facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.2k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ม.ค. 2563 00:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1
แบบอักษร

ตรุษจีนปีนี้ ได้สามีถึงสาม 

บทที่ 1 

 

ก้านตองเป่าปากระบายความตื่นเต้นขณะที่เขายืนอยู่หน้าประตูรั้วของบ้านหลังใหญ่ ซึ่งอันที่จริงควรจะเรียกว่าคฤหาสน์เสียมากกว่า ดูสิ ขนาดแค่ประตูรั้วยังดูหรูหรากว่าชีวิตของก้านตองทั้งชีวิตเสียอีก นี่ยังไม่นับกำแพงด้านนอกที่สูงท่วมหัวจนมองไม่เห็นด้านในนั่นยิ่งทำให้อยากรู้ความยิ่งใหญ่ที่ซ่อนอยู่

คฤหาสน์หลังนี้คือสถานที่ทำงานของก้านตองนับจากที่เขาเรียนจบปริญญาตรีสาขาคหกรรม ชายหนุ่มร่างผอมบางหน้าตาค่อนไปทางหวานเหมือนผู้หญิงมากกว่าเพศของตนเอง ตั้งแต่เรียนจบก้านตองก็ตกงานมาเกือบครึ่งปีจนเงินเก็บเริ่มร่อยหรอทั้งที่เขาประหยัดสุดชีวิต ความยากจนกับก้านตองเป็นของคู่กันเพราะเขาเป็นเด็กกำพร้าที่ต้องหาทุนเล่าเรียนส่งเสียตนเองมาตั้งแต่เด็ก ดีที่มีฝีมือด้านทำอาหารจึงพอจะหางานพิเศษทำเล็กๆน้อยๆได้บ้าง เขากู้เงินกยศ.มาเรียนจนจบและคงต้องเริ่มหางานที่เหมาะสมเพื่อเก็บเงินใช้หนี้ในอนาคต

“งานอื่นไม่มีเลยหรือครับ”

เขาเอ่ยถามเจ้าหน้าที่บริษัทจัดหางานเมื่อรู้ว่ามีงานนี้มา แต่เจ้าหน้าที่คนนั้นส่ายหน้า

“เศรษฐกิจอย่างนี้หางานยากนะน้อง โรงงานก็พากันปิดตัว ลูกจ้างก็ถูกลอยแพ มีงานนี้แหละดีที่สุดแล้ว เป็นพ่อบ้านดูแลความสะอาดและเป็นพ่อครัวไปด้วย มีห้องพักฟรีกินอยู่ในบ้าน ค่าใช้จ่ายไม่ต้องเสียสักบาท ค่าจ้างเดือนละสองหมื่น น้องจะหาที่ไหนอีก เสียอย่างเดียว...”

“อะไรหรือครับพี่”

“นายจ้างออกจะเรื่องเยอะไปนิด ส่งใครไปก็ไม่ถูกใจ ทำอาหารไม่อร่อยบ้างล่ะ ไม่สะอาดบ้างล่ะ จัดโต๊ะไม่ถูกบ้าง โอ๊ยสารพัด จนลูกจ้างถูกไล่ออกมาหลายคนแล้ว แต่พี่เห็นน้องเรียนมาด้านนี้โดยตรง ก็ลองไปทำดูหน่อยเถอะ นึกว่าสงสารพี่ ไม่รู้จะส่งใครไปแล้วเนี่ย”

เพราะเหตุนี้เองก้านตองถึงได้มายืนอยู่หน้าประตูรั้วแห่งนี้ในวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันที่นายจ้างในมารายงานตัว อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้เมื่อไม่รู้ว่าต้องเผชิญกับอะไรบ้าง

“เอาวะไอ้ตอง มาถึงขั้นนี้แล้ว”

ปลอบใจตัวเองให้หายกังวลก่อนจะเอื้อมมือไปกดกริ่ง ไม่นานเขาก็เห็นคล้ายกล้องวงจรปิดเหนือประตูรั้วกำลังจับภาพใบหน้าของเขาอยู่ ก้านตองจึงได้เอ่ยเสียงดังพอให้ไมโครโฟนได้ยิน

“สวัสดีครับ ผมชื่อก้านตอง บริษัทจัดหางานส่งผมมาที่นี่ครับ”

ประตูรั้วเปิดเอง อาจจะด้วยรีโมทคอนโทรลจากคนในบ้าน ก้านตองหิ้วกระเป๋าเป้ที่มีของใช้ส่วนตัวไม่มากนักเดินผ่านประตูรั้วเข้าไป และเมื่อเห็นทุกอย่างกับตาเขาถึงกับอ้าปากค้าง

ภายในเนื้อที่กว้างขวาง ด้านหน้ามีสนามหญ้าและต้นไม้ประดับประดา ตัวบ้านสองชั้นหลังใหญ่จนเดาเนื้อที่ไม่ถูก ด้านข้างมีสระว่ายน้ำสีฟ้าสะท้อนแสงแดด และคล้ายกับกำลังมีคนแหวกว่ายให้ได้ยิน ถัดไปเป็นโรงรถที่มีรถยนต์ราคาแพงจอดอยู่หลายคัน

“แม่เจ้า รวยจัง”

ก้านตองเดินขาสั่นตรงไปยังตัวบ้าน เขายังต้องก้าวขึ้นบันไดอีกสามสี่ขั้นด้านหน้าเพื่อเข้าไปสู่คฤหาสน์หรูหรา ได้ยินเสียงโทรทัศน์เปิดอยู่ในห้องโถงด้านหน้า ก้านตองจึงรีบเอ่ยด้วยความตื่นเต้น

“สวัสดีครับ ผมชื่อก้านตอง บริษัทจัดหางานส่งผมมาเป็นพ่อบ้านที่นี่ครับ”

ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงขยับกายของคนที่นั่งอยู่หน้าโทรทัศน์ เป็นผู้ชายร่างสูงหันหลังให้กับก้านตอง มองดูก็รู้ว่าการแต่งกายนั้นเนี้ยบน่าดู แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ตาม และเมื่อเจ้าของบ้านหันหน้ามาก้านตองก็ถึงกับตกตะลึง

หล่อ หล่อจัดๆ หล่อวัวตายควายล้ม

ผู้ชายคนนี้ต้องสูงเกินร้อยแปดสิบเซ็นติเมตรแน่ๆ หน้าตาดูออกว่ามีเชื้อสายจีน เขาสวมเสื้อผ้าแบรนด์เนมเหมาะกับบุคลิกเงียบขรึมมีความเป็นผู้นำน่าเกรงขาม

“พ่อบ้านคนใหม่มาแล้วเหรอ”

ไม่ใช่เสียงของคนที่ยืนตรงหน้า หากแต่เจ้าของเสียงกลับเดินออกมาจากด้านในของตัวบ้าน ก้านตองต้องเบิกตากว้างอีกครั้งกับชายหนุ่มคนที่สอง เขาคนนี้รูปร่างสูงไม่แพ้คนแรก หน้าตาหล่อเหลาคล้ายกันแต่ว่าไว้ผมยาวระต้นคอมัดรวบหลังท้ายทอย แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าทอจากเส้นใยธรรมชาติ ดวงตาที่ทอดมองมาคล้ายกับกำลังพิจารณาไปถึงกระดูกของก้านตองเลยทีเดียว

“ไหนๆ หวังว่าคนนี้จะดีจริงอย่างที่บริษัทหางานรับรองมานะ”

ใครอีกคนโผล่พรวดออกมาจากทางไหนก็ไม่รู้ แต่ถึงกับทำให้ก้านตองแทบสำลักน้ำลายของตัวเอง เพราะคนล่าสุดนี้น่าจะมาจากสระว่ายน้ำเพราะมีเพียงผ้าเช็ดตัวพันท่อนล่างไว้หมิ่นเหม่ เนื้อตัวมีน้ำเกราะพราว ที่สำคัญผู้ชายคนนี้มีรอยยิ้มเป็นอาวุธ เพราะขนาดก้านตองเป็นผู้ชายยังคิดเลยว่าช่างเป็นรอยยิ้มที่บาดใจเหลือเกิน ร่างสูงมีกล้ามเนื้อฟิตเฟิร์มอย่างคนขยันออกกำลังกาย เขาเดินตรงเข้ามาสบตาใกล้ก้านตองพร้อมดวงตาพราว

“ชื่ออะไรนะ ตะกี้ฟังไม่ถนัด”

“เอ่อ ผมชื่อก้านตองครับ เรียกว่าตองก็ได้ เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย”

ก้านตองสะดุ้งรีบตอบคำถาม ผู้ชายคนแรกที่ก้านตองเห็นเดินตรงเข้ามาดึงไหล่ของผู้ชายคนที่สามให้ออกห่างจนก้านตองพอจะหายใจทั่วท้องได้บ้าง

“เอาล่ะ ก้านตอง วันนี้คือวันแรกที่เธอจะได้ทำงานที่นี่” เสียงของเขาช่างทุ้มฟังดูหนักแน่น “ขอแนะนำตัวให้เธอรู้จักก่อนนะ บ้านหลังนี้มีสมาชิกพวกเราทั้งสามคนที่เป็นพี่น้องกัน ฉันเป็นพี่คนโตชื่ออี้”

ก้านตองรีบจดจำ พี่คนโตท่าทางเป็นผู้นำ หน้าตาเคร่งขรึม เมื่อแนะนำตัวแล้วเขาจึงชี้ไปทางร่างสูงที่เปลือยท่อนบนเจ้าของยิ้มเจ้าเสน่ห์

“คนนี้เป็นน้องชายคนกลางชื่อเอ้อ ส่วนคนนี้” อี้หันไปทางคนสุดท้ายที่ไว้ผมยาว “เป็นน้องคนสุดท้องชื่อซัน”

 

ก้านตองได้พักในห้องเล็กๆ ที่อยู่ชั้นล่างสุดทางด้านหลังของตัวบ้าน ไม่ได้ลำบากเลยสำหรับเขาเมื่อได้เห็นห้องขนาดใหญ่กว่าหอพักที่เขาเคยเช่าอยู่ด้วยซ้ำ มีเตียงเดี่ยวตั้งอยู่พร้อมตู้เสื้อผ้าและโต๊ะวางของ แถมโชคดีที่มีห้องน้ำเล็กๆในห้องอีกต่างหาก เขารีบโทรไปหาเจ้าหน้าที่จัดหางานทันที

“พี่ครับ พี่พอจะมีข้อมูลเจ้านายทั้งสามของผมไหม”

“อืม เท่าที่พี่พอรู้จากคนที่พี่ส่งไปกลับมาเล่าให้ฟังนะน้อง บ้านนี้เขาเป็นลูกครึ่ง พ่อเป็นนักธุรกิจคนจีนแม่เป็นคนไทย รวยมากๆ แต่ทั้งคู่น่ะอยู่ต่างประเทศปล่อยให้ลูกอยู่เมืองไทยกัน คนโตเขาสืบทอดงานของครอบครัวนี่แหละ คนกลางเห็นว่ากำลังเรียนปริญญาโทนะ ส่วนคนเล็กเหมือนจะแหวกแนวไปเรียนสายศิลปะยังไปจบป.ตรีเลย พี่รู้แค่นี้แหละ โชคนี้นะน้อง อยู่ให้เกินสัปดาห์นะ อย่าโดนส่งคืนมาซะก่อน”

อย่างน้อยก็ยังมีข้อมูลคร่าวๆมาบ้าง ก้านตองตั้งใจจะทำงานให้สุดฝีมือ เขาเริ่มต้นจากการทำอาหารมื้อกลางวันให้คุณชายทั้งสาม แม้จะไม่มีคำชมแต่ดูเหมือนจะไม่มีใครบ่นเรื่องรสชาติ

ผ่านไปได้สามวันโดยสวัสดิภาพ ก้านตองรู้สึกเหมือนเขาเป็นเป้าสายตาของผู้ชายสามคนตลอดเวลาหากพวกเขาอยู่บ้าน หากพวกเขาอยู่ด้วยกันบางทีก็ลอบสบตากันเหมือนจะสื่อความหมายที่ก้านตองไม่เข้าใจ นั่นอาจจะเป็นการประเมินผลงานของพ่อบ้านอย่างเขาโดยไม่ให้ก้านตองรู้ก็เป็นได้

พอจะเริ่มจับทางได้แล้ว อี้เป็นนักธุรกิจแสนฉลาด เขามักจะหาข้อมูลทางเศรษฐกิจอยู่ตลอดเวลา เอ้อเป็นหนุ่มสายปาร์ตี้ บางคืนเขาจะกลับดึกพร้อมกับกลิ่นเหล้าอ่อนๆ ส่วนซันมักจะมีโลกส่วนตัวสูง เขามักจะขลุกอยู่ด้านหลังของตัวบ้านที่สร้างขึ้นคล้ายโกดังเล็กๆสำหรับให้เขาสร้างสรรค์งานศิปละ

“ตอง ตอง หิวจัง ทำอะไรก็ได้ให้กินหน่อย”

“คร้าบคุณเอ้อ”

ก้านตองรีบวิ่งไปที่ห้องครัวเมื่อได้ยินเสียงเอ้อ เมื่อคืนชายหนุ่มคงจัดหนักไปหน่อยวันนี้ถึงได้ตื่นสาย ในขณะที่อี้ไปทำงานและซันไปมหาวิทยาลัย”

“คุณเอ้อรอแป๊บนึงนะครับ หิวมากหรือเปล่าเดี๋ยวผมทำข้าวไข่เจียวหมูสับให้”

ในบรรดาหนุ่มๆ เอ้อกินง่ายอยู่ง่ายที่สุด เรื่องน้อยที่สุด ชายหนุ่มหาวหวอดตรงมาที่โต๊ะอาหารเท้าคางเคาะโต๊ะมองมาทางก้านตองที่ใส่ผ้ากันเปื้อนกำลังตีไข่ก่อนจะเทใส่กระทะ  กลิ่นหอมยั่วน้ำลายอบอวนไปทั่วห้องครัว เขาใช้ตะหลิวพลิกไข่ไปอีกด้านจนกระทั่งมันได้ที่

“หอมจังเลยตอง”

ก้านตองสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเอ้อดังอยู่ด้านหลังเขานี่เอง เขารีบตักไข่ใส่จานที่เตรียมไว้ใกล้ๆ

“เสร็จแล้วครับคุณเอ้อ อุ๊บ”

เมื่อหันหลังกลับไปก็พบว่าเอ้อยืนอยู่แทบจะชิดเขาอยู่แล้ว เอ้อใช้มือหยิบไข่เจียวส่วนหนึ่งใส่ปากของเขาทั้งที่สายตายังจ้องก้านตองอยู่

“อร่อย ตองทำอะไรก็อร่อยทุกอย่าง ลองชิมฝีมือตัวเองไหม”

เอ้อดึงไข่เจียวมาอีกชิ้น เขาส่งมันมาแตะอยู่ที่ริมฝีปากของก้านตองจนต้องเผยอปากรับมันเข้ามา แต่เอ้อกลับใช้ปลายนิ้วลอดริมฝีปากตามเข้ามาด้วย

“อะ คุณเอ้อ”

รอยยิ้มเจ้าเสน่ห์เกิดขึ้นบนใบหน้า จานใส่ไข่เจียวถูกดึงจากมือไปวางบนโต๊ะใกล้ๆ ก่อนที่มือข้างนั้นจะโอบเอวของก้านตองอย่างถือวิสาสะทำเอาเจ้าตัวสะดุ้งโหยงจนปากงับปลายนิ้วที่ยังสอดอยู่ในโพรงปาก

“อื้อ”

“อร่อยไหมตอง นิ้วของฉันน่ะ”

หัวใจของก้านตองเต้นรัวยิ่งกว่าเพลงจังหวะร็อค เขาตัวสั่นเพราะไม่รู้ว่าเอ้อต้องการอะไรกันแน่ ดวงตาพราวระยับของเอ้อจับจ้องมองหน้าของเขาขณะที่เจ้าตัวใช้นิ้วกวาดไปทั่วโพรงปาก กระพุ้งแก้มของก้านตอง แปลกที่การกระทำนี้กำลังทำให้ก้านตองมวนท้อง

“อยากชิมตองบ้างจัง”

ไม่พูดเปล่าเมื่อเจ้าตัวก้มหน้าลงมาทันใด ก้านตอเบิกตากว้างเมื่อนิ้วที่อยู่ในโพรงปากบังคับให้เขาเผยอกว้างอ้ารับเมื่อเอ้อประกบปากลงมา ลิ้นร้อนเปียกชื้นสอดตามนิ้วมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับกวาดไปทั่วจนก้านตองแทบหยุดหายใจ

“อื้อ อึก”

ดิ้นไม่ได้!

วงแขนที่โอบอยู่ตรงเอวแข็งแรงเกินไป แถมเอ้อยังใช้ขาเกี่ยวข้อเท้าของเขาจนขยับไม่ได้ ในขณะที่ช่องปากก็ยังถูกจู่โจมหนักหน่วงจนก้านตองแทบหมดแรง เหงื่อไหลเต็มแผ่นหลัง

“คะ คุณเอ้อ”

ถึงกับสำลักเมื่อเอ้อผละลิ้นออกมา ก้านตองต้องใช้มือเกาะไหล่หนาของอีกฝ่ายไว้ หน้าของเขาร้อนเห่อไปหมด

“คุณเอ้อ ทำอย่างนี้ทำไมครับ”

ถามแทบไม่มีเสียง ปากสั่นระริก เอ้อมองอย่างชอบใจ

“ก็บอกแล้วว่าอยากชิมตองว่าจะอร่อยเหมือนอาหารที่ทำหรือเปล่า กลัวเหรอ เหงื่อไหลเปียกเสื้อไปหมด”

ร่างสูงผลักจนเอวของก้านตองชิดอยู่กับโต๊ะอาหารไร้ทางหนี เอ้อค่อยๆปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีอ่อนที่ก้านตองใส่อยู่ พยายามแล้วที่จะผลักไสมือใหญ่นั้นออกแต่ไม่สำเร็จ

“คุณเอ้อ อย่า..”

“ไม่เอาน่าตอง”

เสื้อเชิ้ตใต้ผ้ากันเปื้อนถูกถอดไปอย่างรวดเร็ว ผิวกายของก้านตองนวลเนียนสมชื่อ เอ้อมองด้วยความพึงพอใจพร้อมกับใช้มือแตะลงที่ซอกคอของก้านตอง

“คิดไว้แล้วว่าตองต้องสวยแบบนี้”

“ผะ ผมเป็นผู้ชาย”

“ผู้ชายก็สวยได้ อย่างตองนี่ไงล่ะ”

เขาซุกหน้าลงมาตรงซอกคอแล้วเม้มด้วยปาก ก้านตองเผลอปล่อยเสียงออกมาด้วยความอับอาย เอ้อกดเอวลงมาจนก้านต้องต้องเอนกายไปกับโต๊ะอาหารโดยมีเอ้อที่โน้มร่างติดต่อ เขาขบเม้มไล่ต่ำและใช้ลิ้นดันผ้ากันเปื้อนจนถึงยอดอกจึงค่อยรัวใส่

“โอ๊ะ คุณเอ้อ ไม่”

ก้านตองตาเหลือกผวาทันที แต่ยิ่งเข้าทางเมื่อกลายเป็นตนเองบดเบียดใส่อกหนาของเอ้อ มือร้อนบีบต้นขาของเขาพลางเลื่อนสูงเรื่อยๆ จนกลายเป็นตะปบใส่เป้ากางเกง

“ฮึก อย่า”

เอ้อบีบคลำขยำผ่านเนื้อผ้า ท่อนขาของก้านตองสั่นจนต้องบีบใส่ต้นขาแกร่ง ได้ยินเสียงเอ้อส่งเสียงลึกจากลำคอก่อนที่เขาจะปลดซิบกางเกงของก้านตองแล้วกระตุกมันลงมา

“ตอง อ้าขาให้ฉัน”

“ไม่ คุณเอ้อ ผมไม่...”

แค่ออกแรงเล็กน้อยร่างของก้านตองก็ถูกยกขึ้นจนไปอยู่บนโต๊ะอาหาร ทั้งกายของเขามีเพียงผ้ากันเปื้อนที่ปกคลุมกายเปลือย เอ้อยกขาของเขาขึ้นไปพาดบนบ่ากว้าง นิ้วร้อนที่เคยสอดอยู่ในช่องปากถูกใช้นวดเฟ้นช่องทางเบื้องล่างแล้วสอดเข้าไป

“คุณเอ้อ ทำอะไรครับ”

ก้านตองเกร็งเอวโดยอัตโนมัติ เอ้อยังก้มหน้ารัวลิ้นใส่ยอดอกของเขาพร้อมทั้งดูดดุนจนได้ยินเสียงน่าอาย ก้านตองวูบวาบไปทั้งตัวพร้อมกับอาการมวนท้องที่ยิ่งทวีอาการรุนแรงขึ้นเมื่อเอ้อบีบของสงวนของเขาสลับกับใช้ปลายนิ้วสอดลึกหมุนวน

“อา แน่นมาก อยากแน่นให้มากกว่านี้จัง”

เอ้อพึมพำเสียงสั่น สีหน้าของเขาดูเหมือนจะหมดความอดทนลงแล้ว

“คุณเอ้อ!”

ชั่วเวลาเสี้ยวนาที เอ้อดึงอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกงขาสั้นที่ใส่อยู่ เขาปลดซิปกางเกงลงพร้อมกับชูมันขึ้นมา ซองสีเงินถูกฉีกออกพร้อมกับรอยยิ้มพิฆาต

“ถุงยางสะท้อนแสงผิวมีปุ่มแปดสิบปุ่มโดยรอบอันนี้ฉันเป็นคนออกแบบเอง จากผลการวิจัยกลุ่มลูกค้าที่ชอบงานแนวแอดเวนเจอร์แล้วได้รับความนิยมมาก ฉันจะใช้มันกับตองนะ”

กล่าวจบเอ้อก็สวมมันเข้ากับเป้าหมายที่เขาควักออกมาจากกางเกงอย่างชำนาญ ก้านตองตกตะลึงกับสีเขียวสะท้อนแสงที่โอบอุ้มความใหญ่โตจนเกือบเท่าแขนเด็ก

“คุณเอ้อ ยะ อย่า อ๊า”

ก้านตองเกร็งค้างเมื่อความใหญ่โตนั่นดันหัวเข้ามา เอ้อจูบหนักที่ปากของเขา ลิ้นรัวพัลวันพลางกดร่างของก้านตองไว้กับโต๊ะอาหารขณะที่เจ้าสิ่งสะท้อนแสงกำลังแทงทะลักเข้าสู่ความคับแน่น

“อา ตอง แน่นจริง หัวเข้าไปแล้ว หายเจ็บนะคนดี”

เมื่อส่วนกว้างสุดผลุบเข้าไป ความเจ็บปวดของครั้งแรกก็ค่อยบรรเทาลง เอ้อเช็ดน้ำตาให้เข้าด้วยจูบแสนหวาน

“อื้อ คุณเอ้อ เรา...”

“ใช่ เรากำลังจะมีความสุขกันไงตอง ชอบหรือเปล่า ฉันจะขยับแล้วนะ ถุงยางรุ่นนี้ฉันให้ใส่สารหล่อลื่นมากหน่อย รับรองว่าตองจะไม่เจ็บไปมากกว่านี้แล้ว”

จริงอย่างที่เอ้อพูด เมื่อเขาเริ่มชักเอวเข้าออกช้าๆให้สารหล่อลื่นทำงาน สัมผัสของปุ่มที่อยู่โดยรอบถูไถไปกับปากทางและข่องว่างภายในความเจ็บปวดก็เริ่มจางหายกลายเป็นความรู้สึกแปลกๆ ที่ก้านตองไม่เข้าใจ

“อึก อื้อ ทำไมเสียว ฮื้อ”

ไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้ตนเองนั้นโอบกอดร่างแกร่งของเอ้อไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ก้านตองเสียวซ่านจนต้องขยับเอวรับ เอ้อส่งเสียงจากลำคอชื่นชมเขา

“ดี ดีมากตอง ขยับอีก อย่างนั้น เก่งมาก”

เอ้อยกผ้ากันเปื้อนไว้ตรงเอวไม่ให้เกะกะ สองมือขยำยอดอกที่แข็งเป็นไต เขากางขาบนพื้นเมื่อเริ่มต้นโยกเอวให้เร็วขึ้น โชคดีที่โต๊ะอาหารทำด้วยไม้เนื้อแข็งมันจึงไม่สะเทือนเมื่อเขาดันลึกจนร่างของก้านตองเลื่อนขึ้นลงอยู่บนโต๊ะอาหาร

“โอ๊ย คุณเอ้อ ผมปวดท้อง จะไม่ไหวแล้ว”

ก้านตองผวาทั้งตัว น้ำอุ่นพุ่งพรวดออกมาจนเปรอะต้นขา เอ้อสบถดังลั่นเมื่อต้องดันเอวตนเองแล้วหยุดนิ่งไว้ก่อนเพื่อรอให้ก้านตองผ่อนคลายในไม่กี่วินาทีจากนั้น

“เกือบแตกตามแล้ว ขออีกนิดนะตอง กำลังมันเลย”

เขาดันขาทั้งสองของก้านตองให้ยกสูง ปุ่มปมรอบถุงยางสร้างความหฤหรรษ์ได้อย่างวิเศษ เอ้อออกแรกเด้งเอวเข้าใส่จนนับไม่ทัน ขนาดที่ว่าก้านตองกลับมามวนท้องอีกครั้ง

“อ๊า คุณเอ้อ แรงได้อีก เอาอีกครับ”

ลืมตัวไปหมดสิ้นแล้ว ก้านตองส่งเสียงครางกระเส่าเนื้อตัวเปียกปอนไปด้วยเหงื่อ ผ้ากันเปื้อนที่ปกปิดเพียงชิ้นเดียวสะบัดไปมาตามแรงที่เอ้อกระแทกใส่เขา

“ตอง เด้งเอวอีก ดีมาก ขึ้นลง ซ้ายขวา เก่งที่สุด รอบนี้พร้อมกันนะตอง”

เอ้อดึงมือก้านตองให้มาจับเจ้าแท่งก้อนของตัวเองแล้วโยกรั้ง ส่วนเขายึดท่อนขาของก้านตองไว้ให้แยกกว้าง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังให้ได้ยินแต่ก้านตองเองก็ลืมอายเพราะเขากำลังหน้ามืดกับครั้งแรกที่เอ้อสอนให้เขาได้รู้จัก

“คุณเอ้อ ปวดท้อง จะแตกแล้วครับ”

เอ้อส่งเสียงคำราม เขารัวเอวจนลืมหายใจ ก้านตองเบิกตากว้างเมื่อร่างกายปลดปล่อยมาอีกครั้ง และคราวนี้เอ้อก็ปล่อยให้ตนเองได้สุขสมตาม เขาทิ้งกายลงไปทับอยู่บนร่างของก้านตองพร้อมกับแข่งกันหอบหายใจ เมื่อพอหายเหนื่อยเขาจึงดึงเอวออกมาแล้วถอดถุงยางสีเขียวสะท้อนแสงออก

“เฮ้อ ตองรีดน้ำผมไปหมดตัวเลย”

“คนบ้า”

ก้านตองก้มหน้าผลักอกแต่เอ้อคว้าข้อมือเล็กนั้นไว้พลางหอมแก้มดังฟอด

“พ่อครัวอร่อยจริงๆ สงสัยต้องกินบ่อยๆแล้ว”

หน้าหวานช้อนตาขึ้นมอง เขาถามในสิ่งที่สงสัย

“คุณเอ้อเรียนเรื่องอะไรกันแน่ครับ”

เอ้อยิ้มกริ่ม เขาเขี่ยหน้าอกของก้านตองเล่น

“ฉันทำวิจัยผลิตถุงยางน่ะ คิดแบบใหม่ๆออกสู่ตลาด”

“มิน่าล่ะ อื้อ อย่าเขี่ยตรงนั้นสิครับ”

ก้านตองประท้วงเมื่อเอ้อเขี่ยน้องชายที่สลบไสลของเขาให้เริ่มโงหัวขึ้นมาอีกแล้ว

“มีถุงยางอีกอัน เดี๋ยวลองใช้อีกรอบนะว่าตองจะชอบจริงๆหรือเปล่า”

ปากเล็กหมดทางประท้วงเมื่อเอ้อปิดปากเขาด้วยจูบร้อนอีกครั้ง

 

 

วันนี้อี้ไปทำงานเช่นเคย เอ้อมีสัมมนาที่คณะ ก้านตองซักผ้าตากอยู่ที่ลานด้านหลัง เขามองเห็นโกดังเล็กที่มีซันเป็นเจ้าของเปิดประตูอยู่

“อ้าว คุณซันอยู่เหรอวันนี้”

ซักผ้าตากเสร็จแล้ว ก้านตองปอกผลไม้หั่นเป็นชิ้นพอดีคำและน้ำผลไม้ที่เขาคั้นเองยกตรงไปทางโกดัง เขาได้ยินเสียงเพลงบรรเลงเบาๆจากเครื่องเสียง

“คุณซัน ผมเอาผลไม้มาให้ครับ”

เจ้าของสถานที่กำลังนั่งวาดรูปอยู่กลางห้องที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์วาดรูป กลิ่นสีฉุนจมูกอยู่บ้างเมื่อก้านตองเดินเข้าไปวางจานผลไม้และน้ำลงบนโต๊ะเล็กๆ เขาเดินชมผลงานของซันด้วยความชื่นชม

“คุณซันวาดรูปสวยจัง”

“ผมกำลังฝึกวาดรูปด้วยกาแฟ”

น้ำเสียงเนิบนาบดังจากซัน สายตาของเขาจับจ้องมาทางก้านตอง

“ตองมาเป็นแบบให้ผมนะ”

TBC 

แต่งระบายความเครียดค่ะ 

ไม่รู้ว่าอ่านแล้วจะเครียดกว่าเดิมไหม อิอิ 

อย่าลืมกดไลก์ กดดาวนะคะ  

 

ความคิดเห็น