facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กำลังขาดแคลน

ชื่อตอน : กำลังขาดแคลน

คำค้น : จีนโบราณ,Yaoi,ท้องได้,NC20

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6k

ความคิดเห็น : 29

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ม.ค. 2563 16:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กำลังขาดแคลน
แบบอักษร

หลังจากที่เหล่าสนมชายาถูกปลดเพียงวันเดียว บรรดาเหล่าขุนนางที่เป็นสกุลเดิมของสนมชายาเหล่านั้น ต่างรวมตัวกันมาโอดครวญต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้ ถึงในห้องทรงพระอักษร 

"ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ ทรงวินิจฉัยใหม่ด้วยพ่ะย่ะค่ะ เรื่องของฝ่ายในเหตุใดพวกกระหม่อมต้องมาร่วมรับผิดชอบด้วยพ่ะย่ะค่ะ"  

"ทรงวินิจฉัยใหม่ด้วยพ่ะย่ะค่ะ" 

"ทรงวินิจฉัยใหม่ด้วยพ่ะย่ะค่ะ" 

เสนาบดีกรมคลัง และบรรดาขุนนางต่างคุกเข่าร้องขอความเป็นธรรมกันระงม แต่ผู้เป็นฮ่องเต้กับฮองเฮา หาได้สนใจไม่ ผู้หนึ่งไม่แม้กระทั่งจะยกพระพักตร์ออกจากฎีกา ส่วนอีกผู้หนึ่งก็นั่งกินขนมอย่างเอร็ดอร่อย ปล่อยให้พวกขุนนางทั้งหลายคุกเข่าเช่นนี้มาเกือบชั่วยามแล้ว  

กระทั่งหลายคนเริ่มจะทนไม่ไหว เพราะคุกเข่านานเกินไป  

"ฝ่าบาท พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเป็นขุนนางมาก็หลายปีไม่เคยเกิดเรื่องเช่นนี้มาก่อน เรื่องของฝ่ายในไม่ควรเอามาปะปนกับขุนนางที่รับใช้บ้านเมืองนะพ่ะย่ะค่ะ หากยังทรงไม่พิจารณาใหม่ เกรงว่าบรรดาขุนนางภักดีคงได้ลาออกกันหลายคนเป็นแน่ พ่ะย่ะค่ะ!"  

ทุกคนต่างก็แย่งกันออกเสียงสนับสนุนพร้อมกับโขกศีรษะลงพื้น นับรวมแล้วมีขุนนางถึงแปดคนที่อยู่ที่นี่ ตำแหน่งสูงที่สุดคือเสนาบดีกรมคลัง ยังขาดเพียงแม่ทัพใหญ่พี่ชายของอดีตกุ้ยเฟยเท่านั้น หากร่วมใจกันลาออกทั้งหมด คงได้เกิดปัญหาใหญ่แล้ว  

แต่นั่นหาใช่ความกังวลของฮ่องเต้ไม่ พระพักตร์ทรงยกขึ้นทอดพระเนตรเหล่าขุนนาง ก่อนจะทรงรับสั่งด้วยน้ำเสียงเฉื่อยชา  

"คราแรกก็เป็นพวกท่านเองมิใช่รึ ที่ชอบยุ่งเกี่ยวกับเรื่องฝ่ายใน ที่เรายังไร้ทายาทอยู่ทุกวันนี้ ก็ไม่ใช่เป็นเพราะฝีมือของพวกท่านคอยให้ความช่วยเหลือสนับสนุนพวกนางหรอกรึ!" 

สิ้นเสียงรับสั่ง บรรดาขุนนางที่กำลังคุกเข่าโขกศีรษะอ้อนวอนอยู่ ต่างก็พากันเงียบสนิท ใบหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นขาวซีด ความผิดใหญ่หลวงที่ร่วมใจกันสังหารบุตรในครรภ์ของเหล่าสนมชายา อาจจะต้องโทษประหารทั้งตระกูลก็เป็นได้ 

"เราเห็นแก่ที่พวกท่านเป็นขุนนางมีความสามารถ อีกทั้งยังทำงานมานาน ถึงไม่อยากจะเอาเรื่องให้มากความแต่พวกท่านกลับไร้ความคิดสิ้นดี!!"  

