ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 14 Misunderstand

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 249

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ม.ค. 2563 17:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 14 Misunderstand
แบบอักษร

Chapter 14 

Misunderstand 

  

  

Place: คฤหาสน์อีกหลังของตระกูลทง 

 

         วันนี้มีงานเลี้ยงวันเกิดเพื่อนสนิทคุณพ่อซึงฮยอน โชคร้ายที่คุณพ่อร่างสูงติดประชุมที่ต่างประเทศจึงมาไม่ได้ เลยต้องกลายเป็นหน้าที่ของซึงฮยอนแทน จียงจึงต้องมากับร่างสูงอย่างช่วยไม่ได้ ทั้งๆที่ไม่ได้ชอบงานแบบนี้เลยด้วยซ้ำ 

 

         ร่างเล็กในชุดทักซิโด้แบรนหรูดูชวนมองอย่างน่าประหลาด ซึงฮยอนหน้าตึงที่เห็นสายตาผู้ชายในงานจ้องคู่หมั้นตัวเองตาเยิ้ม มือหนาบีบกระชับมือบางไว้ อีกมือถือกล่องของขวัญ พาร่างบางเดินเข้าไปในงานอย่างหงุดหงิด 

 

         “ชิท! นักข่าวพวกนี้ น่ารำคาญจริง” ซึงฮยอนสบถออกมาเบาๆ 

 

         “กรี๊ด! คุณชเวมางานด้วยแหละเธอ” 

 

         “น่าเสียดายคุณชเวดันมากับคู่หมั้นนี่สิ” 

 

         “ใครสนใจกัน” 

 

         “คิก คิก” เสียงกรี๊ดกร๊าดของหญิงสาวลูกท่านหลานเธอดังมาอยู่เนืองๆยิ่งทำให้ซึงฮยอนหงุดหงิดไปใหญ่ 

 

         เมื่อเย็นหลังจากยองเบกลับไปไม่นานซึงฮยอนก็ได้รับโทรศัพท์ทางไกลว่าต้องมางานวันเกิดคุณป้ายองเอ ปกติงานพวกนี้เขาก็ไปเป็นประจำอยู่แล้วเพราะจะได้พบปะกับนักธุรกิจและได้ร่วมพูดคุย โชคดีหน่อยก็ได้ร่วมงานกัน แต่ครั้งนี้ที่เขาไม่อยากไปเพราะป้ายองเอ มีหลานชายชื่อทง ยองเบน่ะสิ! ถ้าโลกมันจะกลมขนาดนี้ ชิท! 

 

         “สวัสดีครับคุณป้า”ซึงฮยอนทักเมื่อเดินมาถึงโถงกลางที่คุณป้ายองเอกำลังรับของขวัญจากคนสนิท 

 

         “โอ้! ซึงฮยอนมางานของป้าด้วยเหรอเนี่ย” 

 

         “ครับ คุณพ่อติดธุระที่ต่างประเทศน่ะครับ แต่คุณพ่อได้ฝากของขวัญมาให้ด้วย ต้องขอโทษจริงๆครับ” 

 

         “ขอโทษอะไรกัน คนกันเองทั้งนั้น อุ้ย! หนูจียง” คุณหญิงวัยดึกที่อายุปาไป 60 แต่ยังร่าเริงเบิกตากว้างอย่างดีใจที่เห็นเพื่อนสนิทของหลานชายตนยื่นของขวัญให้ 

 

         “สวัสดีฮะคุณป้า สบายดีนะครับ” 

 

         “สบายดีจ้ะ” 

 

         “อาจจะช้าไปซักหน่อยนะ แต่ก็ดีใจด้วยน๊ะจ๊ะที่หมั้นกันแล้ว คุณนายชเวนี่ตาถึงจริงๆ ป้ายืนยันคำเดิมนะลูก ว่าป้าเสียดายหนูจริงๆ” 

 

         “โธ่! คุณป้าก็...ผมกับยองเบเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้นแหละครับ” จียงออดอ้อนอย่างน่ารัก ซึงฮยอนขมวดคิ้วแน่นกับคำพูดคุณหญิงวัยดึก 

 

         “ผมขอตัวก่อนนะครับคุณป้า” ซึงฮยอนปลีกตัวออกมาเมื่อเห็นแขกคนหนึ่งเดินมาทักทายคุณหญิง 

 

         “จ้าๆ ขอบใจมากนะ ทั้งสองคนเลย” 

 

         “ครับ” 

 

         “คุณชเว สวัสดีจ้ะ”หญิงวัยกลางคนทักขึ้นขณะที่พวกเขาเดินผ่าน 

 

         “สวัสดีครับคุณนายคิม คุณนายปาร์ค” 

 

         “นี่คู่หมั้นเหรอจ้ะ” 

 

         “ใช่ครับ” 

 

         “สวัสดีครับ” จียงโค้งทักทายหญิงวัยกลางคนอย่างนอบน้อม 

 

         “คุณชเวนี่ตาถึงนะคะ” ซึงฮยอนยิ้มรับไม่ตอบอะไร 

 

         “คุณหนูควอนทั้งน่ารัก กิริยามารยาทก็เรียบร้อย ขนาดว่าไปอยู่เมืองนอกเสียหลายปี” 

 

         “แหะๆ ขอบคุณครับ” จียงยิ้มเขินกับคำชมจากคุณหญิงคุณนายทั้งหลายภายในงานทั้งที่ในใจสะอิดสะเอียดกับคำป้อยอที่ยกให้ พวกคุณหญิงคุณนายพวกนี้มักจะอยากสนิทสนมกับคนที่มีอิทธิพลเพื่อหวังจะให้ธุรกิจตัวเองก้าวหน้าหรือมากกว่านั้นเพื่อครอบครัวตัวเองด้วยการแนะนำลูกสาวตัวเองให้พวกคนใหญ่คนโต 

 

         “เฮ้อ...” จียงถอนหายใจเสียงดังเมื่อเดินมาถึงสวนหย่อมหลังคฤหาสน์ จียงปล่อยให้ซึงฮยอนคุยกับผู้ใหญ่ ก่อนที่จะปลีกตัวออกมา กว่าจะปลีกตัวมาได้ก็นานโข เขายอมรับซึงฮยอนจริงๆที่อดทนได้ขนาดนี้ 

 

         ลูกสาวคุณหญิงคุณนายนักธุรกิจ หรือเซเลปดังๆทั้งหลาย ที่มารวมตัวกันในวันนี้ ล้วนเข้าหาชายหนุ่มทั้งๆที่มีเขายืนหัวโด่ทนโท่อยู่อย่างนั้น จียงนึกอึดอัด จนต้องสะกิดบอกร่างสูงไปหลายรอบ ซึงฮยอนจึงต้องปล่อยมือจากเขาเพื่อให้เขาออกมารับบรรยากาศข้างนอกบ้าง จียงเข้าใจเพราะพึ่งเข้างานมาไม่กี่นาทีถ้าจะกลับแล้วก็คงน่าเกลียดเกินไป คงต้องอยู่ที่นี่สักพัก 

 

         *สวบ สวบ* 

 

         เสียงเดินย่ำเท้าเข้ามาด้านหลังทำให้จียงรีบหันกลับไปมอง 

 

         “ยองเบ ตกใจหมดเลย” 

 

         “เออสิ! นี่ตามหาตั้งนาน จะออกจากงานทำไมเนี่ย” 

 

         “แล้วแกอารมณ์เสียอะไรมาลงกับชั้นเนี่ย” 

 

          “โทษที” ยองเบพูดอย่างขอไปที ทรุดตัวลงนั่งที่ม้านั่งตัวเล็กในสวน 

 

         “เครียดไรอ่ะ” 

 

         “….” ยองเบไม่ตอบแต่ขมวดคิ้วแน่น 

 

         “เห่ยย..พูดมาดิ ไม่พูดละจะรู้มั้ย” 

 

         “จะขอซึงรีแต่งงาน” 

 

         “หา!!!!!” 

 

         “ชู่ววว เบาๆ อยากให้นักข่าวแห่มานี่หรือไง” 

 

         “ขอโทษ แล้วนึกไงจะขอล่ะ” ก็เห็นเพื่อนเขาเคยบอกว่า ชอบที่จะอยู่อย่างนี้เรื่อยๆ เพราะซึงรียังเด็กไม่อยากผูกมัด อยากให้อิสระกับน้องมากกว่า 

 

          “ชั้นได้ยินจากไอ้ซึงโฮว่า ตั้งแต่ซึงรีเปิด Gallery ก็มีหนุ่มตามน้ำข้าวมาเทียวไล้เทียวขื่อเป็นว่าเล่น” 

 

         “โธ่...ก็นึกว่าอะไร แกก็รู้ว่าที่ซึงรีทำก็เพื่อแกทั้งนั้น ต่อให้มีคนมาสนใจ ซึงรีก็ปฏิเสธอยู่ดี เชื่อใจกันหน่อยสิ” 

 

         “เชื่อน่ะ ก็เชื่ออยู่แหละ แต่เอาจริงๆนะ ตอนนี้ Gallery ซึงรีก็ดังไปทั่วโลกแล้ว ก็สำเร็จตามที่คุณพ่อชั้นต้องการแล้ว ชั้นเลยอยากจะขอซึงรีแต่งงาน” 

 

         “เฮ้อ...แกนี่นะ งั้นก็ขอสิ”จียงขมวดคิ้วแน่น ก็อยากขอซึงรีแต่งงานก็ขอสิ มันน่าเครียดตรงไหนเนี่ย 

 

         “ก็นี่ไงที่ชั้นเครียด....ชั้นไม่รู้ว่าจะขอซึงรีแต่งงานที่ไหน ชั้นอยากให้มันออกมาดีที่สุด และโรแมนติคหน่อยๆด้วย”จียงตบหน้าผากตัวเองดังป๊าป ให้มันได้อย่างนี้สิเพื่อนเขา 

 

กลับมาที่ภายในงาน

 

         ซึงฮยอนที่ปลีกตัวจากผู้ใหญ่ได้ก็พยายามตามหาร่างเล็กภายในงาน 

 

         “คุณชเวคะ” 

 

         “ฮยอนอา” 

 

         “ดีใจจังที่จำฮยอนอาได้ด้วย” 

 

         “ผมขอตัว” 

 

         “จะรีบไปไหนคะ ถ้าจะตามหาคู่หมั้นคุณ ตอนนี้กำลังพลอดรักอยู่กับคุณชายทงที่หลังคฤหาสน์น่ะค่ะ” 

 

         “คุณเอาอะไรมาพูด จียงเป็นคู่หมั้นผม!” 

 

         “เพราะเป็นคู่หมั้นคุณชเวนั่นแหละค่ะ ฮยอนอาถึงได้เตือน....ตามประสาคนเคยเคย”ฮยอนอายิ้มยั่ว มือเรียวไล้ไปตามแขนล่ำของชายหนุ่ม 

 

         “ถ้าไม่เชื่อก็ไปดูด้วยตาตัวเองสิคะ” หญิงสาวกระซิบข้างหูชายหนุ่ม ก่อนจะเดินจากไป 

 

         ซึงฮยอนรีบสาวเท้าไปด้านหลังคฤหาสน์ บอกตัวเองตลอดทางที่เดินว่าเรื่องที่ได้ยินไม่ใช่เรื่องจริง 

 

         น้องจียงคงไม่คิดจะนอกใจพี่ใช่ไหม 

 

         ซึงฮยอนไม่เคยต้องกลัวอะไรเท่านี้มาก่อน แต่ตอนนี้เขากำลังกลัวว่าเขาจะต้องเสียคู่หมั้นของเขาให้กับทง ยองเบ แค่คิดหัวใจก็บีบรัดจนแน่นไปหมด 

 

         เสียงของจียงดังแว่วมากับสายลมเมื่อเขาเดินเข้าใกล้บริเวณสวนหย่อมมากขึ้น บริเวณนี้เป็นที่ลับตาคน ร่างกายซึงฮยอนเย็นเฉียบ เมื่อสิ่งที่เขาได้ยินเอาเขาตัวชา 

 

         จียงกำลังบอกรักกับยองเบ 

 

         คู่หมั้นเขากำลังบอกรักกับเพื่อนสนิทตัวเอง 

 

         ต่อให้คนที่โง่ที่สุดยังเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร 

 

         มือหนากำแน่นจิกเล็บลงกับฝ่ามือ หวังเพียงว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นเพียงภาพฝัน หรือคนที่กำลังบอกรักกันไม่ใช่คู่หมั้นของเขากับทง ยองเบ แต่ความเจ็บที่ได้รับก็ทำให้เขายอมรับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นคือเรื่องจริง 

 

         “พี่เทมป์!” จียงผุดลุกขึ้นอย่างตกใจ เมื่อเห็นคู่หมั้นตัวเองยืนดูอยู่ 

 

 

ก่อนหน้านั้นไม่กี่นาที

 

         จียงที่กำลังช่วยคิดหาสถานที่ให้ยองเบขอซึงรีแต่งงานก็โพล่งขึ้นมาเสียงดัง 

 

         “บ้านพักตากอาศที่เซจู!!” 

 

         “หืมมม?” 

 

         “เรื่องสถานที่.....ชั้นให้ยืมบ้านพักตากอากาศที่เซจูดีป่ะ” เป็นที่รู้กันว่าตระกูลควอนมีหาดส่วนตัวที่เกาะเซจูอยู่ แถมยังเคยขึ้นนิตยสารว่าเป็นสถานที่ที่สวยงามที่สุด ทั้งนี้อาจเพราะการออกแบบบ้านของตระกูลควอนด้วย ก็เป็นดีไซเนอร์กันทั้งบ้านไม่แปลกที่ทุกสิ่งทุกอย่างของเพื่อนเขาคนนี้ จะสวยงามแปลกตาจนหาชมทั่วๆไปไม่ได้ 

 

         “เดี๋ยวจะเกณฑ์คนไปช่วย GD ดีไซเนอร์มือหนึ่งจะออกแบบสถานที่งานแต่ง และตัดชุดให้เอง เชื่อมือพี่” คนตัวเล็กพูดชมตัวเองอย่างน่าหมั่นไส้ ยองเบอดยกยิ้มไม่ได้ ถ้าเป็นจียงเขามั่นใจว่าทุกอย่างที่เขาหวังไว้ในใจมันจะออกมาสมบูรณ์แบบแน่นอน 

 

         “ขอบใจมากนะ” 

 

         “ขอบจงขอบใจอะไร ไว้ได้แต่งงานกับซึงรีก่อนเถอะค่อยมาขอบใจ” พูดจบก็ยิ้มกว้างให้ทีนึง ยองเบยิ้มกว้างตอบ พลางคิดในใจว่าถ้าหากเขาไม่มีเพื่อนคนนี้จะเป็นยังไงนะ คนที่ดีกับเขาและรู้ใจเขาทุกอย่าง 

 

         “ชั้นรักแกว่ะ” พูดออกมาสั้นๆง่ายๆ ตามความรู้สึกตัวเอง เขาดีใจที่มีเพื่อนรักเป็นจียง 

 

         “ชั้นก็รักแก” ไม่บ่อยนักที่เขาจะบอกรักเพื่อน แต่นี่คงเป็นโอกาสพิเศษจริงๆ หลังจากนี้ยองเบคงไม่ได้ตามดูแลเขาอีกแล้ว และเขาก็คงไม่ได้ตามดูแลยองเบอีกเหมือนกัน เพราะตอนนี้...ต่างคนต่างก็มีคนรักที่ต้องดูแลเป็นของตัวเองแล้ว 

 

         “พี่เทมป์! มันไม่ใช่อย่างที่พี่คิดนะ” 

 

         จียงวิ่งไปจับมือร่างสูง เมื่อเห็นซึงฮยอนกำลังเดินจากตนไป เขาเดาไม่ออกว่าซึงฮยอนอยู่อารมณ์ไหน แต่เขาทนไม่ได้ที่ซึงฮยอนจะหันหลังให้เขา ลางสังหรณ์ของเขากำลังบอกว่าเขาจะต้องเสียคนตรงหน้าไป จียงอดแปลกใจไม่ได้ว่าแค่คิดว่าต้องเสียคนตรงหน้าไป ในอกก็วูบไหวแปลกๆ 

 

         “น้องจียงปล่อยพี่เถอะ พี่คิดว่าสิ่งที่พี่ได้ยินมันได้อธิบายทุกอย่างแก่พี่หมดแล้ว” 

 

         “พี่เทมป์ได้ยินอะไร.....” จียงถามแผ่วเบา 

 

         “น้องจียงรักทง ยองเบ” ซึงฮยอนพูดเสียงเรียบ ในอกวูบไหวเมื่อนึกถึงคำรักที่คู่หมั้นตัวเองพูดออกไป 

 

         คำว่ารัก...ที่เขาไม่เคยได้รับ 

 

         “คุณกำลังเข้าใจจียงผิดนะคุณซึงฮยอน” 

 

         “เก็บแก้ตัวของพวกคุณทั้งสองคนไว้เถอะ ผมไม่อยากฟัง”ซึงฮยอนสะบัดมือออกจากมือของจียงที่กำลังกอบกุมมือเขาอยู่ ก่อนจะเดินจากไป 

 

         จียงทรุดลงทันทีที่ร่างสูงเดินออกไปอย่างไม่แยแส 

 

         “จียง....โอเคไหม” 

 

         “มะ..ไม่เป็นไร” 

 

         “แต่แกกำลังร้องไห้” 

 

         “ชั้นเปล่า...ชั้น...” จียงขมวดคิ้วเมื่อยองเบทักว่าเขาร้องไห้ มือบางเอื้อมไปจับแก้มตนที่ตอนนี้กำลังชื้นน้ำตาโดยที่เขาไม่รู้ตัว 

 

         เมื่อไหร่กันที่เขาร้องไห้...ทำไมเขาถึงไม่รู้ตัวล่ะ 

 

         แค่เห็นน้ำตาตัวเองจียงก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้โฮ อย่างไม่แคร์ใคร ยองเบทรุดตัวลงโอบกอดเพื่อนรักที่อ่อนแอไว้ในอ้อมแขนเรื่องนี้เขาต้องไปอธิบายให้ซึงฮยอนเข้าใจ... 

 

 

Place: บ้านตระกูลทง,ห้องทง ยองเบ 

 

         “ครืนนน” 

 

         เสียงฟ้าร้องดังขึ้นก่อนจะตามมาด้วยหยาดฝนห่าใหญ่ๆ ฝนอาจกำลังแข่งร้องไห้กับเพื่อนของเขา เว้นแต่ฝนร้องไห้ให้คนรับรู้ ส่วนเพื่อนของเขากำลังร้องไห้ในใจ จียงนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงกว่าห้องของเขาอย่างเหม่อลอย ส่วนร่างหนายืนกอดอกพิงกำแพงชิดหน้าต่างมองดูเพื่อนรักตัวเอง 

 

         หลังจากที่เขาปลอบเพื่อนอยู่นานในที่สุดจียงก็เลิกร้องไห้เสียที แต่ตอนนี้มันยิ่งกว่าตอนร้องไห้ เขายอมให้จียงร้องไห้อย่างเมื่อก่อนหน้านี้ ดีกว่านั่งเหม่ออย่างนี้ บางทีเขาเรียก จียงแทบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ได้แต่พูดซ้ำๆว่า “ขอโทษ” 

 

          ยองเบถอนหายใจหนัก ส่วนหนึ่งมันเป็นเพราะเขา ถ้าเขาไม่พูดออกไปจียงคงไม่ตอบมาแบบนั้นและเรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น แต่ส่วนหนึ่งเขาอดโทษคนตัวหนาไม่ได้ ที่ไม่ยอมเชื่อใจเพื่อนรักเขา รู้ว่ารัก... รักมาก... แต่ทำอย่างนี้สุดท้ายคนที่เสียใจนอกจากเพื่อนรักเขา ชเว ซึงฮยอนเองก็คงเสียใจด้วย 

 

         มือหนากดโทรศัพท์เป็นรอบที่สิบของคืนนี้ เบอร์ที่ปรากฏเป็นเบอร์ของคนที่ทำให้เพื่อนรักเขาเสียใจแบบนี้ ยองเบถอนหายใจอีกครา เมื่อปลายสายไม่รับสายเขา 

 

         “ยองเบ....” 

 

         อยู่ๆจียงที่นั่งเหม่อเงียบๆคนเดียวอยู่นานก็เรียกชื่อเพื่อนรักขึ้น 

 

         “อืม” 

 

         “ชั้นว่า....ชั้นคิดว่าชั้น...ฮึก...รักพี่เทมป์” 

 

         พูดจบหยาดน้ำตาก็ร่วงรินจากดวงตาครู่สวยอีกครายองเบยกยิ้ม อย่างน้อยเรื่องที่เกิดขึ้นก็ทำให้เพื่อนรักของเขารู้ใจตัวเอง และยอมเปิดใจต้อนรับใครคนใหม่เสียที 

 

         “นี่แกพึ่งรู้เหรอ” 

 

         “.......” จียงหันมามองทำหน้าฉงน ทำไมยองเบถึงพูดแบบนั้น 

 

         “สายตาแบบที่พวกแกใช้มองกัน การกระทำของแก ปกติแกไม่ใช่คนที่มานั่งแคร์ใคร ตั้งแต่พวกแกหมั้นกัน แกแคร์คุณชเวมากกว่าตัวแกเองซะอีก ห่วงว่าสูบบุหรี่หรือเปล่า ทานข้าวหรือยัง ทำงานหนักหรือเปล่า เครียดหรือเปล่า บางทีนะ จียง แกอาจจะรักคุณชเวตั้งแต่วันแรกที่เจอที่สถานสงเคราะห์ก็ได้” 

 

         “อย่างนั้นเหรอ...นี่ชั้นก็หลงโง่มาตั้งนาน ชั้นน่าจะรู้ใจตัวเองให้เร็วกว่านี้....” จียงยกมือเช็ดน้ำตาป้อยๆ ส่วนยองเบยืนกอดอกพิงกำแพงฟังร่างบางพูด 

 

         “.....” 

 

         “ชั้นกำลังจะเสียเขาไป..ยองเบ..” 

 

         “ชู่ววว อย่าพูดในสิ่งที่แกไม่สามารถคาดการณ์ได้ดีกว่า พรุ่งนี้ชั้นจะไปส่งแกไปหาคุณชเว ปรับความเข้าใจกับคู่หมั้นแกซะ เข้าใจไหม” 

 

         “อืม...ฮึก...ขอบคุณนะยองเบ..ฮึก” 

 

 

Place: คอนโดชเว 

 

         “ชั้นมาส่งแกแค่นี้” 

 

         “ทำไม” ร่างเล็กที่กำลังปลดสายเข็มขัดนิรภัยหันมาถาม 

 

         “บางทีคู่หมั้นแกอาจไม่อยากเจอหน้าชั้น แกก็เคลียร์กันดีๆล่ะ มีอะไรให้โทรหา ชั้นรออยู่ข้างล่าง ถ้ายังไม่ดีกันชั้นจะตั๊นหน้ามันให้ โง่ดีนัก ให้ชั้นคบกับแกเนี่ยนะ เอาอะไรคิด -*-” 

 

         จียงหัวเราะเบาๆ รู้ว่ายองเบรักเขามาก แล้วคู่หมั้นเขาก็ดันเข้าใจผิดว่าเขาคบกับยองเบทั้งๆที่ยองเบก็มีซึงรีเป็นคนรักอยู่แล้วทั้งคน แต่สุดท้ายแล้วความผิดคงอยู่ที่เขา เพราะหากย้อนกลับไปมองก็เป็นเขาเองที่ไม่ยอมทำอะไรให้ชัดเจนเสียที มัวแต่กลัวเจ็บ กลัวโดนหลอกเหมือน 2 ปีที่ผ่านมา ทั้งๆที่ร่างสูงไม่ได้เป็นอย่างคนรักเก่าเลย 

 

         “พี่เทมป์ ขอโทษนะครับ ที่ผมปล่อยให้พี่เข้าใจอะไรผิดๆ ตอนนี้ผมจะทำอะไรให้ชัดเจนเสียที” 

 

         ผมรักพี่ 

 

         จียงรักพี่เทมป์ 

 

         *ก็อกๆๆ* 

 

         จียงยืนเคาะประตูห้องร่างสูง ไม่ผิดแน่ถ้าตอนนี้เวลานี้ร่างสูงน่าจะอยู่ที่คอนโด เพราะเขาโทรไปถามคุณดาร่าแล้ว เลขาสาวบอกว่าคุณชเวไม่เข้าบริษัท 

 

         ความตื่นเต้นกำลังเล่นงานควอน จียงคนนี้ มือบางสั่นไหว หัวใจก็เต้นตุ้มๆต่อมๆไปหมด ถ้าหากเจอร่างสูงเขาจะทำหน้ายังไง ถ้าร่างสูงไม่อยากเจอเขาละ หัวคิดฟุ้งซ่านไปหมด อย่างตื่นเต้น 

 

         อดทนรออยู่นานสุดท้ายแล้วประตูห้องของคู่หมั้นตนก็ไม่มีวี่แววว่าจะเปิด หรือจะโกรธควอน จียงคนนี้จนไม่อยากมองหน้าแล้วกันนะ เกลียดกันไปแล้วหรือเปล่า แค่คิดน้ำใสก็เอ่อคลอ 

 

         “คุณหนูควอนหรือเปล่าครับ” จียงสะดุ้งเฮือก อาจเพราะเขาจดจ่อกับเรื่องของร่างสูงมากเกินไป จนไม่ทันรู้ตัวว่ามีบุคคลที่ 3 ยืนอยู่ข้างหลัง 

 

         “ชะ..ใช่..พวกนาย” จียงถามอย่างหวาดระแวงเพราะไม่คุ้นหน้าคนข้างหลังแม้แต่น้อย 

 

         “ผมเป็นลูกน้องของคุณแดซองครับ คุณชเวให้มารับคุณไปพบ” 

 

         “พี่เทมป์ให้มารับเหรอ” จียงถามออกไปอย่างสดใส ไม่ทันได้คิดอะไร แค่คิดว่าร่างสูงใจดีจะยกโทษให้ ก็ทิ้งความคิดทุกอย่างอยู่เบื้องหลัง จนลืมคิดไปว่าถ้าคู่หมั้นจะส่งคนมารับจริงๆ ทำไมไม่ส่งบอดี้การ์ดคนสนิทมา ทำไมจึงส่งคนอื่นมา คนที่จียงไม่คุ้นหน้าแม้แต่น้อย 

 

         “ครับ คุณชเวไม่ได้อยู่คอนโดครับ คุณชเวไปตรวจโกดังครับวันนี้” 

 

         “อ่า เหรอครับ” 

 

         “เชิญตามผมมาทางนี้ครับ” 

 

         จียงเดินตามคนแปลกหน้าอย่างว่าง่าย หวังเพียงจะเดินไปพบร่างสูงและปรับความเข้าใจให้เร็วที่สุด 

 

         “รอก่อนนะครับพี่เทมป์และขอบคุณที่ยังไม่เกลียดผม” 

 

         “เสียงอะไรวะ?” ร่างสูงที่นอนอยู่ห้องของจียงทั้งคืน ลุกขึ้นมาเปิดประตูเพราะได้ยินเสียงคนพูดคุยกัน บางทีอาจเป็นคู่หมั้นเขา ร่างสูงอดคาดหวังไว้ลึกๆไม่ได้ ว่าจียงจะกลับมาที่ห้อง มาง้อเขา มาปรับความเข้าใจ แต่สุดท้ายแล้วคนตัวเล็กก็เลือกที่จะอยู่บ้านของทง ยองเบ..... ทั้งคืน... 

 

         เมื่อคืนเขาดื่มเหล้ารอคนตัวเล็กทั้งคืน ดื่มจนรู้ว่าจียงไปนอนที่บ้านยองเบ สุดท้ายมันก็แค่ความรักและความหวังลมๆแล้งๆของเขา คนอย่างเขา คนที่มาแทรกกลางระหว่างจียงกับยองเบ จะไปมีความสำคัญอะไร สุดท้ายร่างสูงก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงที่ว่างเปล่า เตียงของคนตัวเล็ก เตียงที่มีกลิ่นของคนตัวเล็กติดอยู่ในทุกส่วน 

 

         หากร่างเล็กกลับมาขอโทษและมาขอคืนดีกับเขา เขาก็พร้อมที่จะให้อภัย ให้อภัยทุกอย่างขอเพียงอย่าทิ้งเขาไป พึ่งรู้ว่าเขารักควอน จียงขนาดนี้ก็เมื่อไม่มีคนตัวเล็กอยู่ข้างกาย เขายอมเป็นชายผู้โง่งม ยอมปิดตาหนึ่งข้างทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเรื่องของยองเบกับจียง ยอมรักอย่างเจ็บๆ ดีกว่าต้องเสียจียงไป 

  

*แกร็ก*

         ร่างสูงเปิดประตูออกมาดู ไม่เห็นสิ่งใดเห็นเพียงแค่ลิฟท์ที่กำลังปิดตัวและลงชั้นหนึ่ง อาจจะเป็นแขกคนอื่นที่พักชั้นนี้ สุดท้ายแล้วก็กลับไปตายรังอยู่บนเตียงที่ยังคงกรุ่นกลิ่นร่างเล็กเหมือนเดิม 

 

         “อา...ปวดหัวชะมัด” บ่นอย่างหงุดหงิด เมื่อมีอาการข้างเคียงจากการดื่มเหล้าหนักและไม่ได้พักผ่อน 

 

ความคิดเห็น