Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจทุกไลค์ทุกเม้นต์นะครับ~ เรื่องที่2 พี่ล่ามโซ่น้องนับดาว

ล่ามโซ่ถูกทิ้ง : Ep.18 - ตรวจเช็คคำผิดแล้ว

ชื่อตอน : ล่ามโซ่ถูกทิ้ง : Ep.18 - ตรวจเช็คคำผิดแล้ว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 851

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 01 เม.ย. 2563 12:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ล่ามโซ่ถูกทิ้ง : Ep.18 - ตรวจเช็คคำผิดแล้ว
แบบอักษร

 

 

ล่ามโซ่ talk's

@โรงเรียนเด็กดี เวลา15:30น.

 

"เอ่อ...ท่านประธานไม่ต้องเข้าไปหรอกค่ะ" จิ๋วพูดขึ้นมา

"ทำไมกลัวคนคิดว่า...ฉันเป็นพ่อน้องหนูดีหรอ?" ผมจึงถามเธอไป

"ไม่กลัวหรอกค่ะ เพราะคงไม่มีใครคิดแบบนั้นหรอกค่ะ"  เธอตอบมา

"หึหึ ไม่กลัวก็ให้ฉันลงไปด้วยดิ่" 

"ทำไมชอบรั้นจังคะ?"

"ก็เธอไม่มีเหตุผลนี่หว่า"

"อยากลงมาก็ลงมาค่ะ เสียชื่อผู้บริหารหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงฉันไม่รู้ด้วยนะคะ" อีกแล้ว...มาอีกแล้วครับประโยคเหมือนเธอพยายามจะบอกผมว่า "อยากทำอะไรก็เชิญ"

 

แน่นอนว่า...ผมลงอยู่แล้วครับ ใครจะมองยังไงก็ชั่งดิ่เอาจริงอยากให้พ่อจริงๆของน้องหนูดีมาและคุณครูทักว่า "อ้าว...วันนั้นไม่ใช่คนนี้หนิคะ" เลยด้วยซ้ำคงจะอยากดิ้นตายน่าดู

 

@ในโรงเรียนเด็กดี ศาลาเด็กดี เวลา15:35น.

 

ไม่รู้อ่ะนะ...ชื่อศาลามันเขียนว่า ศาลาเด็กดี อ่ะนะผมก็อ่านเอาครับ อ่า...ดูท่าจะมีแต่เด็กดีจริงๆแฮะ เพราะด้านในนี้มีเด็กนั่งอ่านหนังสือกันบางคนก็ทำการบ้านครับ

 

"อ่า...คุณแม่น้องหนูดี น้องหนูดีคะ คุณแม่มารับแล้วค่ะ" ทันทีที่เดินเข้ามาถึงในศาลาเด็กดีนี้ก็มีคุณครูเดินเข้ามาหายัยเด็กจิ๋วนี่และเรียกลูกของยัยเด็กนี่มา

"ห่ะ..ห๊ะ!?" ทันทีที่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆวิ่งดุ๊กดิ๊กๆมาหายัยเด็กจิ๋วนี่แล้วผมถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจทันที 

"แม่..." น้องหนูดีเรียกยัยเด็กจิ๋วนั่นก่อนที่จะเสตามามองหน้าผม

"แม่ขา~ หนูดีทำการบ้านเสร็จแล้วค่ะ" และก็เมินผมไปพูดกับแม่ตัวเองด้วยน้ำเสียงอ้อนๆ 

"เก่งมากเลยค่ะ น้องหนูดีลูกแม่..." ยัยเด็กจิ๋วก็อุ้มน้องหนูดีขึ้นแนบอก และเดินออกไปปล่อยผมให้มองตามหลังอยู่ฝ่ายเดียว

"ฮ่ะ..เฮ้! รอด้วยดิ่ว๊ะ!" ผมตะโกนไล่หลังทั้งสองคนแม่ลูกไปและวิ่งตามไปติดๆ

 

@บนรถของผม เวลา15:45น.