"ฝะ.. ฝ่าบาท .. พ่ะ.. " 

"ไม่ต้องเอ่ยอันใดอีกแล้ว!! เราไม่อยากฟัง! พวกท่านพากันกลับไปได้แล้ว! และจากนี้ไปทำตัวให้ดี เพราะหลังจากนี้จะไม่มีครั้งต่อไป ได้ยินหรือไม่!" ได้ฟังรับสั่งคล้ายอภัยโทษทำให้เหล่าขุนนางเอ่ยปากอย่างรีบร้อน 

"ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมทูลลาพ่ะย่ะค่ะ"  

"ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมทูลลาพ่ะย่ะค่ะ" 

เสียงกราบทูลดังอย่างพร้อมเพรียง ก่อนที่ทุกคนจะรีบลุกขึ้นก้าวเท้าออกไปอย่างลนลาน ราวกับผู้กำลังหนีตาย 

 

ซื่อยี่นั่งมองภาพนี้อย่างนึกขัน พอพ้นหลังเหล่าบรรดาขุนนาง เจ้าตัวก็ก้าวเท้ามายืนข้างโต๊ะทรงงาน 

"ฝ่าบาท~"  

"หืม" ได้ยินเสียงออดอ้อนของคนตัวเล็กแล้ว คนตัวโตกว่าก็แสร้งทำเป็นไม่สนใจ จนอีกฝ่ายต้องยู่ปาก "ฝ่าบาทอ่ะ"  

"หึหึ" ยกยิ้มเล็กน้อยด้วยพระเนตรหยอกล้อ ก่อนจะรั้งตัวคนหน้างอขึ้นมานั่งคร่อมบนตัก จุมพิตริมฝีปากเล็กแผ่ว ๆ "เด็กขี้งอน" 

"หม่อมฉันไม่ได้งอนเสียหน่อยนะเพคะ!" คนถูกล้อเถียงขึ้นทั้งยังแก้มป่องพองลม จนถูกหอมแก้มนวลไปอีกฟอดใหญ่ด้วยความเอ็นดู  

"อื้อออ~"  

"เอาล่ะ.. ไม่งอนก็ไม่งอน" สายพระเนตรอ่อนโยน ทอดมองคนบนตัก เต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย พร้อมกับฝ่ามือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นลูบหลังอย่างเบามือ 

"ฝ่าบาท ขุนนางเหล่านั้นจะสร้างปัญหาหรือไม่เพคะ" ดวงตากลมโตจ้องมองอย่างเป็นห่วง เสวี่ยหงเยว่เห็นแล้วรู้สึกหัวใจพองโต อดไม่ได้ต้องยกนิ้วเรียวขึ้นเกลี่ยข้างแก้มขาวนวล 

"ไม่มีอันใด เจ้าอย่าได้ห่วงไปเลย จากนี้คนพวกนั้นไม่กล้าทำอะไรอีกแล้วล่ะ" 

 

"ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ" เสียงลิ่วกงกงดังออกมาจากด้านนอก ทำให้พระองค์ต้องละวงแขนให้คนตัวเล็กลุกขึ้นยืน ก่อนจะทรงรับสั่ง  

"เข้ามา" 

ขันทีคนสนิทก้าวเท้าเข้ามาถึงก็ค้อมตัวรายงานทันที "ไทเฮาทรงเสด็จมาขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ" 

"ดีจริง! ที่ต้องมาก็ควรมาเสียที ไปเชิญเข้ามาเถิด"  

"พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท" 

พ้นหลังลิ่วกงกงไม่นาน หญิงชราที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นใหญ่ในวังหลังมีกูกูคนสนิทกำลังประคอง ค่อย ๆ ก้าวเท้าเข้ามาด้วยใบหน้าแสดงความไม่พอใจ ซ้ำยังไม่พูดพร่ำทำเพลง ก็ต่อว่าต่อขานด้วยน้ำเสียงเดือดดาลทันที  

"ฝ่าบาท! พระองค์ทรงทำเช่นนี้ได้อย่างไรกัน!" 

ทำให้ฮ่องเต้ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทรงงาน คิ้วขมวดเล็กน้อย "เราทำอันใด"  

"ทำอันใดน่ะรึ! ยังทรงต้องถามอีก!" น้ำเสียงดุดันของอีกฝ่าย ยิ่งทำให้คิ้วของฮ่องเต้ที่แต่เดิมขมวดเพียงเล็กน้อยกลายเป็นขมวดมากขึ้นไปอีก 

"ไทเฮา!" สุ้มเสียงเย็นชา จนน่าขนลุก "ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพระองค์ทรงลืมสิ่งใดไปหรือไม่ ถึงได้กล้าใช้น้ำเสียงเช่นนี้กับเรา!"   

บรรยากาศภายในห้องเริ่มเปลี่ยนเป็นหนาวเย็น ทำให้ไทเฮารู้สึกตกพระทัยยิ่งนัก เพราะไม่เคยเห็นฮ่องเต้น่ากลัวเช่นนี้มาก่อนเลย หวาดกลัวจนเอ่ยวาจาไม่ออก 

"ข้า... เอ่อ..."  

ไม่รอให้หญิงชราได้เอ่ยปาก ฮ่องเต้ทรงรับสั่งขัดด้วยน้ำเสียงเหยียบเย็น "ถ้าอย่างนั้นเราจะช่วยบอกให้ก็แล้วกัน ที่พระองค์ยังอยู่ในตำแหน่งนี้ได้อย่างสงบ ก็เพราะบิดาของท่านใช้ชีวิตแลกมันมา ทรงอย่าได้ทำให้มันสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ อย่าหาว่าเราไม่เตือน!!" 

เมื่อครั้งรัชสมัยอดีตฮ่องเต้ บิดาของผู้เป็นไทเฮา เคยใช้ชีวิตตนเองปกป้องอดีตฮ่องเต้ พระองค์จึงแต่งตั้งบุตรสาวขึ้นเป็นฮองเฮา แต่กลับไม่ยอมมอบบุตรมังกรให้ ก็เหมือนผู้ที่ถือแต่ตำแหน่งเท่านั้น แต่หามีอำนาจที่แท้จริงไม่ 

ที่เสวี่ยหงเยว่ฮ่องเต้ไม่ทรงจัดการกับนางให้เด็ดขาดก็เพราะคำสั่งเสียของพระบิดาเท่านั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะยอมให้นางมามีอำนาจเหนือพระองค์  

"ท่านควรจะกลับไปอยู่อารามหลวงเช่นเดิมจะดีกว่ากระมัง" รับสั่งคล้ายจะลงโทษเช่นนี้  ผู้ที่แต่เดิมกำลังหวาดกลัวกลับกลายมาเป็นโกรธเคืองขึ้นมาทันที 

"ฝ่าบาท! ข้าแค่มาเตือนด้วยความหวังดี พระองค์ทรงทำไม่ถูกต้องด้วยการปลดเหล่าสนมชายาเหล่านั้น ไหนจะยังเรื่องฮองเฮาเป็นบุรุษอีก บรรพบุรุษของราชวงศ์เสวี่ยจะยอมรับได้เช่นไร พระองค์ไม่กลัวบ้างรึ!" สายตาจับจ้องพระพักตร์อย่างไม่หวั่นเกรง 

"นี่ก็ใกล้พิธีกราบไหว้บรรพชนแล้ว! ระวังเถิดหากเกิดอาเพศขึ้นมาฝ่าบาทคงได้กลายเป็นคนอกตัญญูแล้ว!!"  

"ไทเฮา!! อย่าให้เกินไปนัก!" เสียงทรงอำนาจตวาดดังก้องจนทำให้ทุกคนสะดุ้งตกใจ ซื่อยี่เองก็เช่นกัน ตั้งแต่เข้าวังมาพึ่งเคยเห็นฮ่องเต้ ที่ทรงดูทั้งน่าเกรงขามและน่าหวาดกลัวในคราวเดียวกันเช่นนี้ ในตากลอกไปมาอย่างครุ่นคิดชั่วครู่ 

"ฝ่าบาท~" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นทำลายบรรยากาศหนาวเย็นจนหมดสิ้น ทำให้ทุกสายตาต่างไปตกอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน มองผู้ที่เสมือนไร้ตัวตนมาพักหนึ่งอย่างประหลาดใจ  

"ฮองเฮามีอะไรรึ" สุ้มเสียงอ่อนโยนแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว คล้ายไม่ใช่ผู้ที่ตวาดผู้คนไปเมื่อครู่อย่างนั้น 

"ไทเฮา ทรงถือเป็นคนคนของฝ่ายในหรือไม่เพคะ" 

"เป็นเช่นนั้น" ทรงผงกศีรษะรับด้วยสายตาเอ็นดู 

"เห... ถ้าอย่างนั้นหากทำผิดกฎของฝ่ายในก็ต้องถูกลงโทษเช่นกันน่ะสิ" แววตาเปล่งประกายระยิบระยับ เอียงคอมองไทเฮาด้วยรอยยิ้มน่ารัก  

"ไทเฮาเพคะ ตั้งแต่พระองค์ก้าวเท้าเข้ามา ทรงกระทำผิดกฎไปหลายข้อเลยทีเดียว แต่เอาเป็นว่าจะยกโทษให้ไปก่อนก็ได้ แต่ถ้าจากนี้พระองค์ทรงผิดกฎอีก หม่อมฉันจะลงโทษตามกฎแล้วนะเพคะ" ซื่อยี่ผู้ที่กำลังคิดว่าตนเองกำลังขาดแคลนก็เริ่มหาสมบัติเข้าคลังทันที 

แต่ผู้ที่กระทำผิดโดยไม่รู้ตัวอย่างไทเฮาโกรธจนแทบเต้น "เจ้า!.. ช่างบังอาจนัก!" 

"ชู่ ๆ อย่านะเพคะ หากทรงตรัสกับหม่อมฉันเช่นนี้ละก็......" เอ่ยละวาจาไว้แค่นั้นก่อนจะยกยิ้มชั่วร้าย จนอีกฝ่ายไม่กล้าที่จะเอ่ยอันใด ได้แต่กล้ำกลืนคำด่ารุนแรงลงคอ 

ท่าทางราวจะฉีกทึ้งผู้คนของไทเฮา ยิ่งทำให้รอยยิ้มของฮองเฮาตัวน้อยกว้างขึ้น ส่วนฮ่องเต้ที่แต่เดิมอารมณ์คลายลงแล้ว ก็เริ่มจะไม่พอใจขึ้นมาอีกครั้ง  

"ทรงเสด็จกลับไปเถิด ท่านอยู่เฉย ๆ ก็ดีอยู่แล้ว อย่าพยายามทำอันใดที่จะพาตนเองมีจุดจบไม่ดีเลย เราหาได้โง่งมอย่างที่ท่านคิดไม่" 

"ดี! ๆ ข้าจะรอดูในวันพิธีกราบไว้บรรพชนแล้วกัน!" ตรัสจบไทเฮาก็ให้กูกูคนสนิทประคองออกไปด้วยความแค้นใจ 

ซื่อยี่มองตามหลังผู้ที่กำลังก้าวเท้าออกไปด้วยสายตาละห้อย รู้สึกเสียดายอยู่เล็กน้อย ใจนึกอยากให้หญิงชราอยู่ต่ออีกสักหน่อยคงจะต้องได้เงินเยอะเป็นแน่ จนผู้ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หลังโต๊ะทรงงานเห็นแล้วให้นึกอยากจับคนมาตีก้นขึ้นมาตงิด ๆ รั้งเอวจอมงกน้อยมานั่งบนตัก บีบจมูกงอนไปหนึ่งทีเพื่อเรียกสติ 

"อื้อออ~ ฝ่าบาทอ่ะ ทรงรังแกหม่อมฉันทำไมเพคะ ทรงมอบรางวัลมาเลยนะ ดูสิไม่มีผู้ใดมากวนใจพระองค์อีกแล้วเห็นหรือไม่เพคะ" 

"อ้อ.. เป็นเช่นนั้นเอง แต่เอ.... ไม่ใช่ว่าเจ้าจะหลอกให้ไทเฮาทำผิดกฎจะได้ลงโทษหรอกรึ เหตุใดเป็นช่วยเราไปเสียแล้วเล่า" 

พอถูกอีกฝ่ายรู้ทันเจ้าจอมงกน้อยบนตัก ก็กลอกตาไปมายกมือคล้องลำคอแกร่ง จุ๊บเข้าที่ปากคนโตกว่า ด้วยท่าทางประจบประแจงก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน  

"ไม่ใช่เช่นนั้นสักหน่อยนะเพคะ หม่อมฉันเกรงฝ่าบาทจะไม่สบายพระทัยต่างหากเล่าเพคะ"  

"หึหึ เจ้านี่น๊า" เห็นท่างทางเช่นนี้แล้วพระองค์ก็ได้แต่ทรงส่ายหน้าด้วยความเอ็นดู ไม่ว่าคนรักจะทำอันใดในสายพระเนตรแล้ว ล้วนเป็นเรื่องน่ารักทั้งสิ้น 

"ยี่เอ๋อ เหลือเวลาเพียงสามวันพวกเราต้องเดินทางไปสุสารราชวงศ์ เพื่อร่วมกราบไหว้บรรพชน หลังจากนั้นเจ้าจะกลายมาเป็นคนของสกุลเสวี่ยโดยสมบูรณ์แล้วนะ" เอ่ยวาจาพร้อมกับก็จุมพิตบนหน้าผากคนตัวเล็กอย่างนุ่มนวลก่อนพระพักตร์จะเปลี่ยนเป็นจริงจัง 

"ฟังจากคำไทเฮาแล้วคงมีแผนการชั่วร้ายเป็นแน่ เจ้าต้องระมัดระวังตัวให้มาก นางใจคอโหดเหี้ยมซ้ำยังฉลาดลงมือไร้ร่องรอย อย่าได้อยู่กับนางตามลำพังเป็นอันขาด เข้าใจหรือไม่" 

"หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ" เห็นเช่นนั้นซื่อยี่ก็ตอบรับด้วยน้ำเสียงจริงจังเช่นกัน  

 

อีกด้านหนึ่ง ไทเฮาที่กำลังคับแค้นใจ เอ่ยวาจาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบากับกูกูคนสนิท 

"แม่ทัพหริ่งกลับถึงเมืองหลวงพรุ่งนี้ใช่หรือไม่" 

"เพคะ" 

"ดี ๆ"  

 

------------ 

ไรท์ยังไม่ตายน๊า ไม่ต้องเผากระดาษเงินกระดาษทองมาให้ แหะ ๆ >:< 

รักรีดดดดดดดดดดดดดดด ทุกคน จุ๊บ ๆๆๆๆๆๆ 

ความคิดเห็น