ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 9 Escape

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 355

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ม.ค. 2563 18:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 9 Escape
แบบอักษร

Chapter 9 

Escape 

  

  

         Time: 3.10 am  

 

          “ไง” 

 

         “.....” 

 

         “นี่! ถ้าแกเรียกชั้นออกมารับถึงโรงแรมคุณชเวแล้วแกจะเงียบอย่างนี้ ชั้นปล่อยให้แกอยู่กับคุณชเวอย่างนั้นก็คงดี” จียงเบิกตากว้างคาดไม่ถึงกับประโยคของเพื่อนรักที่จะผลักไสเขาให้คุณชเว เขาตื่นมาตอนกลางดึก รวบเสื้อผ้าที่ระเกะระกะอยู่ข้างเตียงใส่ลวกๆ หาทางหนีร่างสูง สิ่งเดียวที่คิดออกคือทำยังไงก็ได้ให้ออกจากที่นี่ ร่างเล็กโทรหายองเบเพื่อนที่ไว้ใจที่สุดให้มารับเขาที่โรงแรมแห่งนี้ จียงโกรธกับประโยคของเพื่อนรักรีบจะเปิดประตูลง แต่ขอโทษรถคันนี้ล็อคอัตโนมัติข้างในได้น่ะสิ ทำเอาจียงโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง 

 

         “บอกชั้นมาให้หมดควอน จียง” ยองเบพูดเสียงเรียบ ใช่ว่าจียงจะไม่เคยเจอยองเบในโหมดนี้ ยองเบมักจะเรียกชื่อจริงเขา ใช้คำห่างเหิน รวมถึงน้ำเสียงเรียบเฉยนั่นเพื่อคาดคั้นทุกสิ่งทุกอย่างจากเขา แล้วมีเหรอที่คนอย่างควอนจียงจะทนสายตา น้ำเสียงและการกระทำแบบนี้ได้ 

 

         “ชั้น....คือชั้น...เรา..ออกไปจากที่นี่ก่อนได้ไหมแล้วชั้นจะเล่าให้ฟัง....ทุกอย่าง...ทุกเรื่องที่นายต้องการ” จียงพูดเสียงอ่อนระโหย ทิ้งตัวหลับตาลงจมตัวเองไปกับเบาะนุ่มของรถคันหรูยองเบเมื่อได้ยินคำตอบที่น่าพอใจ ก็ขับรถออกไปจากที่นี่มุ่งหน้าสู่บ้านตระกูลทงทันที 

  

         “เล่ามา” ยองเบถามขึ้นหลังจากทั้งคู่อยู่ในห้องของเขาที่บ้านตระกูลทง 

 

         จียงเล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้ยองเบฟังอย่างไม่ปิดบัง ตั้งแต่เรื่องที่โดนข่มขืนจนถึงเรื่องเมื่อคืน เขาไม่อายที่จะบอกเรื่องอัปยศนี้ให้แก่เพื่อนของเขา ยองเบมีสีหน้าเรียบเฉยและมีขมวดคิ้วบ้างเมื่อรู้สึกว่าเรื่องไม่ประติดปะต่อกัน เพราะเสียงสะอื้นของจียง ยองเบฟังจียงเงียบๆ ไม่มีการทักท้วง ไม่มีการดุด่า เมื่อจียงเล่าจบ ร่างเล็กก็ร้องไห้โฮ ออกมาอย่างไม่แคร์ใคร ยองเบเพียงดึงเพื่อนสนิทคนนี้เข้ามากอดปลอบแค่นั้น ไม่มีคำใดๆหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักของคุณชายทง  

 

         เรื่องที่เขารู้มาไม่ใช่ว่าเขาจะพึ่งรู้ตอนนี้ แต่เขาก็พอเดาออกได้ตั้งแต่เพื่อนตัวเล็กของเขาขนข้าวของมานอนที่บ้านเขาก่อนวันดูตัว รวมถึงวันนี้ที่โทรเรียกเขา จียงร้องไห้เหนื่อยจนหลับไป ร่างหนาห่มผ้าให้เพื่อนสนิท ก่อนจะเดินออกไปรับลมที่ระเบียงพร้อมครุ่นคิดอะไรเงียบๆอยู่คนเดียว 

 

         “ซึงโฮ...มาที่บ้านชั้นหน่อยสิ..มีเรื่องจียงนิดหน่อย..โอเค” ร่างหนาสอดโทรศัพท์เครื่องจิ๋วเข้ากระเป๋า บางทีเรื่องแบบนี้คิดคนเดียวคงมีดีนัก 

. 

. 