 

กว่าจะเกี่ยกล่อมให้ยัยเด็กจิ๋วขึ้นมาบนรถของผมได้นี่โครตยากเลยเวร! แม่ง! มาดื้อหน้าโรงเรียนทำห่าไรก็ไม่ได้มากซ๊ะด้วยจนผมต้องขู่ว่า "ถ้าไม่กลับกับฉัน! เธอไม่ต้องไปทำงานอีก! ฉันไล่เธอออก!" ยัยเด็กจิ๋วถึงยอมเดินมาขึ้นรถของผมแต่โดยดี

 

"นี่...ฉันขอถามอะไรสักนิดสักหน่อยได้ป้ะ?" ผมพูดขอเธอไป

"คิดไว้แล้วหล่ะค่ะ จะตอบเท่าที่ตอบได้ค่ะ" เธอตอบมา

 

ประโยคแรกคือ...อย่าบอกนะว่า...ที่ดื้อที่หน้าโรงเรียนนั่นอ่ะเพราะรู้อยู่แล้วว่าผมจะถามหรอถึงไม่ยอมมาขึ้นรถจนผมต้องขู่อ่ะ

 

"ลูกเธอหน่ะ...อายุสามขวบใช่มั้ย?" ผมถามเธอไป

"ค่ะ" เธอตอบมา

"แล้วทำไมถึงให้เรียนโรงเรียนเลยหล่ะทำไมไม่ให้เรียนเตรียมอนุบาล?"

"พูดอะไรกรุณาดูฐานะของฉันด้วยนะคะ ส่งลูกเรียนโรงเรียนรัฐบาลได้แค่นี้ก็ดีแล้วค่ะ" 

"....." ก็จริง...ผมก็ดันไปเปรียบเทียบเธอกับพิมพ์อีกจนได้ว่ะ 

"เอ้อ...แล้วเธอเอาลูกเธอไปไว้ที่ไหนอ่ะ เพราะเธอต้องไปทำงานอีกไม่ใช่?" ผมก็ถามเธอไปอีกคำถามนึง

"เอาไปฝากไว้กับป้าข้างห้องค่ะ" เธอตอบมาเสียงเรียบนิ่ง

"อ่า อืม" ผมพูดไปแค่นั้นเป็นอันเข้าใจ

"แม่ขา~ วันนี้หนูดีเหลือเงินด้วยหล่ะ เหลือตั้งเหรียญใหญ่" น้องหนูดีพูดขึ้นมาพร้อมกับหยิบเหรียญสิบบาทออกมาจากกระเป๋ากระโปรงนักเรียนสีแดง

"สิบบาทค่ะ" เธอบอกน้องหนูดีไป

"สิบบาทหรอคะ?" น้องหนูดีถามมา

"ค่ะ" เธอตอบลูกสาวเธอไป

"....." ผมเงียบและมองดูสองคนแม่ลูกนี้ไปก่อนที่จะขับรถต่อไป

 

อ่า...เอาจริงนะผมชอบเด็กผู้หญิงนะครับแต่ว่า...ผมเจ้าชู้ไง แถมแม่งฟลุ๊คเจอแต่คนซิงๆและผมก็เป็นพวกเอาแล้วทิ้งด้วยดิ่กลัวลูกสาวจะเจอแบบพวกผู้หญิงพวกนั้นอ่ะนะ ผมเลยไม่อยากมีลูกผู้หญิง 

แต่...ถ้าเป็นลูกผู้ชายกูก็กลัวว่าลูกไม้จะตกไม่ไกลต้นอ่ะดิ่ แต่...จะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ชั่งเถอะขอแค่เป็นลูกของผมกับนับดาวก็พอ

 

@ไวท์แฟลต เวลา15:50น.

 

ผมขี้เกียจลงจากรถหน่ะครับเลยรอเธออยู่บนรถดีกว่า เธอเดินเข้าไปในแฟลตนี้และก็เดินออกมา

 

"อ่า...เดี๋ยวฉันไปเองก็ได้ค่ะ" ยัยเด็กนี่เริ่มดื้ออีกแล้วไง

"อยากโดนไล่ออกไหม? ไล่ออกแถมแบล็คลิสและอย่าหวังว่าเธอจะไปทำงานที่ไหนได้อีก" ผมพูดขู่เธอไป ทำไมชอบให้เล่นบทโหด?

"เห้อ~" และเธอก็เปิดประตูขึ้นมาบนรถ

 

ปั้ง~ และปิดประตูรถลงเมื่อขึ้นมานั่งแล้ว

 

"....." และในรถก็ตกอยู่ในความเงียบ

"ไม่หิวข้าวหรอ? พักเที่ยงแล้ว" ผมถามเธอไป

"ไม่ค่ะ ฉันกินมื้อเช้ากับมือเย็นพอมากินมื้อกลางวันมันไม่หิวค่ะกินไม่เข้า" เธอตอบผมมา

 

เออ นี่ไงเหมือนผมแต่...ผมกินข้าวกลางวันแล้วไงครับเลยไม่หิวและก็กินอีกทีนึงตอนหัวค่ำนิดหน่อยครับ

.

.

.

นับดาว talk's

@ห้างtr. แผนกซุปเปอร์มาร์กเก็ต เวลา16:00น.

 

"ทั้งหมด...สามร้อยบาทถ้วนค่ะ" ฉันพูดกับลูกค้าไปหลังจากคิดเงินเสร็จแล้วพร้อมกับเอาสินค้าใส่ถุงค่ะ

"รับมา...ห้าร้อยบาทนะคะ เงินทอน...สองร้อยบาทค่ะ" ฉันก็ยังคงพูดไปแบบติดๆขัดๆอยู่

"เชิญช่องนี้เลยค่ะ" ยัยเด็กจิ๋วพูดมาพร้อมเปิดช่องของตัวเองและลูกค้าเกือบทั้งหมดแถวของฉันก็กรูกันไปที่ช่องคิดเงินของเธอ

 

อ่า...ค่อยยังชั่ว และเชื่อไหมคะ...? พอฉันคิดเงินสามคนของฉันเสร็จ พอมองไปที่แถวเธอ เหี้ย! คิดเสร็จไปครึ่งแถวแล้วอะ

 

"....." แน่นอนว่าฉันไม่เชิญใครมาที่ช่องฉันหรอกค่ะ ทำไมต้องเชิญหล่ะ? เห็นช่องว่างทำไมไม่เดินมาเองหล่ะ?

 

เวลาต่อมา เวลา22:00น.

 

ตอนนี้แผนกซุปเปอร์มาร์กเก็ตคือ...เลิกงานแล้วค่ะ อ่า...เมื่อยชะมัดเลยว่ะ ยืนทั้งวันเลยนะถึงไม่มีคนก็ต้องยืนได้พักแค่ชั่วโมงเดียว 

ส่วน...ยัยเด็กจิ๋วคือ...กลับไปตั้งแต่สองทุ่มแล้วค่ะ ดีหน่อยที่เธอกลับไปพร้อมคนอ่ะนะ

 

"เห้ยยย~" หลังจากเปลี่ยนชุดเสร็จฉันก็ถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อย

"นับดาวครับ" เสียงเค้านั่นแหละ

"....." ฉันเดินออกไปหาเค้าและเงียบ

"หิวข้าว...หรือเปล่าครับ?" เค้าเดินเข้ามาพร้อมกับเอามือมาจับผมฉันทัดหู

"อื้อ!" ฉันครางพร้อมกับพยักหน้าขึ้นลง

"เป็นอะไรครับ? เหนื่อยหรอ?" เค้าถามมาน้ำเสียงอ่อนโยน

"มากกก เมื่อยขาไปหมดเลยอ่า..." ฉันพูดไปน้ำเสียงเนือยๆพยายามจะสื่อว่า...ฉันเหนื่อยจริงๆ

"กลับไปทำอาหารกินที่คอนโดดีกว่าเนอะ"

"อื้มๆ" พยักหน้าเป็นอันว่าตกลงไปค่ะ

 

@R condo สาขา6 ลานจอดรถ เวลา22:15น.

 

เนื่องจากตอนนี้ก็ดึกมากแล้วอ่ะนะเพราะงั้นเลยใช้เวลาไม่นานในการเดินทางกลับมาที่คอนโดเค้า

แต่ว่า...เอ๊!? แล้วฉันมาทำอะไรที่นี่ว๊ะเนี้ย

 

"พี่โซ่คะ พานับดาวไปส่งที่คอนโดไอ้อาวุธสิคะ..." ฉันบอกเค้าไป

"หืม? แต่ต้องทำอะไรกินกันก่อนนะครับนับดาวนอนนี่แหละพรุ่งนี้ไปทำงานพร้อมกับพี่เลย" ห่ะ..ห๊ะ!? แบบนี้ก็ได้หรอ 

"ไม่ได้นะคะ! นับดาวเป็นผู้หญิงนะ...จะให้มานอนกับผู้ชายอื่นบ่อยๆได้ยังไง!?" ฉันจึงถามเค้าไปเสียงตื่นตกใจทันที เค้าจอดรถที่ช่องจอดรถของคอนโด

"ทำยังไงครับ?" เค้าถามมาเมื่อจอดรถเสร็จพร้อมกับเอาหน้ามาใกล้ๆฉันอีกแล้ว

"อ๊ะ!? พ่ะ..พี่โซ่?"

 

ตุ่บ~ ด้วยความตกใจฉันจึงเผลอถอยหลังไปอย่างอัตโนมัติจนแผ่นหลังของฉันชนเข้ากับประตูรถ

 

"หืม? ทำยังไงครับ...?" เค้าถามมาน้ำเสียงแผ่วเบา

"ท่ะ..ทำอะไรคะ? อื้อ...พี่โซ่" น่ะ..นี่เค้าชักจะได้ใจใหญ่แล้วนะ เค้าเอาจมูกโด่งๆของเค้ามาคลอเคลียร์ที่ข้างแก้มฉันอย่างสนุกสนาน

"ทำยังไง...? พี่ถึงจะไม่เป็นคนอื่นสำหรับนับดาวครับ? หืม...?" ทำไมต้องกระซิบในระยะประชิดขนาดนี้ด้วยเล่า

"ก่ะ..ก็จีบนับดาวสิคะ ทำให้นับดาวยอมรับพี่เป็นแฟนให้ได้ก่อนสิคะ" ฉันตอบเค้าไป

"อืม งั้นลงไปกินข้าวกันดีกว่านะครับ" เค้าพูดมาเพียงแค่นั้นและก็ลงจากรถไป 

"ฮู้ว์~" ฉันเป่าลมออกจากปากด้วยความโล่งอก

 

แล้วจะให้ฉันทำยังไงหล่ะคะในเมื่อ...ฉันไม่มีทางเลือกเลยอ่ะ นอกจากเดินตามเค้าลงจากรถไป

 

@บนห้องของเค้า เวลา22:30น.

 

ตอนนี้ทั้งฉันและเค้ากำลังกินข้าวผัดฝีมือเค้าอยู่ค่ะ

 

"อร่อยไหมครับ?" เค้าถามฉันมาแบบเดิมทุกครั้งที่เรานั่งกินข้าวด้วยกันหรือไม่ก็ฉันนั่งกินคนเดียวและเค้ามอง

"ก็...อร่อยดีค่ะ" ฉันตอบเค้าไปเสียงเรียบ

"นับดาวครับ...พี่มีเรื่องจะบอกเธออยู่หลายเรื่องเลยครับ" เค้าบอกมา

"หืม? เรื่องอะไรหรอคะ?" ฉันจึงถามเค้าไป 

"เรื่องเมื่อแปดปีก่อน...นับดาวอยากฟังไหมครับ?" เค้าถามฉันมาเป็นคำตอบในตัว

 

กึ่ก! ชะงักช้อนทานข้าวทันทีที่เค้าพูดมาแบบนั้น

 

"เรื่อง...อะไรหล่ะคะ? เรื่องที่พี่โซ่ทิ้งนับดาวไปหน่ะหรอ?" ฉันถามเค้าไป

"เหตุผลหน่ะครับ มันมีเหตุผลอยู่ครับ" เค้าตอบมาให้กระจ่างมากขึ้น

"ถ้าพี่โซ่...อยากบอกอะไรอยากเล่าอะไรก็พูดมาเถอะค่ะ" ฉันพูดไป

"แต่...ก่อนอื่นที่พี่จะอธิบายเรื่องของพี่ พี่มีอีกเรื่องนึงที่สำคัญกับเธอมากๆ....ไม่สิ! สำคัญทั้งกับเธอกับคนอื่น" เรื่องอะไรว๊ะ?

"???" ไม่เอ่ยปากถามแต่ส่งสายตาสงสัยไปถามเค้าแทน

"นับดาวครับ...เรื่องบ้านเด็กกำพร้าหน่ะ" 

"ทำไมหรอคะ?" 

"ที่พี่ออกมาก่อนที่พี่อยากพาข้าวสวยออกมาด้วยก็เพราะว่า...ที่นั่น...เป็นนรกบนดินจริงๆครับ" ทันทีที่เค้าพูดจบ

 

กึ่ก! เคล้ง! มือไม้ฉันก็อ่อนลงจนทำให้ช้อนซ้อมที่ใช้กินข้าวหล่นลงบนจานข้าวทันที

 

"ม่ะ..ไม่จริง" ฉันพูดออกไปเสียงสั่นๆ 

"จริงครับ...นับดาวที่นั่นเลี้ยงเด็กไว้เพื่อขายและส่ะ...." เค้ายังพูดไม่ทันจบฉันก็...

"หยุด!!!" สั่งให้เค้าหยุดพูดก่อนที่จะลุกขึ้นยืน

 

เอี๊ยดดดด! ตุ้ม! จนทำให้โต๊ะเลื่อนออกไปและล้มลง

 

"ม่ะ..ไม่จริง ย่ะ..อย่างน้อยๆก็ขอแค่ที่นั้นสิ..." ฉันพยายามจะเดินไปแต่ขากลับไม่มีแรง เค้าเดินมากระชากตัวฉันให้หันไปเผชิญหน้ากับเค้า

"นับดาวครับ...เราต้องฟังให้จบแล้วรับให้ได้!" ทำไมหล่ะ? ทำไมถึงได้ใส่ร้ายบ้านที่ทำให้พี่โตมาแบบนี้หล่ะ?

"แม่กัลยาเป็นคนช่วยพวกเรา!" ทันทีที่เค้าพูดถึงชื่อนั้น

"ไม่ ไม่ค่ะ นับดาวไม่อยากได้ยิน...ไม่อยากได้ยินชื่อของผู้หญิงขี้ขโมยคนนั้น! กรี๊ดดดด!!!" และภาพตรงหน้าของฉันก็ดับวูบไปพร้อมกับความรู้สึกต่างๆ

.

.

.

ล่ามโซ่ talk's

 

"กรี๊ดดดด!!!" นับดาวกรีดร้องออกมาเสียงดังลั่นห้องก่อนที่เธอจะหมดสติไป

"นับดาว...! นับดาว!! เห้อ~" ผมต้องถอนหายใจออกมาทันทีที่รู้ว่า...ตัวเองทำผิดพลาดไปอีกแล้ว

 

ผมจึงอุ้มนับดาวแนบอกในท่าเจ้าสาวและก็...พาเธอเข้าห้องนอนของผม

เรื่องเมื่อแปดปีก่อน เหอะ! อย่าหวังว่านับดาวจะฟังเลยครับ ตอนนี้...ผมสำหรับนับดาวอาจจะกลายเป็นไอ้คนขี้โกหกไปแล้วก็ได้ แม่งเอ๊ย! รู้งี้ผมน่าจะปล่อยไปเหมือนกับที่ผ่านๆมา 

หรืออาจจะเป็นเพราะนี่คือ...สิ่งที่แม่กัลยาอยากให้ผมช่วยทำหรือเปล่าว๊ะผมถึงต้องทำ

เอาเถอะว่ะ พรุ่งนี้ค่อยเริ่มคุยใหม่

 

"ขอให้พรุ่งนี้ได้คุยกันนะครับ..." 

"ขอให้พรุ่งนี้เราฟังที่พี่อธิบายและขอให้พรุ่งนี้เรา...รับเรื่องราวทั้งหมดได้นะครับ...ดวงดาวของพี่" ผมบอกเธอไปเสร็จ

 

จุ๊บ~ ก็จับมือของนับดาวขึ้นมาจุ๊บเหมือนเดิมครับ...

สิ่งที่ผมกลัวที่สุดคือ...ใจของนับดาวครับ เพราะผมไม่สามารถรู้ได้เลยว่า...เธอกำลังจะทำอะไร เธอกำลังคิดอะไรอยู่ 

อ่า...จะว่าไปเรื่องของที่น้องทอรุ้งทำก็ยังไม่ได้คุยเลยนี่หว่า...คือเปล่าหรอกครับ ผมแค่คิดว่า...อยากพานับดาวไปเที่ยวต่างประเทศบ้าง...

.

.

.

นับดาว talk's

 

@ห้องเช่าของเค้า

 

"พ่ะ..พี่โซ่นับดาวกลัว" ฉันร้องบอกเค้าไปเสียงสั่น

"ไม่ต้องกลัวครับ" เค้าบอกมา

"มันจะไม่เจ็บใช่ไหมคะ?"

"พี่เองก็...ไม่รู้เหมือนกันครับแต่พี่สัญญาพี่จะทำเบาๆ"

"จริงๆนะ" 

"ครับ เกี่ยวก้อยสัญญาเลยก็ได้ครับ"

"อื้ออ"

 

แต่...สุดท้ายมันก็เจ็บมาก เจ็บจนใจจะขาด

 

@โรงเรียนพาไปเข้าค่ายในป่า

 

"พี่โซ่อย่าทิ้งนับดาวไปไหนนะคะ"

"ครับพี่สัญญาว่าพี่จะไม่ทิ้งเธอไปไหน"

"จริงๆใช่ไหมคะ?"

"จริงครับทำพันธสัญญาเลยก็ได้" เค้าพูดมาพร้อมกับยกนิ้วก้อยขึ้นมา

"ค่ะ" ฉันยกนิ้วก้อยของตัวเองไปเกี่ยวพันกับนิ้วก้อยของเค้าและเค้าก็เอานิ้วโป้งของเค้ามาแตะกับนิ้วโป้งของฉันเป็นการทำพันธสัญญา

 

แต่...สุดท้ายเค้าก็ทิ้งฉันไป ทิ้งฉันไปอย่างเลือดเย็น

 

"พี่รักเธอนะนับดาว...ชอบตั้งแต่แรกเห็น" 

"จริงหรอคะ?" 

"จริงครับ รักมากกกกและจะรักคนเดียวตลอดไป"

 

แต่...คำพูดมันก็สำคัญเท่าการกระทำปากบอกว่า...รักฉันในวันที่ฉันยังมีดีให้เค้าเอาและเค้าก็ใช้งานฉันจนฉันไม่เหลือชิ้นดี

แต่...การกระทำเค้าและคำพูดของเค้าในวันนั้นวันที่ฉันหมดประโยชน์มันกลับสร้างแผลใหญ่ที่ถึงแม้เวลาจะนานเท่าไหร่มันก็ไม่หาย...ให้กับฉัน

 

"ที่พี่ออกมาก่อนที่พี่อยากพาข้าวสวยออกมาด้วยก็เพราะว่า...ที่นั่น...เป็นนรกบนดินจริงๆครับ"

"ม่ะ..ไม่จริง" 

"จริงครับ...นับดาวที่นั่นเลี้ยงเด็กไว้เพื่อขายและส่ะ...." 

"หยุด!!!"

 

แต่...การกลับมาในครั้งนี้ของเค้าเค้าค่อยๆเข้ามารักษาแผลของฉันและแน่นอนว่ามันค่อยๆหายแต่เค้ากลับกรีดแผลใหม่ใหญ่กว่าเดิมให้ฉันอีก

แล้ว...แบบนี้ฉันจะสามารถเชื่อในการกระทำและคำพูดของเค้าได้จริงๆหน่ะหรอคะ? จะเชื่อได้ยังไง? จะเชื่อได้แค่ไหน? จะเชื่อได้สักกี่เปอร์เซ็น? 

ฉันว่า...ฉันไม่สามารถเชื่ออะไรเค้าได้อีกแล้ว กลับกันฉันกลับไม่เคยคิดจะโกหกเค้าเลยสักครั้งเดียวที่เค้าไม่รู้เพราะเค้าไม่เคยถามและบางคำถามที่เค้าถามฉันมาฉันเองก็ไม่รู้คำตอบที่ชัดเจนแล้วจะให้ฉันตอบยังไงคะ

 

"อื้ออออ~" ลืมตาตื่นขึ้นมาในห้องนอนของเค้าในตอนนี้ฟ้ายังมืดอยู่นิดหน่อยมองไปที่นาฬิกาแขวนผนังตอนนี้เป็นเวลา

 

เช้าวันต่อมา เวลา05:35น.

 

"....." ....เงียบและพยายามจะผลักตัวเค้าออกไป ไม่ได้นะอินับดาวมึงห้ามร้องไห้ให้เค้าอีกนะ

"อึ๊! เฮ้อ!" และในที่สุดฉันก็ผลักตัวเค้าออกไปได้ ก่อนที่ฉันจะลุกขึ้นนั่งและลุกขึ้นยืนก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องเค้าฉันก็หันหน้ามองคนหลายใจ

"....." และพยายามจะมองบนเพื่อให้ตัวเองน้ำตาไม่ไหล

 

คนหลายใจอย่างเค้าคงจะคุยกับยัยเด็กนั่นแล้วสินะ คงจะคุยกันหลายท่าซ๊ะด้วยสิถึงได้เชื่อกันขนาดนี้ เค้าบอกกับฉันเองเค้าคุยกับฉันแล้วก่อนหน้าที่ฉันจะบอกไปว่า...ยัยเด็กนั่นเป็นลูกสาวของผู้หญิงขี้ขโมยคนนั้นและก็มาจากบ้านเด็กกำพร้าแสงดาวนั่น แต่พอมาวันนี้...เค้ากลับคำพูดเค้ากลับมาบอกฉันว่า...บ้านแสงดาวเป็นนรกบนดินจริงๆ 

ถ้าเรื่องที่เค้าพูดเป็นเรื่องจริงขึ้นมาเค้าก็คงจะเป็นคนโกหกที่กลบเกลื่อนเก่งมาก

เหอะ! ไปคุยกันอิท่าไหนมาบ้างหล่ะ นั่นสินะ...คนที่ควงผู้หญิงทีละสี่ห้าคนแบบเค้าหน่ะจะมาจีบฉันแค่เพียงคนเดียวและจะไม่มีอะไรกับใครเลยได้ไงหล่ะ

ฉันคิดได้ดังนั้นก็รีบออกไปจากห้องเค้าทันที เอ๊!? ออกไปอย่างงี้จะกลับยังไงหล่ะ พยายามมองหากระเป๋าสตางค์ของเค้า

 

"....อ่า~" ไม่รู้ว่าฉันคิดเรื่องของเค้านานไปหรือเปล่า แต่ว่า...ตอนนี้น้ำตาของฉันไหลออกมาแล้วค่ะ

"ฮึ่ก..." ร้องให้และหยิบเงินในกระเป๋าสตางค์ของเค้ามาสี่ร้อยบาทถือเป็นค่าจ้างเมื่อวานส่วนค่าคอมฯฉันไม่เอาก็ได้

 

@คฤหาสน์สงค์ไพศาลโรจน์ เวลา05:55น.

 

"นี่ค่ะพี่ไม่ต้องทอนนะคะ" ฉันพูดพร้อมกับยื่นเงินไปให้คนขับแท็กซี่สองร้อยบาท

"ครับ ขอบคุณครับ!" เค้าพูดขอบคุณฉันมา และฉันก็ลงจากรถมาและเดินเข้าไปในบ้านและรีบตรงไปที่บ้านสวนของฉัน

 

แกร็กๆ แอ๊ดดดด~ เชื่อเค้าเลยจริงๆ พ่อนะพ่อไม่เคยจะล็อกประตูบ้านเพราะรอฉันกับเฮียน่านน้ำกลับมาอยู่เรื่อยเลย

เห้อ~ ทำไมชอบทำตัวให้ฉันเป็นห่วงอยู่เรื่อยเลยนะ

ฉันเดินเข้าไปในบ้านและก็...

สวบ! สวมกอดเข้าที่หลังของผู้เป็นพ่อไป ก็รู้อยู่แล้วว่าพ่อหน่ะตื่นเช้ามากค่ะ

 

"คุณพ่อคะ ทำไมไม่ล็อกประตูบ้านหล่ะคะ?" ฉันถามท่านไป

"ฮ่าๆ เพราะรู้ไงว่าสักวันนึงนับดาวหรือไม่ก็น่านน้ำต้องมา พ่อก็ขาแข้งไม่ค่อยจะดีแล้วเดินช้าหน่ะ" โถ่ พ่ออ่ะเห็นลูกสาวกับลูกชายตัวเองใจร้อนขนาดนั้นเลยหรอไง!? เห้อ~

"คุณพ่อ...ทำอะไรอยู่หรอคะ?" 

"อ่า...ทำกับข้าวเตรียมใส่บารตหน่ะลูกมาใส่ด้วยกันกับพ่อสิ จะได้ขออโหสิกรรมเจ้ากรรมนายเวร" เหอะ!

"เจ้ากรรมนายเวรของนับดาวต่างหากหล่ะต้องมาขออโหสิกรรมนับดาว..." ฉันพูดไป

"นับดาวลูก!"

"นับดาวพูดความจริง! นับดาวเคยทำอะไรใครที่ไหนหล่ะคะมีแต่พวกมันที่ทำพวกเราถ้าเฮียน่านน้ำไม่ใช่ผู้ชายเธอ....ไม่สิ คุณแม่ก็คงจะไม่รัก!" ฉันพูดไป

"เห้อ~ หนูไม่ทำอะไรใครหน่ะดีแล้วลูกนับดาว...เวรกรรมมีจริงนะลูก"

"ค่ะ" ถึงจะตอบรับคุณพ่อไปแบบนั้นแต่ฉันก็ไม่คิดที่จะหยุดหรอกนะ

 

ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงแก้แค้นไม่ได้...แต่ก็จะไม่อโหสิกรรมให้พวกมันรอตอนพวกมันจะตายเมื่อไหร่กูค่อยอโหสิกรรมให้ 

ฉันรอมาตลอด อดทนรอมาตลอดว่า...เมื่อไหร่เวรกรรมจะตามพวกมันทันแต่ก็ไม่เห็นจะตามพวกมันทันสักที 

เวรกรรมมีอยู่จริงๆหน่ะหรอในเมื่อไม่มีอยู่จริงบุญก็อย่ามายุ่งทำให้ฉันทำลายพวกมันไม่ได้สิว๊ะ

เพราะอะไร? เพราะพวกมันมีบุญมากงั้นสิฉันถึงทำอะไรพวกมันไม่ได้แต่ว่า...ทำไมถึงต้องให้ฉันรับกรรมตลอดด้วย แม้แต่กรรมก็เลือกตามเฉพาะคน

 

"สีกา" เสียงพระองค์หนึ่งที่มีอายุมากแล้วเรียกฉันไว้ทำให้ฉันออกจากภวังค์พะวงความคิด

"คะ?" ฉันเผลอขานรับไป

"กรรมหน่ะมันมีอยู่จริงบุญที่สีกาทำหน่ะมันจะส่งผลต่อสีกาแน่นอน" พระองค์นั้นพูดมา

"....." ท่านจะไปรู้อะไร

"อัตมาไม่รู้อะไรหรอก"

"เอ๊!?" เผลอเงยหน้าขึ้นไปสบตากับท่านและก็ก้มหน้าลงแบบเดิม

"แต่...คนที่มีบุญมากหน่ะจะไม่ทำร้ายใครเพราะจิตใต้สำนึกยังคงต้องการเป็นคนที่มีบุญอยู่ไม่ได้อยากเป็นคนที่มีบาป" ท่านพูดมา ถึงจะไม่ค่อยชอบฟังเทศน์ก็เถอะ

"หมายความว่า...คนที่มีบุญมากจะทำอะไรคนที่มีบาปไม่ได้เลยหรอคะ?" นี่สินะ คนดีถึงได้ตายก่อนคนเลว

"อยู่ที่ตัวเอง...อยู่ที่ว่าสีกาจะอยากลดตัวไปเป็นคนบาปหรือเปล่า" เอ๊!? ท่านเจาะจงฉันเลยนี่หน่า...

"....." แน่นอนว่า...ถ้ามันทำให้พวกมันชิบหายวายวอดได้หล่ะก็อย่าว่าแต่เป็นคนบาปเลยค่ะปีศาจฉันก็เป็นได้

"แล้วเมื่อไหร่หรอคะ? เมื่อไหร่ที่กรรมจะเริ่มทำงาน?" ฉันถามท่านไปอีกคำถามนึง

"กรรมมันทำงานของมันอยู่แล้วสีกา อยู่ที่ว่ามันจะทำงานหนักช่วงไหน เอาหล่ะ! รับพรนะโยม" ท่านตอบฉันมา

"....." ฉันไหว้พระรับพรทันที

 

หลังจากพระให้พรเสร็จฉันก็เดินกลับเข้าไปในบ้านกับพ่อเหมือนเดิม

 

"เอาน้ำนี่ไปกรวดน้ำนะลูกนับดาว" 

"นับดาวท่องบทกรวดน้ำไม่เป็นนะคะ คุณพ่อก็ไปกรวดน้ำด้วยกันสิคะ" ฉันพูดไป

"ป่ะๆ" และคุณพ่อก็เดินนำฉันไป

 

คิดว่า...ฉันถูกขัดเกลาหรือยังคะ ไม่รู้สิ จะรออีกสักหน่อยแล้วกัน จิ้งจกทักเรายังฟังนี่คนนะแถมเป็นพระด้วยทักเราจะไม่ฟังเลยหรอ 

และหลังจากกรวดน้ำเสร็จสายตาของฉันก็ไปปะทะเข้ากับร่างของ...ไอ้สายธารมันเดินเซไปในบ้านใหญ่แต่มันทำกระดาษอะไรไม่รู้ตกไว้หน้าบ้าน ฉัน...ไม่ได้สนใจอะไรและเดินเข้าบ้านสวนของฉันเพื่อมานอน

 

End ep.18

.

.

.

.

.

{To be continued}

 

"สายไหม! แม่หาคนที่ดีที่สุดให้กับเราแล้วนะ!!! เราแต่งเถอะนะ!!! เจ้าสัวหน่ะอีกหน่อยก็ตายแล้ว! และสมบัติของมันก็จะเป็นของลูกคนเดียว!" 

 

Talk

 

อิพี่เมิงจะเปรียบเทียบทุกคนกับเมียเพื่อนเมิงไม่ได้ ก่อนพี่เมิงจะไปสอนคนอื่นให้รู้จักมนุษย์สัมพันธ์ควรสอนว่าที่เมียเมิงก่อนป้ะ?

.....

 

สรุปก็คือ...ที่นับดาวแก้แค้นไม่ได้ก็เพราะว่า...นับดาวมีบุญมากนั่นเอง เย้! กรรมเกิดจากการกระทำใครทำอะไรไว้ต้องได้ชดใช้แน่นอน 55555

.....

 

อย่างที่ไรท์เตอร์เคยบอกไปนะคะว่า...ไรท์เชื่อเรื่องผีมากนะเพราะงั้นเรื่องบุญเรื่องบาปกับเรื่องผีเรื่องสางมันก็มาพร้อมๆกันนะคะ เลยอยากถ่ายทอดความคิดของไรท์ไปให้ทุกคนได้รู้กันอ่ะเนอะ

.....

 

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจค่ะ

ผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

โปรดติดตามอ่านตอนต่อไปกันด้วยนะคะ

คอมเม้นต์เป็นกำลังใจหรือติชมได้นะคะ

คืนนี้ฝันดีราตรีสวัสดิ์ค่ะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว