Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจทุกไลค์ทุกเม้นต์นะครับ~ เรื่องที่2 พี่ล่ามโซ่น้องนับดาว

ล่ามโซ่ถูกทิ้ง : Ep.17 - ตรวจเช็คคำผิดแล้ว

ชื่อตอน : ล่ามโซ่ถูกทิ้ง : Ep.17 - ตรวจเช็คคำผิดแล้ว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 746

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2563 22:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ล่ามโซ่ถูกทิ้ง : Ep.17 - ตรวจเช็คคำผิดแล้ว
แบบอักษร

 

 

จิ๋ว talk's

@ห้างtr. แผนกซุปเปอร์มาร์กเก็ต เวลา10:20น.

 

"อื้ออออ~" ฉันยืนบิดขี้เกียจค่ะ เวลานี้คนไม่มีจริงๆด้วย เห้อ~

"จิ๋ว!?" เสียงพี่แดงหัวหน้าแผนกแคชเชียร์แผนกที่ฉันทำงานอยู่เอ่ยเรียกฉันขึ้นมา

"คะ?" ฉันหันหน้าไปถามเสียงเรียบนิ่ง 

"มีพนักงานเข้ามาใหม่อ่ะ สองคนเนี้ย ฝึกงานให้หน่อยสิ" พี่แดงพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปด้านหลังตัวเอง 

"ห๊ะ!?" อุทานออกมาอย่างตกใจทันทีที่ฉันเห็นเป็นคุณกล้า...นี่เค้าจะทำงานทุกอย่างเลยหรอไง? ทำทำไมในเมื่อบ้านเค้าก็มีอันจะกินไม่ได้อดอยากปากแห้งเหมือนกับฉัน

"เห้ย!? เธอทำงานที่นี่หรอว๊ะ!?" เค้าถามฉันมาเสียงดังตกใจ

"เอ่อ...พี่แดงจิ๋วฝึกสองคนไม่ไหวหรอกค่ะ" ฉันพูดไป

"เด็กท่านประธานนะแก ไม่ไหวก็ต้องไหว!" 

"แล้วท่านประธานบอกให้จิ๋วฝึกทั้งสองคนเลยหรอคะ?" ฉันถามไป

"อืม...ก็เปล่านะ แต่ว่า...มีแค่แกนี่ที่ติดอันดับหนึ่งที่มียอดขายสูงสุดทุกเดือนตั้งแต่แกเป็นงานอ่ะ ช่วยพี่หน่อยเถอะจิ๋วสอนทั้งสองคนนะ" พี่แดงพูดมาแทบจะกราบขอร้องฉันงั้นแหละ

"เห้อ~ จิ๋วทำงานเป็นแต่ใช่ว่าจะสอนงานเป็นซ๊ะเมื่อไหร่หล่ะคะ"

"เรื่องมาก!" คุณกล้าพูดขึ้นมา

"งั้นน้องสอนไอ้คนนี้ก่อนก็ได้ครับ เดี๋ยวพี่ค่อยเรียนก็ได้" พี่คนที่มาฝึกงานด้วยพูดขึ้นมา คงเพราะดูบัตรพนักงานที่ฉันคล้องติดคอไว้สินะถึงรู้ว่า...ฉันเป็นน้อง

"ค่ะ" ฉันตอบรับเค้าไป และพี่เค้าก็...เดินไปทางห้องพักพนักงานที่มีลิฟท์พนักงานอยู่แบบชิวๆ

 

คือ...แบบมือข้างหนึ่งล้วงไปในกระเป๋ากางเกงอีกข้างนึงแกว่งตามแรงก้าวเดินบวกกับเสื้อนักศึกษาลอยชาย อ่า...เท่ดีแฮะทำตัวเหมือนกับตัวเองเป็นเจ้าของที่นี่งั้นแหละ

 

"มองตามอย่างกับจะกิน! อยากมากอ๋อ?" คงมีคนเดียว...นั่นแหละค่ะ

"เดินเข้ามาสิคะ ฉันจะสอนงานให้จะได้เป็นเร็วๆ" ฉันขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงกับเค้าเลยบอกให้เค้าเดินเข้ามาเพื่อสอนงานแทน

 

เวลาต่อมา เวลา10:45น.

 

"เป็นแล้วนะคะ" ฉันพูดไป

"เออ ก็ไม่ได้ยาก" เค้าพูดตอบมา

"งั้นฉันไปแล้วค่ะ" ฉันพูดจบก็จะเดินออกมาจากเคาท์เตอร์เค้าแต่เค้าก็มากั้นทางไว้

"คุณกล้า...ช่วยถอยด้วยค่ะ" ฉันพูดกับเค้าไปน้ำเสียงนิ่งเรียบ

"ถ้าอยากมากก็มาบอกฉันนะ คนกันเองไม่ถือหรอกจะสนองให้!"

 

เพี๊ยะ! ฉันเผลอลืมตัวตบไปที่หน้าของเค้าทันทีที่คำพูดพล่อยๆออกมาจากปากของเค้า เสียงไม่ค่อยดังและดูเหมือนเค้าจะไม่ค่อยเจ็บด้วย

 

"นี่! อย่ามาทะเลาะกันในที่ทำงานของฉันนะ!" เสียงท่านประธานดังขึ้นมา

"ฉัน...ขอโทษค่ะ" ฉันหันไปขอโทษท่านประธานโดยการก้มหัวให้ท่านไป

"นายเด็กฝึกงานใหม่หรอ?" ท่านประธานถามคุณกล้าที่ยืนเอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้มอยู่

"ครับ!...เอ๊..." คุณกล้าหันไปตอบและก็ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจอะไรบางอย่าง

"อย่าหาเรื่องให้มันมากเพราะถ้าจะให้ฉันเลือกไล่คนนึงออกแน่นอนต้องเป็นนาย!" ท่านประธานพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดพร้อมกับดึงแขนเสื้อฉันออกมาจากในเคาท์เตอร์

"....." ฉันไม่พูดอะไรตอบแต่ก้มหัวให้ท่านประธานเป็นอันขอบคุณไปค่ะและเดินไปทำงานต่อ

"ว่าแต่...ไม่มีอีกคนนึงหรอ?" ท่านประธานคุยกับฉันด้วยน้ำเสียงปกติทั่วไป

"อีกคนนึง? หมายถึงเด็กฝึกงานใหม่หรอคะ?" ฉันจึงถามท่านประธานไป ตอนนี้ยังไม่ค่อยมีคน ไม่สิ! พูดให้ถูกคือ...ไม่มีคนเลยต่างหากเลยสามารถคุยกันได้ค่ะ ท่านประธานไม่ตอบแต่พยักหน้ามาให้ฉันแทนคำตอบ

"มีค่ะแต่...เดินไปทางห้องพักพนักงานหน่ะค่ะ" ฉันพูดตอบเค้าไป

"อ๋อ...ฝากมันหน่อยนะ" เอ๊!?

"ค่ะ" เนื่องจากขี้เกียจถามให้มันมากความเลยตอบตกลงไป ท่านประธานมองหน้าฉันอย่างสงสัย

"มีอะไรหรือเปล่าคะ?" จนทำให้ฉันต้องถามออกไป

"จะไม่ถามหน่อยหรอว่าทำไมถึงต้องฝาก?"

.

.

.

ล่ามโซ่ talk's

 

"จะไม่ถามหน่อยหรอว่าทำไมถึงต้องฝาก?" ผมถามยัยเด็กนี่ไป

 

ไม่รู้สิครับแค่...อยากชวนคุย อยากให้มีมนุษย์สัมพันธ์มากกว่านี้

 

"ไม่ค่ะ" ยัยเด็กนี่...ทำไมชอบปฏิเสษจังว๊ะ

"ทำไม?"

