facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

สะใภ้ราชวงศ์

ชื่อตอน : สะใภ้ราชวงศ์

คำค้น : จีนโบราณ,Yaoi,ท้องได้,NC20

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.9k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ม.ค. 2563 20:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สะใภ้ราชวงศ์
แบบอักษร

เมื่อมาถึงพิธีการขั้นตอนสุดท้าย ผู้ประกอบพิธีเทสุราใส่จอกทองคำยื่นให้ฮ่องเต้ ก่อนที่พระองค์จะทรงก้าวเท้าไปยังบ่อไฟด้านหลังโต๊ะ  

ฟู่!!!!!! 

ประกายไฟสีทองสว่างวาบขึ้น เรียกสายตาชื่นชมจากเหล่าข้าราชบริพานที่กำลังเฝ้ามองอยู่ จากนั้นพระองค์ก็ทรงก้าวเท้ากลับมายืนในตำแหน่งเดิม ไม่ลืมที่จะทอดพระเนตรมองคนตัวเล็กด้วยความห่วงใย  

คนทั้งสองสบตากันชั่วครู่ ซื่อยี่ยกยิ้มเล็กน้อยเป็นการปลอบโยนคล้ายจะบอกว่าตนเองไม่เป็นไร กระทั่งรับจอกสีทองมาถือไว้ในมือ เท้าเล็กค่อย ๆ ก้าวอย่างมั่นคง ไปยังตำแหน่งเดียวกับผู้เป็นฮ่องเต้เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา  

รอยยิ้มบนใบหน้าของไทเฮาแทบจะเก็บเอาไว้ไม่อยู่ หัวใจเต้นแรงราวกับรัวกลอง ส่วนผู้คนด้านล่างต่างก็รอลุ้นโชคชะตาของฮองเฮาจนหายใจไม่ทั่วท้อง  

ขั้นตอนนี้สำคัญต่อชะตาของฮองเฮายิ่งนัก หากไม่มีประกายไฟสีทองพวยพุ่งขึ้นจากบ่อ แสดงว่าบรรพบุรุษของราชวงศ์เสวี่ย มิให้การยอมรับ 

ซื่อยี่สูดหายใจเข้าเต็มปอด และผ่อนออกอย่าง ๆ ช้า เพื่อระงับอาการตื่นเต้น คิดถึงแต่คำของอาจารย์ "จงปล่อยให้เป็นไปตามโชคชะตา" 

มือเล็กข้างหนึ่งประคองใต้ก้นจอกสุราสีทอง ค่อย ๆ ยกขึ้น เทลงอย่าง ช้า ๆ 

ฟู่ !!! ประกายไฟสีทองอร่ามพวยพุ่งขึ้น แต่กลับไม่จบเพียงแค่นั้น ฟ้าววววววววว!!! 

คล้ายสะเก็ดลูกไฟดวงใหญ่พุ่งขึ้นจากบ่อสู่ท้องฟ้า แตกกระจายกลายเป็นรูปลักษณ์คล้ายมังกร ยังไม่ทันจางหาย อีกลูกหนึ่งขึ้นตามไป กลายเป็นรูปลักษณ์ของหงส์ ความงดงามเจิดจ้าบนท้องฟ้าแลเห็นได้อย่างชัดเจนแม้จะเป็นตอนกลางวัน 

ด้วยความตกใจ ซื่อยี่ถึงกับผงะจนเกือบจะล้มดีว่าเสวี่ยหงเยว่รวบตัวเข้ามากอดไว้ 

"ยี่เอ๋อ!" 

เสียงฮือฮาดังก้องไปทั่ว ข้าราชบริพานทุกคน ไม่เว้นแม้กระทั่งไทเฮา ต่างตกอยู่ในความตะลึง รอยยิ้มของหญิงชราผู้เคยเป็นใหญ่ถึงกับแข็งค้างจนดูไม่ได้ 

เสวี่ยหงเยว่ฮ่องเต้ คิ้วขมวดเป็นปม ทรงหรี่พระเนตรทอดมองไปทั่ว ทันได้เห็นใบหน้าน่าเกลียดของไทเฮาเข้าพอดีเพียงเท่านี้ก็พอทราบต้นสายปลายเหตุแล้ว ก่อนจะส่งสายตาให้องครักษ์และลิ่วกงกง  

ลูกกลมที่พุ่งขึ้นฟ้า มีรวมกันแล้วถึงสิบแปดลูก เป็นมังกรเก้าลูก เป็นหงส์เก้าลูก กระทั่งทุกอย่างสงบลง ทุกคนก็พากันคุกเข่า  

"ฝ่าบาท ทรงพระเจริญ" / "ฮองเฮา ทรงพระเจริญ" 

เสียงแซ่ซ้องสรรเสริญดังก้องกังวานขึ้นอย่างพร้อมเพรียง ถือเป็นการยอมรับในชะตาคู่บ้านคู่เมืองของฮองเฮาพระองค์ใหม่อย่างสมบูรณ์ ยิ่งมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นอย่างอลังการเช่นนี้ ทำให้ทุกคนยอมรับจนหมดใจ   

แต่กลับมีคนผู้หนึ่งต้องกลืนเลือดที่กระอักออกมาลงท้องไปด้วยความแค้น  

เสวี่ยหงเยว่ฮ่องเต้ ทรงประคองเผิงฮองเฮา ออกมายืนกลางปรัมพิธีเพื่อให้เหล่าข้าราชบริพารได้ชื่นชมกันถ้วนหน้า รอยยิ้มน่ารักบนใบหน้าของฮองเฮาคู่แคว้น ทำให้ผู้คนต้องยกยิ้มตามอย่างช่วยไม่ได้ กระทั่งผู้ที่ยืนเคียงข้างเองก็เช่นกัน สายพระเนตรทอดมองอย่างอ่อนโยน 

"ยี่เอ๋อข้ารักเจ้า" เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ได้ยินกันเพียงสองคน 

"ข้าก็รักท่านหงเยว่" เสียงแผ่วเบาไม่ต่างกัน และเป็นครั้งแรกที่ซื่อยี่กล่าวด้วยวาจาที่เป็นตัวตนจริงๆ มิใช่เสแสร้งดัดให้เหมือนสตรีอย่างที่เคยทำ  

 

หลังผ่านพ้นพิธีกรรมจนเสร็จสมบูรณ์ ฮ่องเต้ก็รีบพาฮองเฮาอันเป็นที่รักก้าวเท้าไปยังกระโจม เพราะคนตัวเล็กทั้งเหนื่อยทั้งหิว เพียงตลบผ้า ฝีเท้าทั้งคู่ถึงกับชะงักไปทันที ทำให้เหล่านางกำนัลขันทีที่ติดตามรับใช้อยู่ด้านหลังหยุดแทบไม่ทัน 

ภาพที่เห็นภายในคือ หนึ่งบุรุษ ผู้ที่เหมือนจะเคยขาว กับหนึ่งนักพรตที่ตอนนี้ให้ดูยังไงก็ไม่เหมือนนักพรตเท่าใดนัก คนทั้งคู่แลดูคล้ายขอทานขะมุกขะมอมเสียมากกว่า กำลังนั่งกินอาหารที่เตรียมไว้สำหรับฮ่องเต้และฮองเฮา อย่างเอร็ดอร่อย ด้วยท่าทางสบาย ๆ ราวกับเป็นบ้านของตนเอง 

"อาจารย์~" ซื่อยี่ที่กำลังจะออกวิ่งกลับถูกหยุดด้วยวงแขนแกร่ง ที่มาพร้อมในตาดุ จนต้องยิ้มแห้ง ๆ  "เอ่อ.. คือ ข้าลืมตัวไปน่ะ..แหะ แต่ท่านช่วยปล่อยข้าก่อนได้หรือไม่ ข้าจะไปหาอาจารย์" 

"เดี๋ยวข้าประคองเจ้าไปเอง" น้ำเสียงกึ่งจะดุทำให้ไม่กล้าขัด จำต้องให้อีกคนพาไป 

สองผู้เฒ่าที่กินกันอย่างเอาเป็นเอาตาย เหลือบมองคนทั้งคู่ ที่กำลังก้าวเท้าตรงมา ก่อนที่นักพรตซางจะเป็นฝ่ายเอ่ยปาก  

"รอเดี๋ยว ๆ ให้พวกข้ากินอิ่มก่อน หิวจะตายอยู่แล้ว~" 

"โห่ว! อาจารย์ แทนที่ท่านจะสนใจข้า กลับห่วงเรื่องกินเนี่ยนะ! น่าน้อยใจยิ่งนัก" ลูกศิษย์ตัวน้อยตัดพ้อต่อว่าพร้อมกับก้าวเท้าเข้ามาโดยมีสามีประคอง นั่งลงบนเก้าอี้ร่วมโต๊ะกับคนทั้งสอง 

"ผู้อาวุโสทั้งสอง" เสวี่ยหงเยว่กล่าวทักทายราวกับเขยใหม่ 

"อือ ๆ " แต่สองผู้เฒ่าก็ยังเอาแต่กินโดยไม่สนใจอยู่อย่างนั้น จนซื่อยี่ต้องส่ายหน้ายิ้ม ๆ สบตากับฮ่องเต้ เห็นอีกฝ่ายยิ้มตอบก็สบายใจ เพราะเกรงว่าความไร้มารยาทของตาเฒ่าทั้งสองจะทำให้พระองค์ทรงกริ้ว 

"เจ้าก็ทานกับพวกผู้อาวุโสเถิด ยังไม่ได้ทานอะไรเลย เดี๋ยวจะไม่สบายตัวเอาได้" 

"ฝ่าบาทก็ทานกับข้าด้วยสิ พระองค์เองก็ทรงยังไม่ได้ทานอะไรเช่นกันนะ"  

"อืม งั้นก็ลงมือเถอะ หากชักช้าเดี๋ยวจะกินไม่ทันคนแก่เอา"  

"แค่ก ๆ " 

"ฮะ ๆ ๆ" 

วาจาแดกดันของฮ่องเต้ ทำเอาสองเฒ่าถึงกับสำลักพร้อมกัน เรียกเสียงหัวเราะกังวานใสของฮองเฮาพระองค์ใหม่อย่างอารมณ์ดี จนได้ค้อนวงใหญ่มาเป็นรางวัล 

 

หลังจากกินกันจนอิ่มหนำสำราญแล้ว ก็ถึงเวลาพูดคุยกันอย่างเป็นจริงเป็นจังเสียที 

"ฝ่าบาทแย่มากรู้ตัวหรือไม่" วาจาต่อว่าต่อขาน พร้อมกับจ้องหน้าผู้ครองแคว้นอย่างไม่เกรงกลัวเช่นนี้ คงจะมีเพียงไม่กี่คนที่กล้าทำ แต่ผู้มีอำนาจสั่งเป็นสั่งตายผู้คน กลับไม่โกรธเคืองเลยสักนิด 

"เรารู้ตัวดี ต้องขอบคุณผู้อาวุโสทั้งสองแล้ว ที่ช่วยยี่เอ๋อไว้" 

"ผู้ที่ลงมือใจคออำมหิตมิใช่น้อย มิเพียงแค่อยากให้ตายเท่านั้น แต่ต้องการให้ตายอย่างทรมานด้วยการถูกเผาทั้งเป็นพร้อมบุตรในครรภ์อีกด้วย ชั่วช้าสารเลวยิ่งนัก!" 

จบคำหมอประหลาด รอบกายใครบางคนก็ปรากฏไอสังหารตลบอบอวล 

"ฝ่าบาทรู้แล้วใช่หรือไม่ ว่าเป็นฝีมือผู้ใด" นักพรตซางหรี่ตามองอย่างสงสัย 

"เราทราบดี และเราจะทำให้ผู้ลงมือ ต้องทนทุกข์ทรมานยิ่งกว่าตาย!!" แววตาเหี้ยมเกรียมชวนขนลุกของฮ่องเต้ ทำเอาคนตัวเล็กที่นั่งฟังอยู่รู้สึกไม่สบายใจ รีบเอ่ยปากด้วยความร้อนรน  

"ฝ่าบาท ๆ " 

"หืม"  

"ก่อนจะทำอันใด ยึดทรัพย์มาชดเชยให้ข้าด้วยนะ" ความกังวลของฮองเฮาตัวน้อย ย่อมมีเพียงเรื่องเดียวอยู่แล้ว ทำให้อีกสามคนที่กำลังรอฟังอย่างตั้งใจ ได้ยินแล้วถึงกับแทบร่วงจากเก้าอี้  

"อ่า.. ลูกศิษย์ใครหนอ ช่างยอดเยี่ยมเสียจริง หุหุ" 

"ถุย ๆๆ ยอดเยี่ยมบิดาเจ้าน่ะสิ! เจ้าสอนยี่น้อยเช่นนี้ได้อย่างไรหะ!" 

"เอ๊ะ! เจ้านี่ยังไง ข้าก็เลี้ยงของข้ามาดีจะตาย ใช่หรือไม่ยี่น้อย" 

"หน็อยแน่! ยังจะมีหน้ามาพูดอีก!" 

ก่อนจะเกิดศึกน้ำลายของคนแก่หน้าเด็กทั้งสอง  

"ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ" เสียงลิ่วกงกงดังมาจากนอกกระโจมเหมือนระฆังช่วยอย่างไรอย่างนั้น 

"เข้ามา" 

ลิ่วกงกงที่ก้าวเท้าเข้ามา ชะงักไปชั่วครู่ แต่ไม่ค่อยแปลกใจเท่าใด ก่อนจะเร่งฝีท้าวมาถึงเบื้องพระพักตร์ 

"จับตัวได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ คนของตระกูลไทเฮาทั้งสิ้นพ่ะย่ะค่ะ" 

"ดี! ส่งตัวไปขังไว้ที่กรมอาญา เราจะจัดการเอง" 

"พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท" รับคำแล้วขันทีคนสนิทก็ไม่รีรอ รีบออกไปจัดการตามรับสั่งทันที 

พอพ้นหลังของลิ่วกงกง ซื่อยี่ก็หันมาทางผู้เป็นอาจารย์ แสร้งทำหน้าตาน่าสงสาร "อาจารย์ท่านไปอยู่ที่ใดมา"  

ใบหน้าเศร้าโศกเสียเต็มประดาของลูกศิษย์ ทำให้ผู้เป็นอาจารย์เหล่ตามองด้วยความหมั่นไส้เล็กน้อย "ไม่ต้องมาตีน่าเศร้าเลย ข้าก็อยู่แถวนี้แหละ จะปล่อยเจ้าไว้คนเดียวได้อย่างไรกันเล่า!" 

"แล้วเหตุใดไม่ออกมาหาข้าบ้างเลย" 

"หากข้าออกมาเจ้าก็ไม่รู้จักโตเสียทีน่ะสิ"  

วาจาของผู้เป็นอาจารย์ ทำให้ผู้ที่กำลังเสแสร้ง ต้องทำปากยู่ใส่ด้วยความน้อยใจ "ใจร้ายจริง" 

อยู่ ๆ ผู้ที่เป็นอาจารย์ก็เหมือนนึกถึงสิ่งใดได้ หันมามองหน้าศิษย์รักเต็มตาพร้อมยิ้มจนตาหยี "ข่าวว่าเจ้าร่ำรวยใหญ่แล้ว ไหน ๆ เอามาแบ่งให้ข้าบ้างสิ"  

"เพ้ย! เจ้านักพรตหน้าเหม็น" เสียงตวาด แหว แต่หาใช่เสียงของซื่อยี่ไม่ "เจ้านี่มันกู่ไม่กลับแล้วจริง ๆ" เอ่ยจบหมอประหลาดก็มองค้อนสหายจอมต้มตุ๋นไปวงใหญ่  

ส่วนคนข้างกายที่ได้ยินเสียงชัดเจนข้างหู ต้องใช้นิ้วแคะเบา ๆ ก่อนจะยกไหล่สองข้าง เบ้ปากใส่ "ข้าแค่พูดเล่นเฉยๆเอง เจ้าก็จริงจังไปได้" 

"แต่เจ้าคิดจริง! ข้ารู้ทันหรอกน่า" สองผู้เฒ่าต่างไม่มีใครยอมใคร นักพรตซางหรี่ตามองสหายปากจัด ก่อนจะยกยิ้มชั่วร้าย 

"เจียซิ่น ตอนที่เจ้ามา ทำไมไม่เข้าไปอยู่ร่างหญิงงามนะ ข้าจะจับทำเมียเสียให้เข็ดเลย"  

"เจ้า! ๆ"  

"ฮะ ๆ ๆ อาจารย์ ท่านหมอ อย่าได้ทะเลาะกันอีกเลย" ซื่อยี่ที่หลุดหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เพราะรู้ว่าท่านหมอแพ้คำนี้ของอาจารย์ตนเองเป็นที่สุด ทำให้ใบหน้างดงามของหมอประหลาด บูดบึ้งจนดูไม่ได้ซ้ำยังด่าไม่ออกอีกด้วย 

"เชอะ!" 

พอได้รับชัยชนะนักพรตซางก็ยกยิ้มอย่างพออกพอใจ "เอาล่ะ ๆ ไม่เถียงกับเจ้าแล้ว พวกเราควรต้องกลับได้แล้ว รบกวนฝ่าบาทกับฮองเฮามานานแล้ว" 

"ไม่รบกวนเลย อยู่ต่ออีกหน่อยนะอาจารย์ ข้าคิดถึงท่านยิ่งนัก" คราวนี้ซื่อยี่ไม่ได้เสแสร้งอีกแล้ว แต่รู้สึกเศร้าจริงๆ จนผู้ที่นั่งเคียงข้างต้องยื่นมือหนามากุมเอาไว้  

"ยี่เอ๋อ เจ้ายังมีข้าอยู่" 

"ใช่แล้ว อาจารย์ก็ไม่ได้ไปไหนเสียหน่อย อยู่ใกล้ ๆ เจ้านี่แหละ อีกอย่างเจ้ามีทั้งสามี และกำลังจะมีลูกต้องหัดโตได้แล้วรู้หรือไม่" 

"ขอรับอาจารย์ แล้วท่านจะมาหาข้าอีกไหม๊" 

"ต้องมาสิ ข้าจะมาดูหน้าหลาน หุหุ" ไม่พูดเปล่านักพรตซางยังเหลือบมองหน้าท้องของลูกศิษย์ตัวน้อย อย่างภูมิใจ ก่อนจะหันหน้าไปมองคนที่นั่งหน้าตาบึ้งตึงไม่พูดไม่จา 

"ไปเถิด เจียซิน เดี๋ยวข้าให้เจ้าด่าเป็นเดือนเลยเอ้า"  

"ชิ! ไม่ต้องมาพูดกับข้า" เอ่ยจบหมอประหลาดก็สะบัดหน้าก้าวเท้านำไป จนอีกคนต้องส่ายหน้าอย่างนึกขัน 

"ฝ่าบาทดูแลศิษย์ข้าให้ดี อย่าให้เกิดเรื่องเช่นนี้อีกเป็นอันขาด" นักพรตซางเอ่ยจบก็ไม่รอให้ผู้ใดตอบรับรีบก้าวเท้าตามสหายไปทันที 

ซื่อยี่มองผู้ที่เดินจากไปด้วยสายตาละห้อย จนคนโตกว่าต้องอุ้มตัวมานั่งบนตัก ลูบหลังให้อย่างอ่อนโยน 

"ยี่เอ๋อ จากนี้ไปเจ้าคือภรรยาของข้าและถือเป็นสะใภ้สกุลเสวี่ย จริง ๆ แล้วนะ ข้าสาบานจะรักเจ้าเพียงผู้เดียวเช่นกัน" 

คนบนตักยกแขนคล้องลำคอแกร่งด้วยความเคยชิน "ฝ่าบาท ตอนนี้ข้าไม่ต้องสวมบทหญิงงามแล้วใช่หรือไม่" 

"อืม เป็นเช่นนั้น"  

"ถ้าอย่างนั้นข้าก็ไม่จำเป็นต้องใส่ชุดสตรีแล้วน่ะสิ"  

"หึหึ ทำไมไม่ชอบรึ"  

"ไม่ใช่ไม่ชอบ แต่ใครเล่าจะอยากปลอมเป็นผู้อื่นอยู่ตลอดเวลากัน" 

"ตามใจเจ้าเถิด ไม่ว่าเจ้าจะเป็นอะไร อยู่ในชุดไหน สำหรับข้าแล้วทุกอย่างมันก็คือเจ้าอยู่ดี" 

"หงเยว่... ท่านช่างดีกับข้ายิ่งนัก"ไม่พูดเปล่าฮองเฮาตัวน้อยยังหอมแก้มคนโตกว่าไปฟอดใหญ่ 

ความคิดเห็น