หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ทุกสิ่งที่นางมอบให้คนทรยศผู้นั้นไป นางย่อมต้องทวงคืนกลับมาด้วยมือตนเอง!

ตอนที่ 7 ศิษย์เลวซูหลี

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 ศิษย์เลวซูหลี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ม.ค. 2563 09:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 ศิษย์เลวซูหลี
แบบอักษร

 

บุรุษที่ก้าวลงมาจากรถม้าผู้นั้นสวมชุดผ้าไหมปักสีดำตลอดร่าง บนกายเจือด้วยกลิ่นอายน่าเกรงขาม 

แต่สิ่งที่ดึงดูดผู้คนมากที่สุด เห็นจะเป็นใบหน้างามเป็นเอกไม่มีสองของคนผู้นี้ 

ซูหลีชำเลืองมองอีกฝ่ายเพียงเล็กน้อย ก็ไม่กล้ามองอีก 

เล่าลือกันว่าไหวอ๋องถือเป็นชายงามอันดับหนึ่งในเมืองหลวง ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าคนผู้นี้ เกรงว่าไหวอ๋องเองก็ยังต้องเสียหน้า 

เพียงแต่คนผู้นี้มีรูปร่างค่อนข้างสูง คนปกติแล้ว ไหนเลยจะกล้าเอาคนผู้นี้มาล้อเล่น เช่นนั้นมิใช่ว่าเบื่อชีวิตหรือไร 

ฉินเย่หานเดินไปถึงเบื้องหน้าซูหลี เห็นนางก้มหน้า กล้ามองแค่ปลายเท้าตนเอง ก็กวาดตามองนางปราดหนึ่ง แล้วเดินผ่านหน้านางเข้าโรงหมอ 

เมื่อฉินเย่หานเดินจากไปไกลแล้ว ซูหลีถึงค่อยกล้ายืดกายขึ้น 

“งงงันอะไรอยู่ รีบไปนำชามา” ขณะที่ซูหลีกำลังงงงัน ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงคลุมเครือดังขึ้น นางเงยหน้ามองไป ก็เห็นว่ามีบุรุษอ้วนท้วมสมบูรณ์ยืนอยู่ตรงหน้านาง 

นางกลอกตาเบาๆ ก็ดี นางเองก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าคนใหญ่คนโตเช่นนี้มาเยือนหมู่บ้านเล็กเช่นนี้ได้เยี่ยงไร 

“ขอรับ” นางตอบรับเสียงเบา ถอยหลังไปได้สองก้าว ก็หมุนกายเดินไปทางห้องครัว 

...... 

ภายในโรงหมอเงียบสงบเป็นที่สุด ซูหลีถือถาดไม้สีแดง เดินเข้าไปยังด้านในเรือนหลัก 

“นายน้อย!” ไป๋ฉินมองเห็นคุณชายของตนเดินถือของเข้ามาแต่ไกล พลันคิดจะยื่นมือออกไปรับของจากอีกฝ่ายตามจิตใต้สำนึก 

“ข้าทำเอง” ซูหลีมองนางปราดหนึ่ง และเดินเบี่ยงตัวหลบเข้าไปด้านใน 

ไป๋ฉินผู้นี้เป็นสาวใช้ที่ซูหลีพาติดตัวมาด้วย ครั้งนี้ซูหลีทำให้ซูไท่ผู้เป็นบิดาโกรธยิ่งนัก ต้องมาหมู่บ้านทุรกันดารเช่นนี้ก็แล้วไปเถิด แต่คนที่ติดตามมาข้างกายยังมีเพียงแม่นมกับไป๋ฉินเท่านั้น 

หากซูไท่รู้ ว่าเป็นเพราะการกระทำของตนเอง ทำร้ายซูหลีตัวจริงจนตาย ก็ไม่รู้ว่าในใจเขาจะรู้สึกอย่างไร 

ในดวงตาของซูหลีมีระลอกความรู้สึกวาบผ่าน นางถือถาดเดินเข้าไปในเรือนหลักแล้ว 

“สุขภาพของท่านประมุขเวลานี้ไม่มีอะไรต้องกังวลแล้ว” ขณะที่นางเดินเข้ามา ก็ได้เห็นโจวอี้ชักมือกลับกลับจากข้อมือฉินเย่หานพอดี 

เมื่อครู่นี้โจวอี้จับชีพจรให้ฉินเย่หานอย่างเห็นได้ชัด 

ซูหลีกำลังงงัน ทว่านางพลันรู้สึกเยือกเย็นไปทั้งร่าง เมื่อเงยหน้าขึ้น ก็ประสบดวงตาลุ่มลึกคู่นั้นของฉินเย่หาน เขามีดวงตาหงส์ที่งดงามยิ่งนัก นัยน์ตาลุ่มลึก ราวกับสระน้ำพันปีก็มิปาน เพียงปรายตามองเล็กน้อย ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้คนตกสู่วังวนในดวงตาเขา 

ซูหลีพลันเยียบเย็นในอก นางรีบก้มหน้าลง ไม่กล้ามองเขาอีก 

“เจ้ามาทำอันใด” โจวอี้มองเห็นซูหลีก็ปวดศีรษะปลาบ สาวน้อยนางนี้ช่างไม่รู้ความเอาเสียเลย ไม่หัดดูเสียบ้างว่าคนที่นั่งอยู่กับเขาเป็นใคร จู่ๆ ก็เดินอุตลุดเข้ามา 

“ใต้เท้าด้านนอกท่านนั้น เรียกให้ศิษย์ยกชาเข้ามาขอรับ” ซูหลีก้มหน้าลง ก่อนจะผลักความรับผิดชอบออกจากตัว 

“วางของลง แล้วเจ้าก็ออกไปได้” โจวอี้ย่นหัวคิ้ว พลางโบกมือ พูดอย่างรำคาญเล็กน้อย 

ซูหลีได้ยินดังนั้น ก็ก้าวไปด้านหน้าสองสามก้าว แล้วค้อมกายลง นำถ้วยและกาน้ำชาวางลงบนโต๊ะเล็กๆ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างโจวอี้และฉินเย่หาน 

ในระหว่างขั้นตอนทั้งหมด นางสามารถรู้สึกได้ถึงสายตาเยือกเย็นของฉินเย่หาน ซึ่งตามติดอยู่บนร่างนาง 

ซูหลีใจสั่น พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่เหลือบตามอง ราวกับคนที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้ เป็นเพียงแขกธรรมดาของโจวอี้จริงๆ 

“นี่เป็นศิษย์เลวที่ข้าน้อยรับเข้ามาเมื่อไม่นานมานี้ ดื้อรั้นเป็นที่สุด คุณชายอย่าได้ไปรู้จักกับนางเลย!” อาจเป็นเพราะเวลาที่ฉินเย่หานมองซูหลีนั้นนานเกินไป 

โจวอี้พลันเอ่ยปากขึ้น อธิบายสถานะของซูหลี 

ความคิดเห็น