ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 5 สีขาว

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 สีขาว

คำค้น : วายจีน 18+ yaoi นิยายวาย ท้องได้

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.พ. 2563 09:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 สีขาว
แบบอักษร

  

ตอนที่ 5 สีขาว 

 

  

เสี่ยวเฟิงพาร่างบอบช้ำของตัวเองเดินโซเซออกมาจากห้องอย่างทุลักทุเล ทุกย่างก้าวนั้นทำให้เจ้าจิ้งจอกน้อยเจ็บร้าวไปทั้งร่าง โดยเฉพาะช่วงเอวที่เจ็บจนชาแต่เขารอช้าอีกไม่ได้ ใจจริงเสี่ยวเฟิงอยากจะขย้ำเจ้ามารชั่วนั่นให้ตายคามือเสียก่อนแต่ก็กลัวจะสายเกินไป เพราะเขาต้องรีบพาพระชายาหนีไปจากที่นี่ ไม่เช่นนั้นองค์รัชทายาทจะต้องถูกกำจัดอย่างแน่นอน 

"อึก! เจ็บใจนัก เจ้ามารชั่วหากเจอกันอีกครั้งข้าจะฆ่าเจ้าให้ตายคามือ!" เจ้าจิ้งจอกน้อยใช้มือทุบกำแพงด้วยความเจ็บใจ สภาพของเขาตอนนี้นั้นช่างน่าสมเพชนัก กว่าจะเดินได้แต่ละก้าวเขาต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างมาก เสี่ยวเฟิงอยากจะพักแต่ก็ทำไม่ได้เพราะเขายังมีหน้าที่สำคัญที่ต้องทำ 

เสี่ยวเฟิงรีบตามหาชายามังกรจนรู้ว่าแท้จริงแล้วก็คือห้องที่เขากำลังจะเข้าไปแต่หลี่จิ้งมาขวางเอาไว้ก่อนนั่นเองเขาจัดการวางยาทหารยามโดยการแปลงร่างเป็นมารรับใช้นำกระถางกำยานที่ผสมเลือดของเขาแล้วเดินไปตามทางเดิน 

เสี่ยวเฟิงพยายามเดินให้เป็นปกติที่สุด ถึงแม้ว่าต้องฝืนร่างกายอย่างมากก็ตาม ทว่ากลับถูกทหารคนหนึ่งเรียกตัวเอาไว้ 

"เดี๋ยว! เจ้ามาทำอะไรที่นี่" 

"ข้ากำลังจะเอากระถางกำยานไปวางในห้องของพระชายา ตามคำสั่งขององค์รัชทายาทเจ้าค่ะ" เสี่ยวเฟิงตอบ 

"องค์รัชทายาทเป็นคนสั่งเช่นนั้นรึ" ทหารยามถามด้วยสีหน้าสงสัย 

"เจ้าค่ะ" 

เจ้าจิ้งจอกแสร้งตอบคำถามด้วยรอยยิ้ม ในใจก็ภาวนาขอให้ยาออกฤทธิ์โดยเร็วและโชคก็เข้าข้างเสี่ยวเฟิงจริงๆ เพียงไม่นานพวกมารก็สลบกันหมดเขาจึงเข้าไปพาพระชายาออกมาได้ ก่อนจะรีบหนีออกจากตำหนักของหลี่จิ้งโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

 

  

"แฮ่กๆๆ" หนีออกมาได้สักพักทั้งเสี่ยวเฟิงและไป่เหอก็ต้องหยุดพัก ด้วยสภาพร่างกายเช่นนี้เขาก็ไม่ต่างอะไรกับมนุษย์ธรรมดา เพียงครู่เดียวก็หมดแรงเสียแล้ว 

"วิ่งเล่นกันพอหรือยัง" เสียงของหลี่จิ้งทำให้เสี่ยวเฟิงตกใจมาก เขามั่นใจว่าหลี่จิ้งจะต้องขยับตัวไม่ได้อีกหลายชั่วยาม แต่นี่ราวกับรัชทายาทมารไม่ได้เป็นอะไรเลย ยิ่งไอมารที่หลี่จิ้งปล่อยออกมานั้นสร้างแรงกดดันจนเขาแทบยืนไม่ไหวเรี่ยวแรงที่มีอยู่ก็เหลือน้อยเต็มที 

  

"พวกเจ้าคิดว่าจะหนีข้าพ้นอย่างนั้นรึ น่าขันเพียงได้วิ่งเล่นในสวนหลังตำหนักข้าก็เหนื่อยหอบกันขนาดนี้แล้ว ข้างนอกนั่นคือภพมาร เจ้าคิดจะเอาชีวิตไปทิ้งหรืออย่างไร " หลี่จิ้งก้าวเข้ามาใกล้ นัยน์ตานั้นวาวโรจน์ขึ้น เจ้าจิ้งจอกน้อยตัวนี้ทำกับเขาไว้แสบสันนัก จับตัวได้เมื่อไหร่เขาจะสั่งสอนเสียให้เข็ดหลาบ 

"ทำไมถึงยังลุกขึ้นมาได้" เสี่ยวเฟิงพึมพำเบาๆ เลือดของเขาเป็นยาชาและยาสลบฤทธิ์แรง แต่หลี่จิ้งกลับไม่เป็นอะไรเลย 

รัชทายาทมารจ้องตากับเสี่ยวเฟิงราวกับอ่านใจร่างบางได้ทะลุปรุโปร่งเจ้าจิ้งจอกน้อยคงแปลกใจมากที่ยังเห็นเขายืนอยู่ได้ 

"พิษจิ้งจอกของเจ้าก็ไม่เลว ทำให้ข้าหลับสบายไปหลายชั่วยาม เเต่เจ้าคิดว่าจะฆ่าข้าได้อย่างนั้นรึ ช่างอ่อนหัดเสียจริง เจ้าต่างหากที่สภาพเช่นนี้ยังลุกมาวิ่งเล่นได้อีก " รอยยิ้มเย้ยหยันประดับบนใบหน้าของหลี่จิ้งทำให้เสี่ยวเฟิงกัดฟันโกรธจะตัวสั่น นึกเสียดายที่ตอนนั้นเขาน่าจะลงมือฆ่าเจ้ามารชั่วนี่ให้ตายๆไปซะ 

"ข้าจะฆ่าเจ้า! " เสี่ยวเฟิงตะโกนด้วยความโกรธ 

  

"หึ ไป่เหอข้าคิดว่าเจ้าจะฉลาดกว่านี้ ไยจึงทำเรื่องโง่งมไร้ประโยชน์เช่นนี้เล่า ข้าอุตส่าห์ส่งเทียบเชิญงานอภิเษกไปถึงพิภพสัตว์เทพให้ชินหลงมาร่วมยินดีกับงานอภิเษกของเราเเท้ๆ หากเจ้าหายไป ข้าจะมีหน้าไปพบราชามังกรได้อย่างไร" หลี่จิ้งหาได้สนใจคำพูดของเจ้าจิ้งจอกน้อย เขาต้องพาตัวชายาของราชามังกรกลับไปตามคำสั่งราชาหลี่เฉินบิดาของเขา ส่วนเจ้าจิ้งจอกดื้อตัวนี้เขาจะต้องคิดบัญชีให้สาสม 

"เจ้าคิดจะใช้พระชายาเป็นชนวนสงครามอย่างนั้นรึ! " เป็นเสี่ยวเฟิงที่ตะโกนออกมาด้วยความตกใจ ที่แท้จุดประสงค์ของพวกมารก็คือ ก่อสงครามกับพิภพสัตว์เทพ 

"......." ไร้ซึ่งคำตอบจากรัชทายาทภพมาร 

"ที่แท้เป็นเช่นนี้ เจ้าวางแผนมาตั้งแต่แรก แต่เจ้าเอาอะไรมามั่นใจว่าชินหลงจะยอมทำสงครามเพราะข้...เหวอออออ" 

เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงจนพวกเขาทุกคนเสียการทรงตัว โดยเฉพาะเสี่ยวเฟิงที่ทรุดลงไปกับพื้นเพราะฟืนตัวเองไม่ไหว ทำให้หลี่จิ้งฉวยโอกาสเข้ามาเอาตัวไป่เหอไปได้ 

  

" หึ เร็วกว่าที่คิดเสียอีก" หลี่จิ้งดูไม่ร้อนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนกับคาดการณ์เอาไว้แล้วว่าต้องมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น ร่างสูงเข้ามาคว้าตัวของไป่เหอเข้าไปในอ้อมแขน เขายังยิ้มให้กับคมกระบี่ของราชามังกรอย่างไม่เกรงกลัว 

"ยังใจร้อนเหมือนเดิมไปเปลี่ยนเลยนะราชาชินหลง" หลี่จิ้งเอ่ยทักทายราชามังกร 

"'งานอภิเษกจะจัดขึ้นวันพรุ่งนี้ ไยจึงใจร้อนรีบมาเเสดงความยินดีกับเราเร็วถึงเพียงนี้เล่า ข้ายังไม่ได้จัดการต้อนรับให้สมเกียรติ" หลี่จิ้งยังเอ่ยวาจากวนโทสะผู้มาใหม่ไม่หยุด 

"ปล่อยชายาข้า" น้ำเสียงทุ้มหนักแน่นทรงอำนาจแต่แฝงไปด้วยความโกรธที่ปิดเอาไว้ไม่มิด ก่อนที่ทั้งคู่จะเข้าปะทะกัน 

เคร้ง! เสี่ยวเฟิงมองดูราชามังกรต่อสู้กับกรงเล็บของมารหลี่จิ้ง ทั้งคู่ประจันหน้ากันโดยมีร่างเจ้านายของเขาขั้นกลาง เสี่ยวเฟิงอยากจะบอกให้ราชามังกรหยุดเพราะกลัวพระชายากับองค์รัชทายาทจะเป็นอันตรายแต่ก็หาโอกาสเข้าไปแทรกไม่ได้ 

"หึหึ สงสัยว่าครั้งนี้ราชาชินหลงคงต้องกลับไปมือเปล่าเสียแล้ว หากคิดจะชิงตัวชายาข้าเกรงว่าทั้งสองภพคงไม่อาจปรองดองกันได้อีก" หลี่จิ้งยกยิ้มแม้จะต้องรับมือกับราชามังกรอยู่ก็ตาม เพราะเรื่องกำลังเป็นไปตามแผนที่บิดาของเขาวางเอาไว้ การลักพาตัวไป่เหอมานั้นก็เพื่อการนี้ 

"หุบปาก ไป่เหอเป็นชายาของข้า" 

"กล้าเเตะต้องชายาของข้า ภพมารต้องชดใช้" พลังของราชามังกรนั้นไม่อาจรับมือได้โดยง่าย พิษของเจ้าจิ้งจอกน้อยทำให้หลี่จิ้งได้สู้ได้ไม่เต็มที่นัก สุดท้ายก็ไม่สามารถรั้งร่างของชายามังกรเอาไว้ได้ 

  

เสี่ยวเฟิงรับร่างของไป่เหอเอาไว้ได้ทัน เมื่อสบโอกาสเข้าจึงรีบพาพระชายาออกจากสนามรบ ไม่รู้ว่าการต่อสู้ผู้ใดจะเป็นฝ่ายชนะเพื่อความปลอดภัยเขาจึงต้องพาพระชายาหนีออกมาก่อน 

เสี่ยวเฟิงพาไป่เหอหนีมาจนถึงทางแยก ที่เป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างภพแต่พระชายากลับดึงให้เขาหยุดวิ่ง ทั้งที่ด้านหน้ามีทหารของพิภพสัตว์เทพกลุ่มหนึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก 

"พระชายา" เสี่ยวเฟิงมองหน้าไป่เหอด้วยความไม่เข้าใจ 

"ยังไม่รู้ว่าใครต้องการฆ่าข้า เรายังกลับพิภพสัตว์เทพไม่ได้ " เสี่ยวเฟิงเข้าใจว่าพระชายากังวลเรื่องนี้อยู่ แต่ตอนนี้พิภพสัตว์เทพก็ถือว่าเป็นสถานที่อันตรายต่อพระชายาและองค์รัชทายาทจริงๆ 

"ทางนั้นคือที่ไหน" เขาหันไปตามเส้นทางที่พระชายาชี้นิ้วไปเส้นทางนั้นเสี่ยวเฟิงเองก็ไม่เคยข้ามเขตแดนมาก่อนแต่เขารู้ว่ามันคือที่ไหน 

"โลกมนุษย์ขอรับ" 

 

  

การตัดสินใจครั้งนี้ทำให้เสี่ยวเฟิงและไป่เหอต้องหลงอยู่ในป่าของโลกมนุษย์มาหลายวัน แต่โลกมนุษย์ไม่ได้มีสัตว์พิสดารอะไรอยู่แล้ว พวกเขาจึงไม่ต้องห่วงเรื่องอันตรายมากนัก 

"ข้ากลับมาแล้วขอรับพระชายา วันนี้ได้ไก่ป่าแล้วก็ผลไม้ป่ามาด้วยขอรับ"เสี่ยวเฟิงรับหน้าที่ล่าสัตว์เล็กๆอย่างพวกไก่ป่าหรือกระต่ายมาเป็นอาหารประทังชีวิต แต่นานวันเข้าเสี่ยวเฟิงก็ถูกความเหนื่อยล้าเข้าโจมตี รอบตัวหมุนคว้างไปหมดเขาเพิ่งตระหนักได้ว่าต่อให้เป็นสัตว์เทพก็เจ็บป่วยได้เช่นกัน 

"เสี่ยวเฟิง! เจ้าเป็นอะไร" ชายามังกรตกใจมากเมื่อเห็นว่าเจ้าจิ้งจอกน้อยหน้าซีดอ่อนแรงเช่นนี้ 

"ข้าคงแค่เหนื่อยน่ะขอรับ" เสี่ยวเฟิงตอบ 

ชายามังกรประคองให้เจ้าจิ้งจอกน้อยนั่งลงก่อนจะเดินไปที่ลำธารแล้วตักน้ำมาให้ดื่ม ไป่เหอใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวให้เสี่ยวเฟิงอย่างเบามือ แต่ผิวกายภายใต้อาภรณ์ที่ปกปิดเอาไว้นั้นเต็มไปด้วยร่องรอยที่ใครบางคนฝากเอาไว้จนแทบไม่เหลือที่ว่าง 

"รอยพวกนี้....." เสี่ยวเฟิงอ้ำอึ้งเมื่อถูกถามถึงที่มาของร่องรอยบนร่างกาย เรื่องเช่นนี้ไม่ต้องบอกพระชายาก็คงดูออกว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาบ้าง 

"หลี่จิ้งใช่หรือไม่" 

  

"........" เสี่ยวเฟิงเลือกที่จะไม่ตอบคำถาม เพียงเท่านี้ก็หมายความว่าชายามังกรคาดเดาได้อย่างถูกต้องแล้ว 

"เฮ้ออออ เพราะข้าแท้ๆเจ้าถึงต้องมาเจอเรื่องร้ายๆเช่นนี้" 

"ไม่ใช่ความผิดพระชายาหรอกขอรับ เป็นหน้าที่ของข้าที่จะต้องปกป้องพระชายาและองค์รัชทายาทอยู่แล้ว ส่วนเจ้ามารชั่วนั่นเราอย่าเอ่ยถึงมันอีกเลยนะขอรับ" เสี่ยวเฟิงขอร้องไป่เหอไม่ให้พูดถึงหลี่จิ้งอีก แค่เพียงชื่อเขาก็ไม่อยากได้ยิน 

50% 

  

"ก็ได้ๆ แต่เจ้านี่ก็เหลือเกินจริงๆเลยนะเสี่ยวเฟิง เจ็บหนักขนาดนี้กลับไม่ยอมบอกข้าสักคำ ต่อไปนี้มีอะไรต้องบอกข้าเข้าใจหรือไม่" ไป่เหอดุเจ้าจิ้งจอกน้อยไม่จริงจังนัก 

"ขอรับ" 

"เจ้านอนพักก่อน เรื่องอาหารเดี๋ยวข้าจัดการเอง" 

เสี่ยวเฟิงพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ตอนนี้เขารู้สึกอ่อนเพลียมากคงเป็นเพราะร่างกายผ่านศึกหนักมาไม่น้อยจนถึงขีดจำกัดแล้วจึงได้เป็นเช่นนี้ ทว่าเสี่ยวเฟิงนอนพักไปหลายวันอาการของเขาก็ยังไม่ดีขึ้นซ้ำยังดูเหมือนจะแย่ลงเสียอีก 

"อึก!"เสี่ยวเฟิงพยุงร่างของตัวเองลุกขึ้นเพราะรู้สึกมวนท้อง พาให้ไม่อยากอาหารไปด้วย 

"เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้" เจ้าจิ้งจอกน้อยสะบัดหัวแรงๆเพื่อไล่อาการวิงเวียนออกไป แต่ช่างเป็นการกระทำที่เปล่าประโยชน์สิ้นดี เพราะไม่ได้ช่วยให้เขาดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย 

"เจ้าเป็นอย่างไรบ้างเสี่ยวเฟิง สีหน้าดูไม่ดีขึ้นเลย" ไป่เหอกลับมาจากเก็บผลไม้ป่าถามด้วยความเป็นห่วง 

"ไม่รู้เหมือนกันขอรับ ข้าไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน" เจ้าจิ้งจอกน้อยค่อยๆนั่งลงอย่างอ่อนแรง นึกไม่ถึงว่าร่างกายของเขาจะอ่อนแอลงถึงเพียงนี้ 

"ถ้าเป็นแบบนี้พวกเราจะรอดจากป่านี้ได้อย่างไรกัน" เสี่ยวเฟิงเองก็กังวลเรื่องนี้ไม่ต่างกัน พระชายากำลังตั้งครรภ์รัชทายาทของราชามังกร แต่กลับต้องมาลำบากเช่นนี้เขาช่างเป็นข้ารับใช้ที่ไม่เอาไหนเสียเลย 

 

  

"อึก! อ้วกกก" 

แล้วก็เป็นอีกวันที่ยังเสี่ยวเฟิงมวนท้องอยู่เช่นเดิม แต่ดูเหมือนอาการเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆเพราะเขากินอาหารอย่างอื่นไม่ได้นอกจากผลไม้ป่าหรือจริงๆแล้วเขากำลังป่วยเป็นโรคร้ายอะไรอยู่กันแน่ เกิดมาสี่ร้อยกว่าปีเขาไม่เคยป่วยเช่นนี้มาก่อน หรือว่าพอมาอยู่ที่โลกมนุษย์เข้าจะกลายเป็นโรคประหลาดขึ้นมา 

"เสี่ยวเฟิง! เสี่ยวเฟิง!" เสียงของไป่เหอเรียกหาเจ้าจิ้งจอกน้อยด้วยความดีใจ ด้านหลังของชายามังกรมีหญิงชราเดินตามมาด้วย เสี่ยวเฟิงคาดว่าคงจะชาวบ้านที่ขึ้นมาหาของป่าบนเขาลูกนี้ ดีที่ก่อนข้ามประตูเชื่อมภพมาเขาแปลงร่างเป็นมนุษย์แล้วจึงไม่ต้องกลัวว่าจะมีคนจับได้เรื่องที่เขาเป็นจิ้งจอกหิมะ 

"เรารอดแล้วล่ะ โชคดีที่ท่านยายมาหาสมุนไพรแถวนี้พอดี ข้าเลยขอร้องให้มาดูอาการของเจ้า" 

"นี่รึ น้องชายของเจ้าที่บอกว่าป่วยหนัก" 

"ใช่แล้วขอรับ ท่านยายพอจะรักษาเขาได้ไหมขอรับ" เสี่ยวเฟิงมองหน้าหญิงชราที่เดินตามพระชายามา นางดูไม่เหมือนหมอเลยแม้แต่น้อย 

"พวกเจ้าไปที่บ้านข้าก่อนเถอะ จากประสบการณ์ของข้าแล้ว.....ข้าว่ามีอะไรแปลกๆ" หญิงชรากวาดสายตามองเสี่ยวเฟิงด้วยสายตาแปลกๆ หลายครั้งแต่ก็ไม่ยอมพูดอะไรออกมาเสียที จนในที่สุดก็ถึงบ้านของนาง..... 

 

  

"ท้อง!!" 

"ท่านยาย นี่ท่านไม่ได้ตรวจผิดใช่ไหมขอรับ" 

"ข้าก็อยากจะให้ตัวเองตรวจผิดเหมือนกันนั่นแหละ ข้าเป็นหมอตำแยมาตั้งแต่สาวจนตอนนี้ผมของข้าหงอกทั้งหัวก็เพิ่งเคยเห็นผู้ชายท้องได้" หญิงชราตอบคำถามเสี่ยวเฟิงมือก็คว้ายาหอมมาดมด้วย เกิดมานางเพิ่งเคยเห็นเรื่องเหนือธรรมชาติเช่นนี้เป็นครั้งแรก 

"ไม่จริง.....ไม่จริง" เสี่ยวเฟิงพึมพำคนเดียวราวกับคนเสียสติ 

"เสี่ยวเฟิงเจ้าใจเย็นๆก่อน" 

"พวกเจ้าคุยกันไปก่อนก็แล้วกันนะ ข้าขอตัวไปพักเสียหน่อย วันนี้เหมือนอายุข้าจะสั้นลงไปอีกหลายปี" 

"ท่านยายขอรับ เรื่องนี้....." ไป่เหอรั้งนางเอาไว้ หญิงชรารู้ความหมายที่เขากำลังจะพูดจึงตอบกลับทีเล่นทีจริงกับชายหนุ่มทั้งสองคน 

"ข้าไม่บอกผู้ใดหรอก ขืนข้าเอาไปพูดคนเขาคงจะหาว่าข้าบ้ากันพอดี" ชายามังกรคิดว่าหญิงชราผู้นี้นิสัยใจคอกว้างขวางทั้งยังมีเมตตายิ่งนัก ไม่ใช่เรื่องง่ายที่มนุษย์จะนิ่งเฉยต่อเรื่องเช่นนี้ แต่นางกลับไม่ถามอะไรพวกเขาสักคำ ดูเหมือนเป็นคนใจกว้างหรือแท้จริงแล้วเพียงไม่สนใจเรื่องของผู้อื่น ไป่เหอก็ไม่อาจเดาใจนางได้ 

"ขอบคุณท่านยายมากขอรับ"เมื่อหญิงชราออกไปเจ้าจิ้งจอกน้อยก็ออกอาการกระวนกระวายทันที เรื่องเช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับเขา 

  

"พระชายาในท้องของข้ามีเด็กอยู่ มีลูกของเจ้ามารชั่วนั่นอยู่ในตัวข้า!" เสี่ยวเฟิงน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวหลังจากที่รู้ว่าในท้องมีชีวิตหนึ่งกำลังเติบโตขึ้น แต่นั่นเป็นสิ่งที่เขาไม่ต้องการ 

"ตั้งสติก่อนเสี่ยวเฟิง!" 

"เด็กคนนี้ไม่ควรเกิดมา....." 

"ฟังข้านะ เด็กคนนี้ไม่มีความผิดเลยแม้แต่นิดเดียวไม่ว่าจะควรหรือไม่แต่เขาก็เกิดมาแล้วและเจ้าก็เป็นแม่ เด็กคนนี้เป็นลูกของเจ้าเหมือนกันนะเสี่ยวเฟิง" ไป่เหอเตือนสติให้เจ้าจิ้งจอกน้อยสงบลง 

"ลูกของข้า......" 

มือเรียวลูบลงบนหน้าท้องของตนเองคนเป็นแม่จะไม่รักลูกของตัวเองได้อย่างไร เด็กคนนี้เป็นลูกของเขาแต่ก็ลูกของศัตรูด้วยเช่นเดียวกัน 'ไม่ใช่! เด็กคนนี้เป็นลูกของข้า ของข้าคนเดียว' ความขัดแย้งเกิดขึ้นมากมายในใจของเสี่ยวเฟิง เขากลัวว่าลูกที่เกิดมาอาจจะต้องเจอกับเรื่องที่เจ็บปวดเพราะสายเลือดอีกครึ่งที่ไหลเวียนในตัว 

"ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้วเรากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้หรอกนะเสี่ยวเฟิง ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่โทษเด็กคนนี้เพราะเขาได้ไม่ทำความผิดอะไร " เสี่ยวเฟิงรู้ว่าคำพูดของพระชายานั้นถูกต้องทุกอย่าง คนที่ผิดคือเจ้ามารชั่วนั่นต่างหากเล่า! 

"เป็นข้าต่างหากขอรับที่ผิด ข้าเป็นแม่ของเขาแท้ๆแต่กลับบอกว่าเขาไม่ควรเกิดมาได้อย่างไร ช่างเป็นแม่ที่ใช้ไม่ได้จริงๆ" เมื่อจิตใจสงบลงเจ้าจิ้งจอกน้อยก็คิดอะไรได้หลายอย่าง ถ้าหากตอนนี้ไม่มีพระชายาคอยเตือนสติก็ไม่รู้ว่าเขาจะทำเรื่องโง่เง่าอะไรลงไปบ้าง 

  

"เด็กโง่ ไม่มีใครผิดทั้งนั้นแหละ" พระชายาลูบหัวจองเจ้าจิ้งจอกน้อยอย่างเอ็นดู 

"จะว่าไปก็พอดีเลย ลูกของข้าจะได้มีเพื่อน ถ้าหากลองนับดูแล้วตอนนี้เจ้ามังกรน้อยน่าจะสามเดือนแล้ว เขาต้องได้เป็นพี่นะ" 

"พระชายาจิ้งจอกหิมะจะท้องแค่สองเดือนเท่านั้นเองนะขอรับ"พอนึกถึงเด็กที่กำลังจะเกิดมาเสี่ยวเฟิงก็อดยิ้มตามชายามังกรไม่ได้ 

"อ้าวหรอ ถ้าอย่างนั้นนับจากวันที่พวกเราหนีออกมาจากภพมารจนถึงตอนนี้ก็สิบวันพอดี อีกไม่นานข้าก็จะได้เห็นหน้าเจ้าจิ้งจอกตัวน้อยๆแล้วน่ะสิ" เสี่ยวเฟิงยกยิ้มกับท่าทางของพระชายาที่ดูจะตื่นเต้นยิ่งกว่าเขาเสียอีก ถึงแม้ว่าใบหน้าจะประดับไปด้วยรอยยิ้มทว่าเสี่ยวเฟิงกลับรู้สึกกังวลในใจ แต่ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นเขาก็จะปกป้องเด็กคนนี้ไว้ด้วยชีวิต 

  

สองเดือนผ่านไปท้องของเสี่ยวเฟิงโตขึ้นมาก ระยะนี้เขาขยับตัวค่อนข้างลำบากจึงต้องอยู่บ้านท่านยายไปก่อน เพราะการสร้างบ้านตอนที่ท้องอยู่เช่นนี้เป็นเรื่องที่ลำบากเกินไป 

"กลับมาแล้วหรือขอรับท่านยาย" 

"อืม ข้าเอายาบำรุงมาให้พวกเจ้าเอาไว้ต้มกินด้วย" 

"ท่านยายไม่น่าลำบากเลยขอรับ" เสี่ยวเฟิงพาร่างอุ้ยอ้ายของตนเองเดินไปรับหญิงชรา 

"ลำบากอะไรกัน ข้าก็ไปหาสมุนไพรของข้าอย่างนี้ทุกวัน อีกอย่างมีพวกเจ้าอยู่ด้วยเช่นนี้ก็ช่วยให้ยายแก่ตัวคนเดียวอย่างข้าคลายเหงาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว" 

  

นับว่าเป็นโชคดีของพวกเขาที่หญิงชรานางนี้เป็นคนเข้าใจอะไรได้ง่ายดายนัก เพียงเสี่ยวเฟิงอธิบายว่าพวกเขาเป็นชนเผ่าที่มาจากดินแดนอันห่างไกล มีร่างกายที่พิเศษกว่าคนปกติคือสามารถท้องได้ คราแรกนางก็มีท่าทีไม่อยากจะเชื่อแต่ในเมื่อมีหลักฐานคาท้องอยู่ทั้งสองคนเช่นนี้นางจึงไม่ถามอันใดอีก ทั้งยังเมตตาเขากับพระชายาราวกับลูกหลานแท้ๆอีกด้วย 

"อาหารเสร็จแล้วขอรับ" ไป่เหอเดินออกมาจากห้องครัวพร้อมกับสำรับในมือ 

"เราไปกินข้าวกันเถอะขอรับท่านยาย อึก! จะเจ็บ อืออออ" เสี่ยวเฟิงเจ็บท้องขึ้นมากะทันหันพาให้ทุกคนตกใจกันไปหมด 

"คงจะคลอดแล้ว ไป่เหอเจ้ามาช่วยข้าพยุงเสี่ยวเฟิงเข้าไปด้านในแล้วไปต้มน้ำ อ่อ แล้วก็ไปเอากล่องไม้ในห้องนอนของข้ามาด้วย" หญิงชราสั่งการไป่เหอได้อย่างใจเย็น นางทำคลอดสตรีมาเกือบทั้งชีวิตครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่นางต้องทำคลอดให้บุรุษแต่นางคิดว่าก็คงไม่ต่างกันนัก 

"ขอรับท่านยาย" 

  

ภายในบ้านหลังเล็กๆบนเชิงเขา เสียงร้องทรมานของเสี่ยวเฟิงดังขึ้นมาเป็นระยะ เขาเจ็บปวดราวกับร่างกายกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ คิดไม่ถึงว่าการคลอดลูกจะเจ็บมากมายถึงขนาดนี้ 

"เอ้า เบ่งเร็วเข้า" 

"อืออออ ฮึก แฮ่กๆ" 

"อุแว้ อุแว้~~~" 

เสียงเด็กน้อยดังระงมไปทั้งบ้าน หญิงชราจัดการทำความสะอาดแล้วห่อผ้านวมจนเจ้าตัวเล็กกลายเป็นก้อนกลมๆ เพราะอากาศหนาวมาก เด็กคนนี้คลอดออกมาพร้อมกับหิมะแรกของปีพอดี ก่อนที่นางจะยื่นให้ไป่เหออุ้มไปวางข้างๆคนเป็นแม่ที่นอนอ่อนระโหยโรยแรงอยู่บนเตียง 

"เขาเป็นเด็กผู้ชายล่ะเสี่ยวเฟิง หน้าเหมือนเจ้ามากเลย" 

"ลูก...." น้ำตาหยดลงทันทีที่ได้เห็นหน้าลูกชายเจ้าตัวเล็กผิวขาวจัดปากนิดจมูกหน่อยช่างน่ารักน่าชังยิ่งนัก เสี่ยวเฟิงจูบเบาๆลงบนหน้าผากเล็ก 

"เจ้าคิดชื่อเอาไว้รึยัง" ไป่เหอถามขึ้น 

"ชื่อของเขาคือเสี่ยวไป๋ขอรับ ไป๋ที่แปลว่าขาว" สีขาวที่เสี่ยวเฟิงหมายถึงนั้นคือ ขนสีขาวของจิ้งจอกหิมะ เพราะใจที่หวาดกลัวว่าลูกจะมีบางอย่างต่างไปจากจิ้งจอกหิมะตัวอื่นเขาจึงได้ตั้งชื่อนี้ให้กับเจ้าตัวเล็ก หากไม่เป็นอย่างเสี่ยวเฟิงที่คิดไว้ ในอนาคตเด็กคนนี้คงต้องพบเจอกับเรื่องเจ็บปวดอีกมากมายนัก 

 

  

ความคิดเห็น