email-icon

เรื่องคนธรรพ์หนุ่มขี้อ่อยกับบุตรสาวพญานาครักสนุก เขาต้องพาเธอกลับบ้าน เธอต้องการเที่ยวเล่นไปเรื่อยๆ ใครจะเสร็จใครมาลุ้นกันค่ะ

21 - หวานรสสตรอเบอรี่

ชื่อตอน : 21 - หวานรสสตรอเบอรี่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 752

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ม.ค. 2563 19:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
21 - หวานรสสตรอเบอรี่
แบบอักษร

ผณินวารีงัวเงียลุกขึ้นจากเตียง ผมเผ้าฟูยุ่งเหยิง เธอเผลอหลับไปหลังจากร่วมรักรอบล่าสุด  

ดวงตากลมโตมองไปรอบๆ เอ๊ะ เขาหายไปไหน ? อ้อ.. เสียงจานกระทบกันในครัวแปลว่าเขาต้องอยู่ที่นั่นแน่เลย.. เธอจึงลุกขึ้นหยิบเสื้อคลุมแพรลืื่นๆ สวมทับเดินแอบย่องเดินตามหาคีตเทพกรรณ 

แล้วเธอก็เห็นชายหนุ่มผิวขาว สูงโปร่งที่เปลือยกายหันหลังอยู่ที่เคาเตอร์ครัว ทำท่าเหมือนกำลังปอกแอปเปิ้ลอยู่ สงสัยเขาคงจะหิว.. เธอมองแผ่นหลังแน่นๆ อย่างหลงใหล  

เขาช่างน่ารักจัง เขาทำจนเธอหมดแรงสลบไปนะนี่..  

นางนาคีจำแลงยิ้ม  

อยากเดินไปโอบหลังเขาจัง..  

รักคือคำ คำนี้ รักคือความอดทนทุกอย่าง... เสียงเพลงเรียกเข้าริงโทนมือถือของคีตเทพกรรณดังขึ้น  

สองเท้าของผณินวารีชะงัก ชายหนุ่มวางมือแล้วรับโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้น "ครับ คีตาพูดครับ"

หญิงสาวยืนนิ่งฟังตาโต เขามีใครโทรหายามวิกาลแบบนี้ด้วยหรือ ?

"ครับ ทราบครับ ผมเข้าใจ ผมขอเวลาอีกหน่อยครับ เธอ คงยังไม่พร้อม" 

ผณินวารีแทบเข่าอ่อน ! หัวใจแทบหยุดเต้น ! มือเรียวเกาะผนังบ้านพยุงตัวไม่ให้ล้ม.. เขาหมายถึงใคร ? แปลว่าอะไรที่เขาพูดว่า เธอ คงยังไม่พร้อม ? เธอ คนไหน ? ใช่เธอหรือ จะมีใครอีกนอกจากเธอ ?  

หญิงสาวขนลุกเกรียวขึ้นทันที.. คีตา คีตาคุยกับใคร ? เกี่ยวกับเธอ ? ดวงตากลมโตเริ่มไหวระริก...

ความหวาดระแวงเริ่มท่วมใจขึ้นมา..

คีตเทพกรรณยังคงคุยโทรศัพท์ต่อโดยไม่รู้ว่ามีคนยืนแอบฟัง "ผมเข้าใจ แต่เธอมีความคิด มีหัวใจ จะไปบังคับใจเธอคงไม่ได้หรอกครับ ผมไม่ทำหรอก ผมสนิทกับเธอขนาดนี้ เธอก็ยังไม่ได้ไว้ใจผม จะให้ผมพูดหว่านล้อมให้เธอยอมกลับไป ผมทำไม่ได้หรอก ผมยังมีเวลาไม่ใช่หรือครับกับภารกิจนี้ ?"

ไม่ ! ในใจของนางนาคีจำแลงอยากจะกรีดร้องออกมา !

เธอรีบปิดปากกลั้นไว้ ! หัวใจเริ่มปวดจี๊ด.. ทำไม ?

เขา คีตา ถูกใครสักคนขอให้มาตีสนิทกับเธอ ?

ดวงตากลมโตของผณินวารีไหววูบ น้ำตาเริ่มคลอตา.. ใครสักคนขอให้เขาหว่านล้อมพาเธอกลับไป.. ไปอยู่กับใครสักคนที่เธอไม่ต้องการ.. !

ผณินวารีตัวสั่น ! ต้องเป็น สุกณ เสี่ยมาเฟียเจ้าของบ่อนคาสิโนผิดกฎหมายแน่ๆ ! อดีตคู่นอนคนนี้หลงใหลคลั่งไคล้เธอจนน่ากลัว ! กว่าเธอจะหนีพ้นจากเขาได้ ต้องลงทุนออกอุบายไปมากมาย ! มีแค่สุกณคนเดียวในบรรดาอดีตคู่นอนที่จะบ้าพอทำอะไรอย่างนี้..

สองขาเรียวมองคีตเทพกรรณอย่างผิดหวัง และค่อยๆ ถอยหนี..

ไม่ เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่า คีตาจะเป็นคนอย่างนี้ ! เขาช่างน่ารักเอาใจใส่เธอ ไม่น่าเชื่อว่าเขาอาจจะเป็นคนที่สุกณจ้างหรือขอให้มาตีสนิทเธอ !

แต่ความจริงที่ได้ยินเต็มสองหูมันยากจะแปลเป็นอื่น..

หญิงสาวตัวสั่น เธอรู้จักเขาแค่ไหนกันเชียว ? จึงจะไม่เชื่อสิ่งที่เพิ่งได้ยิน ?

น้ำตาเริ่มคลอดวงตากลมโต สองเท้าของนางนาคีจำแลงจึงรีบเดินหนีกลับไปที่ห้องนอน..

เธอทรุดลงนั่งบนเตียง

รู้สึกไม่ปลอดภัย

รู้สึกเจ็บปวด ราวโดนทรยศหักหลัง

รู้สึกโง่...

เธอเอามือปิดหน้ากลั้นเสียงร้องตกใจ เธอไม่น่าชอบคีตาง่ายๆ เลย ! แค่สนุกทางกายก็พอ ทำไมไม่จำ ! เผลอใจให้เขาไปแล้ว แล้วเป็นอย่างไร ? ในที่สุดเขาก็หลอกลวง เขาคงไม่ใช่คนที่เขาบอกว่าเขาเป็น ! เธอปาดน้ำตาที่เอ่อออกมา ทำไมนะ ? ผู้ชายดีๆ ถึงกลายเป็นตลบแตลงปลิ้นปล้อนไปหมด ? เธอต้องโดนหลอกให้รักอีกกี่หน ?

นางนาคีสาวปักใจแน่นอนว่า คีตาต้องถูกสุกณจ้างมาให้หลอกเธอ สุกณไม่ค่อยยอมแพ้ อะไรที่ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาชนะด้วยกล เธอรู้ดี เกือบจะแน่ใจด้วยซ้ำว่า สุกณเป็นคนแบบที่สามารถทำได้ทุกอย่าง รวมทั้งจ้างคนอย่างคีตามานอนกับเธอเพื่อหลอกให้เธอกลับไปหา..

ผณินวารีปาดน้ำตา ดวงตากลมโตแวววาวเคืองโกรธ

ในเมื่อคีตาหลอกลวงเธอ แต่เธอไหวตัวทัน เธอก็จะเล่นงานเขาก่อน !

--------------------

คีตเทพกรรณเดินถือจานผลไม้มาวางข้างๆ เตียง กับน้ำแก้วหนึ่ง ภาพเธอบนเตียงทำให้เขาอยากปลุกเธอขึ้นมาอีกสักรอบสองรอบจัง ดวงตาสีสวยของเขามองเธออย่างอ่อนหวาน เธอช่างสุดยอดเหมือนนางในฝันที่เขาไม่เคยคิดจะได้พบ แต่ละครั้งที่ร่วมรักกัน เขาอิ่มล้นด้วยความสุขชุ่มฉ่ำหัวใจ

หนุ่มนักดนตรีหน้าสวยนอนตะแคงลงบนเตียง มองสาวที่นอนหลับตา ผมกระจายเต็มหมอน ริมฝีปากอิ่มของเธอบวมนิดๆ น่าขบเล่นอีกเพราะมันช่างหวานอ่อนๆ กระตุ้นอารมณ์ อกอวบอัดที่สู้มือเขาโผล่พ้นผ้าห่มทำให้เขาเริ่มอึดอัดกายอีกรอบ.. เธอเกิดมาเพื่อสยบผู้ชายให้หมอบแทบเท้าจริงๆ ขนาดยังไม่ได้ใส่จริตอ่อนหวานน่ารักบีบหัวใจให้กระตุก เขายังเพ้อไปขนาดนี้.

คนธรรพ์จำแลงยอมรับว่าตกหลุมรักอย่างช้าๆ และลึกลงเรื่อยๆ ตอนนี้เขาได้บ้าบิ่นขนาดบอกเอราวัณทางโทรศัพท์ไปว่า เขาไม่อยากเร่งรัดพาเธอกลับโลกบาดาลไปอยู่กับพ่อแม่เธอเสียแล้ว.. รู้ทั้งรู้ว่า เสร็จแล้วเอราวัณต้องรายงานถึงพระเนตรพระกรรณของพระอินทร์ และเขาอาจตกสวรรค์ถูกตัดหางถีบลงมาอยู่บนโลกมนุษย์ถาวร ไม่ได้เล่นดนตรีบนสวรรค์อีกเลย.. แต่เขาก็ไม่ได้คิดเสียดาย ดนตรีเล่นที่ไหนก็คงเหมือนกัน

เขามองขนตาหลับพริ้มเป็นแพของเธอ แล้วก็ถอนหายใจ.. ขอให้มีเธอเป็นแรงบันดาลใจสำหรับดนตรีของเขาก็น่าจะพอแล้ว.. ชายหนุ่มเสยผมระบายความอัดอั้นในใจ แล้วก็ตัดสินใจแกล้งเธอ

เขาหยิบสตรอเบอรี่มาจ่อที่ปลายจมูกพอให้เธอได้กลิ่น .. ก่อนเอามันแตะๆ ริมฝีปาก..

ดวงตากลมโตจึงเปิดขึ้นมองเขา แววตานิ่งสงบสวยเหมือนสายน้ำสีทองจ้องเขานิ่งๆ คีตเทพกรรณยิ้ม ยามตื่นนอนไม่ตั้งใจอ่อยใคร เธอดูสงบนิ่งมีพลังมีเสน่ห์ไม่เบา เขายิ้ม กระชุ่มกระชวยในหัวใจเพราะจำได้ว่าไม่เคยเห็นเธอลืมตาตื่นนอนเลย เธอตื่นก่อนเขาก่อนทุกครั้งและกลายร่างเป็นงูเขียวอ่อนไหลไปห้องน้ำทุกที เขาจุมพิตหน้าผากมน "ตื่นมากินอะไรหน่อยไหมครับ ? จะได้นอนสบาย ? ผมปอกแอปเปิลกับล้างสตรอเบอรี่มาให้ น้ำก็มีถ้าหิว"

ผณินวารียิ้ม แต่แววตาไม่ยิ้ม "ขอบคุณค่ะ" แล้วมือเรียวก็จับข้อมือเขาที่ถือสตรอเบอรี่ยั่วเธอ สาวสวยเผ็ดจงใจค่อยๆ เผยอปากเลีย ก่อนอมลูกสตอรเบอรี่ค่อนข้างใหญ่อย่างจงใจยั่วยวน ทำให้ชายหนุ่มที่ถือผลไม้อยู่มือแทบสั่นกับความเย้ายวนใจที่เห็น..

คีตเทพกรรณกลืนน้ำลาย มองเธอเคี้ยวอย่างเซ็กซี่น่ารัก ดวงตาเขาแวววาว เขาอดใจไม่ไหวจึงโน้มลงจูบปากของเธอ รสน้ำหวานอ่อนๆ ของสตรอเบอรี่กับริมฝีปากอิ่มของเธอทำให้เขายิ่งมึนเคลิ้มหลงใหล สองแขนของเขารีบกอดเธอไว้กับอก ก่อนล่วงล้ำก่อกวนให้เธอชื้น..

ผณินวารีคราง ผมหยิกเป็นลอนส่ายไปมาตามความเสียวและการบิดเร่า.. หญิงสาวไม่รอช้า ผลักเขาลงนอนราบแล้วตวัดขาเรียวขึ้นคร่อม ร่างกายเปลือยเปล่าสวยสล้างของเธอบรรจงสวมสอดลงไปอย่างพอดี ชายหนุ่มผิวขาวเนื้อตัวแน่นหนั่นใบหน้าเหยเก กัดฟันกับความเสียวพอดี "อืม วะ วารี อาา" เขากลั้นหายใจ แล้วสู้โหมกาย..

หญิงสาวยิ้มพราย ดวงตากลมโตมีแววเย็นชา เธอโยกควบเขาจนตัวเองเริ่มจะเคลิ้มหลุดลอย มือไม้ใบ้บอกให้เขาปรนเปรอเอาใจสัมผัสอกสาวของเธอ..

"อ๊าาา" เธอครางพร้อมกับเขา..

แล้วหญิงสาวก็ยิ้มหวาน ทั้งๆ ที่ยังหอบเนื้อตัวซึมเหงื่อ แต่แววตาของเธอเย็นเยียบ "คีตาคะ ขอบคุณมากนะคะ สำหรับทุกอย่าง วารีจะจำไว้ว่าคีตาเคยน่ารักขนาดนี้"

คีตเทพกรรณอ้าปากค้าง "วารี มะ หมายความว่ายังไง ?" เขาเริ่มหน้าซีด ใจหายวาบ ! รีบยันตัวเองให้นั่งตรง แม้มีสาวร่างเซ็กซี่นั่งคร่อมอยู่ "วารี จะ จะ ทำอะไร ?"

หญิงสาวที่ยังนั่งคร่อมเขา ขยับตัวเองให้หลุดออกจากตัวเขา เธอเสยผม ทำท่ายิ้มน่าเอ็นดู ดวงตากลมวาวเป็นสีทองประหลาดเหมือนอำพันวาวแสงจากข้างใน..

แล้วเธอก็ขยิบตา "ลาก่อนนะคะที่รัก..."

ดวงตาสีน้ำตาลของคีตเทพกรรณเบิกกว้าง ใบหน้าของเขาซีดเผือก เขานิ่งสนิทเหมือนถูกแช่แข็ง .. ดวงตาไม่กระพริบ ริมฝีปากยังเผยอเหมือนอยากจะถามอีก.. แต่ไม่มีสิ่งใดขยับได้อีกเลยราวกับเพิ่งโดนพิษงูทำให้ตัวชาขาดสติไม่รู้เนื้อรู้ตัว..

ผณินวารียิ้มเศร้า แล้วก็ยืดอก เชิดหน้า เธอเสยสะบัดผมแล้วค่อยๆ ถอยลงจากเตียง หยุดยืนมองชายหนุ่มที่ยังนั่งท่าเดิม แผงอกแน่นหนั่นของเขายังหายใจเข้าออกขึ้นลง แต่เขาจะไม่ลุกขึ้นตามหาเธออีกนาน.. เธอตั้งใจซื้อเวลาสักหน่อยเพื่อเก็บกระเป๋า...

ถึงเวลาย้ายบ้านแล้ว .. ย้ายก่อนที่สุกณจะตามมาพบ !

---------------------

" งั่ม !"

"โอ๊ย !"

"รู้สึกตัวได้แล้ว เจ้าเทวดาหน้าขาว ! มัวแต่นั่งเป็นบ้าใบ้อยู่ได้ ! ดูซิ ! ยายนาคีเก็บกระเป๋าแล้วหนีไปไหนไม่รู้ !"

คีตเทพกรรณค่อยๆ มองซ้ายมองขวา

เขากำลังนั่งนิ่งอยู่บนเตียงนอนที่ยับยุ่งเหยิง จานผลไม้ใกล้ๆ เริ่มส่งกลิ่น และมีเต่าตัวเล็กๆ สีดำกำลังงับมือเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย !

มันแหงนหน้าจ้องเขา น้ำเสียงโมโหสุดขีด ! "เจ้างั่ง ! ทำอีท่าไหน นางถึงเก็บข้าวเก็บของออกไป ? ทำไมทำหน้าอย่างนั้น ! จำอะไรได้บ้าง ฮึ ?"

คีตเทพกรรณมองมือตัวเองที่มีรอยคมๆ จากปากเจ้าเต่าตัวจิ๋ว แล้วก็มองไปรอบๆ ห้อง ก่อนหันมาหาเจ้าเต่าตัวจิ๋ว เขาขมวดคิ้ว...

"ไหนละนางนาคจำแลงที่เจ้าอยากให้ข้าพบนักหนา ? เมื่อไรจะปรากฏตัว ?"

เต่าตัวจิ๋วตาเหลือกจนแทบถลนออกจากเบ้า ! อ้าปากค้างราวกรามหลุดออกจากปาก !

เพราะคีตเทพกรรณจำไม่ได้เลยว่าเคยพบผณินวารี !

" ฉิบหายแล้ว !" เจ้าเต่าอุทาน

ความคิดเห็น