email-icon

เรื่องคนธรรพ์หนุ่มขี้อ่อยกับบุตรสาวพญานาครักสนุก เขาต้องพาเธอกลับบ้าน เธอต้องการเที่ยวเล่นไปเรื่อยๆ ใครจะเสร็จใครมาลุ้นกันค่ะ

20 - ค่ำคืนฉ่ำหวาน

ชื่อตอน : 20 - ค่ำคืนฉ่ำหวาน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 841

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ม.ค. 2563 13:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
20 - ค่ำคืนฉ่ำหวาน
แบบอักษร

ผณินวารีมองคีตเทพกรรณระหว่างกินข้าว ดวงตากลมโตจ้องเขาอย่างใช้ความคิด เหมือนลังเลใจว่าจะพูดดีไหม.. "คีตาคะ คีตารู้ชื่อจริง นามสกุลจริงของตัวเอง รู้แล้วว่าตัวเองมีงานทำเป็นถึงเจ้าของสตูดิโออัดเสียงในกรุงเทพฯ คีตาไม่อยากกลับบ้านไปทำงานหรือคะ ?"

ชายหนุ่มหน้าขรึมลง แต่ไม่ยอมเงยหน้าจากจานข้าวของเขา "ผมพอจำได้ว่า ผมไม่ได้เป็นคนบริหารสตูดิโอคนเดียว ผมเป็นเจ้าของเงิน แต่เพื่อนผมที่เข้าหุ้นกันเขาทำเป็นส่วนใหญ่ ผมเองก็ไม่รู้ที่ผมอยู่ในสภาพนี้มันเกิดขึ้นเพราะใครมีเจตนาไม่ดีกับผมหรือเปล่า ผมจึงไม่อยากรีบกลับไป ตระกูลก๊ก มีลูกหลานหลายสาย แย่งแบ่งสมบัติ แย่งอำนาจกัน ผมเป็นสายที่หัวเดียวกระเทียมลีบ คนน้อยที่สุด ไม่มีปากเสียงที่สุด ถ้าผมหายไป ก็คงไม่มีใครคิดถึงหรือสนใจ ไม่มีใครจะเป็นเดือดเป็นแค้นแทน"

คนธรรพ์จำแลงพูดจบก็ก้มหน้า ไม่อยากให้เธอรู้ว่าเขาเพิ่งพูดโกหกหน้าตาย พูดไปตามบทที่เจ้าเต่าตนุแอบกระซิบบอกมา..

ผณินวารีฟังแล้วไม่คิดระแวง จึงสงสารยื่นมือไปกุมมือเขาไว้ "วารีขอโทษที่ถาม แต่วารีเป็นห่วง ไม่อยากให้คีตาเสียงานเสียการเพราะมาขลุกอยู่กับวารี เพราะ.."

เธอชะงัก.. อยู่ดีๆ ก็แก้มแดงเพราะสิ่งที่เกือบจะพูดออกไป...

คีตเทพกรรณเงยหน้า ดวงตาสีน้ำตาลอมทองเขามีคำถาม "เพราะอะไรหรือครับวารี ?" เขาตัดสินใจถามเมื่อเห็นเธอนิ่งไปนาน..

หญิงสาวรีบถอนมือที่กุมเขาออก ก้มหน้ากินข้าว เสแสร้งว่าไม่รู้ไม่ชี้ "เพราะคีตาน่ารักกับวารี วารีก็อยากให้คีตามีความสุข ไม่เสียงานนะแหละค่ะ" เธอเงยหน้าแสร้งยิ้ม "วารีเป็นคนดีน่ารักใช่ม้า..." หญิงสาวกลบเกลื่อน...

คีตเทพกรรณยิ้ม "ครับ ดีน่ารักที่สุดเลย" เขาหยอดคำหวาน ที่ไม่ใช่คำพูดเกินจริง เพราะหัวใจเขาที่ผ่านมาก็เริ่มจะเอนเอียงโดยเขาไม่รู้ตัว.. โหนกแก้มของเขาระเรื่อขึ้นนิดหน่อยโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว..

ผณินวารีที่ก้มหน้าอยู่ก็แทบจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก เกือบแล้ว เกือบไปแล้วที่เธอจะหลุดปากบอกเขาไปว่า เพราะเธอเริ่มตกหลุมรักเขาเข้าให้แล้ว แต่ไม่ ! นางนาคีจำแลงบอกตัวเองว่า จะไม่มีวันบอกรักชายใดอีกแล้วตราบเท่าที่ยังมีลมหายใจ เพราะเข็ดจนตายกับการบอกรักก่อนแล้วเสียใจแทบตาย..

สำหรับเธอ ความรักดูเหมือนไฟอยู่ใกล้แค่ให้อบอุ่นก็เพียงพอแล้ว แต่เธอจะไม่ใกล้เกินไป เธอต้องรักษาหัวใจตัวเองไว้ให้ดี หญิงสาวเตือนตัวเอง เธอชำเลืองมองหนุ่มหน้ามนตรงหน้าแล้วก็เริ่มกลุ้มใจ..

แต่เขาน่ารักจริงๆ นะ.. ไม่มีอะไรให้ตำหนิว่าไม่น่ารักเลยซักอย่าง...

ดวงตากลมโตของหญิงสาวเริ่มเพ้อล่องลอยวูบไปไกล แก้มเริ่มเปลี่ยนสีเข้มขึ้น แต่ไม่ใช่ด้วยความตื่นเต้นที่จะได้สัมผัสร่างกายเขา แต่เป็นอะไรที่ลึกซึ้งกว่านั้น..

-----------------

คีตเทพกรรณล้างจานอาหารค่ำเสร็จ ก็รินไวน์ขาวมาวางให้ผณินวารีที่นั่งยิ้มหวาน ดวงตากลมโตใสแจ๋วของหญิงสาวมองอย่างออดอ้อนจนชายหนุ่มเผลอหัวเราะออกมาเบาๆ ใบหน้าหล่อเหลาจนสวยอ่อนโยนโหนกแก้มของเขาเปลี่ยนเป็นสีชมพูไปอีกคน..

สาวผมหยิกฟูเป็นลอนๆ ที่ปล่อยผมสยายเต็มไหล่มองแก้มของชายหนุ่มที่เปลี่ยนสีเข้มขึ้นแล้วก็ถาม "คีตาเขินหรือคะที่ถูกวารีมอง ?"

ชายหนุ่มไม่ตอบ แขนยาวโค้งรินไวน์อย่างปราณีตจนเสร็จแล้วก็ยกเอาองุ่นกับเนยแข็งหั่นฝานบางๆ ใส่จานวาง ก่อนลงนั่งโซฟาข้างเธอ แขนของเขาโอบไหล่บางไว้ ดวงตาอ่อนหวานของเขากลับคมเป็นประกาย มือของเขาวางบนไหล่และแกล้งไล้ไปที่อกสาว เสียงเขานุ่มทุ้ม "เขินครับ วารีมองผมแบบนั้น ผมก็คิดไปไกล..."

ผณินวารีจิบไวน์แล้วขยับไปใกล้ชายหนุ่มหน้าหวานตาคมข้างกาย ดวงตากลมโตเป็นประกายแวววาว กระตือรือร้น "คิดไกลแค่ไหนคะ ?" มือของเธอเริ่มเกเรไต่ล้วงจากเอวเสื้อยืดของเขาขึ้นไปที่หน้าท้องซิกส์แพ็คของเขา ใบหน้าน่ารักวางบนไหล่เหมือนออเซาะ "วารีไม่คิดไกลหรอกค่ะ วารีสนใจคืนนี้เดี๋ยวนี้มากกว่า" มือเรียวไต้เสื้อของเขาเริ่มไต่ไปหาขอบกางเกง.. "คีตาน่ารักมากเลย คีตารู้ไหม วารีหวั่นไหวไปแล้วนะ" น้ำเสียงอ่อนหวานมีจริตนิดหน่อยตามเคย..

แต่คราวนี้หางเสียงของเธอวูบไหวแหบพร่า.. แต่คีตเทพกรรณไม่สังเกตว่า กำแพงสูงล้อมหัวใจของหญิงสาวเริ่มกระเทาะลงมาบ้างแล้วเขามัวแต่คิดว่าเขาต้องทำยังไงดี ? เขาอยากจะอ่อยเธออีกหน่อยแบบมีชั้นเชิง เพราะเขาก็ยังไม่คิดว่า นางนาคีสาวโสดเผ็ดสวยแซ่บอย่างเธอจะมาหลงคารมเขาง่ายๆ

เฮ้อ แต่เขาก็เริ่มแย่แล้ว เขากระพริบตามองเธอ ใบหน้าสวยน่าเอ็นดูขมริมฝีปากยั่วเขาอย่างจงใจ ชายหนุ่มถอนหายใจ เธอกำลังมองเหมือนเห็นเขาเป็นเหยื่ออันแสนอร่อยอีกแล้ว

แต่คีตเทพกรรณก็ไม่คิดผลักใสหรือห้ามใจไม่ให้คล้อยตาม เขาเริ่มรู้ตัวแล้วว่าทำใจให้แข็งยากขึ้นทุกที... ช่างมันประไร ! ภารกิจเขาไม่ได้ห้ามไม่ให้เขา ชอบ เธอขึ้นมาจริงๆ เสียหน่อย ?

ถ้าเขาจะชอบด้วย หวังดีด้วย หว่านล้อมให้เธอกลับบ้านด้วยก็ไม่เป็นไรมั้ง ? ชอบ ยังไกลกับคำว่า รัก อย่างมากก็แค่เสียความรู้สึกไม่ถึงกับเสียใจ ..

ชายหนุ่มจึงยื่นหน้าไปใกล้ กระซิบพลางจูบใบหูเล็กๆ เบาๆ "ดีจัง นึกว่ามีแค่ผมที่หวั่นไหวอยู่คนเดียว" หนนี้เขาไม่ได้เสแสร้งอ่อยเหยื่อปล่อยมุกจีบเธอเท่าไรแล้ว เพราะเขาก็รู้สึกเช่นนั้นจริงๆ

ผณินวารีที่ขนลุกซู่ สยิวกับสัมผัสจากริมฝีปากคู่สวยและซุกซนของเขาเม้มริมฝีปาก.. "ฮืออ" เธอครางเบาๆ ชายหนุ่มเลยยิ่งดุนจมูกโด่งๆ เลื่อนลงมาที่ซอกคอ จูบเบาๆ ดูดนิดๆ ให้เธอครางเฮือก ! แต่เขาไม่ได้หยุดแค่ซุกไซ้แค่นั้น ใบหน้าหล่อเหลาเลื่อนลงมาที่เนินอกสาว มือของเขาเริ่มดึงทึ้งเสื้อเธอให้เปิดขึ้น เขาประกบปากจูบเธอ มือที่ถลกเลิกเสื้อกล้ามของเธอค่อยๆ ลูบคลึงล้วงไปในบรา อ่อยยั่วให้เธอตัวเหลวเป็นขี้ผึ้ง ราวกับคิดว่าผิวอ่อนๆ ตรงนั้นเป็นของเขา เขาจะแกล้งปั่นป่วนเธออย่างไรก็ได้

หญิงสาวครางโหย.. คีตเทพกรรณยิ่งร้อนรุ่มเหมือนไฟลุก.. ริมฝีปากซุกซนของเขาจึงยิ่งเร่งจูบให้เธอเสียวส่ายดิ้นไปมา "อืมมม" หญิงสาวยอมเอนหลังลงบนโซฟาเพื่อหนีการรุกเร้าเอาแต่ใจ แต่เขาก็ตามมาจูบริมฝีปากอิ่ม แล้วก็ดันมือเธอขึ้นเหนือหัวทั้งสองแขน เปิดทางให้เขาชื่นชมสองเต้ากลมกลึง

เขาขบริมฝีปากเธอเบาๆ ก่อนกระซิบพึมพำ "ขอตรงนี้หนักๆ ก่อนนะ" แล้วก็รูดกางเกงขาสั้นของเธอออกจากสะโพก จัดการเสื้อผ้าตัวเองอย่างรวดเร็ว แล้วก็เงยหน้าเห็นบราที่ปิดหุ้มสองเต้ากลมกลึงแทบไม่อยู่..

คีตเทพกรรณกลืนน้ำลาย กระหายกว่าเดิม ดวงตาวาววับกลัดมัน ริมฝีปากชมพูเข้มของเขาพึมพำ "สวยเหลือเกิน วารีสวยที่สุด" เขาก้มลงดันบราของเธอให้กองเหนือเต้า แล้วก็ครอบครองจูบอย่างพอใจ..

หญิงสาวบิดเร่าราวถูกของร้อน เธอครางเสียวซ่านไปทั้งกายจากริมฝีปากของเขา แต่เรียวขาของเธอเกี่ยวกระหวัดเขาไว้ พยายามเสียดสี ระบายความเผ็ดร้อนที่เขากำลังมอบให้ อยากให้เขาทำมากกว่าเสียดสีแท่งของเขากับกางเกงในตัวบางของเธอ.. "อือ คะ คีตาจ๋า อืมมม อาาา" เธอคราง ผมหยิกเป็นลอนโตๆ ส่ายไปทั่ว "ยะ อย่างนั้น อาา อย่างนั้น" มือของเขาจึงยิ่งเอาใจลูบคลำไปทั่ว เขาไม่ยอมแกะกางเกงในของเธอ แต่แหวกมันและยกขาเรียวขึ้นพาดไหล่ของเขาก่อนประกบตัวเองเข้าไป..

"อาาาา อาาา" หญิงสาวแอ่นเร่า แทบดิ้นพล่าน เธอเสียวจนไม่อาจจะบรรยาย เขาแหงนหน้าดันกาย เหมือนรัวกลองใส่เธอ จังหวะหนักแน่นหน่วงหนักทำให้เธอแทบคลั่ง "อ๊าา ยะ อย่าง นะ น้านนน คะ คีตา อ้าาา รัก อา รักนะ" เธอหวีดเมื่อเขาเข้าออกสุดจนเธอแทบสำลักกับความเสียวซ่านที่หวานแรงบาดแทงเข้าไปในกาย.. เขาเองก็เสียวจนขึ้นสมองจึงหลุดปากไป "อา อีก นิด นะ อาา วารี จ๋า รักผมคนเดียวนะ" ..

และในจังหวะที่ต่างฝ่ายต่างอัดโหมแรงกายเข้าใส่กัน ในที่สุด ผณินวารีก็แอ่นเกร็งกายรับความชุ่มฉ่ำร้อนแรงจากเขา ! เธอถึงกับปากสั่น ตาปรอย มือไม้คว้าเขาไว้ราวรัดไว้เป็นหลักยึดเหนี่ยว.. ชายหนุ่มเผลอยิ้มออกมา เขาชอบอ้อมกอดของเธอแบบนี้ เขาจึงยังคงแทงเต็มที่ เพราะสำหรับเธอ เขาไม่มั่นใจเลยว่า เท่าไรจะพอ ? คำว่ารักที่เขาได้ยินมันใช่หรือเปล่า ? เขาจึงยิ่งโหมกาย.. จนในที่สุดก็คำรามต่ำๆ ออกมา ก่อนฟุบลงกอดสาวร่างบางไว้ หายใจหอบ เหงื่ออาบกายทั้งคู่..

ในความเงียบงันและอ้อมกอดของกันและกัน คีตเทพกรรณจูบหน้าผากมนของเธอเบาๆ .. ผณินวารีก็ไม่เอ่ยสิ่งใด

ต่างคนต่างเหม่อมองไปยังท้องฟ้ายามราตรีที่มีพระจันทร์ลอยเด่นเหนือทะเลสีเข้ม..

ไม่มีใครพูดอะไร เพราะพูดไม่ออก เพราะคำพูดที่หลุดออกมาเมื่อกี้เกิดจากความผูกพันในก้นบึ้งของหัวใจ

ทั้งคู่กำลังตกใจ ที่ตัวเองได้เผลอกายรักอีกคนมากเกินไป จนกลายเป็นเปิดเผยใจไปแล้ว ! ภาษากายที่ว่าไม่ผูกมัด .. ภาษากายการฝากรักซึ่งให้อิสระกับนางนาคีสาว จึงกลายเป็นดาบสองคมทำให้เธออึ้งตื่นตระหนกครั้งแรกในหลายร้อยปี..

เธอเผลอพูดว่า รัก เขาออกไป และเขาก็พูดตอบด้วย !

ความคิดเห็น