หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่ออำนาจถูกส่งมอบให้ถูกคน หนทางแห่งการแก้แค้นก็ดูเหมือนจะมิได้ยากเย็นถึงเพียงนั้น!

ตอนที่ 8 ฝึกพิเศษ

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 ฝึกพิเศษ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ม.ค. 2563 11:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 ฝึกพิเศษ
แบบอักษร

 

หนิงอวี้เอนกายกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนแคร่นางสนมคลอเพลงอยู่ในคอ ขาทั้งสองพาดอยู่บนโต๊ะกระจก รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ สองวันก่อนพระราชโองการงานแต่งงานมาถึง ผู้คนในจวนต่างก็ยุ่งสาละวนกันถ้วนทั่ว มีเพียงนางกับหงหลิงสองคนเท่านั้นที่อยู่ว่างอย่างสบาย 

“เสียแรงใช้ขี้ผึ้งเขียวทำหยกแดง หามีหมวกเสื้อใดสนใจจดจำไม่”  

“คุณหนูร้องได้ดีเลยเจ้าค่ะ อ้าปากเร็ว” “อ้า” หนิงอวี้อ้าปากกลืนเอาลูกองุ่นสุกใสแวววาวลูกหนึ่งลงไป 

“คุณหนูเจ้าคะ หลี่หมัวหมัวมาแล้ว” หนิงอวี้ขมวดคิ้ว หลี่หมัวมัวหรือ นางนึกขึ้นได้ จึงตาสว่างอย่างรวดเร็ว หนิงอวี้แหงนหน้ามาประสานสายตากับหงหลิงโดยพลัน ทั้งคู่ต่างมองเห็นสีหน้าหวาดกลัวของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน 

เมื่อยังเยาว์วัยครั้งที่กลับเข้าเมืองนั้น บิดาได้เชิญหมัวมัวท่านหนึ่งจากวังหลวงมาช่วยสั่งสอนกิริยามารยาท พิธีรีตองต่างๆ ช่วงวันเหล่านั้นนางและหงหลิงถูกอบรมสั่งสอนเสียจนหูชา 

ยังไม่ต้องพูดถึงการฝึกเดินโดยวางชามใส่น้ำไว้บนศีรษะ ไหนจะฝึกคำนับสามร้อยครั้งอีก แค่มารยาทบนโต๊ะอาหารก็แทบจะทำให้นางถึงกับต้องวิงวอนร้องขอชีวิตกันแล้ว ฝันร้ายหวนคืนมาอีกครั้ง เห็นชัดว่าบิดาคงเจตนาจะสั่งสอนนาง คงจะยังไม่หายโกรธเสียทีเดียว 

“คุณหนูรีบลุกขึ้นเถิดเจ้าค่ะ!” หนิงอวี้ลุกขึ้น เดินไปยังหน้าตู้แล้วรื้อค้นเป็นการใหญ่ ในที่สุดก็ถึงเวลาที่จะต้องเอาลายปักดอกเมื่อหลายปีก่อนออกมาแล้ว หงหลิงรีบวิ่งมายังหน้าแคร่ จัดการเก็บพับผ้าห่มนวมที่เก่าขาดให้เรียบร้อย 

ประตูถูกผลักออก อ๋า! ไม่ทันการเสียแล้ว หนิงอวี้ได้แต่นั่งลงทำทีเป็นปักลายดอกนั้น  

“คารวะคุณหนูหนิงเจ้าค่ะ” เสียงน่ากลัวที่แสนคุ้นเคยลอยวนอยู่ในหู หนิงอวี้มือสั่นเทา ฝืนยิ้มออกไปพอเป็นพิธีพร้อมลุกขึ้นยืน “หมัวมัวเชิญลุกขึ้น สองสามวันนี้คงต้องลำบากหมัวมัวแล้ว” 

บนศีรษะหลี่หมัวมัวมีมวยผมสูงชะลูดเสียดฟ้า แต่จังหวะคำนับจังหวะเดินยังคงพลิ้วสลวยดุจต้นหลิว ไม่ได้ติดขัดเลยสักนิด หลี่หมัวมัวก้าวมาข้างหน้า พินิจพิเคราะห์ลายปักแล้วกล่าวชมเชยด้วยเสียงอันเล็กแหลมว่า “คุณหนูหนิงฝีปักดียิ่งนัก” 

หนิงอวี้ยิ้มน้อยๆ ด่านนี้ดูเหมือนจะผ่านไปได้ด้วยดี ลายดอกไม้ดอกหนึ่งปักบนผืนผ้าสี่เหลี่ยม ผีเสื้อครึ่งตัว ดูราวกับมีชีวิต นางก้มหน้าลงหยิบเข็มเงินขึ้น มุมปากแข็งทื่อในทันใด เข็มเงินนั้นไม่ได้สนด้ายไว้ 

“คุณหนูหนิงจิตใจงามมีความสามารถ ขนาดเข็มไม่ได้สนด้ายยังสามารถปักลายได้เช่นนี้” หนิงอวี้เอามือข้างหนึ่งค้ำศีรษะตัวเองทำท่าจะทอดถอนใจ มิทันไรแขนก็ถูกเคาะเบาๆ หนึ่งทีด้วยไม้เรียว “ไม่งามนะเจ้าคะ” 

“เจ้าค่ะ” หนิงอวี้ขานรับ หลี่หมัวมัวเดินเข้ามาในห้อง สักพักหงหลิงก็ถูกพาออกมาด้วยใบหน้าบูดบึ้ง 

“คุณหนูหนิง สามวันหลังจากนี้ท่านจะได้เป็นพระชายาจิ่นอ๋องแล้ว ในวันพิธีสมรส กุ้ยเฟยเสด็จด้วยพระองค์เอง อีกทั้งเชื้อพระวงศ์และบรรดาขุนนางสูงศักดิ์ก็มาพร้อมกันที่โถงพิธีด้วย ท่านต้องตั้งใจเรียนรู้ให้ดี อย่าให้เกิดข้อผิดพลาดใดๆ นะเจ้าคะ” หนิงอวี้พยักหน้ารับพลางยื่นมือประคองชามดอกบัวที่อยู่บนศีรษะไว้มั่น 

“เดินให้ช้าลงหน่อย ก้าวสั้นๆ!” หนิงอวี้ยกยิ้มพอประมาณ ก้าวๆ หยุดๆ เป็นจังหวะ 

“ยกมือขึ้นช้าๆ ตอนปล่อยลงต้องให้นิ่งๆ”  

“เอาใหม่!”  

“มุมปากยิ้มเล็กน้อยพอประมาณ ห้ามให้เห็นฟันเป็นอันขาด”  

“หงหลิง แค่ให้เจ้ายอบตัวคำนับแค่นี้ยังทำไม่ถูก หากพระชายาพาเจ้าออกไปข้างนอกไหนเลยจะไม่โดนผู้คนหัวเราะเยาะให้อายเอาหรือ!” 

ยามโพล้เพล้ หนิงอวี้ชาไปทั้งแขนและขา หงหลิงในฐานะบ่าวรับใช้ติดตัว ยิ่งได้รับการสั่งสอนจนครบทุกเรื่อง 

โชคยังดีที่ยังไม่ลืมเรื่องมารยาทพิธีรีตองต่างๆ ในอดีตไปเสียหมด หลี่หมัวมัวมาอยู่เพียงสองวันก็จากไป ในวันสุดท้าย หนิงอวี้ขึ้นควบม้าห้อตะบึงออกนอกนครหลวงไปยังชานเมือง 

เบื้องหน้ามีดินกองสุมเป็นเนินเล็กๆ อยู่ลูกหนึ่ง ต้นหญ้าและดอกไม้เติบโตเบ่งบานไปทั่วบนเนินดินนั้น หน้าเนินดินมีป้ายศิลาตั้งอยู่หนึ่งแผ่น หนิงอวี้พลิกตัวลงจากม้า ในมือถือเหล้านารีแดงอยู่หนึ่งไห 

“ท่านแม่ ข้ามาเยี่ยมท่านแล้ว” หนิงอวี้ดึงผ้าแดงออกจากไหสุรา บรรจงเทลงหน้าสุสานช้าๆ  

“ท่านพ่อบอกว่าท่านชอบดื่มเหล้าดอกท้อเมามายยิ่ง แต่วันนี้ข้าจะแต่งงานแล้ว ท่านก็ดื่มเหล้านารีแดงไปก่อนแล้วกันนะเจ้าคะ” 

หนิงอวี้นั่งลงกับพื้นแล้วแหงนมองท้องฟ้า “ท่านแม่ พูดไปท่านคงไม่เชื่อ ข้าได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง” เสียงพูดยังไม่ทันขาดคำ ในป่าเล็กๆ ไม่ไกลจากที่นั่นมีเสียงหนึ่งดังลอดออกมา 

ความคิดเห็น