ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 5 CHAPTER

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 787

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 05 เม.ย. 2563 08:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
5 CHAPTER
แบบอักษร

ปัจจุบัน

ชายหนุ่มเดินนำหน้าหญิงสาวไปนั่งตรงโซฟาตัวยาวสีแดงที่มีพี่และเพื่อนของเขานั่งอยู่ก่อนแล้วทำให้หญิงสาวที่ยืนอยู่กับเขาตอนแรกหันมามองเขาอย่างงงๆ เธอไม่แน่ใจว่าเธอจะสามารถนั่งกับพวกเขาได้ไหมเพราะเธอไม่ชอบนั่งใกล้ๆผู้ชายเท่าไหร่นักมันทำให้เธออึดอัด หญิงสาวรับรู้ได้ถึงสายตาจากบุคคลที่นั่งอยู่ตรงโซฟาตัวยาวมองมายังเธอสายตาที่ไม่ได้มาจากคนที่ลากเธอมาที่แต่เป็นสายตาจากอีกสองคนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว บรรยากาศในห้องนั้นเงียบมากๆอีกทั้งสองสายนั้นก็ยังไม่เลิกจ้องเธอ จนเธอกมดความอดทนที่จะต้องยืนเป็นแบบให้พวกเขาจ้อง

“นี่จะจ้องฉันอีกนานไหม จะถามอะไรฉัน?!”

“หึ...ตรงดี”

“เธอชื่ออะไร?”

ประโยคแรกมาจากบุคคลที่นั่งอยู่ฝั่งซ้ายดีแลนด์ นับได้ว่าเขาเป็นบุคคลที่มีหน้าตาดีถึงขั้นดีมากๆเขามีหน้าตาที่คล้ายดีแลนด์บางส่วน เขาได้กล่าวกับเธอประโยคแรก ประโยคต่อมาเป็นประโยคคำถามจากผู้ชายอีกคนที่มีหน้าตาที่ดียอดเยี่ยมไม่แพ้อีกคนที่พึ่งถามเธอออกไป

“น้ำนิล”

ตอบออกไปอย่างไม่สบอารมณ์

“แล้วพวกคุณล่ะ?”

“เอซส่วนไอ้เหี้ยนั่นซีโน่พี่ชายแท้ๆไอ้ดิน”

ผู้ชายที่ถามเธอว่าเธอเป็นใครเป็นคนเอ่ยตอบกลับคำถามเธออย่างยิ้มๆ

“ดิน?”

“ดิน=ดีแลนด์ นั่นแหละ ดีแลนด์ชื่อที่นี่มัน”

“อ๋อ”

ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอีกครั้งจนกระทั่งเธอเดินไปนั่งที่โซฟาอีกตัวที่อยู่ตรงข้ามโซฟาที่ทั้งสามหนุ่มนั่งอยู่ ดีแลนด์ที่เอาแต่กระดกวอดก้าเข้าปากและเอาแต่จ้องหน้าเธอจนเธออึดอัดจนต้องทำหน้าตายึกยักอย่างกับนักเลงที่กำลังจะหาเรื่องชกต่อย

“ดีแลนด์นายพาฉันมาที่นี่ทำไม?”

“......”

“ดีแลนด์”

ถึงจะเรียกถึงสองครั้งแล้วแต่ชายหนุ่มกลับนิ่งเฉยและเอาแต่กระดกวอดก้าเข้าปากเป็นว่าเล่นและเอาแต่จ้องเธอไม่วางตา ถ้าเขาไม่ตอบเธออีกเธอคงคิดว่าเขาเป็นคนหูหนวกรึไม่ก็โรคจิตหรือ....ทั้งสองอย่าง หญิงสาวทนไม่ไหวจนต้องเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเขาและกระชากขวดวอดก้าออกจากมือชายหนุ่มที่เตรียมจะรินมันใส่แก้วใสทรงสวยอีกครั้งมาไว้ในมือ ก่อนจะจ้องที่ชายหนุ่มอย่างเอาเรื่อง เช่นเดียวกันกับชายหนุ่มที่ตอนนี้แหงนหน้าขึ้นมามองเธอด้วยสีหน้าเรียบนิ่งตามสไตล์

“นายพาฉันมาที่นี่ทำไม?”

“เอาคืนมา”

“ไม่นายต้องตอบคำถามมาก่อนว่า นายพาฉันมาที่นี่ทำไม?”

“ยุ่ง”

“อยากได้คืน?”

“เอาคืนมาสะ หมดแล้วจะบอก”

หญิงสาวที่ต้องการคำตอบไม่รอช้าเพรรัวเธอคงไม่มานั่งทนมองเขากระดกวอดก้าอีกครึ่งขวดหมดหรอกนะมันคงจะเป็นอีกสักชั่วโมงกว่าเขาจะดื่มมันหมด เธอจึงไม่รอช้ากระดกมันหมดขวดรวดเดียวเลยและกระแทกมันลงบนโต๊ะตรงหน้าโซฟา

“Jesus Chris!”

“!”

“-.-“

“Whoa hold on!”

“ไอ้เหี้ยมึงไปหาผู้หญิงแบบนี้มาจากไหนว่ะกูอยากได้ว่ะถ้ามึงไม่เอาแล้วกูขอนะ!”

เอซถามขึ้นมาอย่างตื่นเต้นพร้อมกับมองไปที่ดีแลนด์และน้ำนิลสลับกันไปมาที่ตอนนี้ทั้งสองก็กำลังทำสงครามประสาทกันอยู่

“หุบปาก”

“ไอ้ห่าหวงก้างนี่หว่า!”

“บอกมาดิว้ะหมดแล้วนี่ไง!”

“เดี๋ยวก็เมา”

“ไม่เมาหรอกที่ไทยหนักกว่านี้”

“พามาเฉยๆ”

“ก็แค่เนี่ย! ฉันจะกลับไปเรียน”

“ไม่ต้องหรอก”

“ไม่ได้ฉันมานี่เพื่อมาเรียนนะ!”

“มาเรียนรึมาสืบ?”

น้ำนิลชะงักนิ่งไปสักพักก่อนที่จะทำสีหน้าให้เป็นปกติตามเดิมก่อนจะหมุนตัวเตรียมจะเดินออกไปจากห้องแต่ก็ต้องชะงักเมื่อมีเสียงเรียกของใครคนหนึ่งหยุดเธอไว้

“พ่อเธอฝากเธอกับพี่สาวไว้กับฉัน”

“ฝาก?”

“อืม”

“ทำไมต้องฝากฉันดูแลตัวเองได้ไม่ต้องมายุ่งและตอนนี้ฉันต้องการจะกลับห้องเรียน!”

“หึอวดเก่งถ้าคิดว่าออกไปจากนี่ได้ก็เชิญ”

“อย่ามาท้าฉัน”

ทุดคนในห้องต่างจ้องมองดูเธอที่ตอนนี้ใช้กำลังที่มีอยู่ของเธอในการผลักประตูออกไปและก็กำลังคิดอยู่ว่าเธอจะออกไปอย่างไรในเมื่อประนี้เป็นแบบสแกนลายนิ้วมือมีเฉพาะคนในตึกนี้เท่านั้นที่มีลายนิ้วมือในการใช้เข้าออกที่นี่ทั่วทั้งตึกและในทุกๆห้องจะมีการสแกนลายนิ้วมือหรือใช้ระบบรักษาความปลอดภัยแบบขั้นสูงทั้งนั้น ฉะนั้นคงจะเป็นเรื่องยากที่เธอจะใช้แรงของเธอผลักประตูแต่ละบานออกไปได้

“โอ๊ย!โถ่เว้ย!”

“อวดเก่ง”

“ว่่าไรน้ะ!?”

“นี่ฉันว่าเธอมานั่งดีกว่านะผลักให้ตายเธอก็ออกไปไม่ได้หรอกระบบที่นี่มันแน่นหนาจะตาย อ้อถ้าเธอไม่อยากนั่งข้างไอ้เหี้ยดินก็มานั่งข้างฉันก็ได้นะฉันก็ได้นะ เนี่นดูสิว่างม...”

“จะหยุดพล่ามได้ยัง?”

น้ำนิลเอียงคอไปทางไหล่ข้างหนึ่งของเธอพร้อมใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มเธอก่อนจะเอ่ยออกไปจนทำให้คนที่พยายามจะชวนเธอคุย(จีบ)หุบปากเสียแทบไม่ทัน เขาคิดว่าเธอจะเป็นผู้หญิงเงียบๆหรือไม่ก็น่ารักๆตามลุกสาวผมหน้าม้า แต่เขากลับคิดผิดเพราะเธอนิสัยค่อนข้างที่จะ.....

“ห้าวจริงๆ...”

“ว่าไรน้ะ?”

ซีโน่ที่เงียบมานานเอ่ยขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศที่ตอนนี้มันเงียบมากๆเพราะคนที่ดูเหมือนจะพูดมากที่สุดในพวกเขาและเธอสามคนที่ตอนนี้โดนชัดทาวน์เรียบร้อยด้วยฝีมือของผู้หญิงเพียงคนเดียวในห้องนี้ ไม่มีใครเอ่ยอะไรอีกแม้กระทั่งดีแลนด์ผู้ชายที่พาเธอเข้ามาในห้องนี้

“นี่ไม่อยากจะเสือกอีกนะแต่อ้อนมันสิเผื่อมันจะใจดีพาเธอออกไป”

“หึฝันไปเถอะ!”

ไม่ว่าเปล่าเธอก้าวเดินไปนั่งข้างๆชายหนุ่มก่อนจะรินน้ำสีอำพันใส่แก้วแล้วกรอกมันเข้าปากอย่างไม่นึกกลัวว่ามันจะทำลายระบบตับไตไส้พุงของเธอแม้แต่น้อย กระดกเข้าปากได้เพียงหนึ่งแก้วก็โดนแย่งแก้วออกจากมือทันที ทำให้เจ้าตัวหันไปมองตาขวาง

“อะไรอีก?”

“เดี๋ยวเมา”

“ไม่เมาหรอกก็บอกอยู่ว่าคอแข็ง”

“แต่ตับไม่แข็ง”

“โอ๊ยวุ่นวายจริงๆ!”

ทันทีที่หญิงสาวพูดจบประตูห้องที่อยู่ในห้องอีกทีก็เปิดออกมองดูจากข้างนอกผ่านคนที่เแง้มประตูออกมาก็รู้ว่าเป็นห้องนอน ผู้ชายตัวสูงรูปร่างหน้าตาผิวพรรณดีเดินออกมาจากห้องพร้อมเช็ดเหงื่อที่ย้อยลงมาตามหน้าผาก เขาเดินตรงมานั่งลงข้างๆเอซที่ตอนนี้กำลังนั่่งดูถ่ายทอดสดบอลยุโปอยู่ ก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบพรางเปรยตามายังหญิงสาวเพียงผู้เดียวที่นั่งข้างๆน้องรัก

“ใคร?”

“คน”

“สำคัญ”

“?!”

หญิงสาวมองคนสองคนที่ตอนนี้สนทนากันอย่างเมามัน(?)อย่างเงียบๆ

“ไม่ใช่”

“ก็ดี”

“หวัดดีฉันเอแจ๊กซ์”

“หวัดดีฉันน้ำนิล”

ว่าจบก่อนที่จะหันไปมองชายหนุ่มที่มองเธออยู่ก่อนแล้ว

“?”

“ฉันจะไปหาพี่สาวฉัน นายไม่ต้องไปส่งฉันก็ได้แค่บอกรหัสของห้องนี้กับรหัสประตูทางเข้าก็พอ”

“....”

“นี่ฉันจ...”

“อืมเดี๋ยวไปส่ง”

“ซีโน่มึงไปดูพี่สาวใยนี่ให้กูที”

“ธุระกู?”

“อย่าลืม”

ว่าจบคว้ากุญแจรถยนต์หรูราคาแพงพร้อมจับขวับที่ข้อมือหญิงสาวและพาเธอเดินออกไปโดยไม่สนคำพูดของพี่ชายเลย

“ใคร?”

“รู้แล้วจะถามทำไม?”

“กูแค่อยากมั่นใจ”

“สำคัญจริง?”

“น่าจะ....”

สองชายหนุ่มที่ตอนนี้มองตรงไปยังประตูที่สองคนชายหนุ่มหญิงสาวกำลังเดินออกไปด้วยสายตานิ่งเรียบ

50% เดี๋ยวรีบมาต่อให้นะค่ะ

ต่อนะค่ะ————->

“โอ้ยนี่ปล่อยได้แล้ว ฉันเดินเองได้!”

“.....”

เดินมาได้ไม่นานเธอก็เกือบจะมีเรื่องกับเขาเพราะตลอดทางที่เดินมาหญิงสาวพยายามเป็นอย่างมากในการแกะข้อมือของเธอออกจากการจับกุมของเขา แต่แกะเท่าไหร่ก็แกะไม่ออกจนเธอต้องใช้ทั้งเสียงและแรงในการปลดพรรณทานการ

“เจ็บชะมัด...ถามจริงนะนายเป็นใคร?”

“รู้ไปทำไม?”

“ ก็ในห้องเรียนเมื่อเช้านี้ ทุกคนมนห้องเรียนมีท่าทีดูเหมือนจะกลัวนายแม้แต่ครูแล้วก็ในห้องพยาบาล นายฆ่าคนในห้องพยาบาลไปคนนึงเลยนะ!”

“นักเรียนคนนึง”

“หึเห็นฉันโง่ขนาดนั้น อย่ามาโกหกหน่อยเลยเด็กสามขวบยังดูออกเลยว่านายแม่งไม่ใช่นักเรียนในโรงเรียนธรรมดา ถ้าไม่ใช่ลูกคนรวย,ลูกเจ้าของโรงเรียนงั้นก็คงจะเป็นมาเฟีย...”

“คิดว่าฉันเป็นอะไรละ?...”

“ไม่รู้สิน่าจะเป็นอย่างกลาง...เอ๊ะ!หรือว่าอย่างสุดท้าย:)”

“สืบเป็นนี่ ทำไมไม่ทำ:)”

ทั้งสองยืนจ้องตากันอยู่เป็นเวลานานจนกระทั่งชายหนุ่มเป็นฝ่ายละสายตาจากเธอก่อนจะเดินนำหน้าเธอไปอีกครั้งตรงไปยังทางออกของประตูก่อนจะหยุดยืนอยู่ทีลานจอดรถ? จะเรียกว่าลานจอดรถก็ไม่ถูกเพราะมีที่จอดเพียงแค่ไม่ถึงสิบที่

Numnill:

“ขึ้นรถ”

“เดี๋ยวๆฉันว่าฉันบอกนายไปแล้วนะว่าฉันจะกลับไปเรียน”

“จะเดินไป?”

“ก็ไม่ไกลนี่”

สะที่ไหนละ ตึกบ้านี่เล่นอยู่ใจกลางโรงเรียนแล้วแต่ละตึกก็มันอยู่ไกลกันมากๆอะคิดดูดิ คุณลองนึกภาพโรงเรียนที่ไทยนะที่นั่นนะตึกที่โรงเรียนมันจะอยู่ติดๆกัน แต่โรงเรียนที่นี่คือแบบ แม่งใหญ่เหี้ยๆอ้ะ แต่ละตึกคือต้องมีรถมาส่งอ้ะ อ้อจริงลืมบอกว่าที่โรงเรียนนี้จะมีบริการรถรับส่งฟรีที่สามารถขึ้นได้คันละสองคนเท่านั้นไม่รวมคนขับ ใช่ค่ะสองคนเท่านั้นไม่รวมคนขับ และเมื่อเช้านี้ฉันกับพี่สาวก็ใช่บริการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อยากจะบอกว่ามันดีมากๆ เอาตรงๆฉันไม่รู้สึกเหมือนอยู่ไฮสคูลเลยอ่ะเหมือนอยู่ในพระราชวังอ้ะเอาตรงๆ เพราะบริการทุกๆอย่างอยู่ในเกรดพรีเมี่ยมอ่ะยอมใจคนสร้างไม่สิยอมใจเจ้าของโรงเรียน

“ขี่รถไปขี้เกียจเดิน”

“อือ...ดีเหมือนกันฉันก็ขี้เกียจเดิน”

ค่ะ...ฉันจะไม่ยอมเลือกเดินไปอย่างแน่นอนเพราะว่ายังไม่อยากเป็นตะคริวที่ขาก่อนได้ไปเรียนแน่นอน^~^

ปึ๊ก! ครืน~

เสียงสตาร์ทรถหรูรุ่นLamborghini Aventader LP750-4 Superveloce คันสวยดังขึ้นและแล่นออกไปด้วยความเร็วพร้อมคนสองคนที่นั่งอยู่ในนั้น

คือตอนนี้ฉันรู้สึกอึดอัดโคตรเลยค่ะ....ก๊ไอ้บ้านี่เล่นเงียบมาตลอดทางเลยค่ะ! ตั้งแต่ที่เขาขี่รถออกมานอกโรงเรียน ใช่ค่ะคุณฟังไม่ผิดไอ้บ้านี่มันขี่รถออกนอกโรงเรียนมา พอฉันถามว่าทำไมถึงขี่ออกนอกโรงเรียน? คุณรู้ไหมไอ้บ้านี่มันตอบฉันว่าอะไร.... ขี่เตลิดโทษที วอท์?! จ้าเตลิดมากเตลิดไปไกลถึงในเมือง

“นี่ถามจริงเราจะไปทำอะไรในเมือง?”

“ทำธุระ”

“ธุระแล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน?”

“เกี่ยว”

“เกี่ยวอะไรล่ะ?”

“เดี๋ยวก็รู้”

“โอ๊ย! แต่ฉันอยากรู้ตอนนี้!”

“เงียบสักที”

“ไม่จนกว่านายจะบอกฉัน!”

“แล้วแต่อยากคุยคนเดียวก็แล้วแต่”

หลังจากนั้นฉันก็เอาแต่พูดไม่หยุดพูดนั่นพูดนี่พร้อมทำการเปิดเพลงในรถของเขาให้ดังขึ้นแล้วก็คุยๆโดยที่เขาไม่คิดที่แม้จะสนใจฉันหรือตอบฉันแต่อย่างไร ไม่รู้ว่าเขาเป็นหุ่นรึป่าวก็ไม่รู้

เอี๊ยด~~~~

ปึ๊ก โอ๊ย!

“นี่ขับดีๆไม่เป็นรึไง?”

“.....”

หึนอกจากจะไม่ตอบแล้วยังมาเดินหนีฉันมันจะมากไปแล้วนะเว้ยไอ้บ้าเอ่ยเล่นเบรคสะจนฉันหัวขมัมไปชนกับคอนโซลรถหัวโนเลย หึ้ยๆๆ ฝากไว่ก่อนเถอะ! ฉันเอาคืนนายแน่! ว่าแล้วฉันก็ก้าวฉับๆตามเขาไป เข้าไปในร้านอาหารหรู

“นี่นายบอกฉันได้ยังว่านายมาทำธุระอะไรที่นี่?”

“สั่งอาหาร”

“นี่!”

“กินก่อน”

“ได้!”

เราจัดการสั่งอาหารมาคนละจานสองสองแล้วก็นั่งกินไปเรื่อยๆจนหมด

“อิ่ม?”

“อือหึ๊”

“ไป”

“อ้าวไปไหนอ้ะ”

“ช๊อปปิ้ง”

“อ้าวไอ้บ้านี่ นึกจะไปก็ไป”

“บ่นไรเร็วๆ”

“ค่ะคุณแด๊ด!”

“.....”

พอเข้ามานั่งในรถเขาก็เงียบกริบในทันทีแล้วก็เอาแต่จ้องฉันนิ่งๆไม่หยุด จนฉันหมดความอดทนต้องหันไปมองหน้าเขา

“มีไร?”

“ตะกี้พูดว่าอะไรนะ?”

“ก็.....แด๊ดดี๊”

“....”

“ทำไม? ดีใจหรอที่ได้เป็นพ่อ”

“จะดีมากกว่านี้ถ้าเป็นผัว:)”

“......”

ณ นาทีนี้อีนิลเหวอไปเลยค่ะ นั่งอ้าปากหวอจนแมงวันจะบินเข้าปากแล้ว จนกระทั่งเขาจัดการคาดสายเบลท์ให้ฉันและสตาร์รถออกไปอย่างรวดเร็วเหมือนเคย นั่งมาสักพักเขาก็เข้ามาจอดรถบนตึกเป็นตึกเดียวกันนะแต่ทำไมมันมีรถแค่ไม่กี่คันทั้งๆที่ชั้นล่างๆมีรถเป็นร้อยๆคันเลยอ้ะ เราขึ้นมาจอดชั้นที่สูงที่สุด

“ทำไมมันค่อยมีรถเลยอ้ะ?”

“ชั้นวีไอพี”

“อ๋อ”

ว่าก่อนจะเดินตามเขาไป ไม่รู้เหมือนกันทำไมไอ้บ้านี่มันเดินเร็วนักเร็วแบบมากๆอ้ะทั้งๆที่ฉันก็ไม่ได้ขาสั้นนะทุกคนฉันเป็นคนที่ค่อนข้างขายาวสะด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับผู้หญิงรุ่นเดียวกัน แค่ไอ้บ้านี่มันก้าวแค่ไม่กี่ก้าวฉันต้องก้าวตามไปถึงห้าก้าวถึงจะทันเขา ให้ตายเถอะ

เราเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าร้านเสื้อผ้าร้านนึงเป็นร้านเสื้อผ้าผู้หญิงก่อนจะเข้าไปในร้าน เข้ามาทำไมในนี้

“นายมาซื้อเสื้อผ้าให้แฟนหรอ?”

“ทำไมถึงคิดว่าฉันจะซื้อให้แฟน?”

“ก็นายบอกฉันเองว่ามาทำธุระแล้วอยู่ๆก็เดินเข้าร้านเสื้อผ้าผู้หญิงแต่นายเป็นผู้ชาย ถ้าไม่ซื้อให้แฟนนายจะซื้อให้ใคร จริงไหม?”

“หึ”

“?”

“อือซื้อให้แฟน”

“ว่าแล้ว”

“ไปลองดิ”

“ลองอะไร”

“เข้าร้านเสื้อผ้าบองรองเท้ามั้ง”

“กวน*ีน!”

“พูดจาให้มันเป็นกุลสตรีหน่อย”

“ทำไมฉันก็พูดของฉันยังงี้จะทำไม!”

“ไปลอง”

“ฉันจะลองไปทำไม?”

“แฟนฉันหุ่นเหมือนเธอ”

“อ๋อตะยืทตัวฉันว่างั้นเหอะ”

“อือ”

“รำบากฉันอีกและ”

“เร็ว”

“เออๆรู้แล้วน่าเร่งจังเลย”

สักพักเขาก็เลือหยิบเสื้อผ้าก่อนที่จะยื่นมันมาเป็นกองๆให้ฉันหอบก่อนจะผลักฉันเข้าห้องลองชุดไปส่วนเขานั่งสบายๆหน้าห้องลอง

ชุดแต่ละชุดที่เขาเลือกให้เป็นชุดที่แบบออกแนวหวานๆหน่อยแค่ก็ก็บางชุดที่ค่อนข้างจะไปทางสองแง่สองง่ามคือแบบซ่อนเปรี้ยวแบบ ผ่าหลังอย่างงี้หรือไม่ก็แขนยาวแบบซีทรูยังงี้ ให้ตายเถอะเกิดมาไม่เคยต้องใส่พวกชุดกระโปงแบบนี้ จำได้เลยว่าใส่ล่าสุดตอนไหน ก็คือตอนที่มันเป็นงานวันเกิดพี่นิ้งอะดิเป็นครั้งเดรยวที่ฉันยอมใส่กระโปรงแบบเป็นทางการอะนะกระโปงโรงเรียนไม่นับ

“เสร็จยัง?”

“เออเสร็จแล้ว!”

 

 

 

0_0

“นี่นาย นาย ราย!”

“ว่า....?”

“เป็นไง?”

“ก็ดี ลองชุดต่อไป”

“ค่ะ!”

ลองชุดกันไปเรื่อยจนกระทั่งฉันลองหมดทุกชุดค่ะแล้วคุณรู้ไหมทั้งหมดมันมีกี่ชุด สามสิบ เบาๆเอง เหี้ยเลยล่ะ!เหี้ยแบบเบาๆอ้ะ ไอ้บ้าเอ๊ย แล้วคุณเชื้อไหมว่าตั้งแต่ที่ลองชุดอีกไปถึงชุดสุดท้ายที้งหมดที่ไอ้บ้านี่พูดคือ “ก็ดี” ก็ดีๆ! เออรู้แล้วเว้ยแต่ไม่เห็นพูดสักคำว่าจะเอาชุดไหน แบบอะไรของเขาว้ะ!?”

“นี่นาย เลือสักชุดเหอะ!”

“เลือกแล้ว”

“เออ! เอาชุดไหน?”

“คิดว่าชุดไหนดี?”

“ก็ดีหมดแหละของแบรนด์ดังทั้งนั้นแล้วนายบอกเองว่าแฟนนายตัวเท่าฉันแล้วทั้งหมดที่เลือกมาฉันใส่ได้หมดก็แสดงว่าแฟนนายน่าจะใส่ได้แล้วก็น่าจะชอบ!”

“อือ”

“อือ! ชุดไหนเลือก!”

“ทั้งหมด”

ห้ะ!

“ทั้งหมดนี่!”

“อือ”

ว่าก่อนจะยัดมันใส่มือพนักงานขายก่อนจะจัดการคิดเงินแล้วยัดสัมภาระต่างๆมาให้ฉันครึ่งนึงส่วนเขาก็ถือครึ่งนึง แบบอะไรว้ะ? ลากฉันมาเป็นเบ้หรอ? หึ้ย! ว่าแล้วเราก็เดินกลับไปที่รถแล้วขึ้นรถกลับกัน

“นี่นายไปส่งฉันที่หอได้ไหม?”

“อือ”

“ขอบใจ”

ตลอดทางที่นั่งรถด้วยกันมาเราก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีกเลยเขาก็ขับรถส่วนฉันเงียบอันที่จริงก็มีบ้างที่แบบว่าเราบังเอิญหันมาสบตากันแต่ก็เป็นฉันทุกครั้งที่รีบหันหนี ไม่รู้ว่าทำไมทุกๆครั้งที่สบตากับเขาฉันรู้สึกแปลกๆเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิตนี้เลย มันตื่นเต้นทุกๆครั้งแบบที่ไม่เคยเป็นกับใครมาก่อนเลย และมันแปลกอย่างนึงคือฉันไม่รู้สึกกลัวเค้าเหมือนผู้ชายคนอื่นเลยแม้แต่น้อยฉันกลายเป็นคนพูดมาก แบบมากๆอ้ะ แล้วก็ไม่รังเกียจเขาด้วยซึ่งฉันไม่รู้ว่าทำไม หรือเพราะว่าเขาจะเป็นเพื่อนที่ดีสำหรับฉันเป็นเพื่อนผู้ชายที่ดีที่สุด คงจะยังงั้น.....

เอี๊ยด!

“เบรคแบบนรกแตกอีกแล้ว”

“ถึงแล้ว”

“รู้แล้ว”

“อืมกลับดีๆ”

“อือรู้แล้วน่า ขอบคุณที่มาส่งแล้วก็ที่เลี้ยงอาหาร”

“เลี้ยงอะไร”

“ก็อาหารวันนี้ไง”

“อือ...ของนะถือขึ้นไปด้วย”

“ของ? ของอะไร?”

“ที่ซื้อมา”

“นายซื้อมาให้แฟนไม่ใช่หรอ?”

“ลืมไปฉันไม่มีแฟน”

“ห้ะ! เอาแล้วแม่งก็ซื้อมาสะเยอะเลย!”

“ชั่ง..ถือขึ้นไปด้วย”

“ไม่เอาฉันไม่ใส่ของแบบนี้ ใส่เป็นแต่กางเกงกับเสื้อยืด”

“หึ เอาไปเถอะถือว่าให้เป็นค่าตอบแทนที่ไปเป็นเพื่อนแก้เหงาฉัน”

“เออๆ! ฉันจะไปจริงๆแล้ว ยอบใจแล้วกันสำหรับวันนี้”

“อืม ขอบใจ”

“อือ บาย”

“บาย”

หลังจากที่รถเขาขับออกไปจนสุดสายตาของฉัน ฉันก็จัดการขนของสัมภาระต่างๆขึ้นตึกและเข้าห้องไป ว่าแต่เข้าห้องมายังไม่เห็นพี่นิ่งเลยไปไหนน้ะ?ชั่งเถอะคงจะหลับแหละ

เห้ออันที่จริงก็ไม่ได้โง่หรอกที่เขาพาฉันไปในวันนี้เหมือนเขาจะตั้งใจพยายามเป็นเพื่อนกับฉันมั้งเลยซื้อของให้ แต่อันที่จริงฉันว่าเขาไม่รู้วิธีการขอเป็นเพื่อนมากกว่า ใช่ คงจะเป็นแบบนั้น.....

 

Zeno

 

 

 

 

 

 

 

ACE

 

 

มาแล้วค่า 100% ค่ะ มาเร็วเข้ามาอ่านกันเร็ว ตอนนี้ค่อนข้างจะงงๆหน่อยนะค่ะต้องขอโทษด้วยค่ะไรท์เป็นมือใหม่อยู่ค่ะภาษาเลยค่อนข้างทะแม่งทะแม่งๆ แหะๆแต่สัญญาค่ะว่าจะตั้งใจเขียนให้ดีกว่านี้ รักทุกๆคนค่า

จะว่าไปนิลค่ะคุณไม่รู้หรอค่ะว่าไปเรียกผู้ชายรึว่าแด๊ดดี๊อบบนั้นในภาษาอังกฤษถ้าเขาสื่อความหมายผิดมันคือ “แด๊ดดี๊ที่ไม่ใช่แด๊ดดี๊น่ะค่ะ”:)

1คอมเม้นท์=1กำลังใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Ajex

 

 

 

 

ความคิดเห็น