ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Beloved ตอนที่ 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.9k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ม.ค. 2563 20:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
Beloved ตอนที่ 1
แบบอักษร

 

ABABO Love Story (Group B) 

Beloved  ตอนที่ 1 

Author : 여 님 (ยอนิม)             

               

                                               

 

 

“ทำไมคะแนนสอบวิชาคณิตกูห่วยแตกแบบนี้วะ” เสียงโอดครวญของเด็กหนุ่มวัย 17 ย่าง 18 ปี ซึ่งเป็นนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนมัธยมเอกชนแห่งหนึ่งบ่นขึ้น เมื่อได้เห็นคะแนนสอบเก็บคะแนนของตัวเอง

 

“ก็มึงไม่ค่อยสนใจไงไอ้หนอน” เพื่อนคนหนึ่งของเด็กหนุ่มพูดขึ้นมา

“กูชื่อบุ้ง ไม่ได้ชื่อหนอนเว้ย” เด็กหนุ่มที่ชื่อบุ้งเถียงเพื่อนตัวเองกลับไปไม่จริงจังนัก เพราะรู้ว่าเพื่อนแกล้งเท่านั้น

 

“ตัวบุ้งมันก็จัดว่าเป็นหนอนชนิดหนึ่งไม่ใช่เหรอวะ” อีกฝ่ายพูดขึ้นยิ้มๆ บุ้งเด็กหนุ่มร่างเล็กที่สุดในกลุ่มหันไปแยกเขี้ยวใส่เพื่อนทันที จริงๆบุ้งไม่ใช่ผู้ชายตัวเตี้ยมากแต่อย่างไร เขาสูงกว่าผู้หญิงในห้องทุกคนเสียอีก แต่ดันเตี้ยกว่าเพื่อนผู้ชายในห้องซะงั้น ยิ่งเพื่อนในกลุ่มของเขา แต่ละคนก็ตัวสูงทั้งนั้น

 

“ไอ้จักร มึงก็ไปว่ามัน” เพื่อนที่ใส่แว่นคนเดียวของกลุ่มชื่อว่ามะยมพูดขึ้น แต่ที่ใส่แว่นไม่ใช่เด็กเรียนแต่อย่างไร เป็นเพราะเล่นเกมมากเกินไป สายตาเลยสั้น

 

“จริงๆแล้วนะไอ้บุ้ง มึงน่ะเรียนเก่งนะ แต่เสือกไม่ค่อยตั้งใจ” จักรบ่นออกมา เพราะเรียนเก่งที่สุดในกลุ่ม แต่ก็ไม่ได้ดีมากจนติดท็อปของห้องแต่อย่างไร

 

“แล้วแบบนี้กูจะเข้าสถาปัตย์ได้มั้ยวะเนี่ย หรือว่ากูไปเรียนประมงกับมึงดีวะไอ้จักร จะได้ไม่เครียดแบบนี้” บุ้งบ่นออกมาอีก เพราะพวกเขาสามคนต่างมีความฝันไม่เหมือนกัน บุ้งอยากเข้าสถาปัตย์ที่มีชื่อในจังหวัด จักรอยากเข้าคณะประมง ส่วนมะยมอยากจะไปเรียนคอมพิวเตอร์กราฟฟิค เพราะอยากสร้างเกมด้วยตัวเอง

 

“ใจเย็นเพื่อน สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร” จักรพูดขำๆ ออกมา

 

“แต่นับศพกูนี่แหละ กลับบ้านไปมีหวังแม่กูบ่นหูชาแน่ๆ อยากขยำใบคะแนนสอบนี่แล้วยัดเข้าปากจริงๆ” บุ้งบ่นออกมาอีก

 

“งั้นเย็นนี้รีบไปไหนรึเปล่าละ ไปแดกบิงซูปลอบใจมึงกัน” มะยมเป็นฝ่ายชวน ทำให้บุ้งรีบดีดตัวขึ้นมานั่งตรงๆทันที พร้อมกับแววตาที่เป็นประกาย

 

“ไปๆ ไปร้านเดิม นะ” บุ้งพูดขึ้น เพราะพวกเขามีร้านประจำอยู่ที่บริเวณย่านศูนย์การค้าใจกลางเมือง

 

“เออๆ” จักรตอบรับ เพราะเขาอยากจะไปนั่งส่องสาวรุ่นพี่เหมือนกัน เมื่อตกลงได้แล้ว เพื่อนทั้งสามคนก็ชวนกันคุยเรื่องเกม โดยลืมเรื่องคะแนนสอบของบุ้งกันไปเลย

เมื่อถึงเวลาเลิกเรียน เพื่อนทั้งสามคนก็ขึ้นรถไฟฟ้ามาที่ร้านบิงซูที่พวกเขามากันประจำ ตอนนี้มีทั้งนักศึกษาและนักเรียนมานั่งกันจนเกือบเต็มร้าน เพราะเป็นเวลาเลิกเรียนพอดี

 

“มึงๆโต๊ะนั้นกำลังลุก” บุ้งรีบดึงแขนเพื่อนแล้วรีบไปยืนรอให้พนักงานเก็บโต๊ะ แล้วพวกเขาสามคนก็ได้นั่งพอดี แถมยังเป็นโต๊ะที่ติดกระจกอีกต่างหาก สามารถมองออกไปเห็นด้านหน้าร้าน ที่มีนักศึกษาเดินผ่านไปผ่านมา ทั้งสามคนสั่งบิงซูที่ตัวเองจะกินทันที

“มึงดูคนที่สะพายกระเป๋าสีเทาสิ หุ่นโคตรดี” จักรชักชวนให้เพื่อนดูหญิงสาวที่ยืนรอรถอยู่ บุ้งมองไปแล้ว ไม่ได้รู้สึกสนใจแต่อย่างไร บุ้งเองก็เริ่มรู้ตัวมาได้ 2 ปีแล้วว่าเขาสนใจผู้ชายมากกว่าผู้หญิง เคยบอกเรื่องนี้กับเพื่อนทั้งสองคนแล้วด้วย แต่ทั้งสองคนก็ไม่ได้รังเกียจอะไร แถมยังบอกว่ามีแอบคิดเหมือนกัน ว่าอย่างบุ้ง ไม่น่าจะหาแฟนผู้หญิงได้ เนื่องจากมีเด็กผู้ชายในโรงเรียนบางคนมาคอยหยอดคอยจีบบุ้งอยู่เสมอ เพราะความเฟรนด์ลี่ เข้ากับคนง่าย และเป็นกันเองของบุ้ง เลยทำให้ได้รับความสนใจไม่น้อย เดือดร้อนเพื่อนๆในห้องต้องคอยเป็นไม้กันหมาให้ โดยเฉพาะจักรกับมะยม

 

“ลืมไปว่ามึงไม่สน” มะยมแซวบุ้งออกมา ก่อนจะมองไปรอบๆอีกครั้ง แล้วรีบสะกิดบุ้ง

“มึง ถ้าเป็นคนนั้นล่ะ” มะยมพูดขึ้นมาอีก บุ้งกำลังตักบิงซูเข้าปากก็อดที่จะหงุดหงิดเพื่อนไม่ได้ ที่ขัดจังหวะการกินของเขา

 

“อะไรของมึงวะ” บุ้งบ่นออกมา ก่อนจะมองเพื่อนด้วยสีหน้ามุ่ยๆ แล้วมองตามสายตาของเพื่อนไปอย่างเสียไม่ได้ แล้วนั่นก็ทำให้บุ้งถึงกับชะงักนิ่ง เมื่อคนที่เพื่อนของเขาชี้ให้ดูนั้น เป็นชายหนุ่มในชุดนักศึกษา ใบหน้าคม ใส่แว่น โครงหน้าดูดีมากในสายตาของบุ้ง ทำให้บุ้งถึงกับใจเต้นแรงเมื่อได้เห็นหน้า

 

“เช็ดน้ำลายหน่อยมั้ยมึง” จักรถามขึ้นอย่างขำๆ พร้อมกับแกล้งเอามือมาปาดที่ริมฝีปากของบุ้ง ทำให้บุ้งหันไปตีแขนเพื่อนทันทีที่แกล้งตนเอง พอหันกลับไปมองนักศึกษาคนเดิมนั้น ก็หายไปแล้ว

 

“ไอ้จักร มึงอ่ะ” บุ้งหันไปโวยวายใส่เพื่อนตัวเองทันที

 

“อะไร มาโวยวายใส่กูทำไม” จักรถามกลับ

 

“ก็มึงแกล้งกู ทำให้พี่คนนั้นหายไปเลย” บุ้งพูดออกมาตรงๆ

 

“มึงสนใจจริงดิ กูแค่จะแกล้งมึงเฉยๆนะ” มะยมบอกออกมาอย่างอึ้งๆ บุ้งเม้มปากนิดๆ ก่อนจะชะเง้อมองหาอีกฝ่ายอีกครั้ง แต่ก็หาไม่เจอแล้ว

 

“กูใจเต้นแรงเลยว่ะ เมื่อกี้อ่ะ” บุ้งบอกออกมา

 

“เว่อร์ไปมั้ยไอ้บุ้ง แค่เห็นแป๊บเดียวเนี่ยนะ” มะยมพูดออกมาอย่างขำๆ

 

“ไม่เว่อร์เว้ย จริงๆ เฮ้อ แต่ก็ช่างเหอะ คงไม่ได้เจอเค้าอีกแล้วล่ะมั้ง” บุ้งพูดด้วยน้ำเสียงติดเซ็งนิดๆ ก่อนจะนั่งกินบิงซูต่อ ทำเอาเพื่อนสองคนมองหน้ากันอย่างมึนๆ

 

“เออ มันคิดจะเปลี่ยนอารมณ์มันก็เปลี่ยน” จักรบ่นไม่จริงจังนัก แล้วนั่งทานบิงซูกันต่อ จนได้เวลากลับบ้าน ก็แยกย้ายกันกลับ

..

..

“บุ้ง..” เสียงเรียกจากแม่ของเด็กหนุ่มดังขึ้น เมื่อเด็กหนุ่มก้าวเข้ามาในบ้าน ทำให้เด็กหนุ่มสะดุ้งเฮือก

 

“ครับ แม่” บุ้งขานรับหน้าตาตื่น

 

“เป็นอะไรน่ะเรา ตกใจอะไร แม่จะถามว่าทำไมกลับเย็น” แม่ของเด็กหนุ่มพูดขึ้น

 

“อ่อ บุ้งไปกินบิงซูกับไอ้จักรแล้วก็ไอ้มะยมมาน่ะ” เด็กหนุ่มตอบกลับไป

 

“แล้วแบบนี้จะกินข้าวเย็นได้รึเปล่า พ่อเค้าซื้อไก่ย่างห้าดาวมาด้วยนะ” แม่ของเด็กหนุ่มพูดถึงของโปรดของลูกชาย ทำให้บุ้งตาโต

 

“กินได้สิแม่ เดี๋ยวบุ้งเอากระเป๋าไปเก็บก่อนนะ เดี๋ยวรีบลงมาครับ” บุ้งตอบกลับทันที ก่อนจะรีบวิ่งขึ้นไปบนห้องนอนของตัวเอง แล้วกลับลงมาหาพ่อกับแม่ เพื่อทานข้าวเย็น

 

“คะแนนสอบเป็นไงบ้างบุ้ง เห็นบอกว่าวันนี้คะแนนออกนี่” แม่ของเด็กหนุ่มถามขึ้น ขณะนั่งทานข้าวเย็นด้วยกัน ทำให้บุ้งที่กำลังเอร็ดอร่อยอยู่กับไก่ย่างห้าดาวถึงกับชะงัก

 

“ก็ดีครับ” บุ้งตอบด้วยน้ำเสียงปกติ ก่อนจะเหลือบมองแม่ตนเองเล็กน้อย แล้วพบว่าแม่ของเขากำลังนั่งจ้องอยู่

“แม่อ่า อย่ามองแบบนี้สิ” บุ้งโอดครวญ

 

“คิดจะกลบเกลื่อนไม่ให้แม่รู้น่ะสิ ไปเอาใบคะแนนสอบมาสิ” แม่ของบุ้งพูดออกมา บุ้งหันไปมองหน้าพ่อเพื่อขอความช่วยเหลือ

 

“เอามาให้แม่เค้าดูหน่อย ไม่เห็นต้องกลัวเลย” พ่อของเด็กหนุ่มพูดเสียงนุ่ม

 

“ครับ” บุ้งตอบรับเสียงอ่อย ก่อนจะลุกเดินขึ้นไปบนห้อง แล้วเอาใบคะแนนมาให้แม่ตนเองดู โดยมีบุ้งนั่งมองใจตุ้มๆต่อมๆ จริงๆแล้วครอบครัวของบุ้งไม่ได้เคร่งครัดเรื่องเรียนของบุ้งเท่าไรนัก ขอแค่ให้สอบผ่าน ไม่ติด 0 ไม่ติด ร ก็พอใจแล้ว แต่ด้วยความที่บุ้งบอกว่าอยากเรียนสถาปัตย์ ก็เลยทำให้แม่ของบุ้งต้องคอยช่วยกระตุ้นให้ลูกชายตั้งใจมากกว่าเดิมอีกหน่อย

 

“ทำไมวิชาคณิตมันคะแนนน่ารักมุ้งมิ้งแบบนี้ล่ะบุ้ง” แม่ของเด็กหนุ่มพูดขึ้น ถ้าเป็นเวลาปกติ บุ้งคงขำกับคำน่ารักๆที่แม่ของเขาใช้เรียกคะแนนที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินของเขาไปแล้ว แต่ตอนนี้ถึงแม้ว่าแม่จะพูดคำน่ารักออกมา แต่สายตาแม่ของเขาไม่ได้เป็นเช่นนั้น

 

“แม่อ่า บุ้งทำเต็มที่แล้วนะ แต่คะแนนมันได้แค่นั้นเอง” บุ้งอ้อนแม่ตนเองกลับไปทันที

 

“คะแนนเก็บแค่นี้ แล้วตอนไปสอบ Gat Pat สอบ O-Net จะไหวมั้ยเนี่ยบุ้ง” แม่ของเด็กหนุ่มพูดขึ้นมาอย่างอ่อนใจ บุ้งหน้าหงอยไปนิด

“เรียนพิเศษเพิ่มมั้ย” แม่ของบุ้งเสนอขึ้น เด็กหนุ่มหันไปมองพ่อตนเองทันที

“คนอื่นเค้าก็เรียนกัน เสริมวิชานี้สักหน่อยก็ดีนะ” แม่ของบุ้งบอกออกมาอีก

 

“บุ้งอ่านเองก็ได้” เด็กหนุ่มตอบกลับ เพราะไม่ชอบไปนั่งเรียนพิเศษกับคนอื่นสักเท่าไร ถึงแม้ว่าเขาจะค่อนข้างเฟรนด์ลี่คุยกับคนอื่นง่ายก็ตามที

 

“อ่านเองแป๊บๆ ก็สมาธิหลุดไปเรื่องอื่นอีกอ่ะเราน่ะ ถ้าไม่มีคนคอยจ้ำจี้จ้ำไช ก็จะตั้งใจแป๊บๆ แล้วก็เบื่อ” แม่ของบุ้งว่าออกมา ซึ่งมันจริงทุกอย่าง

 

“บุ้งไม่อยากไปเรียนพิเศษข้างนอกนี่แม่” บุ้งตอบกลับเสียงอ่อย

 

“หรือว่าจะจ้างครูมาสอนให้ที่บ้านดี ถ้าเราไม่อยากเรียนข้างนอก” แม่ของเด็กหนุ่มเสนออกมาอีก จริงๆแล้วบุ้งไม่อยากเรียนพิเศษเลยสักนิด แต่ก็ไม่รู้จะพุดกับแม่ตนเองยังไง

 

“ผมว่าไว้ค่อยคุยกันดีกว่านะคุณ เดี๋ยวลูกกินข้าวไม่ลงกันพอดี” พ่อของบุ้งช่วยเบรกให้ แม่ของบุ้งถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

“กินข้าวไป ถ้ามีการบ้านก็ไปทำซะนะ” แม่ของบุ้งยอมไม่พูดต่อ แต่ในใจลึกๆ ก็แอบคิดจะหาครูมาสอนลูกชายตนเอง

..

..

“อ่าว อาทิตย์นี้กลับมานอนบ้านเหรอบอม กินอะไรมารึยัง”เสียงแม่ของชายหนุ่มร่างสูงดังขึ้น เมื่อเห็นว่าลูกชายเดินเข้ามาในบ้าน

 

“ยังเลยครับ” บอมตอบกลับไป

 

“งั้นเดี๋ยวแม่ทำอะไรให้กินนะ” แม่ของชายหนุ่มพูดขึ้นยิ้มๆ

 

“ครับแม่ เดี๋ยวผมลงมากินนะครับ ว่าแต่พ่อยังไม่กลับบ้านเหรอครับ” บอมถามกลับ เมื่อไม่เห็นรถพ่อตนเอง

 

“เห็นว่ามีประชุมที่บริษัทน่ะ คงกลับเย็น เราไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนก็ได้นะ ค่อยลงมากิน” แม่ของชายหนุ่มพูดขึ้น

 

“ครับ” บอมตอบรับ ก่อนจะเดินขึ้นไปบนห้องนอนของตนเอง บอมเป็นนักศึกษาปี 2 คณะสถาปัตย์ เขาจะสลับกลับมานอนบ้านบ้าง นอนที่หอพักบ้าง แล้วแต่โอกาส ถ้าช่วงที่ต้องทำงานส่งอาจารย์หรือทำรายงานกับเพื่อนๆ เขาก็จะนอนที่หอพักแทน แต่วันนี้เขามีเหตุผลที่กลับมานอนบ้าน

Tru…Tru…Tru

เสียงมือถือของบอมดังขึ้นทันที ที่ชายหนุ่มเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง บอมหยิบขึ้นมาดู ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ แต่เขาก็กดรับสาย

(“ไอ้บอมมมม มึงอยู่ไหนเนี่ย กูมาหามึงที่ห้องเนี่ย”) เสียงโวยวายจากเพื่อนสนิทของเขาดังขึ้นทันที ที่บอมกดรับสาย โดยที่ยังไม่ได้ตอบรับเลยสักนิด

 

“กูกลับมาบ้าน” บอมตอบกลับไป

 

(“ได้ไงวะ มึงเบี้ยวกูเหรอ”) อีกฝ่ายโวยออกมาต่อ

 

“กูบอกมึงแล้วนะไอ้เต็ม ว่ากูไม่ไป” บอมตอบกลับไป

 

(“มึงอ่ะ แค่ไปเป็นเพื่อนให้มันครบคู่หน่อยไม่ได้รึไงวะ อีกอย่างนะ มีคนสนใจมึงอยู่ด้วยนะ”) เต็มบอกกลับ บอมถอนหายใจออกมาเบาๆ เพราะที่เขาหนีกลับมานอนบ้าน เพราะเพื่อนของเขาชวนไปนัดบอดกับหญิงสาวคณะบริหารฯ และบอมเดาได้ว่าเพื่อนๆของเขาจะต้องไปลากตัวเขาจากหอพักแน่ๆ เลยเลือกที่จะหนีกลับมานอนบ้าน

 

“กูขี้เกียจ กูอยากนอน กูปั่นรายงานไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาหลายวันละ กูอยากพัก” บอมตอบกลับไป

 

(“ไอ้เหนือเดือน เรื่องเรียนก็ต้องตั้งใจ เรื่องหญิงมึงก็ต้องใฝ่หาบ้างสิโว้ย”) เสียงเพื่อนอีกคนดังรอดเข้ามาให้ได้ยิน บอมเลยรู้ว่าเพื่อนคงเปิดลำโพงมือถือแน่ๆ แล้วที่เพื่อนของเขาเรียกเขาว่าเหนือเดือน เพราะในมหาวิทยาลัยลงความเห็นกันว่าเขาหน้าตาดีกว่าเดือนมหาลัยในรุ่นเสียอีก แต่ที่ชายหนุ่มไม่ได้ตำแหน่ง เพราะเจ้าตัวไม่ยอมไปลงสมัคร ให้เพื่อนสนิทไปสมัครแทน

 

“พวกมึงใฝ่แทนกูไปก่อนละกัน เจอกันวันจันทร์” บอมตอบกลับไป เพราะวันนี้เป็นวันศุกร์ ก่อนจะตัดสายเพื่อนทิ้ง เขารู้ดีว่าเพื่อนของเขาไม่โกรธแน่นอน บอมจัดการปิดมือถือทันที เพื่อกันเพื่อนโทรมาก่อกวน จริงๆแล้วใช่ว่าบอมจะไม่สนใจเรื่องของผู้หญิง แต่เขาไม่ค่อยชอบความวุ่นวายสักเท่าไรนัก และวันนี้เขาก็เหนื่อยมาก จึงอยากนอนพักแบบเงียบๆมากว่า จึงเลือกกลับมานอนบ้าน บอมลุกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า และลงไปหาแม่ตนเองทันที เพื่อทานข้าวเย็น ก่อนจะขึ้นมานอนพักตามที่ตั้งใจเอาไว้

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

“ทำไมห้องรกแบบนี้เนี่ยเจ้าบุ้ง” เสียงแม่ของเด็กหนุ่มดังขึ้นในช่วงสายๆของวันใหม่ เนื่องจากวันนี้เป็นวันเสาร์ บุ้งไม่ได้ไปโรงเรียน จึงนอนเล่นเกมในมือถืออยู่บนเตียง แล้วแม่ของเขาก็เข้ามา

 

“แม่ มันเป็นสไตล์บุ้ง” บุ้งตอบแม่ตนเองกลับไป

 

“สไตล์อะไรกัน ขี้เกียจเก็บก็บอกมาเถอะ แล้วนี่กินข้าวกินปลารึยัง” แม่ของเด็กหนุ่มถามขึ้นมาอีก

 

“กินไปแล้วครับ” บุ้งตอบกลับ เพราะเขาตื่นสายกว่าพ่อแม่ เลยไม่ได้ทานข้าวเช้าพร้อมกัน ซึ่งพ่อแม่ของเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร เนื่องจากเห็นว่าเป็นวันหยุด

 

“งั้นลุกแต่งตัว พ่อเค้าจะพาไปซื้อของที่ห้าง ไปช่วยแม่หิ้วของด้วย” แม่ของเด็กหนุ่มบอกออกมา

 

“พอดีเลย บุ้งอยากได้การ์ตูนเล่มใหม่” เด็กหนุ่มรีบลุกจากเตียงทันที

 

“อ่านแต่การ์ตูนอ่ะนะ คะแนนสอบถึงได้เป็นแบบนั้น” แม่ของเด็กหนุ่มว่าออกมาไม่จริงจังนัก

 

“แม่อ่า บุ้งก็อ่านแก้เครียดบ้างสิ” เด็กหนุ่มพูดเสียงอ้อมแอ้ม แม่ของเขาถอนหายใจเบาๆ

 

“ไปๆ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วรีบลงไปข้างล่างล่ะ” แม่ของเด็กหนุ่มพูดขึ้น ก่อนจะเดินออกจากห้องนอนของลูกชายไป บุ้งก็รีบลุกไปเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที เมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้ว พ่อแม่ของเด็กหนุ่มก็พาไปยังห้างที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านมากนัก บุ้งช่วยแม่ตนเองเลือกซื้อของใช้อยู่สักพัก

 

“แม่ บุ้งขอไปร้านหนังสือแป๊บหนึ่งนะครับ” บุ้งบอกกับแม่ตนเอง

 

“ได้ ถ้ามาไม่เจอแม่ ก็ไปเจอที่ร้านกาแฟร้านประจำพ่อเค้าละกัน” แม่ของเด็กหนุ่มบอกออกมา บุ้งพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินแยกกับแม่ตนเองไปที่ร้านหนังสือ บุ้งเดินหาหนังสือการ์ตูนที่ตนเองอยากอ่านไปเรื่อยๆ พอได้มา 1 เล่ม เขาก็เดินดูอย่างอื่นไปเรื่อยๆ จนมาเจอกับหนังสือเกี่ยวกับกรุ๊ปเลือด บุ้งหยิบมาดู

 

“ซื้อไปอ่านเล่นดีกว่า ของเรากรุ๊ปบี อยู่ไหนนะ” บุ้งพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะยิ้มกว้างเมื่อเจอกรุ๊ปเลือดตัวเองแล้ว เด็กหนุ่มหยิบมาถือรวมกับหนังสือการ์ตูน แล้วเดินไปต่อคิวจ่ายเงิน

 

“ห่อปกมั้ยคะ” เสียงพนักงานเคาท์เตอร์ข้างๆดังขึ้น ไม่ได้ทำให้บุ้งหันไปสนใจอะไร ถ้าไม่ได้ยินเสียงทุ้มตอบกลับ

 

“ไม่ห่อครับ” ด้วยความที่เสียงของอีกฝ่ายช่างน่าฟัง เพียงแค่พูดคำสั้นๆ ก็ทำให้บุ้งหันไปมอง ก่อนจะชะงัก เมื่อชายหนุ่มที่อยู่เคาน์เตอร์ข้างๆ คือคนที่เขาเห็นตอนอยู่ร้านบิงซูเมื่อวานนี้ บุ้งมองอีกฝ่ายอย่างไม่ละสายตา เพราะตอนนี้ใจของเขามันเต้นตึกตักอย่างไม่ทราบสาเหตุ พอได้เห็นโครงหน้าของอีกฝ่ายใกล้ๆ ทำให้บุ้งใจสั่นได้เลย

 

ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะใส่แว่นตา แต่บุ้งก็เห็นได้ถึงดวงตาที่คมกึ่งๆเย็นชาของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน ไล่ลงมาที่กรามสวยได้รูป จนบุ้งอยากจะเอื้อมมือไปสัมผัสเสียจริงๆ แต่ติดที่อีกฝ่ายรับเงินทอนแล้วเดินออกไป บุ้งอยากจะเดินตามแต่ติดที่เขายังต่อคิวจ่ายเงินอยู่เลย เขาจึงได้แค่มองแผ่นหลังกว้างเดินออกจากร้านไปด้วยความเสียดาย

..

..

“อ่าว บัว” เสียงของใครบางคนดังขึ้นทักแม่ของบุ้งขึ้นมา ทำให้แม่ของบุ้งหันไปมอง ก่อนจะยิ้มกว้าง เมื่อเห็นว่าเป็นเพื่อนสนิทสมัยเรียนของตนเอง ซึ่งช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอกันสักเท่าไร

 

“ตายจริงเกศ ไม่ได้เจอกันนานเลย สบายดีใช่มั้ย” บัว แม่ของบุ้งทักอีกฝ่ายกลับไป ก่อนจะจับมือกันด้วยความยินดี

 

“สบายดี เธอล่ะ” เกศถามกลับมาบ้าง

 

“ก็สบายดี นี่ยังเดินทางไปกับคุณบรรพตอยู่รึเปล่าเนี่ย” บัวถามกลับ เพราะเพื่อนของเธอคนนี้มักจะเดินทางไปดูงานกับสามีเป็นประจำ จึงทำให้ไม่ค่อยได้เจอกันสักเท่าไรนัก

 

“ก็ไปบ้างเรื่อยๆแหละ แล้วเธอล่ะ ธุรกิจร้านดอกไม้เป็นไงบ้าง ชั้นว่าจะแวะไปหาแต่ไม่ค่อยมีเวลาเลย” เกศถามขึ้น

 

“ก็เรื่อยๆนะ เศรษฐกิจตอนนี้เป็นไงเธอก็น่าจะรู้ แต่ก็พอพยุงไปได้แหละ” บัวตอบกลับ เพราะแม่ของบุ้งเปิดร้านขายดอกไม้มาตั้งแต่เรียนจบ

“ว่าแต่ตาบอมเป็นยังไงบ้าง ไม่เคยเจอนานเลย จำได้ว่าเคยเจอล่าสุดตอนอยู่มอต้นล่ะมั้ง” บัวแม่ของบุ้งพูดขึ้น

 

“ตอนนี้อยู่ปี 2 สภาปัตย์ อยู่ที่มอ BB” เกศตอบกลับไป

 

“จริงเหรอ เรียนสถาปัตย์งั้นเหรอ เจ้าบุ้งลูกชายชั้นก็อยากเรียนสถาปัตย์เหมือนกัน นี่อยู่มอ.6 ละ แต่ไม่รู้จะสอบเข้ากับเค้าได้รึเปล่า” บัวพูดขึ้นอย่างกังวลเล็กน้อย

 

“ทำไมล่ะ” เกศตอบกลับไป

 

“เจ้าบุ้งน่ะ อ่อนวิชาคณิตมากเลยนะ ไม่รู้ทำไม จะให้ไปเรียนพิเศษกวดวิชาก็ไม่ยอม งอแงอยู่นั่น ชั้นอยากหาครูมาสอนให้ที่บ้านเหมือนกัน แต่ไม่รู้จะหาใครที่ไว้ใจได้บ้าง” บัวพูดขึ้น

 

“แม่ครับ” เสียงทุ้มดังขึ้น ทำให้ทั้งบัวและเกศหันไปมอง เกศยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าเป็นลูกชาย

 

“บอมมาพอดีเลย มาไหว้น้าบัวหน่อย จำน้าบัวได้รึเปล่า” แม่ของชายหนุ่มพูดขึ้น บอมทำหน้างงเล็กน้อย

 

“อ่อ ครับ สวัสดีครับ” บอมยกมือไหว้ เพราะพอจะจำได้ลางๆ บัวยิ้มรับออกมา

 

“สวัสดีจ้ะบอม ไม่เจอกันนาน โตเป็นหนุ่มหล่อเลยนะเนี่ย” บัวชมออกมาจากใจจริง

“ต่างจากลูกชายน้าเลย ยังเป็นเด็กกะโปโลอยู่เลย” บัวพูดออกมาอย่างขำๆ เพราะบอมต่างจากลูกชายของเธอมากจริงๆ บอมยิ้มรับคำชมเล็กน้อย

 

“อ่า จริงสิ ตาบอม เราเก่งคณิตนี่” แม่ของชายหนุ่มพูดขึ้นเมื่อนึกได้ ทำให้บอมเลิกคิ้วนิดๆ

“บัว ให้ตาบอมไปสอนพิเศษบุ้งมั้ย อย่างน้อยก็เรียนที่บ้านก็ได้นะ” เกศเสนอออกมา

 

“เอ่อ จะดีเหรอเกศ เกรงใจตาบอม ไหนจะเรียนไหนจะกิจกรรมอีก” บัวรีบพูดขึ้นทันที เพราะเกรงใจชายหนุ่มจริงๆ

 

“อะไรเหรอครับ” บอมถามขึ้นอย่างสงสัย

 

“พอดีน้าบัว เค้าอยากได้ครูสอนพิเศษวิชาคณิตให้น้องบุ้งลูกชายน้าบัวน่ะ น้องกำลังจะเตรียมตัวสอบเข้ามหาลัย แต่อ่อนวิขาคณิตมาก บอมพอจะมีเวลาไปสอนน้องมั้ย” เกศถามลูกชายตัวเองออกมา

 

“ผม ไม่แน่ใจครับ เพราะช่วงนี้ก็มีกิจกรรมอยู่ด้วย” บอมตอบกลับ ส่วนหนึ่งเพราะเขาไม่เคยสอนใคร นอกจากติวกับเพื่อนๆ

 

“ไม่เป็นไรจ้ะบอม น้าเกรงใจด้วยแหละ ขอบใจนะเกศที่ช่วยหาทางให้ ไว้ชั้นไปหาๆตามเพจในเฟซบุ๊คดู ว่ามีใครรับสอนพิเศษตามบ้านบ้าง” บัวพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม

 

“งั้นเหรอ บอมไม่ว่างเลยเหรอลูก ไม่ต้องไปสอนน้องทุกวันก็ได้ เอาวันที่เราว่างน่ะ” แม่ของชายหนุ่มถามออกมาอีก เพราะอยากช่วยเพื่อนตนเอง บอมยิ้มรับอ่อนๆออกมา แต่ไม่ได้ตอบกลับ แม่ของเขาเลยถอนหายใจออกมาเบาๆ

“พอดีชั้นคิดว่าถ้าเป็นบอมก็จะไว้ใจได้กว่าไปหาคนอื่นที่ไม่รู้จักน่ะ” เกศบอกออกมา บัวยิ้มรับ

 

“ไม่เป็นไรหรอก ขอบใจมากนะเกศ” บัวบอกออกมาอย่างนึกขอบคุณจริงๆ ที่เพื่อนตั้งใจอยากจะช่วย พอดีกับเสียงมือถือของบอมดังขึ้น ชายหนุ่มจึงกดรับสายและพูดคุยสักพัก

 

“แม่ครับ พ่อบอกว่าสั่งอาหารรอแล้วครับ” บอมตอบกลับ เพราะวันนี้เขาพาพ่อกับแม่ออกมาทานอาหารกลางวันด้วยกัน

 

“อ่อ งั้นเดี๋ยวไปกันเลยละกัน ว่าแต่เธอจะไปไหนต่อรึเปล่าบัว ไปทานข้าวด้วยกันมั้ย” เกศชวนเพื่อนตนเอง

 

“เดี๋ยวต้องไปบ้านแม่คุณชาติน่ะ เสียดายจัง ไว้โอกาสหน้านะ” บัวตอบกลับไป ก่อนที่เพื่อนทั้งสองจะล่ำลากันอีกนิด บอมก็ยกมือไหว้ลาบัวอีกครั้ง แล้วพาแม่ตนเองเดินแยกไป

 

“แม่” เสียงของบุ้งดังขึ้น พร้อมกับเดินเข้ามาหา

 

“ไปไหนมาบุ้ง” บัวถามลูกชายตัวเองที่เพิ่งเดินกลับมาหา

 

“บุ้งไปร้านหนังสือไงครับ บุ้งบอกแม่แล้วนะ” เด็กหนุ่มตอบพร้อมกับชูถุงหนังสือให้แม่ตนเองดู จริงๆแล้วพอซื้อหนังสือเสร็จ บุ้งก็ลองเดินหาชายหนุ่มคนที่เขาเห็น แต่ก็ไม่เจอ จึงได้เดินกลับมาหาแม่ตนเอง

 

“ไปซะนานเลยนะ เลยไม่ทันเจอน้าเกศ จำน้าเกศได้ใช่มั้ย” แม่ของเด็กหนุ่มถามขึ้น บุ้งทำหน้าคิดเล็กน้อย

 

“อ่า จำได้ครับ ใช่น้าเกศเมียน้าพตรึเปล่าครับ” บุ้งถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เพราะที่เขาอยากเรียนสถาปัตย์ฯก็เพราะครั้งหนึ่งตอนเด็กๆ แม่ของเขาเคยพาไปเที่ยวที่บ้านของเกศ แล้วบุ้งก็ไปเห็นโมเดลบ้านที่บรรพตออกแบบไว้ ทำให้เด็กหนุ่มสนใจและชอบการออกแบบมาตั้งแต่ตอนนั้น

“บุ้งจำได้ว่า น้าเกศมีลูกชายด้วยใช่มั้ยครับแม่ พี่เค้าน่าจะแก่กว่าบุ้งด้วย” บุ้งทบทวนความจำของตัวเอง

 

“ใช่ ชื่อพี่บอม เมื่อกี้แม่ก็เจอกับพี่เค้า เสียดายที่เราไม่ได้เจอ ตอนนี้โตเป็นหนุ่มหล่อเลยล่ะ” แม่ของบุ้งอดที่จะชื่นชมลูกชายเพื่อนออกมาอีกไม่ได้

 

“บุ้งหล่อกว่า” เด็กหนุ่มรีบพูดขึ้น แม่ของเขาก็ยิ้มขำ ก่อนจะชวนลูกตัวเองเดินซื้อของต่อ เพราะจะได้ไปบ้านย่าของบุ้งหลังจากซื้อของเสร็จ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

“ไอ้บอม ไอ้เพื่อนเลว ทิ้งพวกกูเฉย” เสียงของเต็มดังขึ้น พร้อมกับเดินเข้ามาหาบอม ที่นั่งอ่านหนังสือรอเพื่อนๆอยู่ที่โต๊ะหน้าคณะ แล้วเต็มก็เดินมากับป้องและวิทย์ เพื่อนในกลุ่มเดียวกัน

 

“เออ แอนนาถามหามึงด้วยนะ พวกกูนี่ไม่รู้จะตอบยังไงเลย” ป้องบอกออกมาอีกคน

 

“แล้วมึงตอบไปว่าอะไร” บอมถามกลับด้วยน้ำเสียงปกติ

 

“กูตอบไปว่า มึงต้องรีบกลับบ้าน พาแม่มึงไปทำธุระ” ป้องตอบกลับ

 

“ก็ตอบได้นี่ ไม่เห็นว่ามึงจะหาคำตอบยากตรงไหน” บอมพูดกลับไป ทำให้เพื่อนของเขาชะงักทันที

 

“หึหึ เออว่ะ” วิทย์ขำออกมาเมื่อได้ยิน

 

“มึงนี่แม่ง คิดว่าหล่อแล้วจะพูดยังไงก็ได้เหรอวะ” เต็มแกล้งว่าไปอย่างนั้นเอง ก่อนจะนั่งลงข้างๆบอม

“มึงรู้มั้ย ว่าแอนนาเศร้าเลยนะเว้ยที่มึงไม่ไปน่ะ” เต็มเล่าให้เพื่อนฟัง

 

“อืม” บอมตอบกลับในลำคอ เพราะเขาไม่ได้สนใจอะไรในตัวหญิงสาวมากมายอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าหญิงสาวจะมีดีกรีเป็นถึงดาวคณะก็ตามที

 

“ไอ้บอม ถามจริง มึงลืมกาวไม่ได้เหรอวะ” วิทย์ถามด้วยความอยากรู้ เพราะกาวคือคนรักเก่าของบอมที่คบกันมาตั้งแต่ตอนเรียนมัธยม แต่มาเลิกรากันไปตอนที่บอมเรียนปี 1 เทอม 2

 

“อะไรทำให้มึงคิดว่ากูยังลืมเค้าไม่ได้ การที่กูไม่คิดจะคบใคร ไม่ได้หมายความว่าเป็นเพราะกูลืมเค้าไม่ได้หรอกนะ” บอมอธิบายกลับไป เพราะจริงๆแล้ว บอมไม่ได้คิดถึงหญิงสาวที่นอกใจเขาไปคบคนอื่น เพียงเพราะหาว่าเขาไม่มีเวลาให้

 

“กูแค่ห่วงมึง ถ้ามึงลืมได้แล้วก็ดี อย่าไปจำเลยคนพรรค์นั้น” วิทย์พูดขึ้น เพราะเขากับเต็มเป็นเพื่อนกับบอมมาตั้งแต่สมัยเรียน ส่วนป้องมารู้จักกันตอนเข้าปี 1 แต่ป้องก็เคยเจอกกับหญิงสาวอยู่ช่วงหนึ่งเหมือนกัน

 

“บอม” เสียงหวานของหญิงสาวดังขึ้น ทำให้ทุกคนหันไปมอง จึงเห็นว่าเป็นกลุ่มของแอนนาหญิงสาวที่เพื่อนๆของบอมพูดถึงก่อนหน้านี้

 

“ครับ” บอมขานรับสั้นๆ

 

“เมื่อวันศุกร์ติดธุระเหรอคะ” น้ำถามออกมายิ้มๆ

 

“ครับ พอดีต้องพาแม่ไปทำธุระ” บอมตอบตามที่เพื่อนตนเองพูดเอาไว้ เพื่อให้ตรงกัน

 

“เรานึกว่าบอมไม่อยากไปเจอพวกเราซะอีก ยัยแอนก็อุตส่าห์เคลียตัวเองให้ว่าง เพราะคิดว่าบอมจะไปด้วย” น้ำพูดชงออกมา ทำให้หญิงสาวที่ชื่อแอนหน้าขึ้นสีเล็กน้อย

 

“น้ำน่ะ พูดอะไรไม่รู้” แอนนาพูดเสียงอ้อมแอ้ม บอมยิ้มรับนิดๆ

 

“ว่าแต่วันนี้ว่างกันมั้ย ไปทานอาหารญี่ปุ่นหลังมอกันมั้ยคะ เห็นว่ามีร้านเปิดใหม่” น้ำเสนอออกมา เต็มกับป้อง หันมามองบอมด้วยสายตาเว้าวอน บอมลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

“ครับ” บอมตอบกลับ ทำให้หญิงสาวยิ้มกว้างออกมาทันที รวมทั้งเพื่อนของบอมด้วย ก่อนที่หญิงสาวจะนัดแนะเวลา แล้วแยกกลับคณะตนเองไป

 

“ขอบใจมึงมากไอ้เพื่อนยาก กูคิดว่ามึงจะปฏิเสธซะแล้ว” เต็มทำท่าจะกอดบอม แต่โดนบอมเอามือขึ้นมาดันหัวของเต็มเอาไว้ก่อน

 

“กูสงเคราะห์ให้” บอมตอบกลับ วิทย์หัวเราะขำออกมา

 

“สงเคราะห์กูบ่อยๆละกันเพื่อนรัก” เต็มพูดออกมายิ้มๆ บอมได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างอ่อนใจ

 

2 Be Con

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ความคิดเห็น