facebook-icon

ไม่ว่าใครที่หลงเข้ามาอ่าน จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ยังไงเราก็ขอบคุณมากนะคะ หวังว่ามันจะสร้างความสนุกให้กับผู้อ่านนะคะ : )

CHAPTER 6 : ถ้าเพียงแค่ฉันเอื้อมมือตัวเองออกไป

ชื่อตอน : CHAPTER 6 : ถ้าเพียงแค่ฉันเอื้อมมือตัวเองออกไป

คำค้น : แอบรัก ความทรงจำ อ่อนไหว ลืม เศร้า เหงา คิดถึง

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 585

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ม.ค. 2563 01:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 6 : ถ้าเพียงแค่ฉันเอื้อมมือตัวเองออกไป
แบบอักษร

CHAPTER 6 

ถ้าเพียงแค่ฉันเอื้อมมือตัวเองออกไป 

 

วันงานกีฬาสีโรงเรียนในช่วงเช้ามีการเดินขบวนพาเลซของสีต่างๆยาวมาตั้งแต่ถนนหน้าโรงเรียน  ฉันเห็นไวท์เป็นตัวแทนใส่ชุดไทยราชการที่ห้าเสื้อสีขาวโจงกระเบนสีน้ำเงินเดินถือพุ่มเงินคู่กับมิ้งด้วยแหละ  แต่ดูก็รู้เขาไม่ค่อยจะเอ็นจอยกับมันสักเท่าไหร่ แน่ล่ะใครจะยิ้มได้กัน ท่ามกลางอากาศที่ร้อนแดดจ้าขนาดนี้  แถมยังต้องเดินมาเรื่อยๆตามทางถนนเข้ามาในตัวโรงเรียนอีก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาดูดีมากในชุดนั้น ถึงจะทำหน้านิ่งเฉยไม่ยิ้มเลยสักนิดก็เถอะ 

 

         ฉันกับแยมลงแข่งดึงเชือกชักกะเย่อกับสีแดง ก็เป็นไปตามคาดที่พวกเราแพ้ แต่ก็เป็นข้อดีตรงที่ว่าพอแพ้แล้วก็ไม่ต้องไปลงชิงแข่งต่อในรอบอื่นๆ  มันทำให้พวกเรามีเวลาว่างไปหาอะไรกินเล่นตามบูธต่างๆที่น้องมอต้นเปิดร้านของกิน  เราสองคนมานั่งที่ซุ้มร้านขนมจีบซาลาเปาของน้องมอสาม พอเริ่มจะอิ่มแยมก็บอกว่าเมื่อย อยากแอบไปงีบที่ห้องเรียน  ตอนแรกฉันก็กะว่าจะไปกะแยม  แต่จำได้คร่าวๆว่ารอบต่อไปจะมีการแข่งบาสระหว่างสีฟ้ากับเหลือง ฉันเลยบอกกับแยมเดี๋ยวจะเดินไปดูพวกของแฮนด์เมดที่พี่มอหกเอามาขายสักหน่อย ถ้าเบื่อแล้วจะตามไปอีกที แยมไม่ได้เซ้าซี้อะไร คิดว่าเธอคงเหนื่อยจริงๆแหละ เห็นบอกว่าช่วงนี้ที่พ่อลาพักร้อนจากงานที่ญี่ปุ่นมาอยู่ด้วย แยมต้องขยันทำงานบ้านกับตื่นเช้าๆเพื่อทำให้พ่อเห็นว่าสามารถอยู่ด้วยตัวเองได้ พ่อไม่ต้องห่วงอะไร พักนี้แยมเลยดูเหนื่อยๆหน่อย 

 

         ที่ฉันไม่ได้ตามแยมไปที่ห้องเรียนก็เพราะอยากมาดูไวท์แข่งบาสนี่แหละแต่ไม่กล้าชวนแยมให้อยู่ดูด้วยกันเพราะกลัวว่าเพื่อนจะรู้  พอเดินมาถึงที่สนามก็เห็นการแข่งขันระหว่างสีฟ้ากับสีเหลืองกำลังเริ่มขึ้น  ฉันพยายามมองหาที่นั่งบนแสตนเชียร์แต่ก็ไม่มีที่ว่างเลยสักที่ บนนั้นมันแออัดไปด้วยเด็กสาวหลายคนที่กำลังส่งเสียงเชียร์สีของตัวเองอย่างออกรสชาติ  แต่ก็ยังมีบางคนที่นั่งเชียร์อยู่ที่พื้นข้างสนาม ฉันเลยทำตัวให้กลมกลืนกับเด็กมอต้นโดยการไปนั่งบนพื้นรวมกับพวกน้องกลุ่มนั้นแทน  ที่ฉันรู้ว่าน้องกลุ่มนี้เป็นเด็กมอต้นก็เพราะว่ากางเกงพละโรงเรียนของฉันจะแยกเป็นสองแบบ ถ้ามอต้นจะเป็นกางเกงวอร์มสีน้ำเงินมีเส้นสีชมพูที่ข้างกางเกงหนึ่งขีดบางๆ ส่วนของมอปลายจะเป็นเส้นสีชมพูที่หนากว่าและมีตัวอักษรภาษาอังกฤษสีขาวที่เป็นตัวย่อของโรงเรียนตรงแถบด้านข้างเลยทำให้เวลาเห็นจะสังเกตุได้ไม่ยาก 

   

           ได้มองการแข่งขันจากมุมนี้ก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่ ถึงจะเห็นไวท์ไม่ชัดมาก แต่ก็ไม่ได้ถึงกับมองหาเขาไม่เจอ  ตอนนี้ใบหน้าของไวท์แดงก่ำและดูจริงจังกับเกมส์การแข่งขันในสนามมาก   

 

            "พี่ไวท์! พี่ไวท์! สู้ๆนะคะ"   

 

            ไม่รู้ว่าฉันคิดผิดหรือคิดถูกที่มานั่งด้านหลังเด็กสาวกลุ่มนี้  เพราะดูจะเป็นจุดสนใจมากทีเดียวกับเสียงกริ๊ดและการส่งแรงเชียร์ไวท์อย่างออกนอกหน้าจนกลายเป็นจุดเด่นข้างสนาม  พอไวท์ได้ยินเสียงเชียร์ของน้องๆกลุ่มนั้นก็หันมาตามที่ได้ยิน แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ได้สนใจอะไรมาก เขาเพียงแค่มองตรงจุดที่ฉันนั่งอยู่ไม่นาน  จากนั้นก็หันกลับไปสนใจเกมส์การแข่งขันในสนามต่อ  แต่นั่นมันกลับทำให้ฉันอายมาก  ฉันเอาแต่ก้มหน้าไม่กล้ามองไปที่ไวท์ตรงๆเลยทำได้เพียงแค่เหลือบตามองกลับไปเพราะกลัวว่าเขาจะเห็นตัวเอง  แต่เขาคงไม่ได้สังเกตุเห็นฉันหรอกมั้ง เพราะที่นั่งอยู่ตรงนี้ก็มีกันตั้งหลายคน 

 

            "พี่ก็มาเชียร์พี่ไวท์เหมือนกันเหรอ" เด็กผู้หญิงผมสั้นหนึ่งในกลุ่มนั้นหันหลังกลับมาถามฉัน 

 

            "เอ่อ...ป่าวหรอก พี่ก็มานั่งดูไปงั้นแหละ" 

 

            "ไม่จริงอ่ะ แถวนี้ใครๆเขาก็มีเชียร์พี่ไว์กันทั้งนั้นแหละพี่ ช่วยพวกหนูส่งเสียงด้วยสิอย่างเอาแต่นั่งเฉยๆ" 

 

            "ป่าวนะ พี่แค่มานั่งดูสีพวกเราลงแข่งจริงๆ ไม่ได้มาเชียร์ใครเลย" 

 

            "พี่อ่ะชอบพี่ไวท์แน่นอนหนูดูออกนะ เพราะหนูก็ชอบพี่ไวท์ คนชอบเหมือนกันดูกันออกน่า" 

 

            "......." ไม่รู้จะตอบอะไรออกไป ฉันเลยทำได้เพียงแค่ยิ้มๆ  

 

            "หนูชื่อแป้งแคร์นะพี่ แล้วพี่อ่ะชื่ออะไรเหรอ"   

 

            "เปอติ๊ดแกไปช่วยลงแข่งตีปิงปองคู่เราหน่อยดิ ไอ้มิ้งมันหายไปไหนก็ไม่รู้ กำลังจะลงแข่งแล้วด้วยอ่ะ" ไม่ทันที่ฉันจะได้ตอบน้องเขากลับไป อยู่ๆโบว์ก็มาสะกิดที่ไหล่ของฉันบอกให้ไปลงแข่งปิงปองแทนมิ้ง 

 

            "อ้อชื่อพี่เปอติ๊ดเหรอคะ" 

 

            "งั้นพี่ไปช่วยเพื่อนก่อนนะ" ที่ฉันไม่ได้ปฏิเสธก็คงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องบอกชื่อของตัวเองออกไป  

 

            "ว้าเสียดายจัง น่าจะอยู่เชียร์พี่ไวท์ด้วยกันจนจบเกมส์" 

 

            "ไม่ใช่นะน้องพี่บอกแล้วไงแค่มานั่งดููเพราะพี่ก็อยู่สีฟ้าเหมือนกันเฉยๆ" 

 

            "จ้าๆ ไม่ล้อแล้ว หน้าแดงเลยเชียว  โชคดีกับการแข่งนะพี่" 

 

         จากนั้นฉันก็ถูกโบว์ลากให้ไปช่วยแข่งตีปิงปองด้วยกันจนจบเกมส์ เพราะมิ้งไม่ได้มาแข่งตามที่ลงชื่อแข่งเอาไว้ เอาจริงๆก็เหมือนฉันไปเป็นตัวเสริมให้โบว์ตามกติกามากกว่า เพราะไม้ปิงปองของฉันแทบไม่ได้แตะโดนลูกของมันเลยด้วยซ้ำ แต่กลับชนะมาได้ก็เพราะโบว์แท้ๆ   

 

 

         พอวันกีฬาสีผ่านพ้นไปทุกอย่างก็กลับมาสงบและน่าเบื่อเหมือนเดิม ตอนช่วงพักเที่ยงเสียงตามสายของโรงเรียนประกาศให้นักเรียนชั้นมอสี่ห้องหนึ่ง ห้องสี่ ห้องเจ็ด และห้องสิบเอ็ดทุกคนเข้าไปรวมตัวกันที่ลานหน้าห้องปกครองเพื่อพบผู้อำนวยการภายในสิบนาที  อย่างที่บอกนี่มันเป็นเวลาพักเที่ยงและก็ใกล้จะบ่ายแล้วด้วย ใครที่ไหนมันจะไปรวมตัวกันได้ทัน เพราะแต่ละคนก็ต่างกระจายอยู่ตามจุดต่างๆของโรงเรียน มันออกน่าเบื่อหน่ายสักหน่อยที่เวลาพักของพวกเราต้องมาถูกรบกวนด้วยเรื่องอะไรก็ไม่รู้ที่ผู้อำนวยการต้องการแจ้งให้ทราบ  

   

 

        ฉันเดินออกมาจากห้องน้ำอย่างเซ็งๆทั้งที่เสียงตามสายนั้นเร่งบอกให้รีบไป แต่พูดตามตรงฉันน่ะไม่ได้กระตือรือล้นอะไรเลย ก็เดินเอื่อยๆไปเรื่อย แดดก็ร้อนไม่อยากจะวิ่งให้เหนื่อยไปกว่านี้  พอไปถึงหน้าลานห้องปกครองก็เห็นนักเรียนแต่ละคนนั่งแยกกันเป็นหกแถว ใครมาก่อนก็นั่งลงต่อจากคนข้างหน้าเรียงตามกันไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นแต่ละคนไม่ได้นั่งเรียงกันเป็นห้องๆหรอก นั่งตามลำดับการมาถึงมากกว่า  ส่วนฉันที่มาคนท้ายๆ เลยพาตัวเองไปนั่งแถวที่หนึ่งอย่างเบื่อๆ  มองไปรอบๆก็เห็นเพื่อนในห้องฉันกำลังนั่งกระจายๆกันอยู่แถวด้านหน้า  ก็ยังดีที่ลานหน้าห้องปกครองมีต้นพาโลซานโตสสูงๆหลายต้นคอยเป็นร่มเงาบังแดดไว้ ไม่งั้นคงได้นั่งกลางแจ้งท่ามกลางแดดที่ร้อนกว่านี้แน่ 

 

 

         ฉันพาสติตัวเองกลับมาจากการนั่งก้มหน้าฟังอย่างเบื่อๆ ในขณะที่ผู้อำนวยการผมเหลือน้อยกำลังยืนถือไมค์พูดอยู่ข้างหน้าแถว ที่เรียกนักเรียนมอสี่ห้องหนึ่ง สี่ เจ็ด สิบเอ็ด มาวันนี้ก็เพราะมีคนไปตั้งกระทู้โพสที่เว็บบอร์ดของโรงเรียนว่าอาจารย์สอนวิชาสังคม ทำไมยังมีหน้ามาสอนเกี่ยวกับเรื่องศาสนาศิลธรรมอีก  ทั้งที่ตัวเองมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม มันคงไม่แปลกอะไรถ้าคนโพสมันจะโพสเฉยๆ โดยที่ไม่เอาบทเรียนตรงนั้นมาพูด ก็ไอ้บทเกี่ยวกับเรื่องศาสนา ศิลธรรมเนี่ยมันมีแต่มอสี่ห้องที่ถูกเรียกมากำลังเรียนอยู่ เพราะงั้นหนึ่งในนักเรียนที่ถูกเรียกมาเนี่ยแหละเป็นคนตั้งกระทู้นั้นแน่นอน   ผู้อำนวยการไม่ได้เรียกมาเพื่อจะหาตัวการว่าใครเป็นคนทำหรอก  แต่ก็พูดพร่ำสอนอะไรไปเรื่อยเปื่อยซึ่งไม่ได้เข้าหูฉันเลย   

 

 

                ฉันเงยหน้าขึ้นในขณะที่มีลมวูบนึงพัดมาพลอยทำให้บรรยากาศที่เริ่มเข้าสู่ยามบ่ายเย็นลง สายลมเย็นๆนั้นพัดกลิ่นโคโลญจน์อ่อนๆจากเด็กหนุ่มข้างหน้าลอยมาติดจมูก ภาพตรงหน้าที่เห็นคือเจ้าของเสื้อนักเรียนที่บางใสจนเห็นเสื้อกล้ามสีขาวข้างในที่สวมทับอยู่บนไหล่กว้าง 

 

 

             "ไวท์หรอ?"    

  

 

             เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่แถวเดียวกันข้างหน้าฉันคือไวท์  ใช่เขาจริงๆด้วย แม้จะมองเห็นเขาจากทางด้านหลังแต่ฉันก็จำได้ดี ตอนนี้ในหัวของฉันขาวโพลนไปหมด หัวใจของฉันเต้นไม่เป็นจังหวะจนแทบเก็บอาการเอาไว้ไม่ไหว  พอเห็นเขาเท้าแขนทั้งสองข้างเงยหน้าเล็กน้อยขึ้นไปมองบนท้องฟ้า สมองของฉันก็ไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว ทุกอย่างมันเงียบไปหมด ได้ยินเสียงผู้อำนวยการพูดทุกอย่าง  แต่ฉันไม่รู้ว่าคำพูดต่างๆเหล่านั้นคืออะไร  เรานั่งใกล้กันมาก ถ้าเพียงแค่ฉันเอื้อมมือตัวเองออกไป ก็สามารถแตะที่แผ่นหลังของเขาได้แล้ว   

 

 

               ในตอนนี้อยู่ๆเพลง อะไรอยู่บนฟ้า ของ จีนเกล้าแก้ว ที่เคยชอบฟังอยู่ช่วงนึงก็เข้ามาในหัวของฉัน  ความรู้สึกของฉันเหมือนอย่างเพลงนี้เลย    

 

 

             "อะไรก็ตามที่อยู่บนท้องฟ้าที่เขากำลังมอง  มันคงจะไม่สำคัญเท่าไหร่หรอก เพราะสำหรับฉันแล้ว มีแต่เขาตรงหน้าฉันเท่านั้นในตอนนี้ ที่น่าสนใจ" 

 

   

        คงต้องขอบคุณคนที่ทำให้ผู้อำนวยการเรียกพวกเรามาที่นี่  การตั้งกระทู้เว็บบอร์ดโรงเรียนของเธอมีข้อดีอยู่นะ เพราะอย่างน้อยมันก็ทำให้วันนี้ฉันได้เจอกับไวท์ และได้นั่งใกล้ๆเขา  แม้จะมองเห็นเขาเพียงแค่ด้านหลังก็ตาม แต่นั่นมันทำให้ฉันมีความสุขมาก ถึงวันนี้จะเป็นวันที่แสนธรรมดา แต่ท้ายที่สุดแล้ว มันกลับกลายเป็นวันที่สดใสที่สุดในรอบหลายวันที่ผ่านมาของฉันเลย 

 

 

        หลังเลิกเรียนยังคงเป็นฉันที่ต้องเป็นคนคอยรวบรวมสมุดการบ้านวิชาภาษาฝรั่งเศสที่อาจารย์มิไลเป็นผู้สอนของเพื่อนในห้องไปไว้ที่ห้องพักครูอีกเช่นเคย ไม่รู้มีใครคิดเหมือนฉันบ้างหรือเปล่า ลองถ้าอาจารย์คนไหนก็ตามได้รู้จักกับพ่อหรือแม่ของเราแล้วล่ะก็ พวกเขาก็มักจะหมายหัวหรือไม่ก็นึกถึงเราเป็นคนแรกๆอยู่เสมอไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม และก็เป็นฉันเองที่มักจะโดนเรียกใช้อยู่บ่อยๆ  ก็เนื่องมาจากอาจารย์มิไลรู้จักกับพ่อของฉันนี่แหละ จนตอนนี้เหมือนกับว่าหน้าที่รวมสมุดการบ้านในห้องจะกลายเป็นของฉันอย่างเต็มตัว เพราะเพื่อนๆในห้องเรียนต่างก็พากันพร้อมใจเรียกชื่อฉันที่เป็นคนรวบรวมเอาไปส่งอยู่เสมอ 

 

 

             พอฉันยกสมุดการบ้านของเพื่อนในห้องเรียนไปวางที่ห้องพักครูเสร็จก็รีบออกมาเพราะในห้องพักครูไม่มีใครเลยบรรยากาศเริ่มจะวังเวงแปลกๆ ผู้คนในตัวตึกก็เริ่มบางตาลงเพราะนักเรียนแต่ละคนคงเริ่มทยอยกันกลับบ้านกันไปหมด ฉันเดินผ่านบอร์ดที่ติดอยู่หน้าห้องกิจกรรมเห็นเป็นรูปภาพเกี่ยวกับงานวันแข่งกีฬาสีก็หยุดมองอะไรไปเรื่อย  จนสายตาพลันไปเห็นรูปๆนึงของสีฟ้าที่มิ้งกับไวท์เดินถือพานพุ่มคู่กัน   

   

 

         "ไวท์นี่ทำหน้าตลกชะมัด แต่ก็ยังน่ารักอยู่ดี" 

 

 

             ส่วนรูปอื่นๆก็มีพวกการลงแข่งกีฬาต่างๆ เห็นไวท์อีกรูปที่กำลังลงแข่งบาสอยู่ แต่รูปนี้ไม่ค่อยชัดมาก จะเรียกได้ว่าเป็นแค่เศษเล็กๆในรูปที่อยู่ในสนามก็ว่าได้ แต่ฉันจำเขาได้ดี  ปกติแล้วฉันจะไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่เวลาที่เพื่อนๆในห้องต่างก็ยกหน้าที่รวบรวมสมุดการบ้านเอาไปไว้ที่ห้องพักครู แต่เดี๋ยวนี้พอได้คิดว่าจะได้เดินผ่านบอร์ดกิจกรรมแล้วจะได้เห็นรูปของไวท์  ความรู้สึกไม่ค่อยชอบเหล่านั้นมันก็กลับหายไปซะอย่างงั้น  มันมีความสุขเกิดขึ้นอยู่ในใจอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะ  เพราะทุกครั้งที่ฉันต้องเดินผ่านหน้าห้องกิจกรรม ฉันมักจะหยุดตัวเองเพื่อดูรูปของไวท์ที่บอร์ดตรงนั้นอยู่เสมอ  ใจก็อยากจะแกะภาพนั้นออกจากบอร์ดแล้วแอบใส่สมุดขโมยกลับมา  ก็ได้แต่คิดอย่างเดียวนั่นแหละ เพราะใครมันจะไปกล้าทำกันอะไรแบบนั้นกัน   

          

               

To Be Continued 

 

ค้าหาเพลงนี้ฟัง หลังอ่านจบได้นะคะ : ) 

อ ะ ไ ร อ ยู่ บ น ฟ้ า 

https://youtu.be/eDk3eMVX0yA 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว