facebook-icon

ขอบคุณมากค่าที่ติดตามผลงานของไรท์ ถ้าฟินโดนใจ ช่วยกด "ถูกใจ" ให้ด้วยนะคะ จุ๊บๆ

บทที่ 5 เนื้อคู่มาเกิดแล้วจ้ะ

ชื่อตอน : บทที่ 5 เนื้อคู่มาเกิดแล้วจ้ะ

คำค้น : วงล้อแห่งรัก, หัวใจในตะวัน, เอลยา, นิยายโรมานซ์, โรแมนติก, อีโรติก, นายหัว, กรุ่นรักไอปรารถนา, กรุ่นกลิ่นอราบิก้า, #นิยายโรมานซ์ฟินจิกหมอน , #นิยายอีโรติค

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.1k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ค. 2563 14:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 เนื้อคู่มาเกิดแล้วจ้ะ
แบบอักษร

ทศวรรษไปรับพลอยพิศุทธิ์ไปทานอาหารกลางวันเสร็จตามคำสั่งของคุณนายไขแข จากนั้นก็ขับรถกลับไปบ้านเพราะคุณนายแม่ได้สั่งต่อให้ไปหา เห็นว่าเขาตามใจท่านหน่อยก็สั่งเอาสั่งเอาจริงๆ ทีพี่ชายเขาล่ะเกรงใจกันเหลือเกิน เขาแบ่งงานกับพี่ชาย ไม่ขอยุ่งเรื่องการบริหารและจัดการในออฟฟิศ ขอทำด้านที่ถนัดคือการควบคุมดูแลเครื่องจักร เขาชอบทำงานกับเครื่องยนต์มากกว่ากับ คน เพราะคนมีปาก...ทศวรรษเป็นพวกความอดทนต่ำและขี้รำคาญพวกปากมาก ทำงานกับเครื่องจักรสบายใจกว่าเป็นไหนๆ

เมื่อไปถึงที่คฤหาสน์ของคุณนายแม่ ซึ่งอยู่กับวัศภัทร ส่วนทศวรรษชอบอยู่คอนโด ขนาดเขาอยู่คอนโด คุณนายแม่ยังหาเรื่องเรียกใช้ได้ตลอดเวลาอย่างที่เห็น ไม่เกรงใจมั่งเลยว่านี่มันวันเสาร์ที่วิศวกรก็อยากจะนอนพักเหนื่อยบ้างไรบ้างเหมือนกัน

"มาพอดี เข้ามาเลยเจ้าเล็ก"

เสียงมารดาดังขึ้นทันทีที่ร่างสูงของทศวรรษเดินเข้าไปอยู่ในรัศมีของสายตาของท่าน ห้องโถงหรูที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หลุยส์ของแท้ไม่ใช่สั่งเอาแถวชานเมือง ทศวรรษยกมือไหว้ตามนิสัยที่ถูกฝึกมาอย่างเคร่งครัดจากคุณนายไขแข แม้แต่สามีชาวอเมริกัน คุณนายยังสอนให้เขาไหว้อย่างไทยเลย! โชคดีที่เวลานี้บิดาได้ถวายบังคมลาขึ้นไปรออยู่บนสวรรค์ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว

ร่างท้วมผิวขาว ผมดำสนิทผ่านการย้อมอย่างไม่ยอมให้ใครเดาอายุได้ว่าคุณนายอายุเข้าเลขไหนแล้ว ใบหน้าอิ่มเอิบตามประสาคนอยู่ดีไม่มีเรื่องให้เดือดเนื้อร้อนใจ ท่านนั่งที่โซฟาตัวยาว ไม่ได้อยู่ตามลำพัง มีหญิงสาวหน้าตาดี ผมยาว ผิวออกสีเหลืองนวลคล้ายสีเทียนผึ้ง สวมชุดขาวนั่งอยู่ด้วย ตรงหน้าบนโต๊ะเตี้ยมีไพ่ยิปซีเปิดอยู่

ทศวรรษไม่แปลกใจ เพราะบ้านนี้มักมีพวก หมอเฉพาะทาง มาเยือนบ่อยๆ อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นหมอดูลายมือ หมอดูลายเท้า หมอดูไพ่ป๊อกไพ่ยิปซี และสารพัดหมอ จนทศวรรษนับนิ้วไม่พอ

แต่ยกเว้นหมอจริงๆ ที่คุณนายไขแขโชคดีไม่ค่อยได้เชิญมาบ่อยๆ เพราะสุขภาพกายแข็งโป๊กและฟิตเปรี๊ยะด้วยสารพัดอาหารเสริม ส่วนสุขภาพทางจิตนั้นก็แข็งแกร่งด้วยกำลังบุญ ก็อาศัยการทำบุญทำกุศลกับวัดวาอารามและทุกบุญที่มีคนนำมาบอกกล่าว คุณนายไขแขเป็นสายเปย์และสายเทหมดหน้าตัก ชายหนุ่มไปนั่งลงบนโซฟาตรงกันข้าม

"ไปทานข้าวกับหนูพลอยเป็นไงมั่งลูก"

ท่านถามทันที คุณนายเป็นคนจำแม่นเวลาออกคำสั่งกับใครก็ไม่เคยลืมที่จะติดตามผล

"ก็อิ่มดีครับ" เขาตอบหน้าซื่อ จึงถูกค้อนคว่ำด้วยความหมั่นไส้จากผู้เป็นแม่

"แม่หมายถึงหนูพลอยเขาเป็นยังไงบ้าง"

"เขาก็กินอร่อยดีนี่ครับ" ทศวรรษตอบเล่นลิ้นต่อไป แสร้งทำเป็นไม่เข้าใจคำถาม

"นี่แหละที่ฉันขี้เกียจพูดกับแก ตาเล็ก! เอาล่ะหนูพริม ดูให้ตาเล็กของป้าหน่อยสิว่า เมื่อไหร่เนื้อคู่จะมาเกิดเสียที อยากจะอุ้มหลานเต็มทีแล้ว เจ้าเฟิสต์ก็มัวแต่ทำงาน ไม่ได้ดั่งใจสักคนเจ้าพวกนี้"

มารดาถือโอกาสบ่นลูกชายไปในตัว ลูกชายคนโตสามีชาวอเมริกันเป็นคนตั้งชื่อเล่นให้ ส่วนคนที่สองเธอของตั้งบ้าง จึงเป็น เฟิสต์กับเล็กอย่างที่เห็น ทศวรรษส่ายหน้าทันที

"ผมขอไม่ดูครับแม่ เนื้อคู่ผมไม่มีหรอก ผมเป็นคนดวงเดี่ยวๆ ไม่เกี่ยวกับใครครับ"

ชายหนุ่มรีบปฏิเสธและยิ้มให้กับหมอดูไพ่ยิปซีอย่างสุภาพ หมอดูหน้าหวานดีเหมือนกัน เพิ่งสังเกตเห็นเมื่อมองเป็นครั้งที่สอง เออหนอ...เป็นประเภทคนสวยงมงายไปอีกคน! หน้าตาก็ดี ดันมาหัวโบราณเหมือนกับ สาวกหมอดู ที่เขาเพิ่งเจอเมื่อเช้านี้

"ไหนว่าไม่สนใจเรื่องดวง แล้วแกไปดูที่ไหนมายะ ถึงรู้ว่าดวงแกมันคี่ ไม่มีคู่น่ะเจ้าเล็ก"

มารดาเป็นคนเก่งมากในเรื่องตีความ ท่านแปลประโยคของเขาได้อย่างฉับพลันทันทีอย่างที่เห็น ซึ่งทศวรรษก็ยังแปลไม่ทันท่านเลย...ให้ตายเถอะ

"อืม...หมอดูทางไกลครับ"

ชายหนุ่มโกหก ใจกระหวัดคิดไปถึง สาวกหมอดูคนหน้าใสตาซื่อ เจ้าหล่อนแอบชอบเจ้านายตัวเอง อย่างนี้ก็มี เขาคิดว่าจะมีแต่ในละครเสียอีก ชีวิตคือละคร มารดาชอบพูดคำนี้นัก

"แอปไหนบอกมาซิ"

มารดาถามอย่างสนใจ แถมทันสมัยอีกต่างหาก รู้ด้วยว่าทุกวันนี้มันมีแอปพวกนี้ ทศวรรษไม่รู้จักอยู่แล้ว เพราะไม่เคยสนใจ...

"ผมลืมไปแล้วครับ"

เอ่ยตัดบทให้จบๆ ไป แล้วก้มมองนาฬิกา บ่ายสองโมงแล้ว วันเสาร์แห่งชาติกำลังจะหมดไปเพราะความกตัญญูที่มีต่อคุณนายไขแข วันเสาร์เพื่อแม่... พวกเพื่อนสนิทมันชอบล้อเขาด้วยประโยคนี้

"เอาล่ะๆ คุยกับแกมันไม่ได้เรื่องได้ราวเลยสักอย่าง หนูพริมช่วยดูให้พี่เขาทีเถอะ" คุณนายหันไปบอกกับหญิงสาว

พริมรสา ยิ้มแล้วพยักหน้าหลังจากที่นั่งเงียบ ฟังมารดากับลูกชายเขาต่อปากต่อคำกัน เธอมาดูให้คุณนายไขแขบ่อยๆ เพราะท่านติดใจความแม่นยำ พริมรสารักศาสตร์ด้านนี้ เธอทำเป็นอาชีพตั้งแต่เรียนมัธยม มีมารดาเป็นครูผู้สั่งสอนวิชาความรู้ให้ตั้งแต่เด็กก่อนที่ท่านจะจากไปอย่างสงบเมื่อตอนที่พริมรสาเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีหนึ่ง และที่สำคัญ เธอมีความสามารถพิเศษทางจิตด้วย แต่จะไม่ใช้หากไม่จำเป็นจริงๆ เพราะต้องการใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาทั่วไป

พริมรสาเรียนเอกภาษาอังกฤษ เวลานี้จึงสามารถดูดวงให้ลูกค้าชาวต่างชาติทางโซเชียลได้ด้วย มีรายได้เป็นกอบเป็นกำและสร้างเนื้อสร้างตัวได้มาหลายปีแล้ว มีบ้านและรถยนต์เป็นของตัวเองโดยไม่มีหนี้สินใดๆ ทั้งสิ้น เธอถือว่าตนเองโชคดีที่สามารถทำในที่รักและถนัดให้เป็นเงินเป็นทองและเป็นอาชีพเลี้ยงตัวเองได้

ชีวิตในทุกๆ วันของพริมรสาเต็มไปด้วยความสุขเรียบง่าย สามารถไปฮอลิเดย์ได้ทุกที่ที่อยากไป แต่พริมรสารักเมืองไทยมาก จะเที่ยวแต่ในประเทศเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีที่ไหนสวยเท่าเมืองไทยอีกแล้ว เที่ยวเมืองไทยไม่ให้เงินทองรั่วไหลออกนอก... นั่นคือการตอบแทนแผ่นดินอันเป็นที่รักได้อีกทางหนึ่ง

"สับไพ่ค่ะ" หญิงสาวส่งไพ่ให้คนที่นั่งโซฟาตรงกันข้าม ใบหน้าหล่อประมาณนายแบบแถวหน้าของตะวันตกเลย ผิวสีแทน พริมรสาเคยเห็นเขาครั้งนี้เป็นครั้งแรก ทราบว่าคุณนายมีสามีชาวอเมริกันและมีลูกชายสองคน คนโตนั้นเห็นว่าชื่อ เฟิสต์ แต่พริมรสาไม่เคยเห็นหน้าสักครั้งเวลามาที่นี่

"ผมมีธุระต้องไปทำต่อครับแม่"

ชายหนุ่มทำท่าอิดออดไม่อยากดูดวง เพราะไม่เชื่อ คิดว่าหมอดูคู่หมอเดาอย่างที่เขาพูดกันนั่นแหละ

"ถ้ารีบก็อย่ามัวพูดมาก เอ้า สับไพ่ซะ เร็วๆ"

มารดาออกคำสั่งทันที ทำให้ทศวรรษไม่มีทางเลือก จึงรับไพ่มาสับสองทีอย่างแกนๆ แล้วส่งคืนให้แม่หมอ เธอบอกให้เลือกไพ่สามใบ เขาก็ทำตาม หยิบปรื๊ดๆ ส่งให้อย่างไม่เสียเวลาเลือก

"ไม่ต้องดูมากหรอกครับ ดวงผมมันพื้นๆ เนื้อคู่ไม่มาเกิด เห็นว่าเขาจะขอพักร้อนสักชาติหนึ่งก่อน"

ทศวรรษแกล้งเอ่ยกับแม่หมอ เห็นแอบยิ้มกับประโยคของเขา ทศวรรษยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเพื่อส่งสัญญาณให้แม่หมอว่า รีบหน่อย...

"อืม...เนื้อคู่ของคุณมาเกิดแล้วล่ะค่ะ เธอเป็นคนตัวขาวบาง อายุอ่อนกว่าคุณ ทำงานเกี่ยวกับผ้า อืม...หรือไม่ก็มีชื่อเกี่ยวกับผ้า..."

แม่หมอเอ่ยทำนายทายทักตามไพ่ที่ออกมา ทศวรรษหัวเราะหึในลำคอ คิดว่าแม่หมอฉลาดและไหวพริบใช้ได้เลยทีเดียว ก็บ้านเขาทำโรงงานผ้านี่นะ! อย่างนี้เองมารดาถึงติดใจถึงกับให้เข้ามาดูถึงในบ้านแบบนี้

"อ้อ...ครับ" ทศวรรษรับทราบอย่างง่ายๆ มองนาฬิกาแล้วขยับตัวลุกขึ้น มารดาถึงกับส่งสายตาเขียวปัดมาให้

"เสียมารยาทอีกแล้วนะตาเล็ก...หนูพริมอย่าถือสาพี่เขาเลยนะ เอาล่ะ จะไปไหนก็ไป วันเสาร์อาทิตย์คิดว่าจะได้อยู่เห็นหน้าและกินข้าวกินปลากับลูกมั่ง แต่ฉันมันคนอาภัพ มีลูกก็เหมือนไม่มี"

คุณนายแม่ทำเสียงบ่นถือโอกาสดราม่าใส่ลูกชายคนเล็ก

"เย็นนี้ผมจะมาทานข้าวด้วยครับ ขอไปธุระสักสองสามชั่วโมงนะครับแม่ ขอบคุณครับ...คุณหมอ"

ทศวรรษกล่าวเสร็จก็เดินไปหอมแก้มมารดาทั้งสองข้าง เพื่อไม่ให้ท่านด่าต่อ ซึ่งก็ได้ผลทุกครั้ง ร่างสูงเดินก้าวยาวๆ ออกไปทันที แต่นาทีต่อมาเขาก็กลับมาโผล่ที่ประตูอีกครั้ง

"...คุณนายครับ ชื่อพลอยพิศุทธ์นี่ไม่เห็นเกี่ยวกับเสื้อผ้าเลย คนนี้คงไม่ใช่เนื้อคู่ผมสินะ" เขาตะโกนพูดกับผู้เป็นแม่แล้วก็เดินผิวปากหวือจากไป

"ดู๊เถอะหนูพริม...ลูกชายป้า"

คุณนายไขแขบ่นพลางส่ายหน้าระอา

ความคิดเห็น