ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 16 Return -END-

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 275

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ม.ค. 2563 18:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 16 Return -END-
แบบอักษร

Chapter 16 

Return 

  

  

         *กริ้ง* 

 

         “แกอยู่บ้านไหมยองเบ”เสียงซึงโฮลอดออกมาตามสาย 

 

         “อืม ทำไม”

 

         “ชั้นมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย จะไปหาแกในอีก 20 นาที” 

 

         “โอเค” 

. 

. 

 

Place: บ้านตระกูลทง 

 

         “ไง!ยองเบ”เสียงทุ้มคุ้นเคยทักขึ้น 

 

         “อ้าว!พวกพี่ก็มาด้วยเหรอครับ สวัสดีครับ พี่ดองวุค พี่แทบิน พี่เท็ด พี่เบค” 

 

         “อืม..ชั้นมีเรื่องแปลกๆจะมาถามหน่อย” ไม่พูดพร่ำทำเพลง เป็นชเว ดองวุคที่เปิดฉากถามก่อน 

 

         “ชั้นพึ่งรู้ข่าวจียงทะเลาะกับไอ้เทมป์ก่อนเกิดเรื่องจากซึงโฮ”ยองเบเหลือบมองซึงโฮเล็กน้อยก่อนพยักหน้ารับ 

 

         “ครับ” 

 

         “จียงเกือบโดนข่มขืนใช่ไหม”ปาร์ค เท็ดดี้ถามต่อทันที 

 

         “ครับ”ยองเบขมวดคิ้วแน่นเมื่อรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล 

 

         พวกพี่ๆรู้เรื่องจียงดีพอๆกับที่เขารู้ เพราะพี่เท็ดดี้เป็นญาติสนิทของเขา รวมถึงพี่ดองวุคก็ชอบจียงมาแต่ไหนแต่ไร เรื่องที่ทั้งคู่ถูกจับหมั้น ก็มีพี่ดองวุคนี่แหละไปเป่าหูคุณนายชเว ถามมาอีหรอบนี้ต้องมีอะไรแน่ๆ 

 

         “นายสงสัยใครหรือเปล่า” พี่แทบินถามต่อ 

 

         “จียงไม่มีศัตรูที่ไหน นอกจาก...”อยู่ๆก็เป็นซึงโฮที่โพล่งขึ้นมา ก่อนจะเงียบไป มองหน้ายองเบนิ่งอย่างไม่แน่ใจในคำตอบ 

 

         “ตอนที่ผมเข้าไปเจอคุณซึงฮยอนผมเจอเขากับคิม ฮยอนอา ส่วนตอนไปช่วยจียง ผมเจอยัยลอล่า”เป็นยองเบที่พูดต่อ 

 

         “นายว่าแปลกไหมล่ะ ทั้งคู่แม้จะดูมีเหตุจูงใจให้ปองร้ายจียง เพราะหึงหวงซึงฮยอน แต่ถ้ามองกันจริงๆ ทำไมถึงมาทำตอนนี้ล่ะ”ยองเบพยักหน้ารับตามคำพูดของดองวุค 

 

         “ที่สำคัญทั้งสองคนเป็นศัตรูกันตั้งแต่เข้าวงการ ฮยอนอากับลอล่า ไม่ชอบกันและกันแต่ร่วมมือกันทำร้ายจียง” 

 

         “แล้วอีกอย่างยัยลอล่ายอมให้ฮยอนอาไปหาซึงฮยอนถึงคอนโดเนี่ยนะ ยัยนั่นหวงซึงฮยอนจะตายไป ” 

 

         “พวกพี่หมายความว่ายังไง?”จนสุดท้ายแล้ว หลังจากฟังข้อสันนิฐานของพวกพี่ๆจบ เขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ว่าประเด็นการทำร้ายจียงมันเกิดขึ้นจากไหน ยังไง 

 

         “ถ้ามีคนชักใยอยู่เบื้องหลังล่ะยองเบ ถ้าเป็นคนๆนั้น” 

 

         “แต่...” 

 

         “ใช่...นายอาจจะคิดว่าเรื่องมันจบไปนานแล้ว แต่นายรู้หรือเปล่าว่าความแค้นของผู้หญิงน่ะ แก้แค้นสิปปียังไม่สาย” 

 

         “เมื่ออาทิตย์ก่อนพี่ดามี ส่งชื่อนี้มาให้ชั้นผู้โดยสารขาเข้า บินตรงจากอังกฤษมาประเทศเกาหลี และหลังจากนั้นไม่กี่วันก็เกิดเรื่องขึ้นกับจียง”ดองวุคยื่นซองเอกสารให้ยองเบทันทีหลังจากพูดจบ 

 

         “นายก็รู้จียงไม่มีศัตรูที่ไหน” 

 

         “ทำไมถึงไม่คิดว่าเป็นศัตรูของน้องชายพี่บ้างล่ะ” คยองอิลถามย้อนดองวุคขึ้นมาบ้าง ก็ได้ยินมาจากยองเบอยู่ว่าคนที่พาจียงไปอ้างชื่อซึงฮยอนด้วย 

 

         “ไม่มีใครกล้าท้าทายอำนาจตระกูลชเวหรอก ตัดไปได้เลย” ดองวุคแสยะยิ้มตอบ ทำเอาคยองอิลขนลุกเกลียว 

 

         “พี่กำลังให้คนตามสืบอยู่ว่าคนๆนี้อยู่ที่ไหน เชื่อว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงได้รู้ผลแน่”แทบินพูดต่อ 

 

         “ว่าแต่จียงล่ะ”ซึงโฮถามขึ้น ตาเรียวมองไปรอบๆ นึกว่าจียงจะอยู่บ้านยองเบเสียอีก นี่ก็ตั้งใจจะมาหามันหรอก 

 

         “ไปหาคุณซึงฮยอนน่ะ แดซองมาขอร้อง”ยองเบตอบเรียบ 

 

         “เฮ้อ...นี่ชั้นเหนื่อยใจจริ๊งจริง ชั้นจะต่อยน้องชายโง่เง่าของชั้นให้ร่วงจริงๆถ้าปล่อยจียงไป” 

 

         “ฮ่าๆ คงได้ต่อยจริงล่ะครับ จียงจะถอยจากซึงฮยอนน่ะ”ยองเบหัวเราะขื่นๆ 

 

         “อ้าว! ไหงงั้น รักกันออก” 

 

         “พี่ก็น่าจะรู้ คนที่เกือบจะโดนข่มขืน มาเจอน้องชายพี่พูดอย่างนั้นใส่อีก เป็นผม ผมก็ไม่ทนนะครับ” ยองเบพูดทีเล่นทีจริง 

 

         “นั่นสิ”เบคยองสัมทับใส่อีกคน ก่อนจะเงียบลงทันทีเมื่อเจอคนหน้าสวยตวัดตาใส่ 

 

         “แต่ก็ช่วยเต็มที่แล้วแหละ ที่เหลือก็ให้จียงตัดสินใจเองละกัน” 

 

         “อืม”ดองวุครับคำในลำคอ 

 

         “กริ้งงง”ในที่สุดการรอคอยก็สิ้นสุดลงเมื่อสายที่รอคอยได้โทรเข้ามา 

 

         “ฮัลโหล..เหรอ..อืม..ดี...เอาเข้ามาเลย..ขอบใจ”อิม แทบินพูดเรียบๆ 

 

         “หึหึ ผู้หญิงคนนั้นกำลังจะมาหาเรา” 

 

         “ผลัก!” 

 

          “โอ้ย!พวกแกเป็นใคร กล้าดียังไงทำกับชั้นอย่างนี้ ระวังไว้เถอะชั้นจะเรียกตำรวจมาลากคอแก!!”เสียงกรีดร้องดังขึ้นทันทีที่หญิงสาวก้าวเข้าในบ้านพร้อมลูกน้องอิม แทบิน 

 

         “สวัสดีครับ” 

 

         “นะ..นาย..ทง ยองเบ” 

 

         “หึหึ ขอบคุณที่ยังจำผมได้ คุณ คิม มินฮี”ยองเบหัวเราะเสียงเย็น 

 

         “หลบหน่อยยองเบ” 

 

         “กรี๊ดดดด อย่าเข้ามานะ!!”ชเว ดองวุคพุ่งเข้าใส่หญิงสาวทันที 

 

         “แกใช่มั้ยที่ทำร้ายว่าที่น้องสะใภ้ชั้น!” 

 

         “เพี้ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!” 

 

         “ดองวุคพอก่อน”เป็นอิมแทบินที่ลุกขึ้นห้าม ถ้าไม่ห้ามมีหวังผู้หญิงคนนี้ได้เละ ก่อนจะรู้ความจริงทั้งหมดแน่ 

 

         “พูดมา! ก่อนที่แกจะไม่ได้พูด” 

 

         “พวกแกมันก็เลวกันหมด ทำแค่นี้ยังน้อยไป จริงๆนังจียงมันควรตายไปเลยด้วยซ้ำ!” 

 

         “เพี๊ยะ!” 

 

         “หึหึ ทำไม ปกป้องมันทำไม แกรู้หรือเปล่าตั้งแต่มีนังจียงเข้ามาชีวิตชั้นเป็นยังไง สามีชั้น!...สามีชั้น..ฮึก..ที่บ้านชั้นบังคับให้ชั้นเลิกกับเค้า สามีชั้นต้องตกระกำลำบาก ไม่มีใครจ้างไปเดินแบบเพราะนังจียง ต้องไปเป็นโฮสขายตัว แกได้ยินไหม! สามีชั้นต้องไปขายตัว!! ฮึก...ฮืออออ..แล้วชั้นล่ะ ชั้นแทบตกนรกทั้งเป็นเมื่อคนที่ชั้นรักต้องกลายเป็นแบบนั้น โชคดีหน่อย ฮ่าๆ โชคดีที่นังจียง มีคนเกลียดมันเหมือนชั้นตั้งหลายคน ฮ่าๆ พวกมันร่วมมือกับชั้นกำจัดนังจียง ฮ่าๆ ไม่มีใครยอมให้มันเสวยสุขกับผัวมันหรอก คุณชายชเวอะไรนั่น หึหึ ฮ่าๆ”เกือบทุกคนในห้องรับแขก ถึงกับเบือนหน้าหนีสภาพของผู้หญิงตรงหน้า คนที่ร้องไห้และหัวเราะในเวลาเดียวกันอย่างสังเวช 

 

         “เธอก็เลยทำแบบนี้สินะ” ยองเบพูดขึ้นอีกครา 

 

         “ใช่! ชั้นจะไม่ยอมให้นังจียงเสวยสุขไปคนเดียว มันต้องตกนรกทั้งเป็นเหมือนชั้น!!” 

 

         “แล้วคุณคิดว่าหลังจากคุณไปอาละวาดจียง จียงไม่ตกนรกทั้งเป็นอย่างนั้นเหรอ จียงต้องเจ็บแค่ไหนที่โดนสามีคุณหลอก อ้อ! ถ้าคุณโง่นัก ผมจะบอกให้ สามีคุณน่ะ ไม่ได้มีคุณ หรือจียงแค่คนเดียวหรอก มันหลอกคนมีเงินไว้ตั้งหลายคน และผมมั่นใจว่าที่เขาไม่จ้างสามีคุณเดินแบบเพราะมันสันดานอย่างนี้ไงล่ะ หลอกคนนั้นคนนี้ไปทั่ว อย่าคิดโทษเพื่อนผม คุณลี มินฮี”ยองเบพูดนั่งลงพูดกับคนตรงหน้าเสียงเย็น เขาเกลียดผู้หญิงคนนี้ เกลียดที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้เขาเกือบเสียเพื่อนรักไป 

 

         “ไม่จริง!! ไม่จริง สามีชั้นไม่มีทางทำอย่างนั้นนังจียงตะหากที่มันทำให้เป็นแบบนี้!!”

 

         “คยองอิล”

 

         “ได้สิ”นายแบบหนุ่มยื่นรูปภาพหลายใบให้เพื่อนตัวเอง

 

         “ผมไม่เคยคิดจะเอาเรื่องที่ผมสืบเมื่อสองปีก่อนนี้ให้ใครดู แต่ในเมื่อคุณกำลังเข้าใจผิด ผมก็จะให้ดู” ภาพถ่ายหลายใบของลีฮยอกซู กับคนดังทั้งหลาย ถูกโยนใส่หน้าลีมินฮี มือบางนั่นจับรูปขึ้นมาดูอย่างสั่นๆ นี่เป็นรูปลับๆของลีฮยอกซู ตอนที่เขาให้นักสืบตามสืบเรื่องคนๆนี้

 

         “ไม่จริ๊ง!!! กรี๊ดดดด!!”

 

         “แกนี่มันโง่จริงๆ ลี มินฮี โดนสามีสวมเขาเสียหลายเขายังไม่รู้ตัว..เขาเรียกว่าอะไรนะเบค”เป็นดองวุคที่พูดขึ้น

 

         “กงกำกงเกวียนไงล่ะ เอ๊..หรือกรรมตามสนองดี”

 

         “หลอกเขาไว้ตั้งหลายคน ตัวเองเจอหลอกบ้างมันก็สมควรแล้วนี่”

 

         “ไงล่ะ ถอยออกไปจากเพื่อนผมซะ คุณลี มินฮี เพราะถ้าคุณไม่ถอย ก็อย่าหาว่าผมไม่เตือน”ยองเบพูดเสียงเย็นก่อนจะลุกขึ้น ปล่อยให้ชเว ดองวุค จัดการต่อ

 

         “ฮึก...ฮือออออ....ฮือออ”

 

         “รับปากชั้นสิว่าจะไม่ยุ่งกับน้องชายและน้องสะใภ้ชั้นอีก”

 

         “โอ๊ย!”หญิงสาวอุทานลั่นเมื่อดองวุคจิกผมหญิงสาวจนหน้าหงาย

 

         “รับปาก! ชั้นบอกให้แกรับปาก!!”

 

         “อะ..โอ๊ยยย..ตะ..ตกลง..ชั้นจะกลับไปอังกฤษจะไม่ยุ่งกับนังจียงอีก ปล่อยชั้นไปเถอะ...ฮืออออ”หญิงสาวละล่ำละลักรับปากเมื่อเห็นปลายกระบอกปืนดำขลับชี้มาทางตน

 

         อิม แทบิน หัวเราะในลำคอ ดองวุคน่ะบ้าดีเดือด ไม่อย่างนั้นคงเป็นเมียมาเฟียไม่ได้

 

         “เอามันออกไป!”สั่งอย่างหงุดหงิดเมื่อเรื่องไม่เป็นเรื่องกำลังจะทำให้เขาเสียน้องสะใภ้คนโปรดไป

 

         “ทีนี้ก็หมดไปแล้วหนึ่งเรื่อง” ดองวุคพึมพำปัดมือไปมา

 

         ปาร์ค เท็ดดี้ถอนหายใจหนัก เหลือบมองเบคยองที่ยิ้มแหยส่งให้ กับแทบินที่หัวเราะลั่นราวกับถูกใจกับในสิ่งที่คนรักตัวเองทำเสียประดา ไม่รวมคยองอิลกับซึงโฮที่ถึงกับหน้าซีด

 

          ก็น่าอยู่หรอก เหตุการณ์วันนี้น่ากลัวน้อยเมื่อไหร่

 

         คนนิ่งเป็นน้ำไหล อย่างคุณชายทง เวลาโกรธน่ากลัวน้อยเสียเมื่อไหร่ นี่ไม่รวมชเว ดองวุคที่ปกติก็เป็นเจ้าแม่ที่ทั้งแก้งค์เกรงกลัวอยู่แล้ว ยิ่งมาวีนแหลกอย่างนี้ด้วยแล้ว อูยยยย น่ากลัวจริงเชียว คราวนี้นอกจากคิม มินฮีที่รู้จนแจ่มแจ้งแล้ว ทุกคนก็ได้รู้วันนี้ว่าสิ่งที่ไม่ควรทำที่สุดคือเป็นศัตรูกับสองคนนี้

 

         “ขอบใจนะยองเบ ทุกคนด้วย”ดองวุคสูดหายใจเข้าปอดลึกๆข่มอารมณ์ ก่อนจะหันมายิ้มให้ทุกคนในห้อง

 

         “พูดมากน่ะพี่ จียงมันก็เพื่อนรักผม”คยองอิลตอบรับกล้าๆกลัวๆ ไม่วายแอบกวนรุ่นพี่หน้าสวยไปด้วยความปากไว

 

         “ที่นี้ก็เหลืออีกแค่เรื่องเดียวที่ต้องจัดการ” ดองวุคพึมพำแสยะยิ้มเบาๆ ทำเอาทั้งห้องขนลุกเกลียว

 

 

 

Place : คอนโดชเว 

 

         “ผลั้วะ!!” 

 

         “คุณดองวุค!!/ดองวุค” 

 

         “มีสติซะทีชเว ซึงฮยอน แกคิดว่าทำตัวอย่างนี้จียงจะกลับมาหาแกหรือไง!” ดองวุคตะคอกใส่ร่างสูงอย่างเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ สภาพที่เขาไม่คิดว่าจะเห็นจากร่างสูง วันนี้ทำเอาใจเขาสะท้าน น้องชายของเขาวันนี้ ดูแทบไม่เป็นผู้เป็นคนผมเผ้ารุงรัง หนวดเคราที่ขึ้น ไหนจะกลิ่นเหล้ากลิ่นบุหรี่หึ่ง ที่เจ้าตัวประโคมดื่ม ประโคมสูบหลังจากที่จียงหายไปจากชีวิต 

 

         “โง่!! อยากได้เขากลับมาก็ไปตามเขา ไม่ใช่มานั่งทำอะไรงี่เง่าทำร้ายตัวเองแบบนี้ชเว ซึงฮยอน” สรรพนามที่เรียกขานแปลกไปคงบ่งบอกเป็นอย่างดีได้ถึงสถานะที่คนตรงหน้าโกรธเค้ามากแค่ไหน 

 

         “เค้าไม่กลับมาหาผมแล้วล่ะพี่...เขามีคนของเขาอยู่แล้ว..เป็นผมซะอีก...ฮ่าๆ..ที่มาทีหลังแล้วยังไม่เจียม..ฮ่าๆ”ซึงฮยอนพูดไปหัวเราะไป สมเพชตัวเอง ดวงตาแดงก่ำนั่นมีแววน้ำใสคลอหน่วย 

 

         “ผลั้ะ!!”หมัดหนักๆของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่ชายซัดใส่อีกหนึ่งหมัด 

 

         “แกพล่ามอะไรออกมา มีสติซะที! ใครมีคนของเขาอยู่แล้ว..” 

 

         “จียงไง ควอน จียงมีทง ยองเบอยู่แล้ว หึหึ”ซึงฮยอนหัวเราะทั้งน้ำตา หัวใจบีบรัดไปหมดเมื่อคิดถึงวันที่จียงทิ้งเขาและขึ้นรถผู้ชายคนอื่นไป 

 

         “ไอ้โง่!!!” เกือบทุกคนในห้องแทบจะประสานเสียงกันออกมาไม่ว่าจะเป็นอิม แทบิน พี่เท็ดดี้ พี่เบคกี้ หรือจะเป็นพี่ชายเขา ไอ้โง่..หึ..คำๆนี้คงจะเหมาะสมกับเค้าแล้วละ โง่จริงๆ โง่ที่ยังคงรักร่างบางอยู่ทั้งๆที่โดนร่างบางเขี่ยทิ้งไปแล้ว 

 

         “เจ้านายแกนี่มัน....” 

 

         “ทำไมแกไม่บอกเจ้านายแกหา! แดซอง!” 

 

         “คะ..คือว่า..คุณซึงฮยอนไม่ยอมฟังอะไรเลยครับ นอกจากพร่ำเพ้อหาคุณจียง” 

 

         “ให้มันได้อย่างนี้สิ โง่ทั้งเจ้านายทั้งลูกน้อง” ชเว ดองวุค ด่ากราด ตวัดตาคมที่เหมือนน้องชายนั่นใส่น้องชายตน แล้วหันกลับมาจิกตาใส่บอดี้การ์ดคนสนิทของน้องชาย 

 

         “ทง ยองเบกำลังจะหมั้น ไอ้โง่!! และอย่าโง่ไปกว่านี้นะ...ทง ยองเบกำลังจะหมั้นกับอี ซึงรี ไม่ใช่ควอน จียง!” 

 

         “โว้ยยย ยิ่งพูดยิ่งขึ้น อย่าบอกใครนะว่าเป็นน้องกูไอ้เทมป์ ไอ้โง่ๆๆๆๆ” 

 

         “ดองวุคใจเย็นน่า” เป็นแทบินที่ลุกขึ้นมากอดคนรักตน ลูบหัวคนตัวบางให้ใจเย็นลงหลังจากด่าน้องชายตน แต่ก็นะ ซึงฮยอนก็โง่อย่างที่ดองวุคว่าน่ะแหละ ข่าวเขาออกกันโครมๆ แต่ไอ้น้องซื่อบื้อคนนี้กลับมานั่งทำร้ายตัวเองอย่างนี้ 

 

         “ฮ่าๆ น้องแกนี่ไม่ใช่โง่ธรรมดาว่ะ ดองวุค โง่มากกกกก” เท็ดดี้ที่เงียบอยู่นานนั่งดูพี่น้องทะเลาะกันเดินไปเปิดทีวี 

 

         “แหกตาดูซะ ไอ้เทมป์” ยังไม่วายหันมายิ้มเยาะใส่ร่างสูง 

 

         “ประมุขใหญ่ตระกูลทง ประกาศแต่งงานสายฟ้าแลบให้ลูกชายคนเดียวของตระกูลหลังทั้งคู่คบหาดูใจกันมากว่า10 ปี เที่ยงวันนี้คุณชายทงและว่าที่เจ้าสาวจิตกรเอกชื่อดังคุณอี ซึงรี ได้เดินทางกลับมาประเทศเกาหลีแล้ว หลังจากที่คุณชายทงได้เดินทางไปรับคุณอี ซึงรีที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังจากประเทศอังกฤษเมื่ออาทิตย์ก่อน โดยว่าที่เจ้าสาวคุณชายทงให้สัมภาษณ์ว่าจะกลับมาอยู่ประเทศเกาหลีกับคุณชายทงอย่างเป็นทางการ ทางด้านตระกูลทงเตรียมจัดงานแต่งอย่างยิ่งใหญ่ โดยคนที่ออกแบบสถานที่งานแต่งนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน คุณหนูควอนคู่หมั้นของคุณชเว เพื่อนรักของคุณชายทง นั่นเองค่ะ” 

 

         “ไงทีนี้จะหายโง่ได้หรือยัง หาคุณชายชเว” เบคกี้พูดกระแนะกระแหน 

 

         “ทำไม...จียง...พี่ดองวุค!! ตอนนี้จียงอยู่ไหน!” ซึงฮยอนเด้งตัวลุกขึ้น วิ่งเข้าไปเขย่าแขนพี่ชายเร่าๆ อย่างดีใจ จียงไม่ได้หมั้นกับคุณชายทง จียงไม่ได้รักกับทง ยองเบ.... 

 

         “ไม่บอกโว้ย!! ไปจัดการตัวเองก่อน ทำทุกอย่างให้มันกลับมาเหมือนเดิม แล้วชั้นจะบอก” ดองวุคยื่นข้อเสนอ ซึงฮยอนทำตามอย่างว่าง่าย 

. 

 

. 

Place: หาดส่วนตัวตระกูลควอน 

 

         “แกโอเคนะ” ร่างหนาที่ยืนอยู่ข้างคนตัวเล็กถามขึ้น เมื่อเห็นคนข้างๆเหม่อลอยอีกครา ช่วง 2 อาทิตย์มานี้ หลังจากที่เกิดเรื่องจียงก็ดูเหม่อลอยอย่างเห็นได้ชัด จนเขาอดเป็นห่วงไม่ได้ 

 

         “อืม..”ร่างเล็กครางรับในลำคอ 

 

         “แน่ใจเหรอ” 

 

         “ยองเบ...อย่ากังวลเรื่องชั้นนักเลย ว่าแต่นายอยากให้แก้ตรงไหนหรือเปล่า” ประโยคแรกตอบเสียงแผ่ว ก่อนจะแสร้งทำเป็นร่าเริงเปลี่ยนเรื่องเพื่อไม่ให้ร่างหนาห่วงมากจนเกินไป 

 

         “ดีแล้ว จียงดีไซเนอร์มือหนึ่งออกแบบงานแต่งให้ขนาดนี้จะให้แก้อะไรอีก ดีกว่าที่คิดไว้เสียอีก” ยองเบถอนหายใจ ก่อนจะทำเป็นไม่สนใจเมื่อเห็นคนตัวเล็กแสร้งทำร่าเริงเปลี่ยนเรื่อง 

 

         “ของมันแน่อยู่แล้ววว~” จียงพูดอย่างทะเล้น 

 

         “ซึงรีล่ะ” 

 

         “ชั้นจับเข้าคอร์สเจ้าสาวอยู่ ฮ่าๆ” 

 

         “งั้นชั้นไปดูซึงรีก่อนนะ” 

 

         “โอเค~” จียงตอบรับอย่างร่าเริง ก่อนจะหุบยิ้มลงทันทีที่ร่างหนาเดินลับตาไป 

 

 

          

         2 อาทิตย์หลังจากถอนหมั้นกับซึงฮยอนเขาก็ยุ่งๆอยู่กับการจัดงานแต่งให้ยองเบกับซึงรีจนไม่มีเวลากระดิกตัวไปไหน หรือถ้าจะพูดให้ถูกเขาทำให้เลือกที่จะทำตัวให้ยุ่งเสียมากกว่าเพราะเขาไม่อยากใช้เวลาว่างทั้งหมดไปกับการคิดถึงอดีตคู่หมั้น 

 

         ตอนนี้ชีวิตของควอน จียงกำลังเข้าสู่สถานการณ์ปกติ ไม่มีอะไรให้ตื่นเต้นนอกจากงานตรงหน้าเท่านั้น ไม่ต้องคอยหลบนักข่าว ไม่ต้องเสียเวลาตอบคำถามนักข่าว ไม่ต้องมานั่งเหนื่อยใจกับผู้หญิงของซึงฮยอน และสุดท้ายไม่ต้องมานั่งเป็นห่วงร่างสูง ช่างเป็นชีวิตที่เรียบง่ายเสียนี่กระไร 

 

         ป่านนี้ซึงฮยอนจะเป็นยังไงบ้างนะ จะคิดถึงเขาบ้างหรือเปล่า จะรู้ข่าวของยองเบกับซึงรีหรือยัง จะรู้หรือยังว่าเขากับยองเบไม่ได้เป็นอะไรกัน จะยังรักเขาอยู่ไหม เขาแทบไม่รู้ข่าวอะไรเกี่ยวกับซึงฮยอนเลย แต่คิดว่าชีวิตร่างสูงคงไม่ต่างกัน อาจจะมีความสุขกับคู่ขา ดินเนอร์กับครอบครัว หรืออาจกำลังเจรจาธุรกิจอยู่ ปากเล็กยกยิ้ม ถึงแม้เรื่องเขากับซึงฮยอนจะจบไม่สวยมากนัก แต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่าตลอดเวลาที่เขาหมั้นหลอกๆกับซึงฮยอนชีวิตดูสนุกสนานและมีสีสันมากมาย เขาเพียงหวังว่าซึงฮยอนจะไม่เกลียดเขา และเก็บเรื่องราวของเราไว้เป็นความทรงจำดีๆตลอดไป 

 

         “พี่จีย้งงงง~~” เสียงเรียกร่าเริงดังมาจากข้างหลัง ทำเอาจียงหลุดออกจากภวังค์ 

 

         “ซึงรี” 

 

         “พี่จียงว่างหรือเปล่า ไปเข้าคอร์สเจ้าสาวเป็นเพื่อนซึงรีหน่อย” 

 

         “ฮ๊า!!! เข้าทำไม พี่ไม่ได้จะแต่งงานกับซึงรีซะหน่อย”จียงตอบกลับอย่างขำๆ 

 

         “ไม่แต่งก็เหมือนแต่งแหละฮะ ยังไงพี่จียงก็เป็นเพื่อนเจ้าสาวอยู่ดี” ซึงรียิ้มโชว์เขี้ยว แขนเล็กก็ดึงร่างบอบบบางตามไปติดๆ 

 

         “เดี๋ยวๆๆ ซึงรี เดี๋ยวก้อนนนน” 

 

         “ไม่เดี๋ยวแล้วครับตอนนี้เลย~ 

  

 

  

Place: บ้านตระกูลชเว 

 

         “ซึงฮยอนว่ายังไงจ๊ะ” คุณนายควอนทักขึ้นเสียงใส วันนี้นางได้รับโทรศัทพ์จากคู่หมั้นของลูกชายว่ามีเรื่องสำคัญจะพูดด้วย จึงได้เดินทางมาบ้านตระกูลชเวเสียเช้าตรู่ 

 

         “อุ้ย! นั่นหน้าลูกไปโดนอะไรมาจ๊ะ ดูสิช้ำหมดเลย” 

 

         “เอ่อ...ไม่มีอะไรหรอกครับ คุณพ่อคุณแม่ครับที่ผมเชิญทุกคนมาวันนี้เพราะผมมีเรื่องสำคัญจะบอกครับ” 

         ..... 

  

  

         “คุณยองเบ ผมซึงฮยอนนะครับ” 

 

         “โทรมาทำไม” 

 

         “คือผม....” 

 

         ..... 

 

 

7 วันต่อมา 

 

         “ที่ทุกท่านมารวมตัวกันในวันนี้ ก็เพื่อจะมาเป็นสักขีพยานแห่งความรักแก่คนทั้งสอง”เสียงบทหลวงดังขึ้นหน้าปรัมพิธี ในขณะที่ทุกคนภายในงานต่างก็ให้ความสนใจ จียงยืนยิ้มอยู่ข้างเวที ให้กำลังใจแก่คนทั้งคู่ที่ดูตื่นเต้นเสียเต็มประดา 

 

         “เจ้าบ่าวทง ยองเบ ท่านเต็มใจจะรับอี ซึงฮยอน เป็นภรรยาของเจ้าไม่ว่าจะในเวลามั่งมีหรือยากจน ไม่ว่าทุกข์หรือสุขเจ็บป่วยหรือสุขสบายเจ้าจะเป็นสามีที่รักใคร่และซื่อสัตย์ต่อผู้เป็นภรรยาตลอดไปหรือไม่” 

 

         “รับครับ” 

 

         “เจ้าสาวอี ซึงฮยอน ท่านเต็มใจจะรับทง ยองเบ เป็นสามีของเจ้าไม่ว่าจะมั่งมีหรือยากจน ไม่ว่าทุกข์หรือสุข เจ็บป่วยหรือสุขสบายเจ้าจะเป็นภรรยาที่รักใคร่และซื่อสัตย์ต่อผู้เป็นสามีตลอดไปหรือไม่” 

 

         “รับครับ” 

 

         “เจ้าบ่าว และเจ้าสาว ท่านจะมอบของสิ่งใดให้แก่กันเพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งความรัก และสัญญาของท่าน” 

 

         “ข้ามีแหวน” 

 

         “เชิญท่านทั้งสองสวมแหวนแก่กันได้” 

 

         “พี่รักซึงรี พี่จะดูแลซึงรีตลอดไปนะ” ยองเบกระซิบกับคนตัวเล็กทันทีที่สวมแหวนจบ 

 

         “ผมก็รักพี่ยองเบฮะ” ซึงรีตอบรับอย่างเขินอาย ก่อนร่างหนาจะโน้มตัวเข้าจูบคนน่ารักตรงหน้าท่ามกลางเสียงโห่แซวของแขกเหรื่อและเพื่อนๆพี่ๆภายในงาน ในขณะที่จียงยืนยิ้มอย่างอิ่มใจก่อนเดินลงข้างล่างเวที เพื่อปล่อยให้ตัวเอกทั้งสองของงานโชว์หวานอย่างเต็มที่ 

  

         “สวัสดีครับ ผมเจ้าบ่าวป้ายแดงทง ยองเบครับ” เสียงทุ้มดังขึ้น ปากหยักส่งยิ้มเสียจนตาปิดทำเอาแขกในงานชะงักอมยิ้มเพื่อฟังเจ้าบ่าวป้ายแดงพูด 

 

         “ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานในวันนี้ ผมกับซึงรีรักกันมานานกว่าสิบปี ฝ่าฟันอุปสรรคมามากมาย มีบางครั้งบางทีเราทั้งคู่ก็เหนื่อยและท้อกับความสัมพันธ์แบบนี้ ความสัมพันธ์ที่ต้องอยู่ห่างไกลกัน อยู่คนละประเทศ คนละทวีป จนบางครั้งเกือบจะเลิกกันไปด้วยซ้ำ แต่เพราะปัจจัยหลายๆสิ่งที่กล่าวมา วันนี้ผมจึงกล้าพูดว่ารักซึงรีได้เต็มปาก เพราะมันไม่ใช่ความรักแบบเด็กๆ มันเป็นความรักที่ต้องใช้ความเชื่อใจและความอดทนเป็นอย่างมากกว่าจะมีวันนี้ แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมดของเรื่องราวความรักของผมที่ผมต้องการพูด” ร่างหนาเงียบไปสักพักก่อนจะพูดต่อ 

 

         “ผมมีเพื่อนคนหนึ่งครับ..เพื่อนรักผมที่ไม่ได้มองผมแค่ฐานะ หน้าตา ชาติตระกูลหรือชื่อเสียงเงินทอง เพื่อนรักคนนี้ยอมเป็นข่าวเสียหายกับผม เพื่อไปส่งผมซื้อแหวนหมั้นให้ซึงรี เพื่อนรักคนนี้ยอมเป็นข่าวเสียหายกับผมหลายเรื่องเพียงเพื่อกันผู้หญิงทุกคนออกจากผมเพื่อให้คนรักของผมซึ่งอยู่คนละประเทศสบายใจ ผมรักเพื่อนคนนี้มาก แต่ตอนนี้ในขณะที่ผมกำลังมีความสุขที่สุดในชีวิต เพื่อนรักของผมกลับไม่มีความสุขเลย เพราะเขาได้ถอนหมั้นกับคนที่เขารัก ผมทนเห็นเพื่อนรักที่ดีกับผมและซึงรีขนาดนี้ทุกข์ใจไม่ได้ ดังนั้นผมจึงอยากมอบของขวัญบางอย่างเพื่อตอบแทนให้แก่เพื่อนรักของผมและอยากให้แขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่อยู่ในงานนี้รวมถึงนักข่าวทุกสำนักร่วมเป็นสักขีพยานด้วย...” 

 

         “ควอน จียง ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งนะ นี่เป็นของขวัญตอบแทนในทุกสิ่งทุกอย่างที่นายทำให้ชั้น ได้โปรดรับมันไว้ด้วยล่ะ” 

 

         “ซึงรี! ทำอะไรน่ะ!” จียงอุทานลั่นเมื่อซึงรีปิดตาและพาร่างเล็กเดินขึ้นเวที วันนี้ควอน จียง สวยไม่ต่างจากเจ้าสาว ชุดที่ใส่ก็ไม่ต่างจากเจ้าสาวเช่นกัน 

 

         “ของขวัญจากผมและพี่ยองเบฮะ มีความสุขมากๆนะฮะพี่จียง” อี ซึงรีกระซิบที่หูรุ่นพี่ร่างเล็ก ก่อนจะเปิดตาและถอยออกมา 

 

         “พี่เทมป์...ฮึก..” มือเล็กยกขึ้นปิดปากทันทีที่เห็นคนตรงหน้า อดีตคู่หมั้นเขา ชเว ซึงฮยอน ร่างสูงวันนี้อยู่ในชุดสูท ใบหน้าซูบผอมลงเล็กน้อย แต่ก็ดูหล่อเหลาเสียจนแทบละลาย 

 

         เกิดเสียงฮือฮาขึ้นทั้งงาน เป็นที่รู้กันว่าทั้งคู่เป็นคู่หมั้นกัน แล้วทันถอนหมั้นกันตอนไหน นักข่าวสำนักดังรัวชัตเตอร์ไม่ยั้ง มีเพียงคนจากทั้งสองตระกูลเท่านั้นที่ยังนั่งเงียบมองดูทั้งคู่ 

 

         “อย่าร้องไห้สิคนดี” มือหนายกปาดไล้น้ำตาจากหน้านวล 

 

         “พี่ขอโทษกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ความรู้สึกของพี่ยังไม่เปลี่ยนไป เราเริ่มต้นกันใหม่ได้ไหม”คนตัวเล็กสะอื้นฮัก มือเล็กเช็ดน้ำตาป้อย ก่อนจะพยักหน้าหงึกหงัก ไม่คิดว่าร่างสูงจะเซอร์ไพร้ด้วยวิธีนี้ ทั้งคิดถึง ทั้งตกใจ ทั้งดีใจ ระคนกันไปหมดจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ 

 

         “พี่รักน้องจียง แต่งงานกับพี่นะ” คนตัวสูงไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป เมื่อเห็นจียงยอมเริ่มใหม่แล้ว คราวนี้เขาอยากทำอะไรให้มันชัดเจนเสียที ไม่หมั้นแล้ว แต่งเสียเลย เอาให้คนทั้งโลกรู้ว่าเขากับคนตัวเล็กเป็นสามีภรรยากันแล้ว เขาห่วง เขาหวงคนตัวเล็ก ยิ่งไม่ได้เจอกัน ก็ยิ่งคิดถึง พอมาเจอกันวันนี้ยิ่งแล้วใหญ่ สวยเสียจนจำไม่ได้ ถ้าไม่ติดว่ามีแผนที่เตี๊ยมกันไว้ ได้ออกมาอาละวาดหนุ่มๆที่มองคู่หมั้นเขาตาเป็นมันแน่ๆ 

 

         “ไม่แต่ง!!” 

 

         “หา!!” เกิดเสียงฮือฮาขึ้นอีกรอบ ทั้งซึงฮยอนทั้งกองเชียร์หน้าซีดกันเป็นแถบๆ 

 

         “คิกคิก ยังไม่ได้หมั้นกันเลยจะแต่งได้ยังไง” เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ ก่อนจียงหัวเราะจะคิกคักออกมา เมื่อได้แกล้งคนตัวสูง 

 

         “กะ..ก็หมั้นไปแล้วไง” กว่าซึงฮยอนจะความหาเสียงตัวเองเจอก็ทำเอาคนทั้งงานขำกันเสียแล้ว 

 

         “นั่นมันหมั้นหลอกๆ ขอผมหมั้นใหม่สิ คราวนี้ผม....” 

 

         “หืม?...” 

 

         “ผมเต็มใจ..” จียงพูดอ้อมแอ้ม ซึงฮยอนยิ้มกว้าง มองคนตัวเล็กที่หน้าแดง ก้มหน้างุดด้วยความเขิน จนแขกในงานอดอมยิ้มตามกับความน่ารักของร่างเล็กไม่ได้ 

 

         “งั้น...เอาใหม่” 

 

         “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีเรื่องมากมายที่เกิดขึ้นระหว่างเรา ทั้งดีและไม่ดี ทำให้จียงเสียใจก็เยอะ พี่ขอโทษที่ครั้งหนึ่งเคยข่มเหงน้ำใจ พูดจาทำร้าย ทำตัวไม่ดีใส่ พี่อาจไม่ใช่คนหวาน โรแมนติค ออกจะดูเอาแต่ใจและเย็นชาไปบ้าง เรื่องของเราไม่ได้เริ่มต้นมาสวยงาม แต่พี่ก็อยากให้มันจบอย่างสวยงาม พี่รักน้องจียงนะครับ สุดท้ายพี่อยากจะบอกจียงว่าขอบคุณที่ยังอยู่เคียงข้างพี่ไม่ไปไหน ยังรักพี่แม้ว่าพี่จะเคยทำให้จียงเสียใจอยู่หลายครั้ง สำหรับพี่จียงคือคนที่มีค่าที่สุดในชีวิตของพี่ เป็นคนที่พี่พร้อมจะเสียสละทุกอย่างให้อย่างเต็มใจ”  

 

         “พี่เทมป์...” จียงครางแผ่ว เมื่อเห็นร่างสูงคุกเข่าลงตรงหน้า 

 

         “คนดี...ได้โปรด หมั้นกับพี่อีกครั้งนะ” 

 

         “ตกลงครับ” สิ้นคำ ซึงฮยอนก็บรรจงสวมแหวนลงที่นิ้วนางข้างซ้ายของจียงทันที ท่ามกลางเสียงปรบมือของแขกเหรื่อภายในงานที่มาเป็นสักขีพยานรักของทั้งคู่ 

 

         คราวนี้ไม่มีความรักจอมปลอม 

 

         ไม่มีการหมั้นจอมปลอมแล้ว 

 

         มีแต่ความรักที่แท้จริงของทั้งคู่เท่านั้น 

 

         “คู่หมั้นใครเนี่ย ขี้แยจังเลย” ซึงฮยอนลุกขึ้นกอดร่างบางแน่น บีบจมูกเล็กอย่างหมั่นเขี้ยวและเอ่ยแซวเมื่อเห็นคนตัวเล็กร้องไห้ไม่หยุด 

 

         “ก็มาทำให้ซึ้งทำไมเล่า~” คนตัวเล็กกระเง้ากระงอดอย่างน่ารัก จนซึงฮยอนอดที่จะบรรจงจูบปากจิ้มลิ้มนั่นไม่ได้ 

 

         “พี่รักน้องจียง” เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาข้างหูเล็ก ทันทีที่ถอนจูบออก 

 

         “ผมก็รักพี่ฮะ พี่เทมป์” พูดจบก็ก้มหน้ามุดกับอกหนาอย่างเขินอาย ซึงฮยอนยิ้มกว้างอย่างถูกใจ 

 

         “เอ้า! ฮึบ!” 

 

         “อุ๊ย! พี่เทมป์ ไม่เอา ปล่อยนะ!” ร่างเล็กโวยวายลั่นแขนเล็กรีบเกาะรั้งคอคนรักที่อุ้มตัวเองขึ้น 

 

         “เอาล่ะ! มาป่วนงานแต่งเค้าซะเยอะ เราหนีกันเถอะ” ซึงฮยอนกระตุกยิ้ม อุ้มร่างบางหายไปหลังเวที ท่ามกลางเสียงโห่แซวของแขกเหรื่อภายในงาน 

 

         “จะแบกผมไปถึงไหน ไม่เหนื่อยหรือไง หยุดแบกได้แล้ว”จียงที่อยู่ในอ้อมอกจียงเงยหน้าขึ้นถาม เพราะเกรงว่าร่างสูงจะเหนื่อย 

 

         ตั้งแต่ออกจากงานมา ร่างสูงก็แบกเขาเรียบชายหาดมาเรื่อยๆ ไม่มีท่าทีว่าจะหยุด ปลายทางคงเดาได้ไม่ยาก คงเป็นบ้านสีขาวแสนสวยที่อยู่ปลายหาด  

 

         พอได้ยินจียงท้วง ร่างสูงก็ชะงักกึก ก้มมองดูคนตัวเล็กนิ่ง ทำเอาจียงเขินจนหน้าแดง ก่อนร่างสูงจะพูดออกมานิ่งๆ 

 

         “ให้พี่หยุดแบกน่ะ....หยุดได้ แต่จะให้พี่หยุดรักจี พี่หยุดไม่ได้หรอกนะ”ปากสวยยกยิ้ม 

 

         “คนบ้า!~ไปเรียนคำพูดแบบนี้มาจากไหนเนี่ย~” มือเล็กทุบอกแกร่งอย่างเขินอาย ก่อนจะก้มหน้ามุดกับอก 

 

         “แล้วชอบหรือเปล่า หื้ม?” ซึงฮยอนหัวเราะเบาๆ ยังคงหยอดคำหวานคนตัวเล็กต่อ 

 

         “ไม่อ่ะ ไม่ชอบ” คนตัวเล็กส่ายหัวไปมา ซึงฮยอนหุบยิ้มลงทันที 

 

         “ไม่ชอบ....แต่รักตะหากเล่า~” ซึงฮยอนยิ้มกว้างอีกรอบ 

 

         “น้องจียง ไปเรียนคำพูดแบบนี้มาจากที่ไหนเนี่ย” 

 

         “พอเลย ไม่ต้องมาล้อเค้าเลยนะ!~” ปากจิ้มลิ้มพูดจากระเง้ากระงอดเสียน่าชัง จนคนแบกอดใจไม่อยู่ ต้องก้มลงไปหอมแก้มนิ่มเป็นรางวัลกับความน่ารักนั่นเสียฟอดใหญ่ ซึงฮยอนไม่รู้หรอกว่าเขาจะมีแรงแบก มีแรงประคับประคองร่างบางนี้ไปจนถึงไหน แต่ตราบใดที่เขายังคงมีลมหายใจ เขาพร้อมที่จะดูแลคนๆนี้ตลอดไป เพราะเขารู้แล้วว่าจียงคือสิ่งมีค่าที่สุดในชีวิตที่เขาจะไม่ยอมสูญเสียไปอีก 

 

         “พี่เทมป์รักน้องจียงครับ” 

 

         จียงไม่รู้หรอกว่าอ้อมแขนแข็งแรงนี้จะโอบอุ้ม ประคับประคองจียงไปถึงไหน เขารู้เพียงว่า ณ ตอนนี้ วันนี้ เวลานี้ และวินาทีนี้ ตราบใดที่อ้อมแขนแกร่งยังมีแรงโอบอุ้มและประคับประคองเขาอยู่เขาก็พร้อมที่จะอยู่กับคนๆนี้ตลอดไป เพราะเขารู้แล้วว่าพี่เทมป์คือสิ่งมีค่าที่สุดในชีวิตที่เขาจะไม่ยอมสูญเสียไปอีก 

 

         “จียงก็รักพี่เทมป์เหมือนกันครับ” 

  

  

♥ The End♥ 

  

  

  

Bonus!! 

 

         “โอ้ย! กว่าพวกมันจะได้เป็นคู่หมั้นกันจริงๆ พวกกูลุ้นจนตัวโก่ง” 

 

         “คยองอิล กูว่ามึงกับกูไม่ต้องหมั้น ไม่ต้องแต่งแล้ว อยู่กินเป็นผัวเมียกันเลยดีกว่าว่ะ” 

 

         “ก็ดีนะ” 

 

         “เฮ้ย!!! นี่พวกมึงคบกันเหรอ!” 

 

         “ตกข่าวจังเลยยยยย พวกพี่อ่ะ” ;P 

  

Real End♥ 

------------- 

             

ความคิดเห็น