email-icon

เรื่องคนธรรพ์หนุ่มขี้อ่อยกับบุตรสาวพญานาครักสนุก เขาต้องพาเธอกลับบ้าน เธอต้องการเที่ยวเล่นไปเรื่อยๆ ใครจะเสร็จใครมาลุ้นกันค่ะ

14 - ฉันรักเธอด้วยความไหวหวั่น

ชื่อตอน : 14 - ฉันรักเธอด้วยความไหวหวั่น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 760

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ม.ค. 2563 22:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
14 - ฉันรักเธอด้วยความไหวหวั่น
แบบอักษร

ผณินวารียิ้มแย้มพูดคุยกระหนุงกระหนิงสั่งอาหารให้ซาเวียร์ หนุ่มฝรั่งตาน้ำข้าว ผมทองที่เธอสนใจจับกินคืนนี้ หนุ่มนักท่องเที่ยวยุโรปคนนี้หน้าตาหล่อเหลา รูปร่างดูถูกใจ เขาท่าทางจะใช้ได้บนเตียงเสียด้วย เพราะสั่งอาหารเสร็จ มือเขาก็เลื้อยไปวางบนต้นขาของเธอ ลูบหยอกล้อเบาๆ แววตาของเขาวิบวับ เขายิ้มกรุ้มกริ่ม

นางนาคินีจำแลงยิ้มหวานโปรยเสน่ห์ แขนเรียวโอบไหล่ โอบเอวของซาเวียร์บ้าง ตามสัญชาติญาณงูที่ชอบพันโอบรัดสิ่งที่ตั้งใจจะกลืนกิน ดวงตากลมโตสีน้ำผึ้งแก่ของเธอยั่วยวน เธอปล่อยให้เขาวางมือบนต้นขาของเธอ ลูบๆ คลำๆ ผิวเนียนละเอียดที่โผล่พ้นกางเกงขาสั้นอย่างไม่เขิน ร้านอาหารร้านนี้เป็นร้านประจำของเธอ เจ้าของร้านรู้จักเธอว่าเธอไม่ได้เป็นหญิงขายบริการ และผู้ชายที่เธอพามาคือแฟน เพียงแต่เป็นแฟนระยะสั้นเท่านั้นเอง

บนชายหาดแห่งนี้ไม่มีใครตัดสินใครตำหนิใคร โดยเฉพาะร้านอาหารแห่งนี้ ซึ่งผณินวารีเคยให้เงินช่วยเหลือซ่อมแซมร้านเมื่อตอนร้านเจอพายุพัดจนหลังคาเปิดปลิวมาแล้ว หญิงสาวจึงเป็นเสมือนผู้มีอุปการคุณบุญคุณท่วมท้นของร้าน..

"คุณสวยมากเลย เวรี่ ผมชอบคุณจริงๆ นะ" ซาเวียร์มองสาวตรงหน้าตาเยิ้ม หลงเสน่ห์ผณินวารี สาวผมหยิกเป็นลอนโตๆ ผิวสีน้ำผึ้ง ตากลมโต ริมฝีปากอิ่ม รูปร่างของเธอช่างดูฟิตไปเสียทุกส่วนจนเขาเพ้อ มือเขาที่วางบนต้นขาของเธอลูบหนักมือขึ้น ..

หญิงสาวยิ้มยั่วยวน ดวงตากลมโตทอประกาย ซาเวียร์ไม่ได้เป็นผู้ชายหน้าตาดีที่สุดที่หลงใหลเธอ แต่ในตอนนี้เวลานี้ เขาดูดีพอจะทำให้เธอเลิกไขว้เขวไปสนใจคีตา หนุ่มนักดนตรีหน้ามน ดวงตาสีน้ำตาลอมทองไปได้ ซึ่งสำหรับผณินวารี แค่นั้นก็พอแล้ว เธอไม่ต้องการอาการหัวใจเต้นแปลกๆ จากสายตาตัดพ้อของคีตา มันทำให้เธออึดอัดหงุดหงิดกระสับกระส่าย..

นางนาคีจำแลงจึงขยับใกล้ซาเวียร์มากขึ้น ยิ้มยั่วยวน "คุณก็น่ารักมากเหมือนกันนะ ฉันไม่เคยเจอใครเหมือนคุณเลย" เธอเอ่ยประโยคที่ไว้หลอกล่อผู้ชายที่เธอใช้ประจำ หญิงสาวทำท่าเขินหลบตา ใช้มารยาผสมจริตนิดหน่อย "คุณคงไม่ได้มีแฟนอยู่แล้วใช่ไหม ?" เธอถามด้วยท่าทางเหมือนไม่มั่นใจเสียเต็มประดา ดวงตากลมโตมองเหมือนรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อจากซาเวียร์

คีตเทพกรรณแทบเบือนหน้าหนีไม่ทัน กิริยามารยาอ่อยเหยื่อของผณินวารีมีเสน่ห์และน่าเอ็นดู แต่มันก็น่ารำคาญใจไม่น้อยที่เธอใช้ประโยคเดียวกันที่จีบเขาไปจีบไอ้หนุ่มฝรั่งดองตรงหน้า !

คนธรรพ์พยายามข่มใจ เขาต้องไม่ไหวหวั่น เอาอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง ! เขามีหน้าที่อ่านเกมเธอให้ขาด ดูให้ออกว่าเธอจะทำอะไร และขัดขวางไม่ให้เธอติดใจไอ้หนุ่มตาน้ำข้าว เพราะไม่งั้นภายในสามวัน เกิดไอ้หนุ่มฝรั่งขี้นกมันถูกใจเธอขึ้นมามากกว่าเขา เขาโดนผณินวารีไล่ออกจากบ้านแน่ๆ และโอกาสจะหาตัวเธอ หรือทำให้เธอสนใจเชื้อเชิญเขาเข้าบ้านอีกครั้งคงยาก

ชายหนุ่มหน้าใสดวงตาสีน้ำตาลอมทองกอดอกนั่งมองผณินวารีกับซาเวียร์ด้วยสายตาจับผิด แววตาเขาเครียดจนผณินวารีไม่พอใจ ดวงตากลมโตของหญิงสาวแวววาวขึ้น เชอะ คีตา ! เธออยากจะลุกขึ้นไล่เขาออกไปจากร้านเสียเดี๋ยวนี้เลย ! มาทำหน้าบูดขัดตาเธออยู่ทำไม ? เธอไม่ใช่แฟนเขา เขาไม่มีสิทธิยุ่งกับเรื่องของเธอ !

นางนาคินีสาวไม่พอใจมาก จึงตัดสินใจแกล้ง...

ในเมื่อพ่อหนุ่มนักดนตรีของเธออยาก ดู ก็ ดู เสียให้เต็มตาแล้วกัน เธอจึงเอื้อมมือเรียวไปแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวเองทุกเม็ด แบะคอเสื้อออก โชว์เสื้อกล้ามฟิตรัดรูปและสัดส่วนโค้งกลมของอกสาวให้ซาเวียร์จ้องตาแทบถลน ผณินวารีเมินใส่คีตา หันมายิ้มใส่มารยาให้ซาเวียร์ "อากาศร้อนจังเลยนะคะ" แววตาของเธอยั่วยวน น้ำเสียงออเซาะซาเวียร์

คีตเทพกรรณผุดลุกขึ้นทันที ! ท่าทางยั่วยวนของผณินวารีทำให้เขานั่งไม่ติดเก้าอี้แล้ว ! เขาเดินลิ่วหายไป ทำให้ผณินวารีแอบซ่อนรอยยิ้มพอใจ เชอะ ไปเลย ใครเขาอยากง้อกัน เธอคิดในใจ หันไปเอาอกเอาใจตักข้าวป้อนน้ำให้ซาเวียร์ สวีทจี๋จ๋าหวานจ๋อย

"สวัสดีครับ ผมขอแนะนำตัว ชื่อคีตา นะครับ ผม เอ่อ อ่า อยากเล่นดนตรีให้ทุกท่านฟัง หากไม่เป็นการรบกวนเกินไป" คีตาเอ่ยแล้วก็ยิ้มโปรยเสน่ห์ให้ทุกโต๊ะที่หันมามองเขา ก่อนวางขันพลาสติกลงข้างหน้าเวที แล้วไปนั่งข้างหลังเปียโนไฟฟ้าที่มองออกมาเห็นทุกคนในร้าน "ผมอยากได้เงินค่ารถกลับบ้านสักหน่อย ท่านใดถูกใจก็บริจาคได้ตามจิตศรัทธานะครับ" แล้วชายหนุ่มหน้ามนก็ยิ้มมีเสน่ห์ทำให้คนทั้งร้านหันมาฟังอย่างตั้งใจ

ดวงตาที่ขนตางอนเกินผู้หญิงของคีตาสบตาผณินวารีเพียงครู่เดียวราวท้าทาย แล้วก็จัดการพรมนิ้วบนคีย์เปียโนไฟฟ้าอย่างเชี่ยวชาญ ท่วงทำนองเพลงอ่อนหวานดังขึ้นโอบล้อมทุกคนในร้านอาหารด้วยเวทย์มนตร์ คีตเทพกรรณจึงเงยหน้าขึ้น ริมฝีปากสีชมพูของเขาเลื่อนไปใกล้ไมโครโฟนและเริ่มร้องเพลงที่ตรงกับอารมณ์ในใจของเขา

ฉันรักเธอรักเธอด้วยความไหวหวั่น ว่าสักวันฉันคงถูกทอดทิ้ง

มินานเท่าไรแล้วเธอก็ไปจากฉันจริงๆ เธอทอดทิ้งให้อาลัยอยู่กับความรัก

แม้มีปีกโผบินได้เหมือนนก อกจะต้องธนูเจ็บปวดนัก

ฉันจะบินมาตายตรงหน้าตัก ให้ยอดรักเช็ดเลือดและน้ำตา

แม้มีปีกโผบินได้เหมือนนก อกจะต้องธนูเจ็บปวดนัก

ฉันจะบินมาตายตรงหน้าตัก ให้ยอดรักเช็ดเลือดและน้ำตา *

(*เพลงอาลัยรัก คำร้องโดยคุณชาลี ชนะวิจิิตร ทำนองโดยคุณสมาน กาญจนผลิน ขับร้องโดยคุณชรินทร์ นันทนาคร)

เสียงทุ้มกังวานของคีตเทพกรรณและตัวโน๊ตที่เล่นแบบเรียบง่าย ทำให้ทุกคนในร้านอาหารหยุดนิ่งฟังเหมือนต้องมนตร์ คนธรรพ์ของพระอินทร์ไม่ได้ออกลวดลายมากนัก ฝีมือที่แสดงวันนี้ก็ไม่ได้เศษเสี้ยวของที่เขาถวายองค์อินทร์ แต่...

กริ๊ก ! แชะ ! พึ่บ ! เสียงลูกค้าในร้านเวียนกันเอาเงินมาหย่อนในขันเรี่ยรายเงินของเขากับเสียงกล้องถ่ายรูปไม่ขาดสาย ทำให้คีตเทพกรรณเงยหน้ายิ้มหวานให้ทุกคน ปลายนิ้วยังคงร่ายมนตร์ แววตายังคงออดอ้อนทอดสะพานให้ผณินวารี ในใจก็นึกขอบคุณที่นักดนตรีวงประจำของร้านเกิดทะเลาะแตกคอกันชั่วคราวเลยไม่ยอมมาเล่นวันนี้ ทำให้เขามีโอกาสแสดงฝีมือ..

นิ้วเขาพรมคีย์เปียโนอย่างอ่อนโยน ใบหน้าหล่อจนสวยของเขามองขอบคุณทุกคนรอบร้าน ทำให้ผณินวารีชักจะรู้สึกแปลกๆ เหมือนเขาต่อว่า เหมือนเขากำลังง้องอนเธอ ..

แม้เธอเป็นนาคจำแลง แต่เชื้อสายความเป็นงูทำให้เธอหลงภิรมย์ในดนตรีอ่อนหวาน และใจอ่อน อ่อนยวบยาบ ดวงตากลมโตเป็นประกายอ่อนหวานลงโดยไม่รู้ตัว มือเรียวเริ่มผลักเบาๆ ให้ซาเวียร์หยุดลูบไล้ซุกไซ้เธอ ดวงตากลมโตดื่มด่ำกับดนตรีที่หนุ่มนักดนตรีหน้าใสกิ๊กร่ายออกมา ในใจเริ่มหมดความอยากพาหนุ่มตาน่้ำข้าวไปด้วยกันในค่ำคืนนี้..

เพราะหนุ่มนักดนตรีตรงหน้ากำลังสะกดจิตเธอด้วยเสียงเพลงและแววตาลึกซึ้งจนน่าหลงใหล !

-----------

โน๊ตตัวสุดท้ายจบลงพร้อมกับคีตเทพกรรณที่ลุกขึ้นยืนโค้งให้ทุกคนในร้านที่ตบมือ เจ้าของร้านรีบรี่มาหาเขา อ้าปากจะเจรจาชวนให้ทำงานด้วยกัน...

แต่ไม่ทันพูดได้เท่าไร คีตเทพกรรณก็รู้สึกโดนมือเรียวเลื้อยเข้ามาล็อกแขนเขาไว้มั่น ชายหนุ่มหน้าใสหันขวับแล้วก็สบตากับผณินวารี ยืืนทำหน้าตาอ้อนออด หญิงสาวกระพริบตาโตๆ ยิ้มหวานจ๋อย "คีตา คีตาเหนื่อยหรือยัง กลับบ้านกันไหม ?"

คีตเทพกรรณนึกอยากแกล้งคนที่ทำเป็นลืมเขา เขาจึงยืดไหล่และหันมามอง ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ "อ้าว แล้วซาเวียร์ละครับ ? เขาไม่อยากชวนวารีไปต่อที่ไหนอีกหรือ ?"

ผณินวารีสะอึก สีหน้ายับยุ่ง หันไปมองเห็นซาเวียร์กระดกเบียร์รอหน้าตาเซ็ง หญิงสาวกลืนน้ำลาย "เอ่อ อ่า ก็ ก็" มารยาหญิงที่เธอมีไม่เพียงพอเสียแล้ว เพราะไม่เคยเลยที่เธอจะถูกผู้ชายคนไหนย้อนถามถึงผู้ชายอีกคน ..

คีตเทพกรรณนึกขำในใจ ในจังหวะนั้น สาวน้อยหน้าตาดีหุ่นสะบึมก็เอาตัวมาเบียดๆ เขา "พี่ขาา พี่ชื่ออะไร หนูขอแอดเฟรนด์พี่ได้ไหมอ่า ? " เขาจึงตัดสินใจแกล้งผณินวารีที่ยืนผมยุ่งหน้ายุ่ง "ไม่เป็นไรมั้งครับ ? เราต่างคนต่างไปก็ได้" เขายิ้มโชว์ฟันเรียบสวย "เราเป็นแค่ รูมเมท กันไงครับ ? เดี๋ยวค่ำๆ ค่อยกลับไปเจอกันที่บ้านก็ได้"

ผณินวารีสะดุ้งเฮือก ! ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ! ไม่เคยนึกเลยว่าคำพูดที่เธอบอกเขา พอออกจากปากเขามันจะทำให้รู้สึกเจ็บๆ คันๆ ดวงตากลมโตสีน้ำตาลอ่อนจ้องเขา ค้นหาความจริงว่า หนุ่มหน้ามนตรงหน้าหลอกเธอหรือเปล่า ? แกล้งยั่วให้อยากแล้วจากไปหรือคิดเช่นนั้นจริงๆ ? เพราะนางนาคีสาวไม่เคยเสียท่าเสียรู้ใคร เธอต้องรู้ว่าคีตามาไม้ไหน ? หน้าซื่อๆ แบบนี้ หรือว่าแท้จริงร้ายกาจซ่อนอะไรไว้ ?

ความลังเลสงสัยในแววตาของผณินวารีทำให้คีตเทพกรรณพอใจ เขารู้ว่าเขาอาจห้ามไม่ให้เธอไปกับไอ้ฝรั่งตาน้ำข้าวเลยไม่ได้ แต่เขารบกวนใจเธอมากพอให้เธอรู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้ และเขาไม่ใช่ของตาย ..

คนธรรพ์หนุ่มเจ้าเล่ห์จึงเสยผม ยิ้มหล่อเหลาแล้วหันไปคุยกับสาวๆ แฟนคลับ..

ยั่วให้ผณินวารีคิดไม่ตกว่าจะเอายังไงดีกับค่ำคืนนี้ ?

ความคิดเห็น