ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 6 ตื่นมาพบกับความจริง

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 ตื่นมาพบกับความจริง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ม.ค. 2563 22:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 ตื่นมาพบกับความจริง
แบบอักษร

 

ตอนที่ 6 ตื่นมาพบกับความจริง 

 

ระยะเวลาเกือบสามปีกว่าที่พวกเขาอาศัยอยู่ในโลกมนุษย์นั้นไม่ได้ลำบากอย่างที่คิด ด้วยความที่เมืองฉางอานมีภูเขาสูงน้อยใหญ่อยู่มาก มีทั้งน้ำและอาหารที่อุดมสมบูรณ์หาได้ตามธรรมชาติไม่ต้องซื้อหา อีกทั้งยังมีสมุนไพรชั้นดีขึ้นอยู่มากมาย เสี่ยวเฟิงมีหน้าที่ไปหาสมุนไพรบนเขาส่วนพระชายามีก็หน้าที่ดูแลเด็กๆ แล้วก็คัดแยกสมุนไพรเพื่อนำไปขายให้ร้านยาในเมือง 

ทั้งเขาและพระชายาต่างก็คลอดลูกชายด้วยกันทั้งคู่ ตอนนี้เด็กทั้งสองคนอายุพอๆ กันแถมยังสนิทกันมาก พระชายาเองก็เอ็นดูเสี่ยวไป๋ไม่น้อยจนกลายเป็นว่า เด็กสองคนถูกเลี้ยงให้เหมือนพี่น้องกันมากกว่าเจ้านายกับข้ารับใช้ 

"เสี่ยวไป๋ อาเฟยหิวอีกแล้ว" เสี่ยวเฟิงนั่งมองเด็กแก้มย้วยอ้อนกินขนมกับลูกจิ้งจอกด้วยรอยยิ้ม 

"นายน้อยเพิ่งกินหมั่นโถไปสองลูก กินอีกจะกลายเป็นหมูนะ" ลูกจิ้งจอกที่ลืมตาดูโลกก่อนเจ้ามังกรน้อยหลายเดือนแต่กลับตัวเล็กกว่านายน้อยเฟยหลงมาก 

"อาเฟยยอมเป็นหมู ขออีกนะเสี่ยวไป๋ นะนะ" เจ้ามังกรน้อยเอาคางมาเกยบนตักของเสี่ยวไป๋ ตากลมๆ ก็กะพริบปริบๆ 

"อีกชิ้นเดียวนะนายน้อย"สุดท้ายแล้วลูกจิ้งจอกก็พ่ายแพ้ทุกครั้ง 

"เย้! เสี่ยวไป๋ใจดีที่สุด" เมื่อได้ขนมสมใจเฟยหลงก็หอมแก้มเสี่ยวไป๋ฟอดใหญ่เป็นรางวัล เรียกรอยยิ้มประดับบนใบหน้าของผู้ใหญ่ทั้งสองคนที่นั่งมองอยู่ไม่ไกลนัก 

"นายน้อยเด็กผู้ชายเขาไม่หอมแก้มกันนะ" เจ้าจิ้งจอกน้อยลูบแก้มของตัวเองที่ถูกนายน้อยเฟยหลงหอมไปเมื่อครู่ 

"ก็แก้มเสี่ยวไป๋หอมนี่น่า อาเฟยชอบ" 

ว่ากันว่าช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นมักจะสั้น เสี่ยวเฟิงได้แต่หวังว่าหากเป็นเช่นนี้ตลอดไปก็คงจะดีไม่น้อย 

แต่แล้ววันหนึ่งพวกเขาเด็กๆ ลงเขาครั้งแรกก็เจอกับโจรป่า พวกมันดักรอเพื่อจับตัวเด็กๆ ไปขาย เกิดการต่อสู้ขึ้นระหว่างนั้นพลังของเสี่ยวไป๋และรัชทายาทมังกรก็ตื่นขึ้นมา หลังจากวันนี้เสี่ยวเฟิงก็เป็นกังวลมาโดยตลอดเพราะสิ่งที่กลัวที่สุดได้เกิดขึ้นแล้ว เสี่ยวไป๋เป็นจิ้งจอกดำไม่ใช่จิ้งจอกหิมะสีขาวบริสุทธิ์อย่างที่ควรจะเป็น 

 

"ท่านแม่" เสี่ยวเฟิงหันไปตามเสียงเรียกอันงัวเงียของลูกชาย 

"เด็กดี ดึกมากแล้วเจ้าลุกขึ้นมาทำไมกัน" คนเป็นแม่เดินมาลูบหัวเจ้าตัวเล็กที่เดินออกมาจากห้องนอน 

"ข้าตื่นมาแล้วไม่เห็นท่านแม่ขอรับ" 

เสี่ยวเฟิงยกยิ้มเอ็นดูลูกชายที่เวลากลางคืนจะติดเขามาก ถ้าหากตื่นมากลางดึกแล้วไม่เจอเขา เจ้าตัวเล็กก็จะงอแงหาทันที เสี่ยวเฟิงจูงมือเล็กของลูกชายเดินกลับเข้าไปนอนที่เตียงเล็กๆ ที่พวกเขาสองแม่ลูกนอนด้วยกันทุกคืน ก่อนจะห่มผ้าให้แล้วล้มตัวลงนอนข้างกัน 

"ท่านแม่ขอรับ" 

"หืม" 

"เหตุใดข้าถึงมีหูแบบนี้ล่ะขอรับ" เด็กน้อยลุกขึ้นมาถามมารดาด้วยความสงสัย 

"หึหึ หูเล็กๆ ของเจ้าเหมือนกับแม่อย่างไรเล่า ที่เจ้ามีหูเช่นนี้ก็เพราะว่าแม่ของเจ้าเป็นจิ้งจอกหิมะเจ้าก็ต้องเหมือนแม่สิ" เสี่ยวเฟิงตอบ กลายเป็นว่าสองแม่ลูกลุกขึ้นมานั่งคุยกันกลางดึก ความง่วงงุนได้หายไปหมดแล้วเหลือเพียงความอยากรู้อยากเห็นของเด็กน้อย หากเสี่ยวไป๋ไม่ได้คำตอบเจ้าจิ้งจอกน้อยก็ไม่ยอมหลับตาลงง่ายๆ เป็นแน่ 

"จิ้งจอกหิมะ เราไม่ใช่คนหรือขอรับท่านแม่" 

เสี่ยวเฟิงกลายร่างกลับมาอยู่ในร่างสัตว์เทพให้ลูกชายเห็นเป็นครั้งแรก หูยาวสีขาวกระดิกเบาๆ อีกทั้งผมที่เคยสีดำกลับกลายเป็นขาวยาวสลวย เสี่ยวไป๋มองมารดาอย่างตกตะลึง เด็กน้อยแทบไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือมารดาของตัวเองจริงๆ รูปกายเช่นนี้ของท่านแม่ช่างงดงามยิ่งนัก 

"นี่คือร่างสัตว์เทพของแม่ แต่เผ่าจิ้งจอกหิมะจะมีอีกร่างหนึ่ง นั่นก็คือร่างของจิ้งจอกขนฟูๆ แบบนี้อย่างไรเล่า" เสี่ยวเฟิงกลายร่างเป็นจิ้งจอกหิมะสีขาวขนฟูนุ่มนั่งอยู่ต่อหน้าลูกชาย 

"ว้าวววว ท่านแม่เก่งมากเลย" เด็กน้อยยื่นมือไปลูบขนนุ่มๆ ของมารดาด้วยความตื่นเต้น 

"แต่ทำไมตัวท่านแม่เป็นสีขาวแต่ข้าเป็นสีดำล่ะขอรับ หรือว่าข้าเหมือนท่านพ่อ" 

"......" เสี่ยวเฟิงคลายถูกของแข็งทุบที่ศีรษะอย่างแรง ตั้งแต่เสี่ยวไป๋เกิดมาเขาไม่เคยถามถึงพ่อเลยแม้แต่ครั้งเดียวแต่วันนี้เจ้าจิ้งจอกน้อยกลับถามถึงเจ้ามารชั่วช้านั่นขึ้นมา 

"ท่านแม่...." เสี่ยวไป๋เรียกเบาๆ เพราะเห็นว่ามารดานิ่งเงียบไป 

"พ่อของเจ้าตายไปนานแล้ว จำไว้นะเสี่ยวไป๋อย่าพูดถึงเขาอีก เข้าใจหรือไม่" เสี่ยวเฟิงสั่งห้ามลูกชายด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะไม่มีทางให้ลูกได้รู้ว่าพ่อของเขาเป็นใครเด็ดขาด 

"แต่ว่า...." 

"แม่ถามว่าเข้าใจหรือไม่" เสี่ยวเฟิงถามย้ำอีกครั้ง 

"เข้าใจขอรับ" เจ้าจิ้งจอกน้อยตอบรับเสียงอ่อย ถึงแม้ว่าจะยังค้างคาใจแต่เมื่อท่านแม่สั่งห้ามเขาก็จะไม่ถามอีก 

"เอาล่ะ ตอนนี้ดึกมากแล้ว รีบนอนเถอะ" 

จนถึงกลางดึกเจ้าตัวเล็กหลับปุ๋ยไปแล้วแต่เสี่ยวเฟิงกลับยังอาจข่มตาหลับลงไปได้ นับวันเสี่ยวไป๋จะยิ่งโตขึ้น ความลับที่เขาหวาดกลัวว่าสักวันจะปกปิดเอาไว้ไม่ได้นั้นคอยกัดกินจิตใจเสี่ยวเฟิงอยู่ตลอดเวลา หากวันใดความลับที่เสี่ยวไป๋เป็นลูกของหลี่จิ้งแดงขึ้นมาแล้วเขาจะทำเช่นไร 

"แม่รักเจ้าที่สุดนะเสี่ยวไป๋ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใดแม่ก็จะปกป้องเจ้าให้ได้ " ริมฝีปากบางจุมพิตหน้าผากของลูกชายแผ่วเบา ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นเสี่ยวไป๋จะต้องปลอดภัย 

เสี่ยวเฟิงไม่คิดว่าอนาคตอันใกล้ที่เขาหวาดกลัวนั้นจะมาถึงเร็วถึงเพียงนี้เมื่อราชามังกรมาเยือนถึงโลกมนุษย์เพื่อพาพระชายาและองค์รัชทายาทกลับไปยังพิภพสัตว์เทพ เขาภาวนาขอให้ฝ่าบาทจับไม่ได้ว่าเสี่ยวไป๋มีบางอย่างต่างไปจากสัตว์เทพตนอื่น ไม่เช่นนั้นชีวิตของเจ้าจิ้งจอกน้อยคงต้องจบสิ้นเพียงเท่านี้แล้ว 

 

50%

เสี่ยวเฟิงขอร้องให้พระชายาช่วยเกลี้ยกล่อมราชามังกร เพราะที่พึ่งเดียวของเขาในตอนนี้คือพระชายาไป๋เหอ ราชามังกรหาใช่คนเขลาที่จะดูไม่ออกว่าเจ้าจิ้งจอกน้อยมีสายเลือดของผู้ใด เพียงแต่ฝ่าบาทยังไม่ลงมือเท่านั้น คนที่จะพอช่วยเสี่ยวไป๋ได้คงมีเพียงแค่พระชายาเท่านั้น

"พระชายา เป็นอย่างไรบ้างขอรับ"เสี่ยวปรี่เข้าไปถามชายามังกรทันทีที่เขาออกมาจากตำหนัก

"เรื่องเสี่ยวไป๋น้อยเจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ชินหลงรับปากกับข้าแล้วว่าจะไม่ทำอะไรเขา แต่ถึงอย่างไรเรื่องที่เสี่ยวไป๋เป็นครึ่งมารก็ต้องเก็บเอาไว้เป็นความลับ ต้องมีคนรู้เรื่องนี้น้อยที่สุดเพื่อความปลอดภัยของเขาเอง"

"ฝ่าบาททรงมีเมตตายิ่งนัก ข้าน้อมรับคำสั่งขอรับ" เสี่ยวเฟิงคลายกังวลลงได้บางอย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวงอีกแล้ว

"เมตตาอะไรกัน เจ้ามังกรหื่นนั่นทำข้าปวดเอวทั้งคืน" ไป๋เหอพึมพำ

"พระชายาพูดว่าอะไรนะขอรับ" เสี่ยวเฟิงได้ยินไม่ชัดจึงถามขึ้น

"เปล่าๆ ข้าก็บ่นไปเรื่อยอย่าใส่ใจเลย เราไปดูเจ้าสองแสบกันเถอะ" ชายามังกรปัดมือพัลวัน ชวนเสี่ยวเฟิงไปหาเด็กๆ ที่กำลังเล่นกันอยู่ที่สวนด้านหลังตำหนักมังกร เห็นแก้มแดงๆ ของพระชายาเขาก็ไม่คิดจะถามอะไรอีก เสี่ยวเฟิงพอจะเดาออกว่าพระชายาใช้วิธีใดราชามังกรถึงยอมใจอ่อนลงได้

"ขอรับ"

 

บางครั้งเสี่ยงเฟิงก็อยากรู้นักว่าชาติที่แล้วเขาไปก่อกรรมอะไรกับรัชทายาทภพมารเอาไว้ มาชาตินี้หลี่จิ้งจึงทำลายชีวิตอันแสนสงบสุขของเขากับลูกครั้งแล้วครั้งเล่า คราวนี้เจ้ามารชั่วนั่นถึงกับคิดทำลายบ้านของพวกเขา

"ภพมารจะทำสงครามกับเรา" ไป๋เหอเอ่ยอย่างเป็นกังวล เพราะราชามังกรต้องคุมทัพเข้าสู่สนามรบด้วยตัวเองคนเป็นชายาจะเป็นห่วงสามีนั้นย่อมมิใช่เรื่องแปลกอันใด

"ฝ่าบาทจะต้องชนะเจ้ามารชั่วนั่นแน่นอนขอรับ พระชายาอย่าเป็นกังวลไปเลย" เสี่ยวเฟิงพูดออกมาอย่างมั่นใจ เขาภาวนาขอให้เจ้ามารหลี่จิ้งตายวันละร้อยหนก็ยังไม่สาแก่ใจ

"เสี่ยวเฟิง เขาเป็นพ่อของเสี่ยวไป๋ หากศึกครั้งนี้......."

"เสี่ยวไป๋เกิดมาก็ไม่มีพ่อแล้วขอรับ เขาจะไม่มีทางได้รู้ว่าพ่อของเขาเป็นใคร มารพวกนั้นเข้ามารุกรานพวกเราก่อนก็สมควรตายเเล้ว " นัยน์ตาจิ้งจอกมีความแค้นวาววับขึ้นมา ชาตินี้เขาไม่มีทางอภัยให้หลี่จิ้งเด็ดขาด

"เรื่องนี้ ช้าเร็วเขาก็ต้องรู้อยู่ดี เจ้าปิดเสี่ยวไป๋ไม่ได้ตลอดชีวิตหรอกนะเสี่ยวเฟิง เด็กๆ พวกนี้จะโตขึ้นพวกเขาจะมีความคิดความอ่านมากขึ้น เสี่ยวไป๋น้อยเป็นเด็กฉลาดเพียงแต่เขาจะพูดหรือไม่เท่านั้นเอง" ไป่เหอเตือนสติเจ้าจิ้งจอกน้อย

"ข้ารู้ขอรับ ถึงตอนนั้นลูกจะต้องเข้าใจได้ว่าข้าหวังดีต่อเขา"

"เฮ้อ เอาเถอะ เรื่องของอนาคตผู้ใดจะรู้ได้ว่าจะเป็นอย่างไร เราออกไปดูเด็กๆ กันเถอะ ลำพังลู่ลู่เอาเจ้าสองแสบนั่นไม่อยู่หรอก"

"ขอรับพระชายา"

เรื่องสงครามเสี่ยวเฟิงไม่คิดจะเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงเพราะเขายังมีลูกน้อยที่ต้องดูแลอยู่แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นจนได้ เมื่อพระชายาและองค์รัชทายาทถูกคนร้ายลักพาตัวไป ทางเดียวที่จะช่วยทั้งสองคนได้คือต้องรายงานเรื่องนี้ต่อราชามังกร เสี่ยวเฟิงยอมเสี่ยงชีวิตเข้าไปยังสนามรบรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยตัวเองเพื่อให้ราชาชินหลงหาทางช่วยพระชายาโดยเร็วที่สุดแต่เสี่ยวเฟิงไม่รู้เลยว่าเจ้าจิ้งจอกน้อยแอบตามเขาออกจากวังมาด้วย

เด็กน้อยพลัดหลงกับมารดาจนสุดท้ายเสี่ยวไป๋ก็ได้พบกับหลี่จิ้งที่บาดเจ็บจากการต่อสู้กับราชามังกร กลายเป็นว่าเรื่องมาตกอยู่ที่เขากับลูกต้องกลายเป็นเฉลยเพื่อสงบศึกให้กับสองภพ หลี่จิ้งยื่นข้อเสนอใช้เขากับลูกเป็นของแลกเปลี่ยนในการยุติสงครามและทั้งสองภพจะไม่ข้องเกี่ยวกันอีก

เขารู้ดีว่าหลี่จิ้งไม่ได้ต้องการเขากับลูกจริง คนอย่างรัชทายาทมารมีหรือจะยอมสงบศึกโดยง่าย มองด้วยตาข้างเดียวเสี่ยวเฟิงก็รู้แล้วว่าหลี่จิ้งใช้พวกเขาเป็นเครื่องมือเพียงเพื่อผลประโยชน์อะไรสักอย่างเท่านั้น

เหตุใดข้าถึงหนีไม่พ้นเจ้ามารชั่วนี่เสียที!

 

"ท่านแม่ ท่านแม่ ตื่นเถอะขอรับ"

"หือออ ฮึก" เสียงเรียกของเจ้าจิ้งจอกน้อยทำให้เสี่ยวเฟิงตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายอันแสนยาวนาน

"ท่านแม่ร้องไห้ทำไมหรือขอรับ" เสี่ยวไป๋ถามมารดาด้วยความห่วงใย

"แม่แค่ฝันร้ายน่ะ" เสี่ยวเฟิงลุกขึ้นมาคว้าร่างของลูกชายเข้าไปกอดหวังจะปลอบใจตัวเองเสี่ยวไป๋เป็นเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้เขาอยากมีชีวิตอยู่บนภพมารแห่งนี้ จนลืมนึกไปว่าตนเองตื่นมาบนเตียงของผู้ใด

"ไม่เป็นอะไรแน่รึ ทั้งที่หลับสนิทขนาดนั้นแต่สีหน้าเจ้ากลับดูอ่อนเพลียนัก" แม่จิ้งจอกนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้เขานอนอยู่บนเตียงของหลี่จิ้งแล้วเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

"หรือจะไม่สบาย"

หลี้จิ้งยกมือขึ้นอังหน้าผากของเสี่ยวเฟิงเพื่อวัดไข้ พอเจ้าจิ้งจอกดื้อรู้ตัวก็ปัดมือของเขาออกอย่างแรง แต่แทนที่รัชทายาทมารจะโกรธกลับยกยิ้มมุมปากให้เสี่ยวเฟิงเหม็นขี้หน้ายิ่งกว่าเดิมเสียอีก

"เอามือสกปรกของเจ้าออกไป" เสี่ยวเฟิงกัดเค้นเสียงเอ่ยลอดไรฟันออกมา เขาไม่อยากโวยวายเสียงดังให้เสี่ยวไป๋ตกใจอย่างคราวที่แล้วอีก เท่านี้ลูกก็กลัวเขามากแล้ว

"หึหึ ชายาข้าช่างแข็งแรงดีจริงๆ " รัชทายาทมารเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ชวนให้เสี่ยวเฟิงอารมณ์เดือดตั้งแต่ตื่นนอน เขาคิดว่าบางทีการอยู่กับฝันร้ายในอดีตอาจจะดีกว่าการตื่นมาพบกับความจริงที่เลวร้ายกว่าก็เป็นได้

และเจ้าก็คือความเลวร้ายในชีวิตของข้า เจ้ามารชั่ว!

ความคิดเห็น