ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 แผนซ้อนแผน

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 แผนซ้อนแผน

คำค้น : วายจีน 18+ yaoi นิยายวาย ท้องได้

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ม.ค. 2563 09:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 แผนซ้อนแผน
แบบอักษร

ตอนที่ 4 แผนซ้อนแผน 

 

 

เสี่ยวเฟิงใจเต้นแรงมากขึ้นเมื่อต้องจ้องตากับหลี่จิ้งตรงๆ ถึงแม้จะมั่นใจในเวทมนตร์แปลงร่างของตัวเองว่าไม่แตกต่างจากตัวจริงอย่างแน่นอนแต่เขาก็อดกังวลไม่ได้ เขาหวังเพียงว่าจะไม่ถูกจับได้เร็วนักอย่างน้อยก็ต้องหาทางหนีทีไล่ให้ได้เสียก่อน 

"เอ่อ ข้าหลงทางน่ะ" ถึงจะเป็นข้ออ้างที่ดูโง่เง่าแต่เสี่ยวเฟิงคิดออกเพียงเท่านี้จริงๆ แค่ต้องคุมสมาธิให้คงร่างของพระชายาเอาไว้ก็เหนื่อยเต็มกลืนแล้ว 

"หึ ข้าเคยบอกเจ้าไปแล้วไม่ใช่หรือ ว่าหากรักชีวิตก็อย่าได้คิดหนีออกจากภพมาร" หลี่จิ้งไม่ได้มีท่าทีสงสัยอย่างที่เสี่ยวเฟิงกลัว แต่รัชทายาทมารกลับคว้าข้อมือของเขาออกไปจากตรงนั้น 

"ข้าหลงทางจริงๆ นะ ไม่ได้คิดจะหนีเสียหน่อย" น้ำเสียงท่าทางของพระชายาเสี่ยวเฟิงจดจำได้หมด รับรองว่ารัชทายาทมารไม่มีทางสงสัยแน่นอน แต่เขาจะหลุดจากมือหนาของหลี่จิ้งได้อย่างไรคือสิ่งที่เสี่ยวเฟิงกำลังเป็นกังวลอยู่ในตอนนี้ 

หลี่จิ้งพาเสี่ยวเฟิงในร่างของไป๋เหอออกห่างจากห้องที่มีเวรยามแน่นหนาไปเรื่อยๆ เพราะในนั้นคือห้องของชายามังกรตัวจริง และเขาก็สั่งให้ทหารดูแลไป่เหอ เป็นอย่างดี ไม่มีทางที่มนุษย์ธรรมดาจะออกมาจากห้องนั้นมาเดินเตร่อยู่ข้างนอกเช่นนี้ได้ 

 

ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่งของหลี่จิ้งนั้นกำลังซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เอาไว้อย่างมิดชิด เขาไม่ต้องการให้เหยื่อรู้ตัวไม่เช่นนั้นมันอาจจะตกใจหนีไปเสียก่อนก็ได้ จิ้งจอกน้อยตัวนี้ยิ่งขี้ระแวงเสียด้วย 

"เจ้าจะพาข้าไปไหน" เสี่ยวเฟิงเริ่มคิดข้ออ้าง เพื่อหาทางเอาตัวรอด 

"พาเจ้ากลับไปในที่ของตัวเองอย่างไรเล่า" พูดจบหลี่จิ้งก็ไม่หันกลับไปสนใจเสี่ยวเฟิงอีก เขารีบก้าวนำหน้าเจ้าจิ้งจอกน้อยแล้วออกแรงดึงให้ร่างบางเดินตามไปเรื่อยๆ เท่านั้น 

"ที่นี่มัน! " 

เมื่อเดินมาถึงเสี่ยวเฟิงก็ตาเบิกกว้างขึ้น เพราะหลี่จิ้งพาเขามาหยุดอยู่หน้าห้องที่เขาอยู่ตั้งแต่ตอนฟื้นขึ้นมาครั้งแรก นั่นก็หมายความว่าหลี่จิ้งรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาปลอมตัวเป็นพระชายา 

"หึ เป็นอะไร ที่นี่คือที่ของเจ้าไม่ใช่หรือ" หลี่จิ้งดึงร่างของเสี่ยวเฟิงเข้ามาในอ้อมแขนก่อนจะช้อนร่างบางขึ้น เมื่อเจ้าจิ้งจอกน้อยเริ่มดิ้นรนหาทางรอด แต่ก็ช้าเกินไปเสียแล้วเหยื่อเข้าปากแล้วผู้ใดจะคายออกมาเล่า 

"หลี่จิ้ง ปล่อยข้า! " 

"ไหนบอกมาสิว่าเจ้าได้ยินอะไรบ้าง" หลี่จิ้งมองเสี่ยวเฟิงด้วยสายตาคุกคามจนเจ้าจิ้งจอกน้อยขนลุกไปทั้งตัว 

"ข้าไม่ได้ยินอะไร ปล่อยข้าลงได้แล้ว" เสี่ยวเฟิงพยายายามคุมเสียงของตนเองไม่ให้สั่นมากนัก ยังไม่แน่ว่าหลี่จิ้งจะรู้ความจริง เขาอาจจะระแวงมากเกินไปก็ได้ 

"อย่างนั้นหรือ....." หลี่จิ้งจงใจเว้นจังหวะให้เสี่ยวเฟิงตกใจเล่น เขากำลังรู้สึกสนุกกับการไล่ต้อนเหยื่อให้จนมุมยิ่งนัก โดยเฉพาะเหยื่อที่ไม่ยอมให้นักล่ากลืนลงท้องง่ายๆ อย่างเจ้าจิ้งจอกหิมะตัวนี้ 

 

"ไป่เหอเจ้าก็รู้หรือไม่ว่าข้าพอใจในตัวเจ้ามากเพียงใด แต่ถึงเป็นเช่นนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าข้าจะยอมให้เจ้าทำอะไรตามใจได้ง่ายๆ ในเมื่อเรากำลังจะแต่งงานกันในไม่ช้านี้ เช่นนั้น......" หลี่จิ้งวางเสี่ยวเฟิงในร่างของชายามังกรลงบนเตียงตามด้วยร่างของตัวเองที่ทาบทับลงไปเพื่อไม่ให้คนใต้ร่างขยับหนีไปไหนได้ 

"จะเจ้าจะทำอะไร...." 

เสี่ยวเฟิงใจสั่นกับคำพูดของรัชทายาทมาร เขาไม่รู้มาก่อนว่าหลี่จิ้งมีใจให้กับพระชายา และกำลังจะทำเรื่องชั่วช้ากับชายาของผู้อื่นได้อย่างไม่ละอาย ตอนที่หจี่จิ้งช่วยชีวิตเขาเอาไว้ เสี่ยวเฟิงคิดว่าแม้แต่มารก็ยังมีดีอยู่บ้างแต่ความจริงก็ชั่วร้ายเหมือนกันหมด 

"หึึหึ เรื่องเช่นนี้ไม่ใช่ว่าราชาชินหลงสอนเจ้ามาอย่างดีแล้วหรอกหรือ" เสี่ยวเฟิงหลับตาแน่นเมื่อหลี่จิ้งโน้มหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นๆ รินรดอยู่ใกล้พวงแก้ม เจ้าจิ้งจอกน้อยไม่เคยต้องแนบชิดกับผู้ใดเช่นนี้มาก่อนก็ถึงกับห้ามอาการประหม่าเอาไว้ไม่อยู่ แต่ก็ยังทำใจดีสู้เสือตอบหลี่จิ้งกลับไปด้วยวาจาฉะฉาน 

"พวกมารนี่ช่างหน้าหนานัก ท่านกล้าแย่งชายาผู้อื่นด้วยวิธีต่ำช้าเช่นนี้อย่างนั้นหรือ" 

"หึหึ แต่พ้นคืนนี้ไปเจ้าก็คือชายาของข้า" 

"อะ ปล่อยข้า! " เสี่ยวเฟิงตาเบิกกว้างขึ้น เมื่อรัชทายามารฝังจมูกไปกับพวงแก้มของเขาก่อนจะไล้สันจมูกคมไปตามสันกรามแล้วมาหยุดอยู่ที่ใบหู รัชทายาทมารเป่าลมเขาไปเบาๆ ทำเอาเสี่ยวเฟิงขนลุกซู่ไปทั้งตัว 

 

ใบหน้าของเจ้าจิ้งจอกน้อยร้อนขึ้นทันทีที่ถูกรัชทายาทภพมารสัมผัส ร่างกายนี้ไม่เคยผ่านมือผู้ใดแม้แต่มือของตัวเองเสี่ยวเฟิงยังไม่เคยทำ แล้วจะต้านทานความรู้สึกแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นได้อย่างไร 

หลี่จิ้งดอมดมกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเจ้าจิ้งจอกน้อยเข้าไปเต็มปอด กลิ่นอ่อนๆ แต่กลับทำให้เลือดในกายของเขาร้อนขึ้นมาจนแทบอยากจะกระทำให้คนใต้ร่างกรีดร้องขอชีวิตจากเขา 

"นะนี่เจ้าจับตรงไหนกัน! " เจ้าจิ้งจอกน้อยสะดุ้งเมื่อมือของหลี่จิ้งสัมผัสจุดอ่อนไหวที่ไม่เคยมีใครแตะต้องมาก่อน 

"ช่างไร้เดียงสานัก ข้าจะสอนเจ้าเอง" 

"อือออ" หลี่จิ้งครอบครองริมฝีปากอวบอิ่มเอาไว้ด้วยปากของตัวเอง ร่างบางสั่นสะท้านยามที่เขาไล้ลิ้นเลยลงไปที่ลำคอระหง ยิ่งสร้างความต้องการให้กับชายหนุ่มมากยิ่งขึ้น ร่างกายนี้ช่างบริสุทธิ์ยิ่งนักจนเขาอยากจะสร้างรอยแปดเปื้อนลงไปทุกสัดส่วน 

 

"แฮกๆๆ อึก เจ็บ! " เสี่ยวเฟิงหอบหายใจแรงขึ้นเมื่อปากถูกปล่อยให้เป็นอิสระ แต่เจ้าจิ้งจอกน้อยก็ต้องสะดุ้งเฮือกกับความเจ็บแสบบริเวณลำคอที่ถูกหลี่จิ้งกัดแล้วใช้ลิ้นเลียรอยที่ฝากเอาไว้จนเสี่ยวเฟิงรู้สึกปั่นป่วนในท้องไปหมด เขาเผลอกำผ้าปูเตียงจนยับย่นเพื่อหวังระบายความรู้สึกแปลกประหลาดที่ร่างกายของเขาควบคุมไม่ได้ให้หมดไป แต่ความต้องการกลับยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมือหนาลูบไล้ผ่านอาภรณ์ที่ปกปิดเข้าไปสัมผัสผิวเนียนละเอียดด้านใน 

"ต้องการให้ข้าทำเช่นไร" หลี่จิ้งมองใบหน้าหยาดเยิ้มของจิ้งจอกน้อยด้วยความพอใจ ความวาบหวามที่เขามอบให้ยากนักที่ผู้ใดจะปฏิเสธได้ ร่างบางอยู่ในกำมือของเขาแล้ว ค่ำคืนนี้เขาจะกลืนกินเหยื่อตัวนี้ไม่ให้เหลือแม้แต่กระดูก แต่ก่อนจะกินเหยื่อสดใหม่เช่นนี้เขาก็ต้องชิมให้หมดทุกสัดส่วนเสียก่อน 

"สัมผัสข้า..." เสียงหวานเสี่ยวเฟิงร้องขอ 

 

หลี่จิ้งกำลังย่ามใจในรสกามที่ตนมอบให้เจ้าจิ้งจอกน้อย แต่เพียงเผลอปล่อยมือจากข้อมือเล็กของเหยื่อแค่เพียงพริบตาเดียวกรงเล็บแหลมคมของจิ้งจอกก็ข่วนอกของรัชทายาทภพมารไปอย่างฉิวเฉียด อาภรณ์ที่หลี่จิ้งสวมบริเวณอกนั้นขาดวิ่นเป็นรอยเล็บของจิ้งจอกชัดเจน เล็บของเสี่ยวเฟิงไม่ได้บาดผิวของเขาเข้าไปลึกนัก ถ้าหากเขาไหวตัวไม่ทันคงจะบาดเจ็บหนักไม่น้อย 

"หึหึ เล่ห์เหลี่ยมมารยาสมกับเป็นเผ่าจิ้งจอกจริงๆ " รัชทายาทมารจ้องมองเหยื่อที่พยายามดิ้นหนีด้วยสายตาวาววับ ดื้อดึงเช่นนี้ยิ่งน่าสนุกขึ้นไปอีกไม่ใช่หรืออย่างไร 

"แฮกๆๆ ถอยออกไป!" เสี่ยวเฟิงรวบรวมสติกลับมาอีกครั้ง ทันทีที่รัชทายาทมารหลบกรงเล็บของเขา เสี่ยวเฟิงก็รีบกระโดดลงจากเตียงทันที

"สภาพเช่นนี้เจ้าคิดว่าจะหนีข้าพ้นอย่างนั้นหรือ" หลี่จิ้งยกยิ้มเย็น สายตากวาดมองร่างของเสี่ยวเฟิงที่กลับคืนสู่ร่างครึ่งจิ้งจอกแล้ว

"ข้าบอกให้ถอยออกไป!"

เสี่ยวเฟิงใช้มือข้างหนึ่งจับเสื้อที่ถูกถอดออกจนเหลือเพียงเสื้อชั้นในบางเบาปกปิดร่างเอาไว้ เขาไม่สามารถคงร่างของพระชายาไว้ได้แล้ว เหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้สติของเสี่ยวแตกกระเจิงไปหมดแม้แต่พวงหางก็ยังโผ่ออกมาด้วย

50% 

 

"หึหึ เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นผู้ใดถึงกล้ามาสั่งข้า" หลี่จิ้งไม่เพียงจะไม่ถอย แต่กลับยิ่งก้าวเท้าเข้าไปใกล้เจ้าจิ้งจอกดื้อกว่าเดิมอีก 

เมื่อหลังชนฝาเสี่ยวเฟิงจึงต้องกัดฟันสู้ตายกับรัชทายาทภพมาร อาวุธเพียงอย่าเดียวที่มีคือกรงเล็บจิ้งจอกที่ดูเหมือนหลี่จิ้งจะไม่ได้เกรงกลัวเลยแม้แต่นิด ในเมื่อไม่มีทางเลือกเขาก็มีแต่ต้องสู้เท่านั้น เสี่ยวเฟิงกางกรงเล็บออกแล้วพุ่งตัวเขาหารัชทายาทภพมารทันที 

"อึก!! " 

หลี่จิ้งเบี่ยงตัวหลบการโจมตีของเสี่ยวเฟิงได้อย่างง่ายดาย ด้วยพละกำลังที่ต่างกันมากผู้ชนะย่อมต้องเป็นเขาอยู่แล้ว รัชทายาทมารจับข้อมือเล็กบิดไขว้ไปด้านหลัง ดันร่างบางให้ล้มคว่ำลงกับเตียง คราวนี้เขาไม่คิดจะประมาทเจ้าจิ้งจอกน้อยเป็นครั้งที่สอง 

 

"นี่เจ้าจะทำอะไรปล่อยข้านะ! " 

"ก็มัดเจ้าไว้อย่างไรเล่า ดูซิว่าคราวนี้เจ้าจะใช้มารยาอะไรได้อีก" 

หลี่จิ้งใช้เชือกเวทย์มัดข้อมือทั้งสองข้าของเสี่ยวเฟิงไว้ด้านหลัง เสื้อขาวบางไหล่ล่นลงทำให้เห็นไหล่เนียนดูแล้วเย้ายวนไม่น้อย ตอนแรกเขาไม่คิดจะทำรุนแรงเช่นนี้แต่ในเมื่อจิ้งจอกน้อยฤทธิ์มากกว่าที่คิด เขาก็จำเป็นต้องกำปราบด้วยกำลัง 

"หางฟูๆ ของเจ้าดูไปแล้วน่ารักไม่น้อยเลย" มองจากด้านหลังหลี่จิ้งถึงได้เห็นว่าพวงหางจิ้งจอกกำลังฟูขึ้นเพราะความตื่นกลัว เขาอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปลูบเบาๆ แต่กลับได้ยินเสียงหวานครางขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด 

"อะอย่านะ อะ" เสี่ยวเฟิงหลุดเสียงครางออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ 

หลี่จิ้งรู้ได้ทันทีว่าหางคือจุดอ่อนไหวที่สุดของเสี่ยวเฟิง เพียงแค่เขาลูบแล้วออกแรงดึงเบาๆ ท่าทางของเจ้าจิ้งจอกน้อยก็เปลี่ยนไปแล้ว ใบหน้าของร่างบางแดงขึ้นพร้อมกับอาการสั่นสะท้านด้วยแรงอารมณ์ดึงดูดให้รัชทายาทมารเกิดอารมณ์ขึ้นมาอีกครั้ง 

"ที่แท้ความลับก็อยู่ตรงนี้นี่เอง หึหึ" 

หลี่จื้งฉีกอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายที่เหลือติดร่างของเสี่ยวเฟิงออก เผยให้เห็นผิวขาวเนียนราวหิมะของร่างบาง หลี่จิ้งก้มลงไปจูบซับแผ่นหลังเนียนไปจนถึงหัวไหล่ก่อนจะยกสะโพกมนของเสี่ยวเฟิงขึ้น เขาจับขาเรียวแยกออกแล้วขยับตัวเขาไปซ้อนระหว่างกลาง เจ้าจิ้งจอกน้อยพยายามดิ้นหนีแต่ก็ไม่เป็นผล เหมือนเป็นการส่ายบั้นท้ายยั่วยวนให้หลี่จิ้งต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างหื่นกระหายเสียมากกว่า 

"อะ อือออ เอาออกไปนะ! " เสี่ยวเฟิงร้องขึ้นด้วยความตื่นกลัวเมื่อหลี่จิ้งส่งนิ้วเข้ามาในกายของตน 

"ชู่ววว ไม่ต้องกลัวข้าจะสอนเจ้าเอง" หลี่จิ้งโน้มกายลงมากระซิบที่ข้างหูของเจ้าจิ้งจอกน้อยเบาๆ ก่อนจะดันบางอย่างที่ใหญ่กว่านิ้วเข้ามา 

"อะอาาา เจ็บ อืออ เจ็บ" แม้ว่าหลี่จิ้งจะค่อยๆ ดันแก่นกายเข้ามาแต่นี่คือครั้งแรกของเจ้าจิ้งจอกน้อย ยิ่งเป็นขนาดของเขาด้วยนั้นย่อมต้องเจ็บมากเป็นธรรมดา 

"อืมมม อีกนิดเสี่ยวเฟิง อาาา เจ้ารับข้าเข้าไปหมดแล้ว" 

หลี่จิ้งเริ่มขยับแกนกายเข้าออกเชื่องช้าเพื่อให้เสี่ยวเฟิงคุ้นชินกับขนาดของเขามือก็เอื้อมไปชักรูดแก่นกายขนาดพอดีมือของเสี่ยวเฟิงไปด้วย แต่การทำเช่นนี้ช่างเป็นการทรมานคนใต้ร่างยิ่งนักเพราะรัชทายาทมารสอดเข้าลึกดึงออกสุดความยาวสร้างความเสียวซ่านให้กับเสี่ยวเฟิงจนแทบจะขาดใจ ความรู้สึกเช่นนี้เสี่ยวเฟิงเพิ่งเคยพบเจอเป็นครั้งแรก เขาทั้งทรมานและสุขสมในเวลาเดียวกัน 

"อาา เจ้ารัดข้าแน่นเช่นนี้ต้องการสิ่งใดอย่างนั้นหรือจิ้งจอกน้อย" เหมือนต้องการแกล้งกันยิ่งเสี่ยวเฟิงหอบหายใจด้วยความกระสันมากเท่าไหร่หลี่จิ้งก็ยิ่งขยับช้าลงเท่านั้น 

"ฮือออ ข้าไม่รู้ " เสี่ยวเฟิงไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรรู้แค่เพียงว่าตอนนี้เขาทรมานยิ่งนัก 

"หึหึ ขอร้องข้าสิ บอกว่าเจ้าอยากให้ข้าทำอะไร ข้าจะตามใจเจ้า" หลี่จิ้งต้องการกลั่นแกล้งร่างบางให้มากกว่านี้แต่เจ้าจิ้งจอกน้อยก็ช่างน่ารักเสียจนเขาใจอ่อน 

"อ่าาาา" เสี่ยวเฟิงรู้สึกเสียววาบไปทั้งตัวยามเมื่อมือหนากำลังเล่นกับพวงหางของเขา ร่างกายบิดเร้าความต้องการบางอย่างสูงขึ้นจนควบคุมตัวเองไม่ได้ 

" อึกอาา เร็ว เร็ว อยากให้ทำเร็วๆ " สิ้นคำขอร่างกายของเสี่ยวเฟิงก็สั่นคลอนจากแรงกระแทกที่หลี่จิ้งโหมกระหน่ำเข้ามา เสียงเฉอะแฉะปนกับเสียงเนื้อกระทบกันดังไปทั้งห้อง เพราะร่างหนาเองก็อดกลั้นความต้องการอยู่ไม่น้อย จนในที่สุดทั้งสองคนก็ปลดปล่อยออกมาพร้อมกัน 

"แฮ่กๆๆ อะ ดะเดี๋ยว! " เสี่ยวเฟิงยังไม่ทันได้พักหายใจก็ถูกจับให้หันมาเผชิญหน้ากับคนด้านบน เสี่ยวเฟิงไม่กล้าสบตากับหลี่จิ้งตรงๆ เพราะเมื่อครู่เขาเพิ่งทำเรื่องน่าอายลงไป แล้วจะให้สู้หน้ากับเขาได้อย่างไร 

"ปะปล่อยข้า" 

"ได้สิ" เสี่ยวเฟิงมองหลี่จิ้งด้วยสีหน้าแปลกใจเมื่อร่างหนายอมทำตามง่ายกว่าที่คิด 

หลี่จิ้งแก้เชือกที่มัดข้อมือของเจ้าจิ้งจอกน้อยออก แต่เขาไม่ได้ลุกขึ้นอย่างที่เสี่ยวเฟิงคิด ทว่ารัชทายาทมารกำลังจับขาทั้งสองข้างของเขาแยกออกกว้างจนเห็นอะไรต่อมิอะไรชัดขึ้นกว่าเดิม เสี่ยวเฟิงยังไม่ทันได้ออกปากห้ามหลี่จิ้งก็โถมกายเข้าหาเขาทั้งตัว แกนกายขนาดให้ถูกดันเข้ามาในครั้งเดียวจนสุดความยาว 

"อาาา พะพอแล้ว ข้าไม่ไหวแล้ว" จิ้งจอกน้อยถึงกับน้ำตาซึมเพราะความเสียดเสียวที่ร่างหนามอบให้ 

"เจ้าพอจริงๆ หรือ แล้วเหตุใดส่วนนั้นของเจ้าถึงยังรัดข้าไม่หยุดเล่า" หลี่จิ้งยกยิ้มก่อนจะเริ่มสวนกายเข้าออก 

"เจ้า! อะ อือ! " เจ้าจิ้งจอกน้อยกัดริมฝีปากตัวเองเพื่อกลั้นเสียงน่าอายเอาไว้จนมันบวมเจ่อ 

"อย่าทำเช่นนั้น ข้าอยากได้ยินเสียงของเจ้า" 

"อะ อืมมมม" เสี่ยวเฟิงยังดื้อไม่ยอมเปิดปาก หลี่จิ้งจึงต้องขยับเอวเข้าไปแรงๆ จน ปากบางเปิดออกเพราะกลั่นเอาไว้ไม่ไหว ก่อนที่เขาจะฉวยโอกาสส่งลิ้นเข้าไปเกี่ยวหยอกล้อกับลิ้นเล็กแล้วดูดกลืนความหวานภายในจนพอใจจึงถอนจูบออก เสี่ยวเฟิงนั้นไร้เรี่ยวแรงจะขัดขืนแล้ว ร่างกายเขารองรับอารมณ์ของชายตรงหน้าจนบอบช้ำไปทั้งตัว 

 

รัชทายาทมารสอนบทเรียนให้กับเสี่ยวเฟิงอีกหลายชั่วยามจนเขาหมดแรงจะต่อต้านครั้งสุดท้ายนั้นหลี่จิ้งพลิกให้เสี่ยวเฟิงขึ้นควบอยู่ด้านบนจนพวกเขาเสร็จสมครั้งที่เท่าใดก็ไม่อาจนับได้ 

"อ่าาาาา" หลี่จิ้งปลดปล่อยเข้าไปในตัวของเสี่ยวเฟิงทุกหยาดหยด นานมากแล้วที่เขาไม่ได้อิ่มหน่ำเช่นนี้ เจ้าจิ้งจอกน้อยตัวนี้ทำให้เขาพอใจยิ่งนัก 

เสี่ยวเฟิงยังทำให้หลี่จิ้งต้องแปลกใจได้ไม่หยุดเมื่อริมฝีปากบางโน้มลงมาบรรจงจูบหวานให้กับเขา แต่ครั้งนี้กลับมีกลิ่นของเลือดปนมาด้วยแต่ก็เพียงน้อยนิด ไม่ได้ทำให้ความหวานของจูบนี้น้อยลง เจ้าจิ้งจอกน้อยเรียนรู้ไว้นักเขาสอนเพียงไม่กี่ครั้งก็จูบได้ชำนาญถึงขนาดนี้แล้ว 

 

"อึก! " หลี่จิ้งชะงักมีบางอย่างในร่างกายของเขาแปลกไป 

"ข้ายังมีความลับอีกอย่าง เลือดจิ้งจอกหิมะน่ะมีพิษ" รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏบนใบหน้างาม 

กว่าจะรู้ตัวร่างกายของหลี่จิ้งก็ชาไปทั้งตัว เขาคิดว่าจิ้งจอกดื้อตัวนี้สิ้นฤทธิ์แล้ว แต่กลับรอให้เขาตายใจแล้วตลบหลังเขาได้ร้ายกาจนัก! รัชทายาทมารกััดฟันโกรธด้วยความเจ็บใจที่เสียรู้เหยื่อของตนเองเข้าเสียแล้ว สติของของเขาเลือนรางเต็มที ภาพสุดท้ายที่หลี่จิ้งเห็นคือเจ้าจิ้งจอกน้อยกำลังเดินโซเชออกไปจากห้อง แต่เขากลับทำอะไรไม่ได้! 

ความคิดเห็น