หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่ออำนาจถูกส่งมอบให้ถูกคน หนทางแห่งการแก้แค้นก็ดูเหมือนจะมิได้ยากเย็นถึงเพียงนั้น!

ตอนที่ 5 มือสังหารจู่โจม

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 มือสังหารจู่โจม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ม.ค. 2563 10:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 มือสังหารจู่โจม
แบบอักษร

 

“มีคนมา” หนิงอวี้สะดุ้งตื่น รู้สึกได้ว่ามือข้างหนึ่งกำลังพาดอยู่บนไหล่ของตนโอบกอดนางไว้ในอ้อมอก นอกจากเสียงหอบอย่างสม่ำเสมอแล้ว ยังมีเสียงก้าวย่างเบาๆ ดังขึ้นมา 

หนิงอวี้ลืมตาขึ้นเล็กน้อย มือข้างหนึ่งชักเอากริชที่ซ่อนเอาไว้ในตะไคร่น้ำออกมา แสงไฟกะพริบไหว สะท้อนเป็นเงาของคนสามคน กิ่งไม้แห้งกลางกองไฟปะทุดังเปรี๊ยะๆ เสียงชักกระบี่ออกจากฝักดังขึ้น หนิงอวี้ดีดตัวลุกขึ้นโดยพลัน ป้องเว่ยหยวนไว้หลังกาย 

ดาบและกระบี่จู่โจมเข้ามา หนิงอวี้เอี้ยวตัวหลบอาศัยจังหวะนั้นเลือกคว้าเอากิ่งไม้แห้งที่ไหม้ไปเกือบครึ่งมากิ่งหนึ่งจากกองไฟ กิ่งไม้ติดไฟลุกโชน คนชุดดำทั้งสามถึงกับต้องถอยหลัง 

กิ่งไม้ยังคงลุกไหม้อยู่กลางอากาศ เปลวเพลิงกวัดแกว่งเป็นแนวโค้ง จังหวะที่คนชุดดำพากันหลบ กริชในมือหนิงอวี้ก็เสียบเข้ากลางหัวใจชายคนหนึ่ง นางดึงกริชออกมา ร่างไร้วิญญาณนั้นก็พลันทรุดฮวบลงกองกับพื้น เหลือเพียงคนชุดดำสองคนที่ได้แต่จ้องหน้ากันอย่างลังเล ก่อนที่จะพากันบุกเข้ามาพร้อมกัน 

เพียงชั่วพริบตาเดียวกันนั้น หนิงอวี้ฝืนตัวเบี่ยงหลบจนแผลเก่าปริแตก เลือดสดๆ ถึงกับพุ่งทะลัก กระบี่เล่มยาวจู่โจมเข้ามา หนิงอวี้รีบใช้กริชสกัดเอาไว้ เดิมทีกำลังของหนิงอวี้ก็ไม่อาจทัดเทียมผู้ชายได้อยู่แล้ว มิหนำซ้ำตอนนี้อาการบาดเจ็บยังไม่ได้รับการรักษา ทำให้เสียเปรียบหนักยิ่งขึ้น นางไม่สามารถต้านแรงศัตรูได้ กระบี่ยาวนั้นเคลื่อนต่ำลงมาข้างลำคอ หนิงอวี้ก้มหลบและอาศัยจังหวะนั้นหมุนตัวซัดฝ่าเท้าเข้าใส่คนชุดดำจนเซไปติดกับผนังถ้ำ  

เสียง ฟิ้ว! ดังขึ้น ลูกศรเงินแล่นออกจากแขนเสื้อ ปักเข้ากลางศีรษะคนชุดดำจนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น หนิงอวี้เหลียวกลับ เห็นเว่ยหยวนนั่งอยู่บนตะไคร่น้ำด้วยสีหน้าสงบนิ่ง ราวกับเบื้องหน้าไม่ใช่ฉากฆ่าฟันนองเลือด แต่เป็นงานชุมนุมกลอนจิบชา 

คนชุดดำที่เหลือเพียงคนเดียวเห็นท่าไม่ดีจึงรีบหนีอย่างลนลาน ตะกายเครือเถาวัลย์ปีนไปยังด้านบน ใบหน้าของหนิงอวี้ที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดคลี่ยิ้มอันบริสุทธิ์ไร้เดียงสา 

“ใครส่งเจ้ามา” หนิงอวี้ถือกระบี่ที่เก็บขึ้นมาไว้ในมือ “เจ้าลองคิดให้ดี หากไม่พูดความจริง เช่นนั้นข้าก็จะตัดเถาวัลย์ ส่งเจ้าไปอยู่ก้นเหวนี่เสีย” 

คนชุดดำที่ปีนอยู่บนเครือเถาวัลย์นั้นตัวสั่นเทิ้ม ยังคงปากแข็งไม่ยอมบอกเช่นเดิม “ต่อให้ตายก็จะไม่พูด พวกเรามือสังหารยึดถือความซื่อ...” หนิงอวี้แค่นเสียงหัวเราะก่อนจะใช้เท้าถีบเข้าใส่คนชุดดำ 

“...สัตย์ อ๊ากกก” คนชุดดำร่วงลงยังก้นเหว เสียงสะท้อนดังก้องไม่ขาดสาย 

มือซ้ายของหนิงอวี้กุมบาดแผลบนมือขวาไว้แน่น มองร่างคนชุดดำดิ่งลงสู่เบื้องล่างจนผืนน้ำแตกกระเซ็นเป็นฝอยด้วยสีหน้าเรียบเฉย ร่างในชุดดำกลางบึงค่อยๆ จมดิ่ง ก่อนจะปรากฏเป็นวงสีแดงจากเลือดขยายออกเป็นวงกว้าง 

ตัวการน่ะหรือ...มู่หรงหวั่นเป็นผู้ที่น่าจับตาเป็นที่สุด หรืออาจเป็นผู้อื่น แต่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม...นางยกยิ้มน้อยๆ หากไม่ใช่พันธมิตร ใครอื่นล้วนแต่เป็นศัตรูทั้งสิ้น ในเมื่อเรื่องราวต่างๆ พัวพันยุ่งเหยิงดั่งปมเชือก เช่นนั้นก็ตัดมันให้ขาดเสียทั้งหมดเลยแล้วกัน 

ข้าถอยแล้วถอยอีก ตั้งใจแต่แรกว่าจะใช้ชีวิตอย่างสงบเสงี่ยมหลีกเลี่ยงปัญหาต่างๆ แต่พวกเจ้ากลับจะบีบคั้นข้าให้ได้ ชาติก่อนทำร้ายข้าอีกทั้งคนที่ข้ารัก ชาตินี้ข้าตั้งใจแต่แรกว่าจะปลงผมบวชชี แต่ก็หนีไม่พ้นความอาฆาตมาดหมายเอาชีวิต ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ขอสะสางบัญชีนี้ไปพร้อมกับเรื่องราวเมื่อชาติก่อนเสียเลยแล้วกัน 

“เจ็บไหม” หนิงอวี้บิดตัวพลางส่ายศีรษะ ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งผลักร่างไร้วิญญาณของเหล่าคนชุดดำออกจากปากถ้ำไป ในถ้ำนองไปด้วยคราบเลือด ส่งกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่ว 

แขนเสื้อที่ย้อมด้วยเลือดจนชุ่มโชกนั้น บัดนี้กลายเป็นสีน้ำตาลไปแล้ว หนิงอวี้ลองขยับแขน อาการเจ็บนี้ดูผิดปกติ หากไม่ได้รับการรักษาให้ทันท่วงที เห็นทีคงต้องเสียแขนเป็นแน่ 

เสียงฉีกผ้าดังขึ้น หนิงอวี้ส่ายศีรษะพร้อมเอ่ยขึ้นว่า “ไม่ต้องแล้วเพคะ” เว่ยหยวนไม่ได้ตอบ เขาฉีกผ้าขาวสะอาดออกมาหนึ่งแถบ 

หนิงอวี้รับผ้าขาวนั้นไว้ แล้วเว่ยหยวนก็หมุนตัวกลับไป ในขณะที่นางใช้แขนข้างหนึ่งผลัดชุดคลุมออกนั้น นางเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีบาดแผลที่แขนซ้าย แม้จะเป็นแผลปริไม่กว้างนักทว่าลึกลงถึงกระดูก คงเป็นเพราะระหว่างที่โรมรันกันอยู่นั้นจิตใจนางเครียดขึงถึงขีดสุด จึงไม่ทันรู้สึกตัวแม้แต่น้อย 

“ท่านอ๋องทรงโปรดช่วยทีเพคะ” หนิงอวี้มุ่นคิ้ว เงากายของเว่ยหยวนพลันนิ่งทื่อไป ผ่านไปชั่วครู่ถึงได้หันกายกลับมา หูของเว่ยหยวนแดงก่ำ หนิงอวี้หันศีรษะออกโดยไม่ได้ใส่ใจ 

ผ้าบนแขนค่อยๆ ถูกแกะออกทีละนิด ก่อนที่ผ้าขาวสะอาดจะค่อยๆ ถูกพันทับกลับบนปากแผลอย่างนุ่มนวล มือของเว่ยหยวนนั้นสั่นอยู่นิดๆ แต่ยังคงบังคับตนเองให้นิ่งแล้วใช้สายรัดเอวของชุดคลุมนั้นรัดไว้จนแน่น “แค่กๆ เสร็จแล้ว” 

“ขอบพระทัยเพคะ” เว่ยหยวนถอดชุดคลุมนอกออกแล้วห่มลงบนตัวหนิงอวี้ “เจ้านอนเถิด ข้าจะคอยเฝ้ายามกลางคืนเอง” 

หนิงอวี้ง่วงจนถึงขีดสุด จึงไม่บ่ายเบี่ยงอะไรอีก นางเอนกายลงพิงผนังหินแล้วผล็อยหลับไป 

ความคิดเห็น