email-icon

เรื่องคนธรรพ์หนุ่มขี้อ่อยกับบุตรสาวพญานาครักสนุก เขาต้องพาเธอกลับบ้าน เธอต้องการเที่ยวเล่นไปเรื่อยๆ ใครจะเสร็จใครมาลุ้นกันค่ะ

19 - มากกว่าเพื่อนใหม่

ชื่อตอน : 19 - มากกว่าเพื่อนใหม่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 757

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ม.ค. 2563 17:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
19 - มากกว่าเพื่อนใหม่
แบบอักษร

หลังจากพยายามเป็นฮีโร่ช่วยชีวิตสาวนักโต้คลื่น ที่ความจริงแล้วเป็นนางนาคีจำแลง คีตเทพกรรณก็พบว่า ดวงตากลมโตของผณินวารีมองเขาอย่างอ่อนหวานขึ้นอีกมาก

และมันทำให้เขาใจเต้นแรง.. เพราะแม้ไม่ทำตาหวานใส่เขาขนาดนี้ เธอก็มีเสน่ห์ดึงดูดใจมหาศาลแล้ว

ยิ่งมาทำตาโตมองเขาอย่างนี้...

หญิงสาวยิ้ม "ไปกินข้าวกันที่ตลาดนะ วารีรู้จักร้านที่ทำอาหารเจ คีตาจะได้ไม่ต้องกินแค่ผัดผักไง"

เธอพูดอย่างใส่ใจ เพราะจำได้ว่า ชายหนุ่มเคยบอกว่า ไม่กินเนื้อสัตว์ทุกชนิด กินได้แต่อาหารเจ มังสวิรัติ แต่ตอนไปกับซาเวียร์ เธอนึกอยากแกล้งเขาจึงไม่ได้ดูแลเขาเลย ตอนนี้หญิงสาวรู้สึกผิดนิดๆ ที่เกเรใส่เขา..

เธอเกาะเกี่ยวแขนเขาไว้ ดวงตาเป็นประกาย "วารีอยากเลี้ยงคีตาให้อ้วนกว่านี้ เผื่อหนหน้าวารีไม่อยู่ช่วย คีตาโดดลงน้ำจะได้ไม่เป็นไรไงจ้ะ" แล้วก็ยักคิ้วหลิ่วตาเหมือนแซว

หนุ่มผิวขาวหน้าหวานหัวเราะโชว์ฟันสวย "ครับ ผมคงผอมแห้งแรงน้อยไป แพ้วารีไปเสียได้" เขาโอบเอวเธอกระชับขึ้นอีกนิด ดวงตาคู่สวยมีแววเจ้าเล่ห์ เขากระซิบเบาๆ ให้ได้ยินกันสองคน "เมื่อคืน สงสัยผมออกแรงมากไปหน่อยครับ"

สาวหน้าตาน่าเอ็นดู ผมหยิกลอน แก้มระเรื่อขึ้นมา เพราะแววตาของเขากับกลิ่นไอทะเลผสมกลิ่นผิวกายของชายหนุ่มข้างกายชวนให้เขายิ่งน่ากินกว่าเดิม 

ดวงตากลมโตขนตางอนกระพริบถี่ บ้าจริง ! นางนาคีจำแลงดุตัวเอง.. แต่ก่อนแต่ไรคบกับใครก็ไม่เคยรู้สึกอยากจะกระโจนใส่อ้อมกอดของเขาตลอดเวลาแบบนี้.. 

เธอพยายามไม่คิดมาก ช่างเถอะ เธอยิ้มให้หนุ่มผิวขาวผมยุ่งที่แสนจะน่ารักถูกใจ แล้วก็ได้รับรอยยิ้มแบบเดียวกันกลับมา..

ผณินวารีอยากจะพาเขากลับบ้านหรือไปที่ลับหูลับตาคนเพื่อพลอดรักเขาเดี๋ยวนี้เลย ! อยากให้เขามองเธอแบบนี้ พูดจาอ่อนหวานกวนๆ น่ารักๆ ให้เธอฟังแบบนี้..

อะไรบางอย่างที่เสมือนตายด้านไปนานแล้วในตัวของนางนาคสาวเหมือนกระตุกเต้นอีกครั้ง...

บรรยากาศอ่อนหวานอบอุ่นระหว่างกันที่ฟุ้งกระจายรอบๆ ทำให้สองหนุ่มสาวมองสบตากันเหมือนอยู่ในโลกส่วนตัว..

แต่..

"จะสั่งอัลไล ?" เสียงเฮียเจ้าของร้านอาหารตามสั่งดังขึ้นขัดจังหวะพร้อมสีหน้าที่บอกว่าเวลาเป็นเงินเป็นทอง จะเอาอะไรก็ว่ามา...

ผณินวารียิ้มแหยๆ "อ่า ขออาหารเจชุดพิเศษของเฮีย กับข้าวสองอย่างให้ เพื่อน ของหนู แล้วหนูขอผัดราดหน้าขี้เมาทะเลเผ็ดๆ ค่ะ" แล้วก็หันไปเตรียมจะหย่อนก้นลงนั่ง

แต่..

"อุ๊ย !" เพราะชายหนุ่มสูงโปร่งผิวขาวข้างกายได้ดึงให้เธอมานั่งตักเขาเสียแล้ว ! ในอ้อมแขนของเขา เธอดูเหมือนหญิงสาวบอบบางขึ้นมาทันใดเมื่อเทียบกับแผงอกกว้างแน่นหนั่นที่รอรับอยู่..

ดวงตาสีน้ำตาลอมทองของชายหนุ่มเป็นประกาย " ผมไม่ใช่แค่ เพื่อนใหม่ แล้วใช่ไหม่ ?" สำหรับคนธรรพ์จำแลงการอัพเกรดใดๆ จาก เพื่อนใหม่ ของเธอเป็นเพื่อนฟังดูดีเสมอ เพราะแปลว่าเขาไม่ใช่แค่ผู้ชายไว้แก้เหงาชั่วคราวของเธอ

ดวงตากลมโตของผณินวารีมองช้อนเขาแล้วก็หัวเราะเขินๆ เหมือนโดนจับได้ "ก็ ก็ คีตา ไม่ได้เหมือนคนอื่นๆ นิคะ"

และแค่นี้ หนุ่มผิวขาวก็ยิ้มกว้าง เขาเกลี่ยผมหน้าม้าของเธอ แล้วก็กระซิบใกล้จนกลายเป็นการหอมแก้มอย่างเนียนๆ "ให้ผมเป็นคนพิเศษเถอะครับ ผมไม่ขออะไรมากกว่านี้แล้ว"

นางนาคีสาวสะดุ้ง ! ความใกล้กันและน้ำเสียงอ่อนหวาน กับวิธีที่มือเขาประคองกอดเธอไว้อย่างเบามือราวกับเธอเป็นของมีค่า ทำให้เธอใจเต้นโครมครามยิ่งกว่าตอนเปลือยกายต่อหน้าเขา.. 

ผณินวารีเริ่มอึ้ง.. ความอ่อนโยนอ่อนหวานนุ่มนวลของเขามันช่างร้ายกาจแทรกซึมเข้าในหัวใจยามไม่ทันระวังตัว

นางนาคีสาวกำลังเริ่มหัวหมุน.. จะตอบปฏิเสธเขาอีกหรือ ? บ่อยๆ เธอก็เริ่มกลัวเขาเสียใจ .. 

ไม่อยากให้เขาเสียใจน่ะ ไม่ใช่ว่าแคร์อะไรนะ เธอบอกตัวเอง...

หญิงสาวเริ่มลังเลใจเป็นครั้งแรกในหลายร้อยปีว่าจะรับมือผู้ชายหน้าสวยนิสัยน่าเอ็นดูที่รุกตลอดเวลาที่เผลอคนนี้ยังไง.. ผู้ชายหน้าตาใสสะอาดยิ้มสวยตรงหน้าไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ยิ่งสบตาเขาก็เหมือนยิ่งตกหลุมพรางที่ยากจะถอนตัว..

"ทั้งหมด สามร้อย !" เสียงของอาเฮียเรียกเก็บเงินทำให้นางนาคีสาวรอดตัวจากการเผลอใจ..

เธอจึงลุกขึ้นจากตักของเขา เตรียมจะจ่ายเงินแต่..

"อย่าครับ ผมจ่าย" คีตเทพกรรณควักกระเป๋าตังค์ออกมา และจัดการจ่ายค่าอาหารไป

ผณินวารีตาโต "คีตามีกระเป๋าตังค์ตั้งแต่เมื่อไรอ่ะ ?"

ชายหนุ่มตอบเรียบๆ "ตอนที่เล่นดนตรีเมื่อวันก่อน ผมได้เงินมาเยอะพอควร ก็เลยไปผ่อนมือถือกับไปซื้อกระเป๋าตังค์ใบเล็กๆ นี่มา" เขายิ้มหวานให้เธอ "ผมอยากดูแลวารีบ้าง ถึงผมมีไม่มาก แต่เท่าที่ผมมี ผมก็อยากให้วารี..เพราะผมอยากให้วารีอยู่กับผมแล้วสบายใจที่สุด"

และแม้ว่าอาหารร้านเฮียจะอร่อยขึ้นชื่อ แต่สองหนุ่มสาวก็แทบไม่ค่อยได้กินอะไร เพราะมัวแต่โปรยเสน่ห์ใส่กันไปมา.. จนคนที่สังเกตเห็นก็อมยิ้มเอ็นดูในความหล่อสวยสมกัน..

ยกเว้นชายร่างเล็กคนหนึ่งที่แอบยกมือถือถ่ายภาพทั้งคู่อย่างเงียบๆ โดยไม่ให้ผิดสังเกต

--------------

คีตเทพกรรณเดินจูงมือของผณินวารีกลับมาที่คอนโดของเธอตอนบ่ายเพื่อเก็บข้าวของอาหารสดที่ซื้อมา ซึ่งเขาจะโชว์ฝีมือทำให้เธอเย็นนี้ เพราะหลังจากพลอดรักโปรยเสน่ห์อ่อยกันไปมาทั้งเที่ยง ผณินวารีก็บอกเขาว่า "เย็นนี้อย่าไปไหนเลยนะคะ วารีอยากลองชิมฝีมืออาหารของคีตา" เธออ้อนหลังจากที่เขาโม้ว่าทำอาหารได้สารพัดชนิด

ชายหนุ่มก้มมองหญิงสาวที่เกาะแขนเขาไม่ห่าง แม้ว่ามืออีกข้างจะถือถุงกับข้าว  แววตาฉ่ำหวานของหญิงสาวก็สื่อชัดเจนว่าเย็นนี้คงมีอาหารหวานวิเศษรออยู่บนเตียง ..

ชายหนุ่มยิ้มนึกครึ้มอกครึ้มใจ ภารกิจนี้ช่างหอมหวานนัก เขาเริ่มไม่แน่ใจเสียแล้วว่าหากสำเร็จได้ เขาจะเสียใจไหม ? ถ้าหากเธอรู้ความจริงว่า เขาเป็นคนธรรพ์จำแลงมาเพื่อมาพาเธอกลับบ้านโดยเฉพาะ ? แต่สิ่งที่อยู่ในหัวใจของเขาเล่า ? เธอจะเชื่อไหม ? ว่า แม้แรกเริ่มมันเป็นเรื่องของภารกิจ แต่นานวันเข้า มันก็เป็น ความผูกพัน.... คนธรรพ์จำแลงบอกตัวเอง

 

แต่ชายผิวขาวดูสง่าภูมิฐานมีอายุที่ใส่ชุดผ้าไทยสีงาช้างยืนรออยู่หน้าห้องคอนโดของผณินวารีทำให้ทั้งคู่หยุดอยู่กับที่ ชายคนนี้ดูมีบารมีน่าเกรงขามเหลือเกิน เขาผิวขาวผ่องรูปร่างหนาไหล่กว้าง ตัวสูงใหญ่เกือบเท่าประตูบ้านเขาถือกระเป๋าเอกสาร

"สวัสดีครับผมมารอพบคุณคีตา" ชายคนนั้นเอ่ย "ผมชื่อเอราวัณ เป็นทนายของญาติผู้ใหญ่ของคุณคีตา ขอผมเข้าไปได้ไหมครับ ?"

ผณินวารีมองอย่างสงสัย อะไรบางอย่างเกี่ยวกับผู้ชายตรงหน้าดูแล้วผิดแปลกจากผู้ชายทั่วไป แต่นางนาคีจำแลงไม่กลัวสิ่งใดอยู่แล้ว และสีหน้าคีตาก็ไม่ผิดปกติ เธอจึงเอ่ยเสียงเรียบ "เชิญค่ะ" 

--------

"คุณคีตา ชื่อจริงคือ นายคีตา แซ่ก๊ก ครับ เป็นทายาทรุ่นล่าสุดของตระกูลที่ทำธุรกิจหลายอย่างในภาคใต้ ผมเป็นทนาย ดูแลคนในครอบครัวทุกคนที่อาจมีปัญหากับกฎหมาย ผมได้รับคำสั่งให้ตามหาคุณคีตาที่หายตัวออกจากคอนโด และไม่ไปทำงานที่สตูดิโออัดเสียงของเขา" 

เขามองคีตเทพกรรณยิ้มๆ "คุณลุงของคุณ เป็นห่วงคุณมากนะครับคุณคีตา และเขาโล่งใจที่คุณปลอดภัย และเราจะตามหาคนที่ขับรถเฉี่ยวคนมาลงโทษ ในระหว่างนี้ ..." เอราวัณเปิดกระเป๋าเอกสารหยิบสิ่งของข้างในมาวาง "บัตรประจำตัวประชาชน ใบขับขี่ และเครดิตการ์ดจากคุณลุงของคุณ" เขายิ้ม "สำหรับมือถือ ผมทราบว่าคุณซื้อเครื่องแล้ว แต่เพื่อความสะดวก ผมหาซิมเบอร์เดิมมาให้ด้วยครับเพื่อจะได้ติดต่อกันง่ายขึ้น"

คีตเทพกรรณนิ่งมองทุกอย่างด้วยความมึนงง เพราะถึงแม้เจ้าเต่าตนุจะบอกเขาแล้วว่า เอราวัณจะจำแลงลงมาหาวันนี้เพื่อช่วยเขาให้ดูมีตัวตนคล้ายมนุษย์ปกติ แต่พอเห็นหน้าเอราวัณ เทพประจำกายองค์อินทร์ที่ปกติเป็นช้างบ้างเทวดาบ้างแต่งตัวเหมือนมนุษย์ คีตเทพกรรณก็อึ้งทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน "เอ่อ อ่า ขอบคุณครับ คะ คุณ อ่า เอราวัณ ผะ ผมยังจะจำอะไร มะ ไม่ได้มาก ตะ แต่ ไม่ถูกตามให้กลับไปใช่ไหมครับ ?" เขาเริ่มหวั่นใจ ลงมาเกือบสัปดาห์แล้ว ก็ยังไม่ได้คืบหน้าแต่อย่างใด ดังนั้น การพูดตะกุกตะกักจึงเป็นไปตามที่ชายหนุ่มรู้สึกจริงๆ ไม่ได้แกล้งทำว่ากระอักกระอ่วน

เอราวัณยิ้ม แต่แววตาไม่ยิ้ม "ยังครับ จนกว่าเรื่องบางอย่างจะเรียบร้อย ก็ไม่ต้องรีบ แต่ผมจะคอยโทรหาหากต้องการทราบอะไร คุณเองก็รู้วิธีส่งข่าวให้ผมอยู่แล้วนะครับ" เขาลุกขึ้น "ผมต้องไปแล้ว" เอราวัณหันไปหาผณินวารี "ขอบคุณนะครับ คุณเป็นผู้หญิงที่หายากในยุคสมัยนี้จริงๆ"

ผณินวารีขมวดคิ้ว ท่าทางสง่าภูมิฐานของเอราวัณและสิ่งที่เขาพูดฟังดูแปลกๆ "หายากยังไงนะคะ ?" เธอร้อนตัวไม่อยากให้ใครรู้ว่าเป็นนาคีจำแลง

เอราวัณตอบยิ้มๆ "มีน้ำใจไงครับ ไม่งั้นคุณคีตา คงลำบากกว่านี้มาก" แล้วก็ลาจากไปอย่างรวดเร็ว

---------------

ประตูบ้านปิดลงแล้ว ผณินวารีก็หันมาหาคีตาเทพกรรณทันที ดวงตากลมโตมีแววเศร้านิดๆ "คีตา คีตาอยากกลับบ้านไหม ?" ถึงเธอไม่ชอบการกลับบ้านที่มีพ่อแม่จริงๆ และอยากให้เขาอยู่กับเธอนานๆ

แต่เธอไม่ควรกักเขาไว้กับตัว

คีตเทพกรรณยิ้มอ่อนโยนแล้วคว้าตัวเธอมากอด "ไม่ ผมยังไม่อยากไปไหน ที่ไม่มีวารี"

ความคิดเห็น