1 ชั่วโมงผ่านไป 

 

         “เฮ้!” ทั้งซึงโฮและคยองอิลทั้งทักทายแท็กมือแบบฮิปฮอปกับร่างหนา 

 

         “ได้ข่าวว่ากูโทรไปหาไอ้ซึงโฮคนเดียว” ยองเบแขวะ 

 

         “โหย ไอ้ยองเบ มึงไม่เคยได้ยินหรือไง คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย สามคนสบายยย” คยองอิลพูดอย่างกวนประสาท 

 

         ยองเบก็พอรู้อยู่หากเขาโทรหาซึงโฮ เขาต้องมีตัวพ่วงมาด้วยอีกคนแน่นอนเพราะทั้งคู่อยู่คอนโดเดียวกันน่ะสิ เจ้าพวกนี้ชอบเมาหนักทำให้เขาต้องแวะส่งหลายที่ พอเห็นจียงบ่นเรื่องนี้หนักเข้า หลังๆเลยย้ายมาอยู่ที่เดียวกันซะเลยเป็นการตัดปัญหา 

 

         “ไงล่ะ เรื่องไอ้จี” 

 

         “ก็ไม่มีไรมาก....” ยองเบเล่าเรื่องของจียงสั้นๆ แต่เก็บรายละเอียดสำคัญทั้งหมดให้แก่เพื่อนทั้งสองฟัง 

 

         “มันก็ดีแล้วนิวะ อย่างน้อยแกก็เจอจียงตอนนี้ มันเล่าให้แกฟังตอนนี้ ไม่ใช่แบบเมื่อสองปีก่อน” 

 

         เมื่อสองปีก่อนวันที่เขาเปิดประตูไปเจอจียง กำลังจะกรีดข้อมือตัวเองทำเอายองเบใจหายวูบ จียงสภาพนั้น สภาพที่แทบไม่เป็นผู้เป็นคนแล้วคิดจะฆ่าตัวตาย เพียงเพราะอกหัก เพราะจียงเกิดมาในตระกูลที่ดี การเลี้ยงดูที่ดี ร่างเล็กที่ต้องไปเรียนแฟชั่นดีไซต์ที่อังกฤษคนเดียวจึงเจอคนไม่ดีหลอก 

 

         ภายนอกจียงอาจดูเข้มแข็งแต่ภายในจียงเป็นคนอ่อนแอนัก เขาว่าแล้วเชียวว่าการมองโลกในแง่ดี..มากจนเกินไปจะทำให้จียงเจ็บหนัก ยองเบอดโทษตัวเองไม่ได้ที่ดูแลเพื่อนตัวเล็กไม่ดี เขาน่าจะถามว่าตอนนั้นจียงคบใคร ไม่ใช่ปล่อยให้เรื่องล่วงเลยมาถึงขนาดนี้ 

 

         หากวันนั้นเขาไม่กระวนกระวายใจเรื่องของจียงที่เขาโทรหาหลายสิบสายแล้วไม่รับ และโชคดีที่เขาไปดูงานที่อังกฤษพอดี หากเขาไปช้ากว่านี้เขาคงเสียเพื่อนคนนี้ไปแล้ว 

 

          จียงเจ็บหนัก..ใช่...เจ็บหนัก..ไม่ยอมเปิดใจให้ใคร ตั้งแต่เลิกกับฮยอกซูมา  

 

         จียงไม่เคยคบใครอีกไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิง ยองเบ ซึงโฮ คยองอิลต้องคอยหมั่นบินไปเยี่ยมสม่ำเสมอ เรื่องนี้ที่บ้านจียงไม่รู้..ไม่เคยรับรู้ และยองเบก็ไม่อยากให้ใครรู้ มีแต่พวกเขาทั้ง 3 คนเท่านั้นที่รู้ บินไปมาระหว่างโซลกับอังกฤษจนเขาแทบจะกิ้กกับแอร์โฮสเตสอยู่แล้วถ้าไม่ติดว่าเขามีคนของเขาอ่ะนะ 

 

         “ก็นั่นแหละ นี่มันต่างจากกรณีเมื่อสองปีก่อนชั้นเลยโทรเรียกพวกแกมา” 

 

         “อืม..ก็ต่างจริงๆว่ะ เมื่อก่อนอกหักจนคิดฆ่าตัวตาย แต่ตอนนี้โดนข่มเหงกลับนิ่งและร้องไห้อย่างเดียว” 

 

         “จียงมันเริ่มมีภูมิคุ้มกันแล้วไง”คยองอิลพูดขึ้น 

 

         “ไอ้ห่า...ไม่ใช่โรค”เป็นซึงโฮที่พูดขัดก่อนจะส่ายหน้าอย่างระอาแล้วพูดต่อ 

 

         “ถ้าแกไม่รู้ คุณชเวรักจียง” 

 

         “แต่จียงไม่ได้รักคุณชเว” ยองเบพูดอย่างหนักใจ 

 

         “ฟ้ามันมืดมานานแล้วยองเบ มันถึงเวลาที่ควรสว่างซะที แล้วเราก็ควรจะช่วยปัดเป่าเมฆร้ายที่บดบังความสว่างนั่น...ให้กับเพื่อนของเรา” 

 

         “แกคิดมากเกินไป กังวลเกินไปแล้วยองเบ เลิกโทษตัวเองได้แล้วน่าเรื่องก็ผ่านมาตั้งสองปีแล้ว แล้วจียงก็ทำตัวเอง ไม่ใช่นายทำ” 

 

         ใช่...ยองเบโทษตัวเองทั้งๆที่เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในความผิดนี้ แต่ตลอดเวลาที่อยู่เกาหลีจียงคอยดูแลเขาตลอดตั้งแต่เล็ก และเขาก็ควรดูแลจียงบ้าง..แต่นี่เขากลับละเลย เพียงอยู่ห่างกันคนละประเทศ เขาควรถามทุกอย่างเกี่ยวกับจียงเกี่ยวกับผู้ชายคนนั้น ทั้งๆที่รู้ว่าจียงมองคนไม่เป็นแต่เขายังยอมให้คบกับคนๆนั้น คนที่แม้แต่ชื่อเขาก็ยังไม่ถาม... 

 

         “เชื่อสิ เรื่องนี้จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น” คยองอิลตบบ่ายองเบหนักๆ 

 

         เพื่อนของเขาขี้กังวลแต่ไม่แสดงออก จะแสดงออกเฉพาะกับคนสนิทเท่านั้น ยองเบคงกังวลมาก ไม่งั้นคงไม่โทรเรียกพวกเขามา 

 

         “อืม” ยองเบยิ้ม ทั้งหมดยิ้มตาม บางทีเขาอาจจะคิดมากเกินไป ฟ้ามืดมานานแล้วควรจะทำให้สว่างเสียที...หวังว่าจะเป็นคุณนะครับ..คุณชเว 

 

         “อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนสิ” 

 

         “ก็ดีว่ะ” 

 

         “อ้าว! พวกแก” 

 

         “ไง!จียง” ซึงโฮตะโกนเสียงดัง ยิ้มกว้างใส่คนตัวเล็กที่ยืนอยู่ที่บันได 

 

         “มาทำไม” 

 

         “มาดูคนขี้แย” คยองอิลยกยิ้มกวนประสาท 

 

         “เฮอะ!” 

 

         “มากินข้าวสิจียง”ยองเบเรียก 

 

         “อื้ม” 

 

         ทั้งสี่นั่งทานข้าวร่วมกัน มีคุยกันบ้างตามประสา ใคร ทำอะไร ที่ไหน ยังไง ตอนนี้ก็คอยฟังเพื่อนอัพเดทชีวิตตัวเอง จียงอดหัวเราะกับมุขตลกของคยองอิลไม่ได้ ส่วนเขาก็ไม่ค่อยมีอะไรอัพเดทมากนัก เดาว่าทั้งหมดคงอัพเดทกันแล้วตอนที่เขาหลับ จียงรู้สึกสบายใจขึ้นหลังจากเล่าเรื่องทุกอย่างให้เพื่อนสนิทฟัง 

 

         “นี่ทุกคน” จู่ๆจียงที่เงียบนั่งฟังทั้งสามอัพเดทชีวิตตัวเองอย่างออกรสก็พูดขึ้น 

 

         “ชั้นว่า..ชั้นจะไปอังกฤษซักพัก” จียงพูดไปยิ้มไป ไม่มีเค้าของคนอมทุกข์เหมือนก่อนหน้านี้เลยสักนิด 

 

         “ไปทำไมอ่ะ” ซึงโฮหยิบผลไม้ขึ้นมากัด ถามขึ้น 

 

         “ไปหาซึงรี ไปเที่ยว ไปพักผ่อน และก็ไปพักใจ” จียงตอบทุกอย่างที่คิดออกไปหมดอย่างไม่ปิดบัง 

 

         “ชั้นจะไปด้วย” ยองเบพูดขึ้น

 

         “ไม่เอา แกเจอซึงรีได้หรือไง อยู่บริษัทแกนี่แหละยองเบ มัวแต่กังวลเรื่องชั้นจนงานบริษัทไม่เดินล่ะมั้งเนี่ย อย่าลืมสิแกต้องพยายามเยอะๆเพื่อซึงรี” จียงตอบพลางหัวเราะพลาง 

 

         “เอาจริงๆนะ พวกแกเลิกกังวลเรื่องชั้นเถอะ มันอาจจะแปลกถ้าชั้นจะบอกแกว่าชั้นแค่เสียใจ แต่ก็ไม่คิดจะฆ่าตัวตายอีก”

 

         จียงพูดอย่างหนักแน่น รู้ว่าทุกคนกังวลเรื่องเขา นั่นเป็นเรื่องที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตที่เขาเคยทำ “ฆ่าตัวตาย” หากยองเบไม่มาเจอเขา คงไม่มีคุณหนูควอนในวันนี้ เขาจะทำให้ครอบครัวเสียชื่อเสียงแค่ไหนหากเขาฆ่าตัวตายเพียง เพราะผู้ชายไร้ค่าเพียงคนเดียว และเพื่อนที่ดีของเขาจะต้องเสียใจแค่ไหนหากเขาจากไป 

 

         ตอนนั้นจียงไม่ได้คิด แต่เมื่อเวลาผ่านไป และเมื่อเกิดเรื่องเขากับคุณชเวนี้ขึ้น มันกลับสอนจียงหลายๆอย่างและทำให้จียงเป็นผู้ใหญ่ขึ้น เขาจะเผชิญหน้ากับปัญหา ไม่หนีอีกแล้ว....มาเจอกันซักตั้งสิ..คุณชเว...หากเขาจะเปิดใจให้คนแบบนี้อีกซักครั้งมันจะเป็นอะไรไหมน๊า...

