ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 13 Real or Not

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 266

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ม.ค. 2563 17:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 13 Real or Not
แบบอักษร

Chapter 13 

Real or Not 

  

  

         ซึงฮยอนตื่นมาในตอนเช้า ความรู้สึกอิ่มเอมยังไม่จางหาย เหลือบมองคนตัวบางข้างกายที่ยังคงหลับสนิทร่างสูงลุกขึ้นแต่งตัวลวกๆ ก่อนจะจับจียงแต่งตัวด้วยอีกคน วันนี้เขามีเรื่องสำคัญต้องเข้าบริษัทไปสะสางถ้าไม่อย่างนั้นเขาคงนอนกกกอดร่างบางอยู่อย่างนี้ไม่ไปไหนหรอก ซึงฮยอนก้าวยาวลองไปเปิดประตูดูก็รู้ว่าพี่เท็ดดี้มาปลดล็อคให้แล้ว...ว่าจะโกรธพวกพี่ๆตัวร้ายของเขาก็โกรธไม่ลงเพราะรู้ว่าทำเพื่อเขา  

 

         มือหนายกโทรศัพท์เครื่องบางโทรหาบอดี้การ์ดคนสนิทให้มารับ ก่อนจะพาร่างบางกลับไปพักผ่อนที่คอนโดเขาโดยที่ไม่ให้คนตัวเล็กตื่น 

 

 

 

         *ซ่า~..* 

 

         เสียงน้ำกระทบพื้นกระเบื้องชวนให้จียงที่นอนอยู่หงุดหงิดเสียจริง ใครกันที่ปลุกเค้าด้วยเสียงอาบน้ำแต่เช้าตาเรียวกระพิบถี่ค่อยๆลืมตาขึ้น นึกขอบคุณคนที่ปิดม่านเสียมิดไม่ให้แสงสว่างเข้า 

 

         “ปวดหัวชะมัด” มือบางยกขึ้นจับหัวตัวเองแน่น ทำไมถึงปวดหัวอย่างนี้นะ เมื่อคืน...ใช่!! จริงสิ!! ร่างเล็กตาเบิกกว้างเมื่อคิดเรื่องเมื่อคืนออกก็รู้สึกเขินอายอย่างบอกไม่ถูก 

 

         เขาเป็นคนทำให้พี่เทมป์ แค่คิดหน้านวลก็ขึ้นสี 

 

         ทำไมครั้งนี้หลังจากร่วมรักกับร่างสูง จียงถึงรู้สึกมีความสุขอย่างประหลาด ไม่ใช่ความรู้สึกที่สมเพชตัวเอง แต่เป็นความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้หัวใจที่แห้งแล้งของเขาพองโตชุ่มชื้นขึ้นอีกครั้ง ริมฝีปากบางติดรอยยิ้มอย่างไม่รู้ตัว 

 

         *แกร็ก* 

 

         “ตื่นแล้วเหรอครับ” จียงหลบตาคนตัวโตที่เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยผ้าขนหนูผืนบางพันกายหมิ่นเหม่ ไหนจะกล้ามท้องเป็นลอนที่แนบสนิทกับตัวเขาเมื่อคืน 

 

         อ๊า!! ควอน จียง นายคิดอะไรของนายเนี่ย 

 

         ศรีษะมนสะบัดหัวแรง ก่อนจะร้องครางเมื่อความปวดร้าวเริ่มลามเลียศรีษะเขาอีกแล้ว 

 

         “น้องจียงเป็นอะไรครับ” ซึงฮยอนย่างสามขุมเข้ามาหาคนตัวเล็กที่จับหัวตัวเองแน่น คิ้วสวยขมวดแน่นราวกับเจ็บปวด 

 

         “ปวดหัวจังครับ” จียงพูดออกมาอย่างยากลำบาก ฟันสวยกัดลงบนริมฝีปากตัวเองระงับความปวด 

 

         ชิท! ผลข้างเคียงจากยาสินะ 

 

         ซึงฮยอนสบถในใจ ดึงรั้งมือสวยลง ผลักคนตัวบางนอน กดจูบที่หน้าผากมน 

 

         “ปวดมากไหมครับ พี่พาไปหาหมอไหม” ซึงฮยอนถามขึ้นอย่างเป็นห่วง 

 

         “อือ...ไม่อ่ะ” จียงงอแงหลบตาร่างสูงที่มองมาอย่างเป็นห่วง หน้านวลเห่อแดงอีกรอบ 

 

         “ไม่สบายด้วยหรือเปล่า ทำไมหน้าแดงจัง” พูดจบก็แนบหน้าผากตัวเองเข้ากับหน้าผากจียง 

 

         “พะ...พี่เทมป์ไปทำงานเถอะครับ ผมนอนพักอีกหน่อย..เดี๋ยวก็คงหาย” จียงผลักร่างสูงออกเมื่อคิดได้ว่าวันนี้คู่หมั้นเขาต้องเข้าบริษัท ซึงฮยอนยกยิ้มอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยยิ้มให้ใครที่ไหนนอกจากคนในครอบครัวกับคนตัวเล็ก ปลื้มใจอย่างประหลาดว่าเขาเลือกคนไม่ผิด 

 

         “ไม่เห็นเป็นไรเลย คู่หมั้นไม่สบายทั้งคน หยุดงานดูแลสักวันจะเป็นไรไป” 

 

         “ไม่เอา!!” จียงงอแงหนักกว่าเก่า สุดท้ายซึงฮยอนก็ต้องเข้าบริษัทเพราะร่างบางขอร้องและเขาก็ใจอ่อนให้จียงอีกจนได้... 

 

 

Place: ชเวกรุ๊ป 

 

         “เฮ้อ...” 

 

         “เจ้านายถอนหายใจอีกแล้วนะครับ” แดซองทักขึ้นขณะตรวจสอบเอกสารต่างๆที่น่าสงสัยของบริษัทกับเจ้านายตน ร่างสูงไม่ตอบเพียงยกโทรศัพท์เครื่องบางมากดโทรหาใครบางคน 

 

         “ดาร่าเหรอ..จียงเป็นยังไงบ้าง..เหรอ..ทานข้าวหรือยัง..อืม..อย่างนั้นเหรอ...ฝากจียงด้วยนะดาร่า..ขอบใจมาก” ซึงฮยอนที่เมื่อรู้ว่าจียงไม่สบายเมื่อเข้าบริษัทปุ๊ปก็ส่งเลขาคนสนิทไปดูแลคู่หมั้นตนต่อ แดซองกลั้นหัวเราะจนตัวสั่น ที่แท้ก็เป็นห่วง แต่ไม่กล้าขัดใจคุณหนูควอนที่บังคับให้มาทำงาน โธ่...คุณชเว 

 

         “ผมว่าถ้าห่วงขนาดนี้เจ้านายกลับไปดูแลเองเถอะครับ” แดซองเหน็บเมื่อเห็นเจ้านายตนโทรหาคุณดาร่าทุกๆ 10 นาที ด้วยประโยคเดิมๆ 

  

         จียงตื่นหรือยัง 

         ทานข้าวหรือยัง 

         ฝากจียงด้วยนะ 

         จนเขาแทบจะจำได้หมดทุกบทสนทนาอยู่แล้ว  

 

         “ยุ่งน่า...” บอกปัดอย่างรำคาญก่อนจะหันไปทำงานต่อ 

 

         “นายครับ!!” แดซองอุทานลั่นเมื่อเจอหลักฐานสำคัญ 

 

         วันนี้ซึงฮยอนเรียกเขามาเป็นกรณีพิเศษเห็นว่าเมื่ออาทิตย์ก่อนมีเอกสารสั่งซื้อที่ดูเหมือนจะมีพิรุจอยู่หลายอย่าง 

 

         “อืม...คิดไว้แล้วไม่มีผิด” 

 

         “แดซอง ชั้นมีที่ที่หนึ่งที่นายต้องไปกับชั้นเดี๋ยวนี้!” มือหนาปิดแฟ้มลงอย่างแรงดวงตาคมมีประกายกรุ่นโกรธ 

.

.

         “พูดออกมาให้หมดก่อนที่แกจะไม่ได้พูด!” เสียงแหบเข้มดังขึ้นก่อนที่ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทจะหันลำกล้องเข้าใส่ชายหนุ่มร่างเล็กที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ย คุกเข่าอยู่หน้าคุณชเว 

 

         “แดซอง”ร่างสูงเรียกบอดี้การ์ดคนสนิทเมื่อเห็นคนตรงหน้าไม่ปริปากบอกข้อมูลที่เขาอยากได้ 

 

         “ปัง!”แดซองยิงปืนลงข้างขาของชายคนนั้นเป็นการขู่ 

 

         “อ้ากกกกก ผะ..ผมยอมแล้วครับ ยอมแล้วครับ คุณชเว ขะ..ขอร้องไว้ชีวิตผมเถอะ ผมยังมีลูกเมียที่ต้องดูละ..อั่ก” แดซองยกกระบอกปืนฟาดข้างแก้มชายตรงหน้าเมื่อเห็นว่าไม่ได้ข้อมูลที่ต้องการซะที ชายหนุ่มร้องลั่นละล่ำละลักร้องขอชีวิต ถ้าย้อนกลับไปได้เขาจะไม่มีวันหักหลังผู้ชายคนนี้เป็นแน่ ชเว ซึงฮยอน 

 

         “ไม่ต้องพล่ามนอกเรื่อง แค่พูดในสิ่งที่แกรู้มาให้หมดแล้วชั้นจะไว้ชีวิตแก!”ซึงฮยอนพูดเสียงเหี้ยม นึกหงุดหงิดที่ต้องเสียเวลาขนาดนี้ทั้งๆที่เขาควรกลับไปหาจียงได้แล้ว 

 

         “คะ..ครับ” 

 

Place: ชเวกรุ๊ป 

 

      วันนี้ซึงฮยอนมาทำงานคนเดียวทั้งๆที่ควรมากับจียงเพราะร่างเล็กยังไม่หายดี ทีแรกนึกว่าเพราะผลข้างเคียงจากยาพี่ๆตัวร้ายของเขา แต่ไปๆมาๆกลับเป็นเพราะเขารังแกร่างเล็กเกินไป เลยทำให้จียงป่วยจริงซะนี่ แต่ก็ดีแล้วล่ะ วันนี้เขามีงานใหญ่ที่ต้องเคลียร์ซะด้วยสิ 

 

         *ติ้ง* 

 

         “แดซอง เอกสารที่ชั้นให้เตรียมเสร็จหรือยัง”ซึงฮยอนทักบอดี้การ์ดคนสนิทที่ตอนนี้กลายเป็นเลขาจำเป็นแทนซาน ดาร่าที่ไปเฝ้าคู่หมั้นเขา 

 

         “เรียบร้อยครับ คุณชเว” 

 

         “ดีมาก เรียก “มัน” ขึ้นมา...ใครที่มันกล้าลองดีกับชั้น ชั้นไม่ปล่อยมันไว้แน่!!”แดซองยิ้มแหยขนตั้งชันไปทั้งตัวกับรอยยิ้มร้ายกาจของเจ้านายตน 

 

         *ก็อกๆ* 

 

         “เข้ามา” 

 

         “อะ เอ่อ...คุณคิม ซึงชานให้ผมเอาเอกสารที่คุณชเว อยากได้มาให้ครับ!” ซึงฮยอนกวักมือเรียกเอกสารจากพนักงานมาดู 

 

         “ห่วยแตก!!! นี่มันอะไรกัน!!”และในไม่กี่วินาทีต่อมา เอกสารดังกล่าวก็ถูกมือหนาขว้างลงต่อหน้าพนักงานที่เอามาให้ดู 

 

         “อะ..เอ่อ..ระ..รายละเอียดการสั่งของที่คุณชเวอยากได้ครับ!”พนักงานตัวผอมนั่งตัวลีบอยู่ตรงข้ามกับซึงฮยอน ตอบอย่างกล้าๆกลัวๆ กลืนน้ำลายอึกใหญ่ ใครๆก็รู้ว่าคุณชเวเวาลาโกรธน่ากลัวขนาดไหน 

 

         “โง่เง่า! แฟ้มนี้มองปราดเดียวก็รู้ว่าเมคขึ้นมา อย่าให้ผมต้องลงมือเองนะครับ คุณคงไม่อยากรู้ว่าผมทำอะไรได้บ้าง” ซึงฮยอนเอ่ยอย่างดุดัน 

 

         บริษัทเขากำลังโดนคุกคามจากหนอนบ่อนไส้ในบริษัทเขาเอง รายละเอียดที่อยู่ในมือเขาคือรายละเอียดการสั่งซื้อของเข้าบริษัทที่ทำขึ้นยอดสั่งซื้อสูงกว่าการสั่งซื้อของจริงๆที่เขาทราบกว่าร้อยล้าน เขากำลังถูกโกงจากผู้บริหารระดับสูงของบริษัทที่ไม่พอใจในตำแหน่งประธานบริษัทของเขา หึ! ถ้าอยากลองดีก็ลองดู คนอย่างชเว ซึงฮยอนไม่เคยยอมให้ใครมาหยามเกียรติ พนักงานตัวผอมเหงื่อแตกพลั่ก คนหนึ่งก็ประธานบริษัท คนหนึ่งก็ผู้บริหารระดับสูงที่อยู่กับบริษัทมานาน นานกว่าที่ท่านประธานคนปัจจุบันจะเรียนจบเสียอีก 

 

         “เรียกทุกฝ่ายประชุมด่วน ถ้าใครกล้าไม่เข้าประชุมก็แจ้งแดซอง ชั้นจะให้ลูกน้องไปลากคอมันมาประชุม ไม่ว่ามันจะเป็นใครก็ตาม!!!” 

 

         “คะ...ครับ!” 

 

         “นี่มันอะไรกัน หลานชเว!!” 

 

         “....” ซึงฮยอนไม่ตอบเพียงปรายตามองผู้บริหารระดับสูงที่ถูกลูกน้องของแดซองลากเข้าห้องประชุม ท่ามกลางพนักงานคนสำคัญหลายๆฝ่าย 

 

         “ทำไมต้องถึงขั้นลากกันเข้าประชุมอย่างนี้ นี่มันเกินไปแล้วนะ” เพื่อนของคุณลุงซึงชานถามขึ้น 

 

         “เชิญทุกท่านนั่งลงอย่างสงบ”ซึงฮยอนไม่สนใจเสียงอุทรเหล่านั้น ก่อนจะสั่งให้ทุกคนในที่ประชุมสงบลง แดซองยืนอยู่หลังผู้เป็นนายอย่างระแวดระวัง ซึงฮยอนกำลังโกรธมาก เขารู้เพราะเขาเป็นบอดี้การ์ดมานานและนี่คงเป็นคุณสมบัติอีกอย่างที่น่ากลัวของชายหนุ่มคนนี้คือจะเล่นงานกันซึ่งๆหน้า ชนิดไม่ไว้หน้าใครเลยทีเดียว 

 

         “ผมต้องการรู้รายละเอียดจริงของการสั่งซื้อของเข้าบริษัท ไม่ทราบว่าใครรับผิดชอบ” 

 

         “ชั้นเอง แต่ชั้นให้ซางดูเอาให้หลานดูแล้วนี่!” ชายคนที่ถูกลูกน้องแดซองลากเข้ามาในห้องประชุมตอบ 

 

         “ผมขอเตือนอีกครั้งนะครับ ผมต้องการรายละเอียดจริงๆของการสั่งซื้อของเข้าบริษัท!” 

 

         “ก็บอกแล้วไงว่าให้ไปแล้ว!!!” ร่างท้วมเอ่ยอย่างมีโทสะ เหงื่อแตกพลั่กราวกับกลัวการจับได้ว่ายักยอกเงินเงินการสั่งซื้อของไป 

 

         “ผมจะไม่เสียเวลาพูดเป็นครั้งที่สาม และนี่คือการเชือดไก่ให้ลิงดู นี่คือยุคบริหารของผม! ไม่ใช่ของคุณพ่อ! จะมาใช้สันดานเดิมๆคงไม่ได้หรอกนะครับ” 

 

         “พรึ่บ!” 

 

         “มะ...มะ...ไม่จริง!” ชายร่างท้วมเบิกตากว้างเมื่อเห็นหน้าจอขนาดใหญ่ในห้องประชุมฉายรายละเอียดการสั่งของ รวมถึงการโอนเงินต่างๆแม้แต่ที่จ่ายเป็นเงินสดก็ยังมีหน้าคนที่รับเงินสดจากเขาไปอย่างโจ่งแจ้ง รวมถึงการแจกแจงรายละเอียดต่างๆของชายหนุ่มรุ่นหลานที่แทบจะเรียกว่ารู้ทุกการเคลื่อนไหวของเขาเลยทีเดียว 

 

         “ไม่จริง! ลุงถูกใส่ร้ายหลานชเว ลุงถูกใส่ร้าย!!”ชายร่างท้วมตวาดลั่น ละล่ำละลักแก้ตัวอย่างฟังไม่ขึ้นในเมื่อหลักฐานมัดแน่นขนาดนี้ 

 

         “อย่ามาดูถูกคนอย่างผม คุณคิม ซึงชาน เก็บคำแก้ตัวในชั้นศาลเถอะ ผมจะฟ้องร้องคุณให้ถึงที่สุด” ซึงฮยอนพูดเสียงเรียบอย่างไม่ไว้หน้า ชายร่างท้วมทรุดนั่งร้องไห้โฮ อย่างไม่อาย 

 

         “ถูกฟ้องร้องอย่างถึงที่สุดจากบริษัทชเวกรุ๊ปอย่างนั้นเหรอแล้วเขาจะเหลืออะไร” 

 

         ชายร่างท้วมคิดอย่างอดสู ถ้าเป็นไปได้เขาจะไม่เลือกเล่นวิธีนี้กับชเวคนลูกแน่ๆ ร่างสูงที่ดูหนุ่มแน่นตรงหน้า ไม่มีแม้แต่คำว่าปราณี หลักฐานที่หาได้ล้วนเป็นสิ่งมัดตัวเขาอย่างไม่อาจแก้ไขได้ นี่ยังไม่รวมที่ร่างสูงเชิญหัวหน้าฝ่ายและผู้บริหารระดับสูงของบริษัทมาร่วมฟังและดูการทุจริตของเขาขนาดนี้ 

 

         ลูกน้องคนเดิมของบอดี้การ์ดคนสนิทร่างสูงหิ้วปีกชายร่างท้วมไว้ เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าไม่มีแม้แต่แรงจะยืน 

 

         “อ้อ! จริงสิ...ตั้งแต่นี้ไป ผม-ไล่-คุณ-ออก” 

 

         ชายหนุ่มเพียงแค่ชายตามองมาบอกอย่างชัดถ้อยชัดคำเท่านั้น ก่อนจะโบกมือให้ลูกน้องลากชายร่างท้วมออกไป 

 

         “ปัง!” มือหนากระแทกลงบนโต๊ะ ทำเอาเหล่าผู้ร่วมประชุมทั้งหลายสะดุ้ง 

 

         “อย่าคิดทำระยำอย่างนี้กับผม ไม่ว่าจะเป็นใครหน้าไหน!!” 

 

          มือหนาคว้าเอาแฟ้มรายละเอียดที่ถูกทำขึ้นขว้างลงกลางโต๊ะที่ประชุม หน้ากระดาษถูกเปิดออกตามแรงกระแทก ก่อนจะมีภาพที่บอดี้การ์ดคนสนิทของร่างสูงหันปลายกระบอกปืนเข้าหาคนที่ร่วมในขบวนการของชายร่างท้วมผู้นั้นปรากฏขึ้น เพียงเท่านั้นทุกคนในที่ประชุมก็หน้าซีด ปากสั่น คุณชเวคนลูก โหดเหี้ยมและน่ากลัวเกินกว่าใคร 

 

         ร่างสูงเดินออกจากห้องประชุมอย่างไม่หันมองเหล่าผู้เข้าร่วม แดซองเดินมาเปิดประตูให้ร่างสูง หยิบแฟ้มทั้งหมดขึ้น ก่อนจะดึงทัมป์ไดร์ขนาดเล็กออกจากเครื่องฉายนั่น หลักฐานทุกอย่างตอนนี้อยู่ในมือเขาและเตรียมฟ้องร้องต่อไป 

 

         บอดี้การ์ดคนสนิทเดินตามนายตนไปเงียบๆ คุณชเวรุ่นลูกนั้นน่ากลัวกว่ารุ่นพ่อหลายเท่า คุณชเวรุ่นพ่อ มักจะใจดีและให้โอกาส ผิดกับคุณชเวรุ่นลูกที่ถ้าใครมาหยามเกียรติ อย่าว่าแต่โอกาสเลย แม้แต่ชีวิตที่สงบสุขก็ยากจะได้แต่สุดท้ายแล้วแดซองก็อดชื่นชมไม่ได้เพราะความเด็ดเดี่ยวและกล้าตัดสินใจนี้หรือเปล่า คุณชเวรุ่นลูกถึงได้นำพาบริษัทรุ่งเรืองมาได้ถึงขนาดนี้ คนหนุ่มอายุเพียง 27 ที่ใครๆก็ต่างยอมรับในความสามารถ ช่างเป็นคนที่น่านับถือและก็น่ากลัวในคราวเดียวกันเสียจริงเชียว 

 

         “แดซอง วันนี้ชั้นไม่อยู่บริษัท ฝากดูแลเรื่องคิม ซึงชานให้ด้วย” 

 

         “นายจะไปไหนครับ” 

 

         “กลับคอนโด” 

 

         “ครับ” แดซองยกยิ้ม แต่ถึงจะน่ากลัวยังไงสุดท้ายก็แพ้คนน่ารักอย่างคุณจียงอยู่ดี 

 

VIP3

 

         “จียงตื่นหรือยังดาร่า” ซึงฮยอนทักดาร่าที่วิ่งมาเปิดประตูให้ 

 

         “ตื่นแล้วค่ะ แต่เอ่อ...” 

 

         *แกร็ก* 

 

         ซึงฮยอนตัวแข็งทื่อกับภาพที่เห็นเมื่อเปิดประตูห้องนอนของคู่หมั้นตน 

 

         “จริงเหรอยองเบ! ชั้นดีใจที่สุดเลย” จียงที่กึ่งนั่งกึ่งนอนโผกอดกับทง ยองเบเต็มรัก ตาคมลุกวาวด้วยความหึงหวง 

 

         “อ้าว! สวัสดีครับคุณซึงฮยอน”ยองเบผละจากกอดของจียงหันมาทักคู่หมั้นเพื่อนสนิทตน 

 

         “คุณยองเบ..” 

 

         “ผมแค่เอาข้าวต้มเจ้าโปรดของจียงมาให้ เห็นว่าไม่สบาย” คุณชายทงยกยิ้มละมุน 

 

         “ขอบใจนะยองเบ” ตาคมไล้มองมือบางของคู่หมั้นที่จับมือหนาของยองเบ 

 

         จียงยิ้มกว้างมีความสุขกับข่าวดีที่เพื่อนรักบอก ความฝันระหว่างยองเบกับซึงรีน้องชายที่เขารักและเอ็นดูกำลังจะเป็นจริงเพราะอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า Gallery ของซึงรีก็จะเสร็จแล้ว และถ้ามันดังไปทั่วโลก ซึงรีกับยองเบก็จะได้เปิดตัวคบหาดูใจกันได้อย่างเปิดเผยเสียที 

 

      “น้องจียงคงอยากคุยกับเพื่อน งั้นพี่ออกไปรอข้างนอกดีกว่า” 

 

         ซึงฮยอนที่เมื่อเห็นจียงสนใจแต่ยองเบ เขาจึงผละออกจากคนตัวเล็ก เพราะประสบการณ์เก่าๆที่สอนให้เขาอย่าใช้อารมณ์กับร่างบาง 

 

         ซึงฮยอนเดินไปสงบสติอารมณ์ที่ระเบียงห้อง บุหรี่ที่สัญญากับคนตัวเล็กแล้วว่าจะไม่สูบก็ดันหยิบขึ้นมาสูบอีกจนได้ หึ! มันจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อเขาไม่เคยอยู่ในสายตาของจียงและอาจรวมไปถึงหัวใจของคนตัวเล็กด้วยแค่คิดถึงตรงนี้หัวใจก็รู้สึกเจ็บแปลบไปหมด 

 

         รอยยิ้มอ่อนหวาน 

 

         คำว่ารัก 

 

         คำว่าคิดถึง 

 

         หรือแม้แต่คำว่าขอบคุณที่ผ่านมา สำหรับพี่มันคงเป็นหน้าที่ แต่สำหรับคุณชายทงมันคงมาจากใจ 

 

         เขาไม่เคยสู้ทง ยองเบได้ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ 

 

         ไม่ว่าจียงจะทำอะไร จะไปที่ไหน หรือรู้สึกอะไร ทง ยองเบก็จะคอยดูแลและจัดการให้หมด เรื่องวันนี้ก็เช่นกันเขาไม่เคยรู้ว่าจียงป่วยแล้วชอบกินอะไร ไม่รู้ว่าต้องดูแลยังไง 

 

         เขาคงเป็นคู่หมั้นที่แย่มาก แย่...ที่มาแทรกกลางระหว่างคนสองคนนี้ และแย่ไปกว่านั้นคือเขาดันถลำลึกจนปล่อยจียงไปให้ใครหน้าไหนไม่ได้อีกแล้ว ได้แต่รั้งคนตัวเล็กไว้ด้วยร่างกายและความเห็นแก่ตัวของเขา 

 

         *ฟืด* 

 

          “ดาร่า...คุณชายทงมานานแล้วเหรอ”ซึงฮยอนแทบไม่หันมองที่เปิดประตูระเบียงด้วยซ้ำถามขึ้น 

 

         “เอ่อ...ตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ หลังจากคุณชเวไปบริษัทไม่กี่ชั่วโมง” 

 

         “คุณชายทงมาทำอะไรเหรอ” 

 

         “คุณชเว...” ดาร่าครางอย่างเห็นใจ หล่อนไม่คิดว่าคุณชเวกับคู่หมั้นจะมีความสัมพันธ์ที่อึดอัดขนาดนี้ เห็นได้ชัดว่าเจ้านายตนรักคุณจียง แล้วทางคุณจียงล่ะรักคุณชเวบ้างหรือเปล่า 

 

         ดาร่าไม่เคยสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ แต่เมื่อได้เห็นกับตาว่าคุณชายทงกับคุณจียงสนิทกันถึงขั้นไหนก็ทำเอาดาร่าอดคิดไม่ได้ว่าคุณชเวกับคุณจียงเต็มใจหมั้นกันหรือเปล่า หรือหมั้นกันเพราะผู้ใหญ่จัดให้และทำไปตามหน้าที่ 

 

         “บอกมาเถอะ” ซึงฮยอนขยี้ปลายบุหรี่ให้ดับก่อนจะเงยหน้ามาเหม่อมองวิวสวยจากระเบียงคอนโดของจียง 

 

         “คุณชายทงมาเช็ดตัวให้คุณจียงแล้วก็ไปซื้อข้าวต้มมาให้คุณจียงทาน ส่วนหลังจากนั้น....คุณจียงขอร้องให้ดิฉันออกจากห้องแล้วคุณชเวก็กลับมา...” ดาร่าตอบไปตามความจริงทั้งหมด หลังจากที่จียงทานข้าวต้มที่คุณชายทงซื้อมาให้หมด ดาร่าก็ถูกจียงขอร้องให้ออกจากห้องเพื่อที่คุณจียงและคุณชายทงจะคุยกัน.. 

 

         “เหรอ...ขอบใจมากนะที่มาดูแลจียงให้ ไม่มีอะไรแล้ว เธอกลับบ้านได้แล้วล่ะ ทางนี้เดี๋ยวชั้นดูแลต่อเอง” 

 

         “ค่ะ” 

 

         แม้จะกังวลแต่เรื่องของคนสองคน ดาร่าก็ไม่อยากยุ่งด้วย เรื่องบางเรื่องก็ต้องเคลียร์กันเอง ดาร่ามองแผ่นหลังกว้างของเจ้านายตนอย่างเห็นใจก่อนจะปิดประตูระเบียงและเดินกลับออกไป 

 

         “ยองเบอา...ยองเบ อย่ารีบกลับสิ ทำอาหารให้กินก่อนน๊าๆๆๆ อยากกินข้าวผัดกิมจิอ่ะ” 

 

         “ข้าวต้มนั่นไง ของโปรดแกอ่ะ ซื้อมาให้ตั้งหลายถุง” 

 

         “ไม่เอา อยากฉลอง! ขอข้าวผัดกิมจิ นะๆๆๆ” ซึงฮยอนที่อยู่ตรงประตูมองดูภาพคู่หมั้นตน ออดอ้อนคุณชายทงอย่างเจ็บปวด 

 

         “หายก่อน แล้วจะทำให้กิน” 

 

         “โด่วว นี่ชั้นอุตส่าห์ช่วยแกนะ ไม่งั้นแกกับแพนด้าน้อยของชั้น...” 

 

         “นี่อย่ามาทวงบุญคุณตอนนี้ ดูคู่หมั้นแกก่อนเถอะ”ยองเบโบ้ยหน้าไปที่ซึงฮยอนที่ทำหน้าเครียดอยู่ที่ระเบียง 

 

         วันนี้เขาเพียงแค่มาบอกข่าวดีว่าซึงรีจะเปิด Gallery กับจียงแค่นั้นและเพื่อนของเขาดันดีใจจนโอเว่อร์ด้วยการกอดเขาเสียเต็มรักและไม่รู้ว่าอะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้นที่คู่หมั้นของเพื่อนรักเขาจะเปิดประตูมาเจอฉากไม่พึงประสงค์นี้เข้า ที่สำคัญเพื่อนรักของเขามันดันไม่รู้น่ะสิว่าคู่หมั้นตนกำลังเข้าใจผิดไปถึงไหนต่อไหน ยังคงมาแง้วๆใส่เขาเพราะดีใจเรื่องซึงรีอยู่นั่นแหละ 

 

         “พี่เทมป์...” จียงครางออกมาเมื่อเห็นซึงฮยอนทำหน้าเครียดมองตน 

 

         “ชั้นกลับก่อนนะ” 

 

         “อือ” คราวนี้ตอบรับอย่างว่าง่าย 

 

          “พี่เทมป์” จียงยิ้มกว้างเดินไปหาร่างสูงที่ทำหน้าเครียดเมื่อเช้ายังดีๆอยู่เลย พี่เทมป์เครียดเรื่องอะไรกันนะ 

 

         “พี่เทมป์เครียดเหรอครับ” 

 

         “เปล่าหรอก” ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ 

 

         “เครียดจนคิ้วขมวดกันไปหมดแล้วครับ” 

 

          มือเรียวกดคลึงตรงหว่างคิ้วชายหนุ่มอย่างกังวล เขาไม่ชอบที่ซึงฮยอนกังวลเพราะมันจะทำให้เขากังวลด้วยอย่างไม่มีเหตุผล ไม่รู้ทำไม เขาชอบที่จะเห็นร่างสูงยิ้มมากกว่า แม้มันจะเป็นการยกยิ้มมุมปากหรือจะเป็นการหัวเราะไม่กี่วินาทีนั่นก็ยังดี และไม่รู้เมื่อไหร่ที่เขาเริ่มใส่ใจในทุกรายละเอียดของร่างสูงขนาดนี้ 

 

         ซึงฮยอนจ้องดูการกระทำของคนตัวเล็กอย่างประหลาดใจ ท่าทางที่เหมือนจะเอาใจใส่กันมือหนาเลื่อนขึ้นมาจับมือบางของจียง ตาคมจ้องใบหน้านวลไม่วางตา 

 

          ‘สิ่งที่น้องจียงทำมันคือความเป็นห่วงจริงๆ หรือ มันเป็นหน้าที่ของคู่หมั้นที่น้องจียงควรทำกันแน่’ 

  

ความคิดเห็น