกัน ถ้างั้นก็เชิญออกจากบ้านฉันไปได้ละ" เคนไม่ต้องการต่อปากต่อคำกันให้มากความไปกว่านี้ เขาอาศัยจังหวะออกปากไล่ของพุต ใช้มันให้เป็นประโยชน์ รีบขึ้นนั่งบนมอเตอร์ไซต์ สตาร์ทรถแล้วขี่ออกไปอย่างรวดเร็ว

อันที่จริงลึกๆแล้วพุตก็แอบหวั่นกับคำพูดของทัชนนท์เช่นกัน แน่นอนว่าเคนต้องรู้ว่าเขากำลังมารับรถที่บ้านของใคร แต่คำถามคือจะทำไปเพื่ออะไร

"เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมสีหน้าดูเป็นกังวลจัง" ทัชนนท์ถาม พร้อมกับวางมือไว้ที่บ่า

"เปล่า แค่กำลังคิดถึงรถหน่ะ อยู่ด้วยกันมาตั้งนาน"

"ทัชขอถามอะไรพุตสักอย่างจะได้ไหม" ทัชนนท์ดูกล้าๆกลัวๆ

"ได้สิ ถามมาเลย"

"ทัชแค่สงสัย ว่าทำไมพุตถึงขายบ้าน ขายรถ ทำอย่างกับว่าจะย้ายไปไหน" พุตหันมายิ้ม

"ไม่เลย ไม่ได้จะไปไหน ขายก็เก็บเงินไว้ให้ลูกนั่นแหละ"

"ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้เลย พุตยังมีทัชอยู่ทั้งคนนะ ทัชไม่ปล่อยให้ลูกลำบากหรอก"

"อืม ขอบคุณ"

 

****

สองอาทิตย์ต่อมา ขณะที่พุตกับกำลังเดินเล่นอยู่กับฟิวที่ห้างแห่งหนึ่งใจกลางเมือง

"เอ้ พรุ่งนี้เป็นวันเกิดใครกันนะ" พุตก้มหน้าลงไปพูดหยอกล้อกับลูกชายตัวน้อยอยู่เป็นพักๆ

"ของฟิวเองครับ" เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมายิ้ม ฟิวอายุใกล้จะหกขวบแล้ว วันนี้พุตจึงพามาเลือกซื้อของขวัญวันเกิด และพามาเที่ยวไปด้วยพลางๆ

'ฮัลโหลทัช ว่าไง มีอะไรหรือเปล่า' พุตรับสายจากทัชนนท์ อันที่จริงวันนี้พวกเขานัดกันไว้แล้วว่าจะพาฟิวมาเที่ยวด้วยกัน แต่เผอิญทัชนนท์มีงานค้างอยู่นิดหน่อยจึงมาช้ากว่าเวลานัดหมาย

'ทัชมาถึงแล้วนะ อยู่ไหนแล้วตอนนี้'

'พุตกำลังจะพาลูกเดินไปที่ร้านอาหารที่เรานัดกันอยู่พอดี'

'ถ้างั้นเจอกันในอีก 10 นาทีนะ'

'อืม' ขณะที่พุตกำลังเก็บมือถือใส่กระเป๋ากางเกง

 

"พ่อม่อน" ลูกชายตัวน้อยตะโกนเรียกชื่อที่คุ้นเคย และวิ่งเข้าไปหาในทันที เด็กหนุ่มที่เคยรู้จัก คนที่คิดไว้ว่าชาตินี้ไม่ได้เจอหน้ากันอีกแล้ว อยู่ๆก็กลับมาเจอกันโดยบังเอิญ(บังเอิญไปหรือเปล่า)

สีหน้าท่าทางของพุตแสดงออกมาให้เห็นเลยว่าเกลียดม่อนมากแค่ไหน แม้แต่หน้าของเขายังไม่อยากจะมองเลยสักนิด และสิ่งแรกที่ม่อนทำหลังจากไม่เจอกันนาน ก็คงหนีไม่พ้นการสร้างภาพกับลูกชายที่ไร้เดียงสาของเขา เด็กหนุ่มทั้งกอดทั้งหอมฟิวปานกับว่าคิดถึงใจจะขาด

"บังเอิญจังเลยนะครับพี่พุต" เด็กหนุ่มแหงนหน้าขึ้นมาพูดด้วย

"อืม บังเอิญ"

"พรุ่งนี้วันเกิดฟิว พ่อม่อนซื้อของเล่นให้หน่อย" ฟิวพูดแทรกขึ้นมาตามประสาเด็ก

"ได้สิ ไปกันเลยมั้ย" ม่อนลุกขึ้นยืนและกำลังจะดึงแขนฟิวไป แต่พุตห้ามไว้ก่อน

"ไม่ได้! พี่กับฟิวเรามีที่ๆต้องไปแล้ว" พุตรีบรวบตัวฟิวขึ้นมาอุ้มไว้ และกำลังจะเดินหนีไป

"พี่ไม่ต้องแสดงท่าทีเกลียดผมซะขนาดนี้ก็ได้นะ พี่พุต" พุตหมุนตัวหันกลับมาเผชิญหน้าเขาอีก

"ก็พี่เกลียดเธอมาก ถ้าไม่ให้ทำหน้าแบบนี้ แล้วจะให้ทำหน้าแบบไหนหล่ะ" เมื่อได้พูดตอกหน้าจนหนำใจ พุตก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว

ม่อนทำได้เพียงกัดฟัน ยืนกำหมัดแน่น พร้อมกับหายใจถี่แรง เขาไม่ได้โกรธพุตแต่กำลังโกรธตัวเองอยู่ต่างหาก

 

****

หนึ่งปีก่อนหน้านี้...

หลังจากม่อนทะเลาะกับพุตได้หนึ่งอาทิตย์ ม่อนก็ตามจีบน้องพิม ดาวมหาลัยได้สำเร็จ แต่ทำไมเขากลับไม่มีความสุขเลย ม่อนยังข้องใจเกี่ยวกับเรื่องวันนั้น เขาคาดเอาไว้ว่าพุตจะตามมาง้อ แต่กลับไร้วี่แวว มันเลยทำให้นึกถึงภาพก่อนที่พุตจะเดินออกจากห้องไป เคนได้กระซิบกระซาบพูดอะไรบางอย่างกับพุตเอาไว้ ม่อนร้อนใจอยากรู้คำตอบ เขาจึงรีบขับรถไปหาเคนยังสตูดิโอที่เคนกำลังทำงานอยู่ทันที

"มีอะไรหรือเปล่าถึงได้มาหาพี่ถึงที่นี่" เคนเปลี่ยนชุดไปพลางๆ สำหรับถ่ายแบบเซ็ทถัดไป

"ม่อนอยากจะรู้ว่าวันนั้นพี่เคนพูดอะไรกับพี่พุต ก่อนเขาจะเดินออกจากห้องไป"

"ทำไมอยู่ดีๆถึงอยากรู้ขึ้นมาหล่ะ" เคนเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จพอดี เลยชวนม่อนมานั่งคุยแทน

"พี่เห็นว่าม่อนเบื่อพุตแล้ว เลยอยากช่วย ไม่ให้พุตมาตามรังควาญม่อนเหมือนกับตอนที่ไปตามรังควาญทัชสมัยนั้น โดยการบอกความจริงไปเลยหมดทุกอย่างว่าม่อนเป็นต้นเหตุที่ทำให้ทัชกับพุตเลิกกัน"

"อะไรนะ!? มิน่าหล่ะ พี่พุตไม่โผล่หน้ามาอีกเลย" ม่อนตกใจกับสิ่งที่เคนเพิ่งบอกเขา

"ดีออกจะตาย พี่บอกแล้วไงว่าม่อนชอบทำตัวเป็นของตายของพุตมากเกินไป ตอนนี้ม่อนไม่เป็นแบบนั้นแล้ว ไม่ดีเหรอ"

"ผมไม่รู้!" ม่อนตะคอกเสียงดังลั่น พร้อมกับแสดงท่าทีไม่สบายใจ

"พี่ทำไปเพื่อม่อนนะ วันนั้นม่อนก็ยังด่าพุตอยู่ฉอดๆเลยว่าทั้งเบื่อ ทั้งรำคาญเขานี่" เด็กหนุ่มกระวนกระวาย ไม่คิดว่าความลับที่รักษามาตลอดสี่ปีจะถูกเปิดเผยออกมา เพียงเพราะความหวังดีของพี่ชาย

"ใช่วันนั้นม่อนพูดไปเพราะโมโห แต่หลังจากนั้นม่อนก็ไม่มีความสุขอีกเลยรู้ไหม ยิ่งเห็นว่าเผลอทำพี่เขาบาดเจ็บจนเลือดออกมามากขนาดนั้นน ม่อนก็ยิ่งไม่มีความสุขเข้าไปอีก

"อ้าว แล้วม่อนต้องการให้พี่ทำยังไงกันแน่ แต่พุตก็ทำตัวน่าเบื่อจริงๆนะเลิกๆไปเถอะหน่ะ ดีแล้ว เผลอๆพุตไม่เคยรักม่อนด้วยซ้ำ ถ้ารักก็คงตามตื้อไม่เลิก แต่นี่อะไรกลับไม่เห็นแม้แต่เงา" ม่อนเดินเข้าไปชกกำแพงจนหลังมือแตก สิ่งที่เขารู้ในตอนนี้คือทำพลาดอย่างมหันต์ ทีแรกม่อนนึกว่าตัวเองรู้สึกรำคาญพุตจริงๆ แต่ที่ไหนได้ ที่ม่อนพูดและทำไปทั้งหมดมันเป็นเพราะน้อยใจและโกรธเท่านั้น

"หยุดม่อน หยุดทำร้ายตัวเองเดี๋ยวนี้ ต้องการอะไรบอกพี่มาสิ พี่จะทำให้ หยุดต่อยกำแพงได้แล้ว!"

ม่อนสะบัดแขนของเคนจนหลุดออก และเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว เขาขับรถตรงดิ่งไปหาพุตยังหน้าบริษัท แต่กลับนั่งรออยู่แต่ในรถ เพื่อใช้เวลานั่งสรรหาคำขอโทษดีๆก่อนจะเดินเข้าไปหา

'ส่งข้อความไปก่อนดีกว่า' ม่อนหยิบมือถือขึ้นมา เลยไปเห็นข้อความที่ยังไม่ได้เปิดอ่านที่ถูกส่งมาจากพุตได้ประมาณสามอาทิตย์แล้ว

 

[ม่อน พี่ขอโทษนะที่ทำให้เธอคิดมาก แต่ระหว่างทัชกับพี่มันไม่มีอะไรแล้วจริงๆ พี่อยากให้เธอเชื่อใจพี่ เรามาเริ่มต้นกันใหม่ดีมั้ย พี่รักเธอนะ]

 

โลกทั้งใบที่ม่อนสร้างไว้ถึงกับพังทลายลงมาในพริบตา ทุกอย่างมันผิดเพี้ยนไปหมด พุตไม่เคยลังเลเลยสักนิด เขาเลือกม่อนมาตั้งแต่แรก และม่อนก็หวาดระแวงมากเกินไป ตอนนี้เด็กหนุ่ม กลายเป็นอีกคนที่พุตเกลียดไปแล้ว น้ำตาม่อนจึงร่วงหล่นลงมาจากตาโดยไม่รู้ตัว

"ไม่นะ มันจะกลายเป็นแบบนี้ไม่ได้ ผมเสียพี่ไปไม่ได้จริงๆ" เด็กหนุ่มรู้ตัวในทันที ว่าสูญเสียพุตไปแล้ว สี่ปีที่คอยตาม และคอยวางแผน เพื่อพิชิตหัวใจ พอได้มา ดวงตากลับมืดบอดเกินไป จนมองไม่เห็นว่าได้ครอบครองทั้งตัวและหัวใจของพุตไปแล้ว ไม่เพียงไม่ดูแล แต่เขากลับเป็นคนทำลายมันกับมือ.

 

....แล้วพุตก็เดินออกมาจากตึกหลังจากหมดเวลาทำงานไม่ถึงครึ่งชั่วโมง สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเศร้า ม่อนพยายามส่องหาบาดแผลที่เกิดจากฝีมือตัวเอง แต่พุตอยู่ไกลมากเกินไปแถมยังใส่เสื้อแขนยาวตัวบางๆปิดไว้อีกด้วย ทำให้เขามองไม่เห็น เด็กหนุ่มอยากวิ่งลงไปกอดพุตใจแทบขาด แต่ก็ทำไม่ได้ ม่อนรู้ดีว่าพุตจะทำยังไงกับเขา มันคงไม่ต่างไปจากที่พุตเคยทำกับทัชนนท์อย่างแน่นอน เผลอๆมันอาจจะมากยิ่งกว่าด้วยซ้ำ

"ม่อนจะรอให้พี่ใจเย็นก่อนก็แล้วกัน รอม่อนนะพี่พุต ม่อนจะทำทุกทางเพื่อให้พี่คืนความรักของพี่มาให้ม่อนเหมือนเดิมให้ได้"

...

เวลาปัจจุบัน....

ยิ่งนึกถึงอดีตที่ทำพลาดไป ม่อนยิ่งทรมาน เด็กหนุ่มยืนมองคนรักเดินหนีไปจนลับตา ตลอดหนึ่งปีมานี้เขาไม่ได้หายไปไหนเลย ม่อนแค่กลับไปใช้วิธีเดิม คือแอบตาม แอบมองพุตอยู่ทุกวันไม่เคยเปลี่ยน ม่อนจำต้องถอยให้พุตไปก่อนหนึ่งปี เพื่อรอจังหวะให้เขาหายโกรธแต่ดูเหมือนมันไม่เคยลดน้อยลงไปเลยสักนิด

"ใช่ครับ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เรื่องของเราไม่มีคำว่าบังเอิญ ถ้าคราวนี้มันยากนัก ผมคงต้องใช้วิธีเดียวที่เหลืออยู่" ม่อนยืนพูดและหัวเราะอยู่กับตัวเองราวกับคนบ้า ก่อนจะเดินตามพุตกับฟิวไป.

 

*****

'นี่มึงชอบเอาผู้ชายเหรอไอ้ม่อน' พิภพถือวิสาสะเปิดประตูคอนโดเข้ามาภายในห้องของม่อนโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ในขณะที่ม่อนกำลังนั่งช่วยตัวเองอยู่บนเตียง ร่างกายไร้เสื้อผ้าใดๆสักชิ้น พร้อมกับเปิดคลิปแอบถ่ายพุตตามสถานที่ต่างๆ ตลอดหนึ่งปีมานี้.

 

 

ธิดาสิระ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น