 

         “ถ้าแกบอกงั้น ก็ตามใจ แล้วเรื่องตั๋ว...”

 

         “พี่ดามีจัดการให้เรียบร้อยแล้วล่ะ” สามีพี่สาวเขาเป็นหุ้นส่วนท่าอากาศยานแห่งนี้จึงไม่แปลกกับการจองตั๋วเดินทางกระทันหันจะทำได้

 

         “งั้นเดี๋ยวไปส่ง”

 

         “อื้ม ขอบใจพวกแกมากนะ” ทั้งหมดยกยิ้ม...

 

         บางทีอะไรๆก็อาจจะดีขึ้นจริงๆ ทั้งหมดมองรอยยิ้มจียงแม้มันจะมีริ้วรอยแห่งความเศร้า แต่มันก็ไม่ได้แย่มากนัก อย่างน้อยก็สบายใจไปเปราะหนึ่งว่าพวกเขาคงคิดมากไปเอง

.

.

ประเทศอังกฤษ

 

         *ติ๊งต่อง*

 

         “พี่จีย๊งงงงง!!!”คนตัวบาง ขอบตาคล้ำที่เปิดประตูมาเจอเค้าก็ตะโกนลั่น ดึงพี่ชายร่างเล็กมากอดแน่น

 

         “อื้อ!พอแล้วซึงรี อายเค้า”

 

         “ฮ่าๆ คิดถึงพี่จียงจัง”

 

         “พี่ก็คิดถึงซึงรีเหมือนกัน”

 

         “เข้ามาก่อนสิครับ” ร่างเล็กผายมือให้จียงเข้าไปในห้องพักของเขา คอนโดหรูที่ลอนดอนประเทศอังกฤษ

 

         “Happy Birthday ย้อนหลังนะซึงรี อ่ะ!นี่ของขวัญ”

 

         “ว๊าววว ขอบคุณฮะ” ซึงรียิ้มโชว์เขี้ยวตาเป็นประกาย รีบรับกล่องของขวัญจากพี่ชายร่างบาง

 

          “พี่ยองเบเป็นยังไงบ้างฮะ”

 

         “ก็ดีแหละ...เจ้านั่น...กำลังพยายามอยู่เหมือนกัน ยืนด้วยลำแข้งตัวเองน่ะ”

 

         “ผมก็จะพยายามเหมือนกัน”

 

         “พี่อยากได้พลังจากพวกนายบ้างจัง อดทนกันจังเลยน๊าคู่นี้”

 

         “ฮ่าๆ แล้วนี่แหวน”จียงทักขึ้นหลังจากเห็นแหวนที่เขาไปช่วยยองเบเลือกวันที่เจอซึงฮยอนวันแรก และก็มีข่าวซุบซิบตามมา อยู่บนนิ้วของซึงรี

 

         “อ๋อ..พี่ยองเบได้ข่าวว่ามีคนมาจีบผมน่ะ เลยให้ไว้”

 

         “คุณพ่อรู้เรื่องนี้หรือเปล่า?”

 

         “พี่ยองเบขอคุณพ่อแล้วล่ะครับ ของขวัญวันเกิดซึงรีปีนี้ เจอแค่ชั่วโมงเดียวเอง แต่ก็คุ้มค่าล่ะครับ”

 

         “ซึงรี...”จียงครางอย่างสงสาร

 

         “จริงสิ! พี่จียงหมั้น แล้วคู่หมั้นพี่ล่ะครับ ไม่มาด้วยเหรอ”

 

         “เอ่อ...เขา....ไม่ว่างน่ะ..”

 

         “อย่างนั้นเหรอครับ”

 

         “พี่จียงกินอะไรไหมผมทำให้” ซึงรีรีบเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นนัยน์ตาเศร้าๆจากพี่ชายร่างบาง

 

         “อื้ม! ก็ดี” จียงเท้าคางมอง เด็กหนุ่มร่างสูงที่ขะมักเขม้นทำอาหารให้เขาทาน

 

         อี ซึงรี เด็กน้อยอีกคนที่ตระกูลทงรับเลี้ยง เพื่อเป็นเพื่อนคนสนิทแก่คุณชายทง จียงเอ็นดูซึงรีมาแต่ไหนแต่ไร ด้วยการที่ร่างเล็กชอบพูด ร่าเริง อีกทั้งยังน่ารักอีกด้วย และนั่นคงเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด เมื่อคุณชายทงบุตรชายบุญธรรมของตระกูลทงหลงรักคนรับใช้ส่วนตัวของตัวเอง เรื่องนี้ตระกูลทงโกรธมาก แม้ทั้งคู่จะมีชาติกำเนิดมาจากแหล่งเดียวกันคือสถานสงเคราะห์ของตระกูลควอน แต่เมื่อตระกูลทงรับมาชุบเลี้ยงในฐานะใหม่..เรื่องมันเลยกลับตาลปัตรไปหมด 

 

         และเรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นเลยหากเขากับยองเบไม่สนิทกันจนเกินไป ตระกูลทงออกปากทาบทามเขาหมั้นกับลูกชายตัวเอง แต่ก็นั่นแหละจียงที่รับรู้ความสัมพันธ์ของซึงรีกับยองเบมาแต่ไหนแต่ไร จะหมั้นได้อย่างไร

 

 

3 ปีก่อน.... 

 

         “หนูจียง อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนนะลูก” เสียงคุณนายทงดังมาจากในครัว ถามเพื่อนสนิทลูกชายตนที่นั่งเล่นอยู่ที่ห้องรับแขก 

 

         “อ..เอ่อ..ขอบคุณครับ แต่ไม่ดีกว่า ไม่อยากรบกวน แหะๆ” 

 

         “พี่จีโย๊งงงงง ไม่เอา! อยู่กินข้าวก่อนนะครับ วันนี้ซึงรีจะทำกับข้าวกับแม่ใหญ่” เด็กหนุ่ม นามว่าอี ซึงรีวิ่งตึงๆลงมาจากห้องยองเบ ซึงรีเป็นเด็กรับใช้คนสนิทของยองเบมาตั้งแต่เด็กๆ และจียงก็เอ็นดูซึงรีเป็นพิเศษ 

 

         “พี่จียง นะครับๆๆๆๆๆ” วิ่งมาถึงห้องรับแขกปุ๊ปก็คว้าหมับกอดร่างบางพูดอ้อนๆ ร้อนถึงคุณชายทงที่ต้องรีบมาแกะออก ก่อนที่เพื่อนของเขาจะหายใจไม่ออก หรืออีกนัยหนึ่งหวงซึงรีจนไม่อยากให้คนรักตนไปกอดใคร จียงหัวเราะลั่น ก่อนจะตอบตกลง 

 

         “อ่า..งั้นก็ได้ ขอบคุณนะครับคุณแม่” 

 

         “จ้า” 

 

         “ผมไปทำกับข้าวก่อนนะครับ” สองหนุ่มพยักหน้าก่อนเด็กน้อยจะวิ่งดุ๊กๆเข้าไปในครัว เสียงเจื้อยแจ้วดังมาไม่ขาด 

 

         “เฮ้อ..” 

 

         “ถอนหายใจทำไมยองเบ” 

 

         “ชั้นรู้สึกว่าแม่ชั้นจะชอบนายเป็นพิเศษ” 

 

         “แล้วยังไง” 

 

         “เปล่า..” 

 

         “อะไร? ก็พูดมาสิ” 

 

         “พ่อแกกับพ่อชั้นตอนนี้คุยเรื่องแปลกๆ” 

 

         “เรื่อง?” 

 

         “ทองแผ่นเดียวกัน” 

 

         “อะไรนะ” 

 

         “น่าจะให้ชั้นกับแกคบกันหรืออะไรซักอย่าง” 

 

         “หา!!! จะบ้าหรือไง!!” 

 

         “ชู่วววว อย่าเสียงดังนักสิ”ยองเบรีบตะครุบปากเพื่อนรักไว้แน่น ก่อนจะปล่อยออกจียงพึมพำขอโทษเบาๆ 

 

         “ก็แกกับซึงรี....” 

 

         “ใช่....แต่คนในครอบครัวชั้นไม่รู้นี่”ยองเบมีท่าทีเครียดอย่างเห็นได้ชัด 

 

         “ก็บอกสิ” 

 

         “ถ้ามันง่ายขนาดนั้น ชั้นบอกไปนานแล้วจียง” นั่นสินะ ถ้ามันง่ายขนาดนั้น ยองเบกับซึงรีคงไม่ต้องหลบๆซ่อนๆคบกันอย่างนี้หรอก ประมุขใหญ่ตระกูลทงนั้นระเบียบจัดและเนี้ยบมากถ้าไม่ใช่คนที่เอ็นดูจริงๆ หรือฐานะทัดเทียมกันก็แทบจะไม่อยากเสวนาด้วย ผิดกับคุณแม่ยองเบที่ทั้งสวยและใจดี 

 

         เห็นได้ชัดว่าประมุขใหญ่ตระกูลทงไม่พอใจทุกครั้งที่เห็นซึงรีและยองเบใกล้ชิดกันเกินกว่าเจ้านายและคนรับใช้ บางทีจียงก็เกลียดคนที่วัดค่าของคนที่ฐานะ แต่ก็นะในมุมมองของผู้ใหญ่คงจะอยากให้ลูกตัวเองได้กับคนดีๆ คนที่มีฐานะทัดเทียมกันไม่ใช่เจ้านายกับคนรับใช้แบบนี้ 

. 

. 

         “ผมว่าคราวหน้าถ้าเราออกรอบกันอีก คุณน่าจะพาลูกชายคนไปด้วยนะ” 

 

         “อ้าว!กลับมาแล้วเหรอคะคุณ กลับมาเหนื่อยๆนั่งรอก่อนนะ เดี๋ยวจะทำกับข้าวให้ทาน วันนี้หนูจียงก็อยู่ทานด้วย” 

 

         “คุณพ่อสวัสดีครับ” สองหนุ่มลุกสวัสดีคุณพ่อของทั้งคู่ ตระกูลควอนกับตระกูลทงสนิทสนมกันมานานตั้งแต่รุ่นปู่ 

 

         “จียงมานานรึยังลูก” 

 

         “พึ่งมาเย็นนี้เองครับคุณลุง จะสอบเข้ามหาลัยแล้วเลยให้ยองเบช่วยติวให้น่ะครับ” 

 

         “อ่า ดีๆ สนิทสนมกันไว้ อีกไม่นานก็เป็นทองแผ่นเดียวกัน ฮ่าๆ” พ่อของยองเบพูดพร้อมกับตบบ่าพ่อของเขา จียงขมวดคิ้วแน่น พวกผู้ใหญ่กำลังจะทำอะไร 

 

         “ทองแผ่นเดียวกัน?” 

 

         “เอ้อ! จริงสิ จียงยองเบมานี่สิลูกพ่อมีอะไรจะคุยด้วยหน่อย” 

 

         “จียง..พ่อว่าพ่ออยากให้ลูกหมั้นกับยองเบไว้นะลูก ไหนๆตระกูลทงกับตระกูลควอนก็สนิทกันมานาน พ่ออยากให้เราเป็นทองแผ่นเดียวกัน” 

 

         “พ่อ!!! ผมเป็นผู้ชายนะ!จะให้ผมหมั้นกับยองเบได้ยังไง! ผมไม่หมั้น!! หัวเด็ดตีนขาดยังไงผมก็ไม่หมั้น!” 

 

         “ทำไม คุณชายทงไม่ดีตรงไหน พ่อก็เห็นยองเบเค้าดูแลลูกดี ออกจะดีเกินเพื่อนเสียด้วยซ้ำ” 

 

          “ผมไม่หมั้น!” 

 

         “ถ้าไม่อยากหมั้น ไหนลองบอกเหตุผลให้พ่อกับลุงฟังสิ ถ้าฟังไม่ขึ้น ยังไงลูกก็ต้องหมั้นกัน” 

 

         เรื่องยองเบกับซึงรีเพราะผู้ใหญ่ไม่รู้ พอเห็นทั้งคู่ค้านหัวชนฝาว่าไม่หมั้น ประมุขใหญ่คุณชายทงจึงสอบถามถึงเหตุผลที่แท้จริง แล้วจะยอมยกเลิกการทาบทามคุณหนูควอนหมั้นในครั้งนี้ให้ หากไม่ได้เหตุผลที่แท้จริง ทั้งคู่คงโดนจับหมั้นเป็นแน่แท้ ยองเบไม่มีทางเลือกจึงบอกเรื่องซึงรีออกไป 

 

         หลังจากนั้นไม่นานยองเบก็ได้ขึ้นเป็นผู้บริหารธุรกิจของตระกูลทงก็ถูกคุณชายทง ฮยอนเบ ซึ่งเป็นประมุขใหญ่ ตัดขาดความสัมพันธ์ไม่มีการช่วยเหลือใดๆ ในเรื่องการทำงาน ไม่มีเงินสนับสนุน ไม่มีคำชี้แนะ 

 

         ส่วนซึงรีโดนส่งตัวไปที่อังกฤษ ประมุขใหญ่ตระกูลทงให้เหตุผลว่าบางทีอาจเป็นความรักแบบเด็กๆ 

 

          “พิสูจน์ความรักของพวกแกให้พ่อเห็นสิ ยองเบทำบริษัทให้รุ่งเรือง และถ้าแกยืนด้วยลำแข้งของตัวเองสำเร็จเมื่อไหร่ ชั้นจะอนุญาตให้แกรักกับซึงรีได้ 

 

         ส่วนซึงรีชั้นจะส่งแกไปเรียนที่อังกฤษ เลือกเรียนในสาขาที่แกชอบ และถ้าแกสามารถสร้างผลงานและยกตัวเองให้มีฐานะและชื่อเสียงเท่ากับคุณชายทงเมื่อไหร่ ชั้นจะอนุญาตให้แกรักกับยองเบได้ ที่สำคัญพวกแกต้อง “งด”ติดต่อกันในทุกๆทาง ห้ามคุย ห้ามเจอกัน ถ้าถึงวันที่แกทำสำเร็จแล้วใจของพวกแกไม่เปลี่ยนไปชั้นจะให้พวกแกรักกันอย่างเปิดเผยและที่สำคัญที่สุดห้ามใครยื่นมือมาช่วย หากบริษัทล้มก็ให้มันล้ม” 

 

            ประกาศิตนั้นทำให้ยองเบกับซึงรีต้องห่างกัน แม้แต่คุณนายทงก็ไม่อาจช่วยได้ 

 

         ยองเบและซึงรีต้องลำบากขนาดนี้เพื่อความรักของพวกเขา ทั้งคู่เชื่อใจในกันและกันแม้ไม่ได้เจอหน้าหรือไม่ได้คุยกัน ความพยายามและความอดทนของทั้งคู่ทำเอาจียงซาบซึ้งใจยิ่งนัก 

 

         และเขาเองที่ยื่นมือมาช่วยดูแลทั้งสอง จียงไม่ยอมให้ใครผู้หญิงคนไหนเข้าใกล้ยองเบ แม้จะมีข่าวลือเสียหายเขาก็ยอมหากมันจะทำให้ใครไม่กล้ายุ่งกับเพื่อนเขา ส่วนซึงรียามเขาอยู่อังกฤษเขาก็คอยไปมาหาสู่อยู่เสมอ ถึงแม้ประมุขใหญ่คุณชายทงจะไม่พอใจนักแต่จียงก็บอกว่า 

 

         “คุณลุงสั่งยองเบกับซึงรีห้ามเจอกัน แต่ไม่ได้สั่งจียงซะหน่อย”  นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทั้งคู่สามารถรับรู้ความเคลื่อนไหวกันได้แม้จะไม่ต้องเจอ ไม่ต้องคุย ไม่ต้องเห็นหน้า ผ่านทางเขานี่แหละ 

 

         “เสร็จแล้วครับ ซุปสูตรเด็ดฝีมือซึงรี” จียงหลุดออกจากภวังค์ รุ่นน้องร่างบางยิ้มโชว์เขี้ยวอย่างภูมิใจ

 

         “ว้าว น่าทานจัง” จียงตาวาวกับอาหารที่ซึงรีทำให้ทาน

 

         “อร่อย! อื้ม! ได้ข่าวว่าจะเปิด Gallery ใช่ไหมซึงรี”จียงกินไปพูดไป

 

         “ฮะ กำลังปรึกษากับอาจารย์อยู่ฮะ” ซึงรีเป็นนักเรียนศิลปะ วาดภาพหาเงินพิเศษ มีความตั้งใจอยากเป็นนักศิลปะที่มีชื่อเสียง แต่จียงก็คิดว่าตอนนี้ร่างบางก็ใกล้จะประสบความสำเร็จในชีวิตแล้ว ในเมื่อภาพวาดไหนที่ลงชื่อด้วย YBSR. มักจะเป็นภาพที่มีราคาสูงทั้งนั้น โดยเฉพาะเวลาประมูลภาพการกุศลภาพวาดของร่างเล็กก็ถูกประมูลไปด้วยราคาสูงลิบลิ่ว กลายเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงในลอนดอนอีกคนหนึ่ง

 

         และหากใครดูแต่ภาพและไม่เห็นคนวาดมักคิดว่าผู้วาดจะต้องเป็นคนแก่หัวหงอก มีหนวดเครายุ่งๆติสๆ เป็นแน่ แต่พอเจอตัวจริงแล้วทุกคนล้วนประหลาดทั้งสิ้น เมื่อคนที่วาดภาพเหมือนเดวิดได้งดงามราวกับจับรูปปั้นจริงมาตั้งในกระดาษเยี่ยงนี้เป็นเพียงเด็กหนุ่มชาวเกาหลี ร่างเล็ก ดูสะอาดสะอ้านคนนี้นั่นเอง..

 

         “แล้วตอนนี้ไปถึงไหนแล้วล่ะ”

 

         “คงต้องใช้เวลาประมาณครึ่งปีในการเตรียมทุกอย่างน่ะครับพี่จียง ให้ผมวาดภาพทุกวันก็ไม่ไหว อารมณ์ไม่เกิด ฮ่าๆ” ซึงรีพูดอย่างอารมณ์ดี 

 

         จียงเห็นซึงรีอารมณ์ดีเขาก็อารมณ์ดีตาม อดกลับมานั่งคิดไม่ได้ว่า หากเขากับคนรักต้องห่างกันแล้วไม่ได้เจอหน้า ไม่ได้คุยกัน ไม่ได้ติดต่อกัน เขาจะอดทนได้อย่างซึงรีไหม แล้วจะยิ้มสู้กับปัญหาได้อย่างที่ซึงรีทำได้หรือเปล่า

 

         จียงวางแผนจะใช้ชีวิตอยู่กับซึงรีซักหนึ่งอาทิตย์เพื่อปรับจิตใจของตนให้พร้อมเผชิญหน้ากับร่างสูง ความอดทนและร่าเริงของซึงรี ทำให้เขาเข้มแข็งขึ้น ร่างบางพาเขาเที่ยวตะลอนๆ พกเขาไปมหาวิทยาลัยด้วย พาเขาไปนั่งเฝ้าเจ้าตัววาดภาพที่สวนสาธารณะ รวมถึงพาเขาไปกินอาหารอร่อยๆ จียงเพียงหวังว่าถ้าเขากลับเกาหลีครั้งนี้ทุกอย่างจะต้องดีขึ้นเป็นแน่....เขาจะไม่หนีปัญหาอีกแล้ว

 

 

Place: กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ 

 

         พาดหัวข่าวขนาดใหญ่ในหนังสือพิมพ์ รวมไปถึงข่าวที่เกิดขึ้นในทีวีนั่น ทำเอาหญิงสาวที่ชื่อว่าลอล่าแทบดิ้นเร่าๆ อยู่ในร้านอาหารอิตาเลี่ยน 

 

         “เรือล่มในหนอง ทองจะไปไหน คุณชเวประกาศหมั้นสายฟ้าแลบกับคุณหนูควอน” 

 

         “ช็อค! คู่หมั้นคุณชเวถูกนางแบบปลายแถวตบ อ้างสิทธิ์คู่นอนแต่คุณชเวเมิน คุณนายชเวประกาศก้องลูกสะใภ้ชั้นมีคนเดียว คือ คุณหนูควอน จียง” 

 

         “เม้าท์แหลก!นางแบบปลายแถว อดีตเด็กเสี่ย ตัวอักษรย่อ “ล” บุกตบคู่หมั้นคุณชายตระกูลดังคางานประกาศตัวคู่หมั้น แต่ถูกฝ่ายชายเมิน ก่อนจะถูกบอดี้การ์ดคนสนิทของคุณชายตระกูลดังลากตัวออกไปสงบสติอารมณ์ แหม..คิดจะดังด้วยวิธีนี้ อาจจะดับโดยไม่รู้ตัวนะคะคุณน้อง คุณพี่ขอเตือน” 

 

         “ตัวจริงโผล่! ตัวปลอมออกไป คุณนายชเวประกาศลั่นลูกสะใภ้มีคนเดียวคือคุณหนูควอน!! อ่านต่อหน้า 33” 

 

         “ขอโทษนะครับ ใช่คุณลอล่าหรือเปล่าครับ” พนักงานเสริฟอาหารร้านดังถามขึ้น เมื่อเห็นผู้หญิงหุ่นนางแบบสวมแว่นตาดำนั่งกระฟัดกระเฟียดอยู่คนเดียวหลังจากอ่านข่าวหนังสือพิมพ์ และฟังข่าวจากโทรทัศน์ของร้าน 

 

         “อุ๊ย!นั่นไงเธอ นางแบบปลายแถวที่คิดจะจับคุณชเวทั้งๆที่ฝ่ายชายมีคู่หมั้นอยู่แล้วน่ะ” 

 

         “ต๊าย! หน้าไม่อายจริงเชียวเขามีคู่หมั้นอยู่แล้วยังจะไปยุ่งกับเขาอีก” เกิดเสียงซุบซิบนินทาขึ้นภายในร้านหลังจากพนักงานคนนั้นถามเธอ ทำไมเรื่องถึงเป็นอย่างนี้ได้ นางเป็นคู่ควงซึงฮยอนมานานใครๆก็รู้แต่ดันถูกเด็กที่ไหนไม่รู้มาแย่งไป อีกทั้งนักข่าวแทนที่จะเข้าข้างตนกลับไปเข้าข้างนังเด็กนั่นเสียนี่ 

 

         “อะ..เอ่อ...ชั้นไม่ใช่! ไม่ใช่ลอล่า อะนี่เงิน” หญิงสาววางเงินลงบนโต๊ะก่อนจะรีบเดินออกไปท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทา   

 

         ตั้งแต่มีข่าวนี้เกิดขึ้นก็ทำเอานางแบบสาวกระแสตกวูบกันเลยทีเดียว เอเจนซี่ที่ไม่ค่อยจะจ้างนางอยู่แล้วตอนนี้ก็เลิกจ้างทั้งหมด ควอน จียง...ในเมื่อนายทำให้ชั้นต้องตกอับแบบนี้อย่าคิดว่าจะอยู่อย่างสงบเลย! ในเมื่อชั้นไม่ได้ แกก็ต้องไม่ได้เหมือนกัน!! นางแบบสาวคิดอย่างมาดมั่น 

  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว