หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ทุกสิ่งที่นางมอบให้คนทรยศผู้นั้นไป นางย่อมต้องทวงคืนกลับมาด้วยมือตนเอง!

ตอนที่ 8 ไม่อยากมีมือแล้วหรือ

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 ไม่อยากมีมือแล้วหรือ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.3k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ม.ค. 2563 11:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 ไม่อยากมีมือแล้วหรือ
แบบอักษร

 

บนใบหน้าของซูหลีมีรอยยิ้มวาดผ่าน ก่อนหน้านี้โจวอี้เอาแต่ยืนกรานไม่ยอมรับนางเข้าเป็นศิษย์ ทว่าเวลานี้เขากลับรู้จักปกป้องนางเสียด้วย 

ดูท่าหลายวันมานี้ นางคงไม่ทรมานเปล่าแล้ว 

“อืม” ฉินเย่หานเย็นชายิ่งนัก มีเพียงเสียงตอบรับหนึ่งคำรบ ก่อนเขาจะเคลื่อนสายตาออกไป ไม่มองซูหลีอีก 

คิดไม่ถึงว่าซูหลีได้ยินคำพูดประโยคนี้ กลับดีใจจนลืมตัว ขณะที่นางก้าวถอยไม่ทันระวัง ก็พลันเยียบชายเสื้อตนเอง จนหกคะมำไปด้านหน้า! 

พริบตานั้นนางก็ตกลงสู่อ้อมกอดเยือกเย็นของคนผู้หนึ่ง 

ซูหลีพลันแข็งค้างไปทั้งร่าง! 

“มัวทำอะไรอยู่! ยังไม่รีบลุกขึ้นอีก!” โจวอี้เองก็คิดไม่ถึงว่าซูหลีจะก่อเรื่องเช่นนี้ เขาร้อนรนขึ้นมา รีบบอกให้ซูหลีลุกขึ้นทันที 

ทว่าซูหลีจนหนทาง เหตุการณ์เมื่อครู่นี้ทำให้นางข้อเท้าพลิก นางอยากจะลุกขึ้น แต่ทำอย่างไรก็ลุกไม่ขึ้น ตรงกันข้ามตลอดร่างกลับล้มลงบนตัวฉินเย่หาน 

ภายใต้ความตื่นตระหนก มือไม้ของนางก็ปัดป่ายสะเปะสะปะอยู่บนตัวฉินเย่หาน จนไม่ระวังสัมผัสโดนบางสิ่งที่ร้อนผ่าว 

“หากเจ้ายังจับมั่วซั่วอีก มือข้างนี้คงไม่ต้องการแล้วกระมัง” เสียงของฉินเย่หานดังอยู่เหนือศีรษะนาง 

ซูหลีร่างแข็งทื่อ ต่อให้นางโง่งม ก็พอที่จะเข้าใจว่าเมื่อครู่ตนเองสัมผัสโดนสิ่งใดเข้าโดยไม่ระวัง 

นางตกใจ ไม่กล้าขยับตัวซี้ซั้วอีก เมื่ออยู่ต่อหน้าคนผู้นี้ นางมักจะก้มศีรษะลงโดยไม่ตั้งใจ เพียงก้มหน้าลง ศีรษะของนางก็อยู่ตรงตำแหน่งที่น่าเก้อเขินพอดิบพอดี 

“ไอยา เจ้าเด็กนี่ไยจึงสะเพร่าเช่นนี้” ขณะที่สถานการณ์กำลังเข้าตาจน ซูหลีก็รู้สึกว่าร่างเบาขึ้น นางถูกโจวอี้ดึงตัวขึ้นจากทางด้านหลัง  

นางมองไปทางโจวอี้อย่างซาบซึ้ง ใบหน้ายังคงมองประเมิน  

นางไม่คุ้นเคยกับฉินเย่หานเท่าใดนัก ทว่าจะดีจะเลวอย่างไรตอนนั้นนางก็เคยศึกษาเกี่ยวกับคนผู้นี้มาก่อน ว่ากันว่าสิ่งที่ฉินเย่หานไม่ชอบที่สุด ก็คือผู้อื่นสัมผัสกาย  

นาง... 

คงไม่เพิ่งเกิดใหม่ก็ต้องตายอย่างน่าอนาถหรอกนะ 

ซูหลีอดมองดูฉินเย่หานอย่างระแวดระวังไม่ได้ ทว่ากลับเห็นใบหน้าหล่อเหลาของฉินเย่หานถมึงทึง บรรยากาศพลันตึงเครียด 

“ออกไปเสีย เจ้าจงไปนั่งสำนักผิดหน้ากำแพง สามสี่ห้าเดือนนี้ อย่าได้ออกมา!” โจวอี้ผลักซูหลีไปทางประตู พลางกล่าวอย่างอารมณ์เสีย  

ซูหลีรู้ดีในอก ที่โจวอี้ทำเช่นนี้ก็เพื่อช่วยนาง!  

เวลานี้นางเองก็ไม่ทันได้คิดให้มากความ เพียงกล่าวว่า “ศิษย์รู้ผิดแล้ว หวังว่าจะได้ไถ่โทษให้ฝ่า...คุณชาย ศิษย์จะไปเดี๋ยวนี้”  

พูดจบ ก็ออกจากเรือนหลักโดยไม่หันกลับมาอีก 

โจวอี้เห็นภาพนางหนีเช่นนี้ ก็ทั้งอารมณ์ดีทั้งนึกขัน 

“อาจารย์ดีต่อศิษย์ผู้นี้ไม่เลว” ฉินเย่หานมองโจวอี้ปราดหนึ่ง พลางกล่าวเสียงเบา 

โจวอี้เก็บสีหน้า ก่อนจะกลับไปนั่งตรงหน้าฉินเย่หานใหม่ “ก็แค่คนน่าสงสารผู้หนึ่ง” 

ฉินเย่หานได้ยินดังนั้น ก็มิได้กล่าวอันใดให้มากความอีก เขายกถ้วยชาขึ้นจากโต๊ะ แล้วจิบเบาๆ 

น้ำชาเย็นชืดนัก 

‘คนน่าสงสาร’ ผู้นี้ใจกล้าไม่เบา ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ยังกล้ายกชาเย็นชืดเข้ามา 

“ร่างกายของคุณชายไม่มีปัญหา พิษก็ถูกขจัดหมดแล้ว นับว่าเป็นโชคดีในยามเคราะห์ ร่างกายทนพิษนับร้อย ต่อไปคงไม่ต้องใช้ข้าน้อยอีกแล้ว” โจวอี้นิ่งลงเล็กน้อย ก่อนจะดึงบทสนทนากลับมาที่เรื่องร่างกายของฉินเย่หาน 

ฉินเย่หานได้ยินดังนั้น ก็มองเขาเพียงเล็กน้อย แล้วกล่าวว่า “อาจารย์ยังไม่ยินดีกลับเมืองหลวงกับข้าอีกหรือ” 

โจวอี้ส่ายศีรษะ สายตามองไปนอกหน้าต่าง ราวกับกำลังหวนคิดถึงบางสิ่ง 

“เมืองหลวงวุ่นวาย ข้าน้อยอายุมากแล้ว วันหน้าคิดเพียงอยากเที่ยวชมล่องไปในใต้หล้า ใช้ชีวิตอย่างสบายใจ ต้องรบกวนคุณชายแล้ว” 

ความคิดเห็น