"ก็ไม่อยากรู้นี่คะ"

"ทำไมไม่อยากหล่ะ?"

"ท่านประธานคะช่วยหลีกหน่อยค่ะ ฉันจะทำงาน" ยัยเด็กนี่...กล้าไล่ผมหรอว๊ะ

"....." ผมหันไปมองทางด้านเข้าเคาท์เตอร์ของเธอและก็เห็นคนเข็นรถเข้ามาผมจึงเดินหนีไปทางท้ายของเคาท์เตอร์เธอ

"ยินดีต้อนรับค่ะ" เธอพูดพร้อมยิ้มไปด้วยท่าทางทักทาย

"จ้า~" เสียงของลูกค้าพูดตอบรับการทักทายของเธอ

 

ผิดคาดแฮะ นึกว่า...จะเป็นคนหน้านิ่งหน้าตายตลอดเวลาซ๊ะอีกนะแต่...เปล่าเลยครับ เวลาคุยกับลูกค้ามนุษย์สัมพันธ์ดีใช้ได้ แถม...คิดโครตเร็วยัยเด็กนี่ยังไม่กดเครื่องเลยด้วยซ้ำกับบอกราคามาก่อนแล้วว่า

 

"หนึ่งร้อยยี่สิบบาทยี่สิบเจ็ดสตางค์ค่ะ" และถึงกดรวมยอดของจริงที่จะขึ้นทั้งที่หน้าจอให้ลูกค้าเห็นและก็เธอเห็น 

"รับมาสองร้อยบาทนะคะ" และเธอก็หยิบเงินทอนที่อยู่ในเคาท์เตอร์คิดเงินส่งให้ลูกค้า

"เงินทอนเจ็ดสิบเก้าบาทเจ็ดสิบสามสตางค์ค่ะ" เธอพูดพร้อมทอนเงินให้ลูกค้า

"ทำงานเร็วจังว๊ะ?" ผมถามเธอไป

"ถ้าทำช้าก็ไม่ทันกินสิคะ" ดูคำตอบของยัยเด็กนี่สิแล้วก็กลับไปหน้านิ่งเหมือนเคย เอ้อ...ว่าแต่ เมื่อไหร่นับดาวจะมาว๊ะ

"เอ่อ...ยัยจิ๋ว!?" พูดถึงก็มาทันทีเลย

"คะ?" ทันทีที่เธอหันไปขานรับผมก็รู้ได้ทันทีว่า...เธอชื่อจิ๋วนี่เอง

"ค่ะ..คุณหนู?" เธอเอ่ยเรียกนับดาวเสียงสั่นๆ แต่...นับดาวกลับเอามือขึ้นมากอดอกและมองบนด้วยความรำคาณผสมเบื่อหน่าย

 

แป๊บนะ!? นี่มันบทนางร้ายกับนางเอกชัดๆแต่ขอโทษทีที่นางเอกของผมมีเพียงคนเดียวคือนับดาวครับ

 

"ฝึกงานให้เธอคนนี้หน่อยสิ" หัวหน้าแผนกพูดขึ้นถ้าจำไม่ผิดน่าจะชื่อแดงนะ

"เอ่อ...ค่ะ" เธอตอบรับด้วยสีหน้ากังวล

"นับดาวครับ" ผมเดินไปเรียกนับดาวเสียงเรียบ อีกคนนึงเงียบแต่เสตามามองหน้าผมนิดหน่อยพร้อมกับดวงตาตั้งคำถามเหมือนกับถามเป็นนัยๆมาว่า 'มีอะไร?'

"สู้ๆนะครับ เดี๋ยวเลิกงานไปกินข้าวกัน" ผมพูดไป 

"อื้ม!" เธอพยักหน้าพร้อมครางในลำคอตอบตกลงมา

"เอ่อ...ด่ะ..เดี๋ยวฉันจะสอนงานคุณนับดาวให้นะคะ" เธอพูดขึ้นมาและเดินไปเปิดอีกเคาท์เตอร์หนึ่ง

"งั้น...พี่ขึ้นไปทำงานของพี่ก่อนนะครับ" ผมพูดกับนับดาวไป นับดาวไม่ตอบแต่พยักหน้าขึ้นเหมือนกับรำคาณ

"อ้อเธอ..." และไม่ลืมที่จะหันไปเรียกเธอเพื่อย้ำถึงนัดวันนี้

"คะ?" เธอเงยหน้ามาขานถามผม

"นัดวันนี้เหมือนเดิม รอฉันหน้าห้าง" ผมพูดไป 

"ค่ะ" เธอตอบตกลงมาเสียงเรียบนิ่ง ผมพยักหน้าให้เธอเป็นอันเข้าใจเสร็จแล้วผมก็...เดินไปที่ลิฟท์พนักงานและกดลิฟท์ไปชั้น6ครับ

.

.

.

นับดาว talk's

เวลาต่อมา เวลา11:00น.

 

"ทำ...เป็นแล้วใช่ไหมคะ?" เธอถามฉันมาด้วยน้ำเสียงเกร็งๆนิดหน่อย

"....." ฉันเงียบและพยักหน้าขึ้นหนึ่งทีเหมือนตอบเธอไปเป็นนัยๆว่า 'เออ' 

"ค่ะ" เธอตอบมาแค่นั้นก่อนที่จะเดินออกไป

"นี่...มีอะไรจะถามนิดหน่อยหน่ะ" ฉันพูดไปเสียงเรียบนิ่ง

"คะ?" เธอหันหน้ามาถาม

"แผนกนี้มีแค่งานแคชเชียร์งั้นหรอ?" ฉันถามเธอไป ในขณะที่เธอเดินกลับไปที่เคาท์เตอร์ของเธอที่อยู่ด้านหน้าฉัน

"คะ...? ไม่ใช่ค่ะ มีงานเช็คสต๊อกสินค้าขนย้ายสินค้ามาวางที่ชั้นอีกค่ะ" เธอตอบมา

"อ๋อ...อืม" ตอบกลับเธอไปเพียงแค่นั้น

 

ที่ถามไม่ใช่อะไรหรอกก็แค่...อยากรู้ว่ามีแผนกอะไรบ้าง ฉันจะได้ไปทำพอดีฉันไม่ค่อยชอบอะไรที่เป็นตัวเลขหน่ะค่ะแต่ว่า...ตอนเรียนมันก็ต้องเรียนอ่ะนะ ขอลองทำแคชเชียร์ดูก่อนแล้วกันนะ

.

.

.

ล่ามโซ่ talk's

@ชั้น6 ห้องทำงานของผม

 

ติ๊ด! กริ๊ก! แอ๊ดดดด~ ผมเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานของผมโดยใช้คีย์การ์ดเปิดเข้าไป

 

"เฮ้ย!?" พอเข้ามาปุ๊บก็ต้องตกใจทันที ไอ้กัสโซ่มันเข้ามาได้ไงว๊ะ?

"ไงครับ...เฮียโซ่" มันเอ่ยทักทายผมขึ้นมา

"เออ ไม่ลงไปฝึกงาน?" ผมถามมันไปพร้อมๆกับก้าวเท้าเดินไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง

 

พอดีว่า...มันนอนอยู่ที่โซฟาอ่ะนะ

 

"เฮ้ย! ไอ้เฮียมึงจะไม่ถงไม่ถามกูซักคำเลยหรอว๊ะ!? ว่ากูเข้ามาได้ไง!?" มันถามผมมาหรือว่า...มันต้องการให้ผมถามมันกันแน่ว๊ะ?

"แล้ว...มึงเข้ามาได้ไงอ่ะ?" ผมจึงทำตามความปารถนาของมันไปครับ

"นี่ไง..." มันพูดขึ้นมาพร้อมกับหยิบคีย์การ์ดที่เหมือนกับของผมเปี๊ยบๆขึ้นมา

"อ๋อ...มึงไปปั๊มบัตรมา?" ผมพูดเหมือนถามมันไปแต่...ไม่ได้ต้องการคำตอบหรอกครับ

"เฮ้ย! มึงควรถามกูดิ่ว๊ะว่า...มันคืออะไร" 

"เอ้า!? ก็กูเห็นอยู่ว่าคือคีย์การ์ดเหมือนกับของกูแล้วกูจะถามมึงเพื่อ...?" ผมพูดเหมือนถามมันไปแต่...ครั้งนี้กูต้องการคำตอบ

"โอ๊ย! เหี้ย! เล่นมุกกับมึงกูเล่นไม่เคยได้เลยว่ะไอ้เฮีย...งั้นกูลงไปทำงานดีกว่า" มันพูดมา เออ คิดได้อย่างงั้นก็ดี

"....." ผมเงียบไม่ตอบอะไรมันไปแต่...หันไปสนใจงานของลูกค้าที่ส่งเมลมามากกว่า และมันก็เดินออกไป

.

.

.

นับดาว talk's

@เคาท์เตอร์ เวลา11:20น.

 

"เงินทอน...ยี่สิบห้าบาทยี่สิบห้าสตางค์ค่ะ" ฉันคิดเงินให้ลูกค้ารายแรกของวันนี้และยื่นเงินทอนให้เธอ

"ไง! ไอ้ดาว!" เสียงไอ้กัสโซ่มันเดินมาทักทายฉันค่ะ

"อื้อ!" หันหน้าไปพยักหน้าตอบมัน

"เป็นไรว๊ะ!? หน้าตาไม่รับลูกค้าแบบนี้คงมีคนเข้ามาเช็คบิลกับมึงหรอกครับ" มันพูดแดกดันฉันมา เหอะ! แล้วพี่ใครหล่ะ...ที่ทำให้กูเป็นแบบนี้

"เรื่องของกูเถอะ" ฉันพูดกับมันไป

"เออ งั้นกูขอเรียนงานก่อน"

"อื้อ" พยักหน้าให้มันไปและมันก็เดินไปหายัยเด็กนั่นและยัยเด็กนั่นก็เดินไปเปิดช่องด้านหน้าอีกช่องนึงและก็สอนงานไอ้กัสโซ่ค่ะ

"....." มองดูด้านหลังยัยเด็กนั่นไปด้วยความคิดหลายอย่างกำลีงตีกันในหัวฉัน

 

ไม่รู้สิ! ใจนึงฉันก็ไม่เชื่อเธอหรอกนะแต่...อีกใจนึงฉันก็คิดว่าเธอไม่น่าจะโกหก คนที่ให้คำตอบฉันได้ดีที่สุดก็คือ...คุณพ่อกับเธอคนนั้น

 

"อื้อๆ" สบัดหัวไล่ความคิดทุกอย่างออกไปจากหัวสมอง ในตอนนี้คือ...เวลาทำงานมึงต้องทำงานอินับดาว

.

.

.

ล่ามโซ่ talk's

@ห้องทำงานของผม เวลา14:55น.

 

"....." เงียบครับ...

 

ผมถกแขนเสื้อของตัวเองขึ้นเพื่อดูนาฬิกาข้อมือของตัวเอง

อ่า...ตอนนี้ก็...ใกล้ถึงเวลาแล้วนี่หว่า ผมจึงเก็บของและปิดคอมฯก่อนที่จะ...

 

"อื้ออออ~" ยืนขึ้นและบิดความขี้เกียจออกไปจากตัวผมและผมก็เดินออกไปจากห้องทำงานในทันที

 

@หน้าห้างtr. เวลา15:10น.

 

ผมขับรถของตัวเองไปจอดตรงหน้ายัยเด็กจิ๋วที่จิ๋วทั้งชื่อจิ๋วทั้งตัว พอดีว่า...หน้าห้างของผมมันมีป้ายรถเมล์อยู่หน่ะครับ หมายความว่าไงว๊ะ? นั่งรถเมล์ไปรับลูกหรอ ผมจึงลดกระจกรถลง

 

"เดินขึ้นมา" ผมบอกเธอไปเสียงเรียบและยัยเด็กจิ๋วก็...เดินอ้อมมานั่งข้างหน้ากับผม

"....." เงียบครับ...พอขึ้นมาควรบอกที่ที่จะไปกับแท็กซี่ป้ะว๊ะ?

"โรงเรียนอะไร?" ผมจึงหันหน้าไปถามเธอแทน

"โรงเรียนเด็กดีค่ะ" อ่า...มันอยู่ตรงไหนว๊ะ?

"อยู่ตรงไหนบอกด้วยหล่ะ" ผมบอกเธอไป

"ค่ะ" เธอตอบมาเพียงแค่นั้น

"ขอถามอะไรสักเรื่องสองเรื่องได้ไหม?" ผมถามเธอไป

"ถ้าตอบได้...ก็จะตอบค่ะ" เธอตอบมาเสียงเรียบ

.

.

.

จิ๋ว talk's

 

สาเหตุที่ทำให้ฉันต้องตอบกับท่านประธานไปแบบนั้นก็เพราะว่า...เค้าอ่ะ ชอบซักประวัติฉันหน่ะสิคะ

 

"เธอมีลูกตอนอายุเท่าไหร่หรอ?" เห็นม้ะ เริ่มจากตอนที่น้องหนูดีเกิดเลย

"อายุสิบห้าค่ะหลังจากที่เรียนจบ" ฉันตอบไป

"งั้นตอนนี้ก็ต้องอายุสามขวบสินะ?"

"ค่ะ" 

"แล้วลูกเธอชื่อว่าอะไรหรอ?"

"หนูดีค่ะ น้องหนูดี" 

"โห! ชื่อน่ารักจังว๊ะ? แล้วเธอกับลูกอาศัยกันอยู่ที่ไหนหรอ?"

"ขอบคุณที่ชมชื่อน้องหนูดีนะคะ อยู่ที่ไวท์แฟลตหน่ะค่ะ" 

"นี่...!" เค้าเรียกฉันมา 

"ชื่อจิ๋วค่ะไม่ได้ชื่อนี่" ฉันจึงบอกเค้าไป

"เออ นั่นแหละ...แค่จะถามว่าเธอไม่เคยเห็นหน้า...พ่อของลูกเธอเลยหรอ?" ทันทีที่เค้าถามจบฉันก็...

"อึ่ก..." ลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอได้อย่างยากลำบาก

"ถ้าเธอไม่พร้อมก็...ไม่เป็นไรนะแค่...คิดว่าถ้าฉันช่วยเป็นที่ระบายของเธอได้ก็ดี ทำเพื่อ...ตอบแทนแม่กัลหน่ะ" อ่า...ท่านประธานของฉันใจดีขนาดนี้เลยหรอ

"คุณหน่ะ....นับดาวโชคดีจังเลยนะคะ"

"หืม? ทำไมหล่ะ?" เค้าถามมา แกล้งถามใช่ไหมเนี้ยหรือว่าไม่รู้ตัวจริงดิ่?

"ก็มีคนรักใจดีแบบนี้หน่ะสิคะ" ฉันจึงเฉลยคำตอบไป

"หึ! ฉันมีอะไรจะบอกเธอ" เค้าพูดบอกฉันมา

"คะ? ท่านประธานคะเลี้ยวขวาค่ะแล้วตรงไป" ฉันถามไปในประโยคแรกและบอกเค้าไปในประโยคหลัง

"ฉันกับนับดาวอ่ะยังไม่ใช่คนรักกันหรอกนะ มีแต่ฉันที่รักเธอข้างเดียว" บ้าหน่า...ไม่จริงอ่ะ

"ท่านประธานกำลังพูดล้อเล่นใช่ไหมคะเนี้ย!?" ฉันถามไป ท่านประธานหันหน้ามามองฉันด้วยสายตาจริงจังแต่นัยตานั่นมีความเศร้าปะปนอยู่

"จ่ะ..จริงหรอคะ?" เค้าไม่ตอบแต่หันหน้ากลับไปมองทางต่อและพยักหน้ามาให้ฉันแทนคำตอบค่ะ

"อ่า...ฟังแต่เรื่องของท่านประธานแบบนี้รู้สึกว่า...ตัวเองกำลังเอาเปรียบท่านประธานเลยค่ะ" ฉันพูดไป

"หืม? ไม่เลยฉันอยากเล่าให้เธอฟังมากกว่า" เค้าสวนกลับมาทันควัน

"ไม่ใช่ไม่เคยเห็นค่ะ"

"ห๊ะ!? พูดอะไรของเธอ?" เค้าถามมา

"พ่อของน้องหนูดีหน่ะ ไม่ใช่ไม่เคยเห็นค่ะแต่...ต้องเห็นหน้ากันทุกวันเลยด้วยซ้ำ" เค้าไม่ถามอะไรขึ้นมา เป็นผู้ฟังที่ดีจังเลยนะ

"เห็นหน้ากันทุกวันแต่ก็...ทำได้แค่เป็นเพื่อนร่วมงานที่ดี เค้าทำให้น้องหนูดีเกิดขึ้นมาแต่เค้าไม่รู้ตัวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันเป็นแม่ของลูกเค้าและฉันเองก็ไม่รู้ว่าถ้าเค้ารู้แล้วจะรับหรือเปล่าด้วยเลยไม่คิดที่จะบอกเค้าเป็นคนแรกและเป็นคนช่วยฉันให้ตัวเค้าเป็นคนสุดท้าย ฉันกับลูกอยู่กันก็มีความสุขแล้วค่ะไม่ต้องการให้ใครมาเป็นส่วนเกินอีก"

"อ่า...ขอโทษแล้วกันที่ทำให้เธอต้องนึกถึงอดีตอันเลวร้ายหน่ะ" ท่านประธานพูดขอโทษฉันมา

"เลวร้ายหรอคะ? เอาจริงก็แค่ความทรงจำอันเลวร้ายแค่ช่วงนึงแต่...พอมีน้องหนูดีลูกคือทุกๆอย่างของชีวิตฉันเข้าใจคำนี้เลยหล่ะค่ะ" ฉันบอกเค้าไป

.

.

.

ล่ามโซ่ talk's

 

"เธอนี่...เก่งชิบหายเลยว่ะ งั้นขอถามอีกข้อนึงได้ไหม?" ผมเอ่ยปากชมเธอไป ก่อนที่จะขอเธอไปอีกครั้งนึง

"ค่ะ ถ้าฉันตอบได้" เธอก็ยังคงตอบมาแบบเดิมตามฉบับคนฉลาดตอบแบบเธอ

"ถ้าเค้ารู้หล่ะ?" ผมเริ่มตั้งคำถามไปให้เธอ

"คะ? ใครรู้อะไรคะ?" เธอกลับถามผมกลับมา

"ถ้าพ่อของน้องหนูดีรู้ว่าเธอคือแม่ของลูกมันหล่ะ เธอจะทำยังไง?" แต่...สงสัยผมจะพูดไม่เคลียร์เองหล่ะ

"ก็...ไม่ทำไงค่ะ ตราบใดที่เค้าไม่มาเรียกร้องสิทธิ์ของการเป็นพ่อของลูกฉันหล่ะก็...ฉันก็จะไม่หนีไปไหนค่ะ" เธอตอบมา

"แล้วถ้ามันไม่ได้เรียกร้องสิทธิ์ของการเป็นพ่อหล่ะ?" เธอไม่เอ่ยถามแต่น่าจะหันมามองผมด้วยสายตาสงสัยแล้วหล่ะ

"แต่เป็นสิทธิ์ของการเป็นผัวแทนหล่ะเธอจะยอมไหม?" เอ่อ...กูก็ถามตรงไปนะ

"ห๊ะ!? สิทธิ์นั้นมันมีด้วยหรอคะ?!" ทำไมต้องทำเสียงตื่นอกตกใจแบบนั้นว๊ะ

"มีอยู่ในบางคน" เช่น...เหี้ยเขื่อนไงครับ

"เอ่อ...แน่นอนอยู่แล้วไหมคะ? ว่าไม่ยอมอ่ะ!" เธอตอบมา

"เธอรู้หรอ? ว่ามันจะทวงสิทธิ์ผัวกับเธอยังไง?" 

"ม่ะ..ไม่รู้ค่ะ!" อ่า...เสียงสั่นของเธอจะเกิดขึ้นเมื่อเธอประหม่านี่เอง

"มันก็จะทำกับเธอเหมือนกับตอนที่มันทำให้น้องหนูดีเกิดมานั่นแหละ" ผมพูดไป

"ไม่จริง!" ยังจะเถียง ทำไมจะไม่จริงประสบการณ์จริงจากเพื่อนสนิทล้วนๆเลย

"หึ ไม่เชื่อ?" ผมเลิกคิ้วถามเธอไป ก่อนที่จะค่อยๆชะรอรถเพราะตอนนี้อยู่ในเขตโรงเรียนแล้ว

"ข่ะ..ค่ะ! ไม่เชื่ออยู่แล้ว" เธอตอบมา

"เดี๋ยวก็คอยดูตอนมันรู้ดิ่ เดี๋ยวเธอจะได้เชื่อ" ผมพูดไป

"ท่ะ..ท่านประธาน!" เธอตะโกนเรียกตำแหน่งของผมซ๊ะเสียงดังลั่นรถ

"....ฮึ!" ยิ้มร้ายมุมปากส่งไปให้เธอแทนคำพูด

 

เพราะพูดไปยังไงถ้ายังไม่เจอกับตัวก็คงยังไม่รู้หรอกครับแต่ว่า...ผมจะไม่มีวันทำอย่างงั้นกับนับดาวเด็ดขาดเลยแบบที่ไอ้เขื่อนทำกับพิมพ์อ่ะไม่มีทางทำแน่นอน

เพราะว่า...ผมยังไม่แน่ใจพอว่านับดาวรักผมเท่าที่พิมพ์รักไอ้เขื่อนหรือเปล่า ทำแบบนั้นอ่ะถ้าความรักไม่มากพออาจจะกลายเป็นความเกลียดเลยก็ได้นะครับ แต่ถ้าถามว่า...ผมรักนับดาวมากพอหรือเปล่าบอกเลยครับว่าถ้านับดาวปล้ำผมกูก็ยอมว่ะ

 

End ep.17

.

.

.

.

.

{To be continue}

 

"เรื่อง...อะไรหล่ะคะ? เรื่องที่พี่โซ่ทิ้งนับดาวไปหน่ะหรอ?"

 

Talk

 

วันนี้มาอัพช้าหน่อยนึงนะคะ

.....

 

อิพี่มึงไม่ควรพูดอะไรเลยนะเอาจริงอ่ะ บางทีผู้ชายมันก็ไม่ได้เชี้ยเหมือนกลุ่มมึงทุกคนนะ

.....

 

อันนี้ก็ไม่มีใครรู้ได้นอกจากไรท์เตอร์นะคะ55555 บอกแล้วไงตอนนี้ไม่มีอะไรมากจริงๆอ่ะก็เป็นแค่การเล่าการเป็นอยู่ของตัวละครในเรื่องนะคะ

.....

 

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจค่ะ

โปรดติดตามอ่านตอนต่อไปกันด้วยนะคะ

คอมเม้นต์เป็นกำลังใจหรือติชมได้นะคะ

คืนนี้ฝันดีราตรีสวัสดิ์ค่ะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว