ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 10 Open my heart

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 281

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ม.ค. 2563 17:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 10 Open my heart
แบบอักษร

Chapter 10 

Open my heart 

  

  

         ชเวซึงฮยอนนั่งอยู่ในห้องทำงานบริษัทตั้งแต่วันที่จียงหายไปจนถึงวันนี้ก็เป็นเวลากว่า 1 อาทิตย์แล้ว เขาไม่ได้ไปพบร่างเล็กแต่อย่างใดทั้งๆที่รู้ว่าร่างเล็กอยู่ที่ไหน เขาก็เลือกที่จะไม่เจอ แม้ใจเขาจะร้อนรนจนแทบจะลุกเป็นไฟก็ตาม เขาให้แดซองตามอย่างห่างๆ และได้รู้ว่าร่างเล็กบินกลับไปอังกฤษเพื่อไปพบเพื่อนเก่า เรื่องของเขากับจียงกลายเป็น Talk of the town อยู่หลายวันจนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่ ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มีนักข่าวมาขอสัมภาษณ์เสมอและเขาก็ปฏิเสธการให้ สัมภาษณ์ทั้งหมด 

 

         ป่านนี้คนตัวเล็กจะเป็นยังไงบ้างนะ ที่อังกฤษจะหนาวหรือเปล่า กินอะไรบ้างหรือยังตอนอยู่กับเขาก็ไม่ค่อยกินอะไร แม้ใจจะเป็นห่วงแต่ก็ไม่เคยแสดงออกให้ใครรู้ และที่สำคัญร่างเล็กคงเกลียดเค้ามากจนถึงขั้นหนีไปต่างประเทศแล้วเขาเล่าจะให้ไล่ตามจียงอย่างน่าไม่อายเพื่อรั้งคนตัวเล็กให้อยู่กับตัวอย่างนั้นเหรอ หากสิ่งที่เขาทำมันรั้งร่างบางได้ ป่านนี้เขาคงมีร่างบางอยู่ในอ้อมกอดไปแล้ว.... 

 

         *กริ้ง* 

 

         เสียงโทรศัพท์ทำร่างสูงหลุดออกจากภวังค์ ช่วงเวลากว่าอาทิตย์ที่เขาไม่มีจียง ทำเอาเขาหงุดหงิดใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ไม่ว่าใครก็เข้าหน้าไม่ติด จนคุณดาร่าต้องยกเลิกนัดให้เขาเกือบทั้งหมดเพราะเขารู้สึกหงุดหงิดตลอดเวลาที่ไม่มีจียงอยู่ใกล้ๆ 

 

         “ครับ” 

 

         /คุณชเว...มารับผมหน่อยได้ไหมครับ/ 

 

         “จียง!” 

 

         /ผมอยู่สนามบินอินชอน ผมให้เวลา 30 นาทีถ้าคุณไม่ถึงที่นี่ ผมจะขึ้นแท็กซี่กลับเอง/ 

 

         ซึงฮยอนมึนงงเหมือนมีใครทุบหัว คนที่เขาคิดถึงตลอดทั้งสัปดาห์ คนที่ขโมยหัวใจของเขาไปอังกฤษด้วย คนที่คิดว่าจะไม่ได้เจออีก ตอนนี้ร่างบางกำลังต้องการเขา แม้ร่างเล็กจะพูดสั้นๆและวางสายไปแต่ก็ทำเขาดีใจอย่างถึงที่สุด ร่างสูงรีบสาวเท้าเดินไปที่รถ พนักงานในบริษัทต่างประหลาดใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของร่างสูง จากคนที่น่ากลัวตลอดทั้งสัปดาห์จนใครเข้าหน้าไม่ติด วันนี้ที่มุมปากหยักนั่นกลับมีรอยยิ้มประดับอย่างงดงาม 

 

         “คุณหนูควอนขอสัมภาษณ์หน่อยสิคะ” 

 

         “ครับ สวัสดีครับ” ร่างเล็กโค้งทักทายนักข่าว เขาไม่รู้ว่านักข่าวรู้ได้อย่างไรว่าเขากลับเกาหลีวันนี้ แต่ก็เข้าใจพวกนี้มีหูตายังกับสัปปะรด 

 

         “คุณหนูควอนมีความเห็นยังไงกับเรื่องคุณลอล่าครับ” 

 

         “ผมสงสารเธอครับ เธอต้องมาถูกเอเจนซี่เลิกจ้างเพราะข่าวฉาวพวกนั้น” 

 

         “แต่คุณลอล่าคิดจะแย่งคุณชเวไปจากคุณทั้งๆที่คุณชเวมีคุณคู่หมั้นอยู่แล้ว” 

 

         “จะว่าอย่างนั้นก็ได้นะครับ แต่คนเราย่อมมีเหตุผลของตัวเองทั้งนั้น” 

 

         “แล้วที่คุณชเวกับคุณลอล่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน คุณหนูควอนมีความเห็นว่าไงคะ” 

 

         “เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนเจอผมน่ะครับ และผมก็ไม่อยากก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของพี่เค้าครับ” 

 

         “คุณหนูควอนไปทำอะไรที่อังกฤษคะ” 

 

         “ไปพบเพื่อนเก่าครับ เขาเรียนอยู่ที่นั่น” 

 

         “แล้วความสัมพันธ์คุณหนูควอนกับคุณชายทงล่ะครับ” 

 

         “เราเป็นเพื่อนสนิทกันครับ โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กๆ ไม่มีอะไรเกินเลยมากกว่านั้น” 

 

         “อุ๊ย! นั่นคุณชเวนี่” 

 

         “มารับคุณหนูควอนเหรอคะ” เสียงแซวจากพี่นักข่าวท่านหนึ่งดังขึ้น 

 

         “คงงั้นมั้งครับ ฮ่าๆ” จียงตอบขำๆ 

 

         “จียง!” 

 

         ซึงฮยอนเรียกเสียงดังเมื่อเจอคนตัวเล็ก ร่างสูงเหงื่อซกจากการวิ่งตามหาจียง เมื่อเจอร่างเล็กซึงฮยอนไม่ลังเลซักนิดที่จะดึงจียงมากอดแน่น เขาคิดว่าคนตัวเล็กจะเกลียดเค้าจนไม่อยากกลับมาเจอเค้าแล้วซะอีก 

 

         “แชะ แชะ แชะ” 

 

         นักข่าวรีบรัวชัตเตอร์ถ่ายช็อตเด็ดไว้ ซึงฮยอนขอตัวร่างเล็กออกจากวงล้อมนักข่าวโดยมีบอดี้การ์ดคนสนิทที่วิ่งตามมาช่วยกันให้ ก่อนจะพาร่างเล็กไปที่รถยนต์คันหรูที่จอดรออยู่ 

 

         ภายในรถเงียบฉี่ มีเพียงแค่เสียงแอร์และเสียงวิทยุเปิดเพลงคลาสสิคคลอเบาๆเท่านั้น ร่างสูงทำหน้าที่เป็นสารถี ส่วนร่างเล็กก็นั่งหน้าจิ้มลิ้มเป็นตุ๊กตาหน้ารถ 

 

         “เหนื่อยไหม หืม?” เป็นซึงฮยอนที่ทนความเงียบไม่ไหวเอ่ยถามขึ้นก่อน 

 

         “ก็ดีครับ” จียงตอบอย่างขอไปที แต่ก็เรียกรอยยิ้มจากซึงฮยอนได้ไม่ยาก อย่างน้อยก็ตอบ 

 

         “หายไปไหนมาตั้งหนึ่งอาทิตย์ บอกพี่ได้ไหมครับ” 

 

         “แล้วทำไมคุณไม่ตามหาคู่หมั้นที่หายไปล่ะ หรือผมไม่มีความสำคัญพอ” ร่างเล็กรวนใส่อย่างที่ร่างสูงไม่คาดคิด คำพูดที่ดูราวกับเรียกร้องความสนใจนั่น... 

 

         “พี่กลัวน้องจียงจะเกลียดพี่ไปมากกว่านี้” 

 

         “...” จียงไม่ตอบเพียงแค่หันมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเงียบๆ 

 

         “แวะทานอะไรก่อนไหม?” 

 

         “ไม่ครับ ผมอยากให้ถึงคอนโดเร็วๆ” จียงตอบอย่างขอไปทีอีกครั้ง ก่อนจะหลับตาลง เขายังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้า แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว..คงจะถอยไม่ได้ เมื่อซึงฮยอนเห็นจียงหลับตาและคิดว่าจียงหลับแล้ว ร่างสูงจึงทำหน้าที่เป็นสารถีอย่างเงียบๆ 

. 

. 

VIP 103 

 

         “เข้ามาก่อนสิครับ” ร่างสูงมีท่าทีอึกอักเมื่อร่างเล็กชวนเข้าห้อง เขาไม่อยากหักหาญน้ำใจจียงอีก กลัวร่างเล็กจะเกลียดเขาไปมากกว่านี้ 

 

         “เอ่อ...พี่.....” 

 

         “เข้ามาเถอะครับ ยังไงผมก็ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว” จียงพูดอย่างไม่ยี่หระ เดินกลับเข้าห้อง ไม่ปิดประตู ปล่อยร่างสูงยืนเคว้งอยู่หน้าประตู 

 

         “อืม...มีอะไรให้กินบ้างน๊า คุณทานสปาเก็ตตี้ได้หรือเปล่า?” จียงที่ก้มควานหาอะไรซักอย่างในตู้เย็น เงยหน้าถามร่างสูงหลังจากที่ซึงฮยอนเดินตามเขาเข้ามา 

 

         “อะ..อืม” และบทสนทนาของทั้งคู่ก็เงียบไป ก่อนจะแทนที่ด้วยเสียงทำครัวของคนตัวเล็กโดยมีซึงฮยอนนั่งดูอย่างเงียบๆ 

 

         “หวังว่าคุณจะทานได้ มันเป็นอาหารโปรดของผม” จียงวางจานสปาเก็ตตี้หอมฉุยสองจานลงหน้าเค้าเตอร์ที่ห้องครัว  

 

         “ทำไมคุณกลายเป็นแบบนี้....” ซึงฮยอนถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นร่างเล็กที่ดูเกลียดเขาเสียเต็มประดามานั่งทำอาหารให้เขากิน 

 

         “เราหมั้นกันแล้ว มันเป็นเรื่องที่แก้ไขไม่ได้ ผมไม่อยากให้คุณแม่ของเราต้องเป็นทุกข์” จียงเป็นเด็กดีเสมอแม้จะผ่านช่วงเวลาที่เจ็บปวดก็ตาม 

 

         “จริงๆแล้ว ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ ไม่สิ..ข้อเสนอ ผมมีข้อเสนอให้คุณ ในเมื่อเรื่องทุกอย่างมันมาถึงขั้นนี้แล้วผมไม่ขอให้คุณรับผิดชอบในทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในเมื่อผมเป็นผู้ชาย...” 

 

         “บอกข้อเสนอของคุณมาสิ” 

 

         “ถ้าในเวลา 3 เดือนที่เหลือนี้ถ้าคุณทำให้ผมรักคุณได้ผมจะยอมหมั้นกับคุณไปจนกว่าผู้ใหญ่ของเราจะพอใจและให้เราแต่งงานกัน แต่ถ้าไม่...ผมจะถอนหมั้นทันที” 

 

         “ตกลง” 

 

         “เดี๋ยวสิ ยังมีข้อตกลงอีกข้อที่เราต้องรับรู้ร่วมกัน...ผมไม่ชอบคนโกหก และถ้าผมจับได้ว่าคุณมีคนอื่นนอกจากผม ไม่ว่าจะเป็นการนอกกายหรือนอกใจ ผมจะถอนหมั้นทันที ตกลงไหมครับ” 

 

         “ตกลง งั้นผมก็ขอมีข้อตกลงบ้างได้หรือเปล่า” 

 

         “ผมขอฟังข้อตกลงของคุณก่อนแล้วผมจะรับปาก” 

 

         “เรียกผมว่า‘พี่เทมป์’ ตลอดเวลาที่คุณยังอยู่ในสถานะคู่หมั้นของผม” 

 

. 

. 

         “พี่เทมป์!! ทำไมยังไม่กลับห้องอีก” ร่างเล็กที่ออกมาจากห้องน้ำทักขึ้น ความสัมพันธ์ของเขากับร่างสูงดีขึ้นมากหลังจากที่เราตกลงกัน จียงเริ่มจะเปิดใจให้ร่างสูงทีละนิด อาจจะเหมือนที่ยองเบบอกบางทีคงถึงเวลาแล้วที่เขาควรเปิดใจให้ใครสักคน 

 

         “ดูหนังอยู่ ขี้เกียจกลับห้อง มานั่งนี่สิจียง” ซึงฮยอนเรียกร่างเล็กไปนั่งตรงหน้าจอโทรทัศน์ที่ร่างสูงดูหนังอยู่ มือหนาดึงผ้าขนหนูผืนบาง มาเช็ดผมให้คนตัวเล็ก  

 

         จียงนั่งเงียบปล่อยให้ร่างสูงเช็ดผมไป เสียงหนังแอคชั่นดังสนั่นแต่ไม่ทำให้คนตัวบางที่เคลิ้มกับสัมผัสและเหนื่อยจากการเดินทางมีสติได้ ตาเรียวเล็กเริ่มปรือจนแทบจะปิด 

 

         “แห้งแล้วล่ะ ขอรางวัลหน่อยสิ” 

 

         “อื้อ!” จียงร้อง เมื่อโดนคนตัวหนาจู่โจม ปากหยักกดจูบอย่างแผ่วเบา ไม่เรียกร้อง ไม่เร่งเร้า และไม่รุนแรงเหมือนทุกๆครั้ง ลิ้นร้อนไล่ไปตามไรฟันสวยของจียงก่อนจะดุนดันให้ร่างเล็กเปิดปากให้ลิ้นร้อนสัมผัสกันในโพรงปากหวาน 

 

         “อืม...” 

 

         “วันนี้พอแค่นี้แหละ นอนได้แล้วนะครับ” ซึงฮยอนพูดทั้งๆที่หน้าผากยังชนกับคนตัวเล็กอยู่ ตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเรียว จียงหลบตาหน้าแดง แต่ก็หนีไม่พ้นเพราะหูแดงด้วย ซึงฮยอนพรมจมไปทั่วดวงหน้าหวานก่อนจะอุ้มร่างบางไปนอนที่เตียง จัดแจงห่มผ้า ปิดไฟให้ ก่อนจะเดินกลับห้องตน.... 

  

VIP 1 

 

         ในความมืด ซึงฮยอนนอนไม่หลับ พลิกกายไปทางไหนก็คิดถึงแต่รสจูบของจียง มือหนายกลูบปากหยักของตน สัมผัสอ่อนนุ่ม หอมหวานยังติดตรึงที่ริมผีปากเขา จียงทำเขาใจเต้นระรัวกับความไม่ประสีประสาของคนตัวเล็ก ให้ตายเถอะ นี่นอนไม่หลับเพราะจูบของควอน จียงเนี่ยนะ! 

. 

. 

         “นายครับ!” แดซองทักขึ้นในเช้าวันใหม่ ซองบุหรี่ที่ข้างในพร่องลงมากซองหนึ่งวางอยู่ข้างตัวร่างสูง ไม่รวมถึงเศษบุหรี่ที่ร่างสูงเขี่ย นี่มันมากไปนะ 

 

         “นายนอนไม่หลับหรือครับ”แดซองถามขึ้นเมื่อเห็นสภาพเจ้านายตน ตาโหลยังกับคนไม่ได้นอน แล้วไหนจะการที่ร่างสูงสูบบุหรี่จัดนี่อีก  

 

         “เปล่า” ซึงฮยอนปฏิเสธ 

 

         “เฮ้อ...คงเชื่อหรอกนะครับ สภาพนี้..” แดซองบ่นไปพลางเก็บขยะของร่างสูงไปพลาง 

 

         “แดซอง” ร่างสูงพูดเสียงลอดไรฟันเมื่อโดนบอดี้การ์ดคนสนิทล้อ 

 

         *ก็อกๆ* 

 

         “อ้าว! คุณหนูควอน อรุณสวัสดิ์ครับ” 

 

         “คุณแดซองสินะครับ เรียกผมว่าจียงเถอะ” 

 

          “อ่า...ครับ คุณจียง” 

 

         “แดซองใครมาน่ะ?” ร่างสูงตะโกนถามทั้งๆที่ยังกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงสูบบุหรี่มวนที่เท่าไหร่ไม่รู้เพราะเขาฟุ้งซ่านจนไม่หลับทั้งคืน จึงต้องลุกขึ้นมานั่งสูบบุหรี่สงบสติอารมณ์น่ะสิ 

 

         “พี่เทมป์เข้าบริษัทหรือเปล่าครับ”เป็นจียงที่ตอบขึ้นมาแทนแดซอง ส่วนบอดี้การ์ดคนสนิทน่ะหรอ ปล่อยให้เขาอยู่กับเจ้านายตนตามลำพังน่ะสิ พอเขาเข้าห้องมาไม่กี่ก้าว หันหลับไปอีกทีคนสนิทของร่างสูงก็หายไปจากห้องนี้แล้ว 

 

         “จียง”  

 

         “อื้อ..แค่กๆ..” ร่างเล็กสาวเท้าเข้าไปปัดบุหรี่จากมือร่างสูง 

 

         “จียงทำอะไร!!” ซึงฮยอนตะโกนดังลั่น รีบจับมือบางไว้ 

 

         “บ้าจริง!” ซึงฮยอนสบถลั่นเมื่อเห็นมือบางมีร่องรอยโดนไฟบุหรี่ลวกจนเห็นเนื้อขาว จียงแสบสันต์ข้อนี้เขารู้ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาเจอจียงบ้าบิ่นน่ะสิ ร่างสูงดับบุหรี่ที่จียงปัดก่อนจับมือร่างบางแน่น พาเดินหากล่องปฐมพยาบาลที่ไม่รู้ว่าบอดี้การ์ดคนสนิทของเขาเอาไปไว้ไหน 

 

         “อย่าทำอีก”ซึงฮยอนพูดขึ้นหลังจากทำแผลให้คนตัวเล็กเสร็จ 

 

         “ก็อย่าสูบสิ!”ร่างเล็กขู่ฟ่อ แทนที่จะน่ากลัวเขากลับเห็นเป็นน่ารักน่าชังไปเสียนี่ ควอน จียงทำเขาใจเต้นผิดจังหวะอีกแล้ว 

 

         “เฮ้อ..ก็ได้ครับ”ในที่สุดร่างสูงก็ยอม จียงยิ้มกว้างก่อนจะโน้มตัวเข้าหาร่างสูง 

 

          “จุ๊บ~” ซึงฮยอนเบิกตากว้างอย่างไม่คาดคิดว่าคนตัวเล็กจะจูบเขาเช่นนี้ แม้มันจะเป็นจุ๊บเบาๆที่ไม่ประสีประสาก็เถอะ อยากจะดึงเข้ามาจูบให้ปากช้ำให้สาสมกับความน่ารักนั้นทีเดียวเชียว แต่เพราะร่างเล็กลุกขึ้นก่อน ซึงฮยอนจึงต้องทิ้งความคิดนี้ไป 

 

         “ทำไมปล่อยให้ห้องรกงี้ล่ะครับ” ถึงปากจะบ่นว่าห้องรกแต่ร่างเล็กก็ตรงไปที่ซองบุหรี่ก่อนจะทิ้งมันลงถังขยะทั้งหมดอย่างไม่เสียดาย ซึงฮยอนตามเข้ากอดร่างเล็กจากด้านหลัง 

 

         “ปล่อยครับ เหม็นบุหรี่ ไปอาบน้ำได้แล้ว” จียงปลดมือคนตัวหนาออก ก่อนปากจิ้มลิ้มนั่นจะผลักไสให้เขาไปอาบน้ำ ซึงฮยอนยอมไปแต่โดยดีเมื่อเห็นร่างเล็กไม่ชอบกลิ่นบุหรี่จริงๆ 

. 

. 

         “ไม่ได้นอนหรือครับ” จียงที่กำลังแต่งตัวให้ซึงฮยอนถามขึ้น มือบางกลัดกระดุมให้ร่างสูงอย่างเขินอาย ร่างสูงไม่ตอบเพราะมันคือความจริง แต่ที่น่าอายกว่านั้นคือเขานอนไม่หลับเพราะรสจูบของควอน จียงน่ะสิ ซึงฮยอนเอ้ย! ทำยังกับคนมีรักแรกไปได้ 

 

         “ฟอด~” ซึงฮยอนก้มลงจุ๊บแก้มร่างบางหลังจากแต่งตัวให้เขาเสร็จยังกับคู่รักที่พึ่งแต่งงานใหม่อย่างนั้นแหละ อ่า...ให้ตายสิ ใจเต้นผิดจังหวะอีกแล้ว 

 

         “พี่เทมป์จะเข้าบริษัทก่อนเหรอครับ”จียงถามอย่างเอียงอาย 

 

          “จียงอยากไปไหนหรือเปล่า หืม?”ร่างสูงถามอย่างเอาใจ 

 

          “อยากให้ส่งไปหายองเบหน่อย ^_^” ร่างบางบอกอย่างไม่ใส่ใจ ซึงฮยอนขมวดคิ้ว ตาลุกวาว 

 

         “ไปทำไม!” น้ำเสียงไม่พอใจแสดงออกอย่างเห็นได้ชัด 

 

         “เอาของไปให้” จียงตอบเสียงกลั้วหัวเราะ เมื่อยั่วอารมณ์ร่างสูงได้ เห็นทีใน 3 เดือนนี้จะเป็นซึงฮยอนตกหลุมรักเขาล่ะมั้ง คงไม่ใช่เขาที่ตกหลุมรักคนร่างสูงหรอก 

 

         “ไม่ให้ไป!” 

 

         “พี่เทมป์!!-m-” จียงหน้าบูดบึ้ง ถอยห่างจากร่างสูงไปทิ้งตัวนั่งกอดอกอย่างน่ารักอยู่บนเตียงของร่างสูง 

 

         “งั้นผมจะไปเอง ไม่ต้องไปส่ง” ร่างบางทำท่าจะเดินออกห้องไปเองอย่างที่ปากว่า 

 

         “จียง!” ซึงฮยอนก้าวไปยึดแขนของร่างบาง 

 

         “พี่จะไปส่ง แต่ขอแวะเข้าบริษัทก่อน” เพียงเท่านั้นจียงก็ยิ้มกว้าง ซึงฮยอนถอนหายใจหนัก อย่างน้อยก็ให้เขาไปด้วย ไม่ใช่ไปเอง 

. 

. 

Place: บริษัท ชเว กรุ๊ป 

 

         “นั่นใครน่ะ” 

 

         “คุณหนูควอน คู่หมั้นคุณชเว” 

 

         “น่ารักจัง” 

 

         “เหมาะสมกันยังกับกิ่งทองใบหยก”เสียงซุบซิบของพนักงานที่อยู่บริเวณชั้น Ground ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเห็นผู้บริหารหนุ่มสุดฮอต อีกทั้งยังขึ้นชื่อความเย็นชา ควงชายหนุ่มน่าตาน่ารักมาด้วยวันนี้พนักงานหญิงมองชายหนุ่มตาละห้อย ส่วนพนักงานชายน่ะเหรอ มองคนร่างบางตาเยิ้ม ทำเอาซึงฮยอนหน้าตึง ดวงตาคมกริบจ้องอย่างดุดันไปที่พนักงานชายตรงหน้าที่จ้องหน้าคู่หมั้นตนอย่างเอาเรื่อง เพียงเท่านั้นทุกคนที่อยู่บริเวณชั้น Ground ก็รีบถอนสายตาลงพื้นแทบไม่ทัน และเรื่องซุบซิบที่ตามมาคงไม่พ้น “คุณชเวหวงคู่หมั้น!!” 

 

         “ดูจะเป็นผู้บริหารที่ใจดีจังนะครับ” จียงเอ่ยขึ้นเมื่อทั้งคู่ก้าวเข้ามาในลิฟท์ 

 

         “หืม?” 

 

         “ก็พี่เทมป์ปล่อยให้พนักงานนินทาซะขนาดนี้” แม้จะเป็นเสียงเบาๆ แต่มีหรือจียงจะไม่ได้ยินที่พวกพนักงานพูด ร่างสูงก็อีกคนปล่อยให้พนักงานตัวเองนินทาอยู่ได้ 

 

         “มันเป็นเรื่องปกติของมนุษย์....และพี่ก็ไม่สนด้วยว่าใครจะพูดยังไง หากงานยังเดินและมีเงินเข้าบริษัท” 

 

         ใช่! ซึงฮยอนไม่เคยแคร์ ไม่เคยต้องลดตัวลงไปพูดหรือไปสั่งพนักงานในบริษัทตนให้เลิกพูดเรื่องเกี่ยวกับเขายามเขาเข้าบริษัท ในเมื่อบริษัทยังมีกำไรดีขนาดนี้จะสนทำไมกับคำพูดพนักงาน 

 

         “หัวคิดนักธุรกิจจังเลยครับ สนแต่กำไร” จียงอดกัดชายหนุ่มอย่างหมั่นไส้ไม่ได้ เมื่อได้ยินคำตอบของร่างสูง แต่ก็ว่าให้ไม่ได้ ในเมื่อคนข้างเขานี่เองไม่ใช่เหรอที่บริจาคเงินให้มูลนิธิคุณย่าเขาน่ะ 

 

         “หึ หึ” 

 

         ซึงฮยอนหลุดขำอย่างอารมณ์ดี ชนิดที่ว่าหากบอดี้การ์ดหนุ่มคนสนิทอยู่ตรงนี้ คงตาโตกันเลยทีเดียว ซึงฮยอนไม่เคยหัวเราะด้วยความจริงใจ มีเพียงหน้ากากเสียงหัวเราะที่หยิบยืมมาใส่ยามเจรจาธุรกิจเท่านั้น แต่นี่..กับร่างเล็กที่พูดขึ้นในแต่ละประโยค ทำเอาชายหนุ่มยกยิ้มหรือหลุดหัวเราะออกมาได้ไม่ยาก เสียงหัวเราะที่เป็นธรรมชาติ 

 

         ซึงฮยอนจ้องร่างเล็กอย่างเอ็นดูเขาชอบนักยามร่างเล็กพูดเสียงค่อนขอดเขา จมูกสวยนั่นจะย่นขึ้น ตาเรียวเล็กนั่นก็แทบจะหายมิดไปกับหน้า..จียงน่ารัก 

 

  

         *ติ้ง* 

 

         “อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณชเว คุณหนูควอน” เลขาสาวยกยิ้มก่อนจะโค้งทำความเคารพ จียงตกใจก่อนจะรีบโค้งตอบ 

 

         “วันนี้มีประชุมหรือเปล่า” 

 

         “เปล่าค่ะ คุณชเวมีประชุมพรุ่งนี้ วันนี้มีแค่เอกสารสำคัญที่ต้องเซ็นต์สามสี่แฟ้มค่ะ” ดาร่าบอกตารางงานเจ้านายตนอย่างคล่องแคล่ว สมเป็นเลขาคนสนิทผู้บริหารหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง 

 

         “อืม” 

 

          ซึงฮยอนรับคำเพียงสั้นๆ ก่อนจะโอบไหล่พาร่างเล็กเข้าไปนั่งในห้องทำงานตน จียงนั่งเงียบๆอยู่บนโซฟา ปล่อยคู่หมั้นตัวเองทำงานอย่างสะดวก ตาเรียวสำรวจห้องทำงานของคนร่างสูงก่อนสายตาจะไปหยุดอยู่ที่คนตัวโตที่กำลังเคร่งเครียดกับเอกสารตรงหน้า 

 

         นึกแล้วจียงก็อดชื่นชมในการทำงานของชายหนุ่มไม่ได้ อายุเพียง 27 ปีแต่สามารถนำพาบริษัทมาได้ไกลขนาดนี้ แม้เขาจะอยู่เมืองนอกมานานแต่ก็ได้ยินเรื่องอิทธิพลของตระกูลชเวอยู่เนืองๆ ถึงขั้นมีข่าวลือที่ว่าตระกูลชเวอยู่เบื้องหลังการเลือกตั้งครั้งล่าสุดด้วยซ้ำไป... 

 

         “เบื่อหรือเปล่า” ซึงฮยอนถามขึ้นหลังจากปิดแฟ้มเอกสารแฟ้มสุดท้ายลง เมื่อเห็นร่างเล็กหาวเป็นรอบที่สิบ จียงเพียงส่ายหน้าเท่านั้น ซึงฮยอนยกยิ้มอย่างเอ็นดู 

 

         “จะไปเลยไหม” 

 

         “ครับ” 

  

  

  

Place: ทงกรุ๊ป 

 

         “อ้าว! คุณจียง คุณ....ชเว สวัสดีค่ะ คุณยองเบอยู่ในห้องน่ะค่ะ” เลขาหน้าห้องคุณชายทงเอ่ยทักคนตัวบางอย่างคุ้นเคย ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นคนร่างสูงเดินตามคนตัวบางมา 

 

         คุณชเวขึ้นชื่อว่าเป็นผู้บริหารหนุ่มที่เข้าถึงตัวยากที่สุด แต่วันนี้คุณชเวคนนี้กลับปรากฏอยู่หน้าปาร์คบอม เลขาหน้าใหม่อย่างนี้ทำเอาหญิงสาวแทบลมจับ หล่อมากกกกหญิงสาวลดยิ้มลงเมื่อเห็นสายตาล้อเลียนของเพื่อนสนิทเจ้านายตน 

 

         “ขอบคุณครับพี่บอม” จียงพูดเสียงกลั้วหัวเราะ เมื่อเห็นเลขาของเพื่อนสนิทตนตาโตใส่คู่หมั้นตัวเอง สรรพนามเรียกขานที่คุ้นเคยคงบ่งบอกได้อย่างดีว่าร่างบางมาที่นี่เป็นประจำ 

 

         “ยองเบ~” 

 

         “ไง เห็นกลับมาตั้งแต่เมื่อวาน อ้าว!คุณชเวสวัสดีครับ”ยองเบที่นั่งอยู่ที่โต๊ะบริหารทักเพื่อนสนิทตนขึ้น ก่อนจะตาโตเมื่อเห็นคนร่างสูงก้าวตามเข้ามา 

 

         “สวัสดีครับ คุณชายทง” 

 

         “เรียกผมว่ายองเบก็ได้ครับ” 

 

         “โอเค คุณยองเบ งั้นก็เรียกผมว่าซึงฮยอนเถอะครับ” 

 

         “แกรู้ได้ไงอ่ะว่าชั้นกลับมาเมื่อวาน” จียงเดินไปนั่งเก้าอี้ที่อยู่หน้าโต๊ะอย่างคุ้นเคย ก่อนจะบอกให้ร่างสูงไปนั่งรอที่โซฟารับแขก 

 

         “สัมภาษณ์แกไง”จียงพยักหน้าหงึกหงักรับรู้ 

 

         “อ่ะ” 

 

         “อะไร” ยองเบขมวดคิ้วเมื่อจียงดึงมือตนไปรับวัตถุกลมๆวงใหญ่นั่น 

 

         “ซึงรีฝากมาให้”จียงยกยิ้ม 

 

         “แล้ว....เค้าเป็นยังไงบ้าง” 

 

         “สบายดี ม๊ากกกมากกก มีหนุ่มๆมาจีบตรึม! แต่ชั้นไล่ไปให้หมดแล้วล่ะ ฮ่าๆ” จียงกระซิบกระซาบราวกับไม่อยากให้ร่างสูงที่นั่งห่างจากตนไม่กี่เมตรนั้นรับรู้ 

 

         “ก็ดี” 

 

         “ใส่ดิ” จียงเร่งเมื่อเห็นยองเบมัวแต่หมุนแหวนพิจารณาลวดลายสลักที่สวยงามนั่น 

 

         “เอามานี่เดี๋ยวใส่ให้ ถ้าซึงรีอยู่นะ จะต้องทำอย่างนี้...รักพี่ยองเบจังฮะ ฮ่าๆ”จียงดึงแหวนมาจากมือหนา ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะไปอีกฝั่ง สวมแหวนอย่างกระแทกกระทั้นเข้ากับนิ้วก้อยข้างขวาของเพื่อนรักตน ใช่! แหวนที่นิ้วก้อย จียงยกยิ้มเมื่อคิดถึงคำพูดที่เขาถามว่าทำไมต้องเป็นนิ้วก้อย 

 

         “ก็ซึงรีอยากกลับไปใส่แหวนที่นิ้วนางข้างขวาให้พี่ยองเบด้วยตนเอง เหมือนกับที่พี่จียงสวมแหวนให้คุณชเวนั่นแหละ” 

 

         “คิกคิก แกหน้าแดง นี่แกคิดอะไรอยู่ยองเบ”จียงหลุดขำเมื่อเห็นเพื่อนรักตนหน้าแดง 

 

         “หึหึ คู่หมั้นแกดูหน้าตึงๆนะ” ยองเบก้มลงมากระซิบ 

 

         “ช่างสิ”ยองเบยกยิ้มร้าย ให้มันได้อย่างนี้สิ ควอน จียง 

 

         จียงน่ะยืนหันหลังให้ซึงฮยอนส่วนเขายืนเข้าหาเต็มๆ นี่ถ้าเป็นเขาก็คงโกรธ คู่หมั้นตัวเองสวมแหวนให้ผู้ชายคนอื่น แม้จะเป็นนิ้วก้อยก็เถอะ แต่ก็นะ..เขารู้ว่าจียงไม่คิดอะไร แต่คนนอกอย่างซึงฮยอนนี่สิ อาจจะคิดไปถึงไหนต่อไหน 

 

         หน้าคมจ้องกลับดวงตาคมดุของอีกคนอย่างไม่เกรงกลัว ไม่วายยกมือหนาขึ้นลูบกลุ่มผมสีลูกกวาดของเพื่อนสนิทเป็นการท้าทาย 

 

         ยองเบหัวเราะในลำคอเมื่อเห็นซึงฮยอนผุดลุกขึ้นกำหมัดแน่น แต่หาได้เดินตรงเข้ามาทำร้ายเขาตามแบบฉบับคนอารมณ์ร้อนไม่ 

 

         ก็ดูเป็นคนมีเหตุผลดี รู้จักควบคุมอารมณ์ เป็นผู้ใหญ่ น่าจะดูแลจียงได้... 

 

         “ไปละ” 

 

         “หืมม? ทำไมไปเร็วนักล่ะ กินข้าวด้วยกันก่อนไหม” 

 

         “ไม่ล่ะ จะไปทานกับ‘พี่เทมป์’ สองคน”ยองเบตาโตเมื่อเห็นเพื่อนตัวบางเรียกคนตัวสูงอย่างสนิทสนม จียงหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ 

 

         “อ้อ! แหวนนั่น ถ้านายทำหายล่ะคอยดู!!” 

 

         “ฮ่าๆ อื้ม จะรักษาอย่างดี” 

  

 

Place: ร้านอาหารญี่ปุ่น 

 

         “พี่เทมป์เป็นอะไร?” จียงที่กำลังซดราเมนร้านโปรดถามขึ้นอย่างใสซื่อ ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจ ในเมื่อเขาเองนี่แหละที่ยั่วให้ร่างสูงหึงน่ะ ก็แค่อยากรู้ว่ามีใจให้กันหรือเปล่า 

 

         “เปล่า!” ซึงฮยอนตอบสั้นๆ มองจียงอย่างโกรธๆ นี่ยังไม่รู้อีกหรือไงว่าพี่โกรธที่น้องจียงไปสวมแหวนให้ไอ้หมอนั่นน่ะ 

 

         “เหรอครับ....นึกว่า หึง เค้าซะอีก ^w^” จียงตอบรับ ก่อนจะเว้นช่องว่างหย่อนระเบิดลงไปอย่างอารมณ์ดี 

 

         “ว่าไงครับพี่เทมป์ หึงเค้าหยอ” ซึงฮยอนใจตกอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อร่างเล็กยื่นหน้ามาใกล้ แล้วไหนจะคำพูดทะเล้นๆนั่นอีก

 

         “อื้อ!!” จียงร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อร่างสูงล็อกคอดึงหน้าตนเข้าไปจูบอย่างไม่อายสายตาใคร จูบที่เร่าร้อนแต่ซ่อนความอ่อนหวานนุ่มนวลนั่น ทำเอาจียงหน้าแดงซ่าน คิดถึงจูบหวานๆเมื่อคืนก่อนที่ร่างสูงเช็ดผมให้เขา มันทั้งอบอุ่น อ่อนหวาน นุ่มนวล และซ่านอารมณ์.... 

 

         “ใช่ครับ พี่หึงน้องจียง” ซึงฮยอนยกยิ้มหลังจากปล่อยจียงออกจากจูบที่เร่าร้อนของตน

 

         ร่างเล็กที่หอบหายใจแฮ่กเบิกตากว้าง ทั้งๆที่จียงรู้อยู่แล้วว่าต้องการให้ร่างสูงแสดงออกว่าหึง แต่พอทั้งคำพูดและการกระทำที่แสดงออกมาตรงๆของร่างสูงก็ทำเอาจียงหน้าร้อนจนแทบไหม้ แล้วไหนจะจังหวะหัวใจที่เต้นผิดจังหวะนั่นอีก...อันตรายแล้วควอน จียง…

 

         “หื้ม? หน้าแดง? ไม่สบายเหรอครับ” ซึงฮยอนพูดล้อเลียนคนตรงหน้า

 

         “เปล่าซะหน่อย อากาศร้อนตะหากเล่า” จียงเฉไฉ ซึงฮยอนหัวเราะกับท่าทีน่ารักตรงหน้า จียงเขินหนักรีบก้มหน้าก้มตากินข้าวไม่ยอมสบตาร่างสูงอีกเลย

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว