email-icon facebook-icon Line-icon

เพียงคืนเดียวเขาก็เปลี่ยนจากเพื่อนพี่ชายกลายเป็นสามี

บทที่ 2 สถานะใหม่ (100%)

ชื่อตอน : บทที่ 2 สถานะใหม่ (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ม.ค. 2563 02:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 สถานะใหม่ (100%)
แบบอักษร

(ต่อ) 

หล่อนร้องไห้ ร้องเหมือนจะขาดใจหลังจากที่งานของพ่อเสร็จสิ้น 

นั่นคงเป็น… สัญญาจากลูก  

สัญญาที่จะไม่มีน้ำตาเพราะผู้ชายคนนั้นอีก… และนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาได้เห็นน้ำตาของเธอ รวมไปถึงความรู้สึกอื่นๆ ในดวงตาคู่นั้นด้วยเช่นกัน 

พิมพ์รักสร้างกำแพงน้ำแข็งสูงหนาและหนาวเหน็บเอาไว้ ไม่ยอมให้ใคร อะไร หรือความสึกไหนเข้าใกล้หัวใจที่แตกร้าวดวงนั้นได้อีก แม้กระทั่งเขา 

รณกรเคยพยายามเข้าใกล้น้องสาวเพื่อนหลายครั้ง ทว่าทุกครั้งมันไม่เคยสำเร็จ แถมเธอยังมักหลบหน้า หายไปจากสายตามากขึ้นทุกที กระทั่งข่าวสำคัญนั่นคือการมาของไอ้ชั่วที่เคยทำเรื่องสารเลวกับพิมพ์รักเอาไว้ มันใกล้ตัวหญิงสาวมากขึ้นทุกๆ ที เขารู้ดีว่าเป้าหมายของมันคืออะไร… 

ไม่ใช่หัวใจของพิมพ์รักหรอก หากแต่มันคือ… พรหมจรรย์ของหญิงสาวต่างหาก 

‘อยู่ให้ห่างจากพิมพ์’ เขา ภพธร และเพื่อนๆ ในกลุ่มที่รู้จักพิมพ์รักตามไป ‘จัดการ’ ไอ้ชวนชัยในตอนที่มันเริ่มล้ำเส้นเข้าใกล้ความปลอดภัยของพิมพ์รักอีกครั้ง ตอนนั้นเหตุการณ์ยังสดใหม่ และมันค่อนข้างเกรงใจในตัวของภพธรมาทีเดียว มันห่างออกไป ทว่า… สาบตาที่เขามองพิมพ์รักเป็นเช่นไร มันคงมองเห็นชัดเจนจึงได้ข่มขู่อย่างไม่กลัวตาย! 

ตอนที่ทุกคนเดินจากไป มันตรงเข้ามาหาเขา กระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงน่ารังเกียจ และหัวเราะเยาะอย่างน่าคับแค้นใจ

‘ขอโทษที่ทำให้ต้องเสียใจ แต่ถ้าคิดจะเคลมเจ้าสาวกูแล้วล่ะก็… หึ’ มันยิ้มชั่วๆ พร้อมหัวเราะใส่หน้าเขา 

‘กูแทงเข้าแทงออกจนพรุนหมดแล้ว’ 

ผัวะ 

สติเขาแตกละเอียด พุ่งเข้าตะบันหน้ามันจนใบหน้าชั่วๆ แตกยับ แยกไม่ออกว่าส่วนไหนตา ปาก จมูก ครั้งนั้นเขาไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายให้มันสักบาท เพราะตอนไกล่เกลี่ยกันมันได้รับรู้สถานะ และ ‘ฐานะ’ ของเขาอย่างแท้จริง 

ทว่า… จากเหตุการณ์เมื่อค่ำคืน รวมถึงรอยเลือดสีแดงจางๆ บนผ้าปูที่นอนของเขายืนยันถึงสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ พิมพ์รักยังบริสุทธิ์ ไม่เคยผ่านมือไอ้ชาติชั่วนั่นแม้แต่ปลายเส้นผม ที่สำคัญเขา… รณกรผุดรอยยิ้มมุมปากกว้างขึ้น 

เขาคือคนที่ได้พรหมจรรย์ของเธอ แม้เธอจะมองว่ามันเป็นแค่เยื่อบางๆ ไร้ค่าก็ตาม 

ทว่า… เขาเป็นคนเกือบดีที่มีความรับผิดชอบ ทำแล้วก็ยอมรับผลของการกระทำ ถ้าเกิดพิมพ์รักท้องขึ้นมา… 

“มันก็ดีน่ะสิ” 

เอ่อ เขาหมายถึงเรื่องมันอาจใหญ่โต แถมเมียของเขาอาจต้องอับอาย เพราะเมื่อคืนเขาตั้งใจทำทุกอย่างด้วยสติและสมาธิจนเกือบเช้า ดังนั้นก่อนที่ลูกในท้อง (ที่ยังไม่รู้ว่ามีหรือไม่) ของเขาจะเติบใหญ่ เขาต้องจัดการรวบหางรวบหัว (ใจ) ของน้องสาวเพื่อนมาเป็นของตัวเองให้ได้ 

ชายหนุ่มตั้งปณิธานของตนอย่างแน่วแน่ ก่อนรีบเร่งไปแต่งเนื้อแต่งตัวเพื่อตามพิมพ์รักออกไปให้ทัน เพราะเขารู้ดีว่าพิมพ์รักจะไปที่ไหน และที่แรกที่หล่อนจะต้องไปก็คือที่ทำงาน! 

 

รณกรเดาได้ไม่มีผิด พิมพ์รักกลับไปที่ห้อง อาบน้ำแต่งตัว และออกมาทำงานทันที สีหน้ายังคงราบเรียบ ก้มหน้าก้มตาทำงานเช่นเดิม ทว่า… สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคืออาการปวดหัว และคั่นเนื้อคั่นตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยกลัวว่าจะเป็นไข้ หญิงสาวจึงขอรัญญาไปทานยาที่ห้องพยาบาล เพราะหลังจากคอยดูทีท่าของรณกรแล้ว อีกฝ่ายไม่ได้ตามราวีหรือมาทำให้รำคาญใจ เพียงโผล่มาวับแวมตามแผนกใกล้ๆ แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องงาน คงวางใจได้ว่าเขาไม่ถือสาเอาเรื่องเมื่อคืนมาเป็นเรื่องปวดหัวให้เธอ  

พักเที่ยงหญิงสาวจึงลงไปทานข้าวที่โรงอาหาร กินได้ไม่กี่คำก็รู้สึกคลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะรุนแรงจึงแวะไปทานยา และขอนอนพักที่ห้องพยาบาลโยไม่ลืมโทรไปแจ้งรัญญาว่าไม่ไหวจริงๆ เลขาสาวตกอกตกใจเร่งรีบมาหา คอยเฝ้าจนกระทั่งเปลือกตาคู่งามปิดสนิทจึงจากไป ทว่าก่อนที่เปลือกตาของพิมพ์รักจะปิดลง คลับคล้ายว่าเห็นใบหน้าคุ้นเคยของใครบางคนใกล้เข้ามา แต่ความเหนื่อยล้าบวกกับฤทธิ์ยาที่เพิ่งกินเข้าไป ร่างกายจึงหยุดสั่งงาน 

“มีไข้ค่ะ” พยาบาลประจำห้องพยาบาลของโรงงานบอกเล่าอาการป่วยของพิมพ์รักให้รณกร และรัญญาฟังอย่างละเอียด ด้วยกลัวว่าหากฝืนทำงานต่อ คนป่วยไม่หนักอาจไข้สูงจนชัก หามกันเข้าโรงพยาบาลได้ 

“ตอนมาถึงไข้เกือบ 40 องศาแหนะ แต่นีเช็ดตัวกับให้ยาลดไข้ไปแล้ว ไข้เลยลดลงมาค่ะ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังน่าห่วงอยู่ดี คืนนี้อาจมีไข้ขึ้นสูงอีก พี่รบน่าจะพาน้องไปส่งบ้านพี่ภพนะคะ” 

เพราะรณกร และภพธรเป็นคนคุ้นเคย เห็นหน้าตากันมาตั้งแต่ทำงานแรกๆ จึงสนิทสนมเรียกขานกันว่าพี่ได้ แต่กับรัญญาหญิงสาวเป็นเลขนของผู้จัดการฝ่ายผลิตที่นานๆ จะพบกันจึงไม่สนิทสนมเท่าที่ควร 

“ยังไงคืนนี้ให้มีคนเฝ้าน้องพิมพ์เอาไว้น่าจะดีกว่านะคะ เผื่อน้องมีไข้อีก” 

รณกรนิ่งฟัง ก่อนเหลือบมองไปยังร่างบางที่ดูเปราะหักง่ายมากขึ้นเมื่อนอนราบบนเตียงผู้ป่วย ชายหนุ่มถอนหายใจแรงๆ ระลึกได้ว่าอาการป่วยของพิมพ์รักน่าจะมาจากตน  

ดวงตาคมกล้าที่มักทะเล้นร้ายเสมอจ้องมองคนบนเตียงอย่างห่วงใย นี่ถ้าเขาไม่บังเอิญแอบแว๊บไปหาเธอที่แผนก แล้วเห็นรัญญาเรียกชื่อพิมพ์รักเสียงดัง ก่อนวิ่งหน้าตื่นตรงมาที่ห้องพยาบาล ผัวชั่วอย่างเขาคงไม่รู้ว่าเมื่อคืนตัวเองเอาเปรียบเมียจนร่างบอบบางไข้ขึ้น!  

ถ้ามีเพื่อนสนิทสักตัวรู้เข้ามันคงเอามาล้อเขาจนตาย ที่สำคัญ… ถ้าพี่ชายของเมียรู้ว่าเพื่อนสนิทปล้ำน้องตัวยันสว่างจนร่างบอบบางไข้ขึ้น จากคะแนนระดับร้อยน่าจะติดลบในพริบตาเดียว 

เห็นรณกรนิ่งงันไป รัญญาจึงเข้าใจว่าเขา ‘กลัว’ สาวๆ เข้าใจผิดจึงแย้งว่า 

“เอ่อ จะรบกวนคุณรบไหมคะ ยังไงรันไปส่งน้องแล้วอยู่เฝ้าน้องที่ห้องเองก็ได้ค่ะ เคยไปส่งน้องที่หอสองสามที ป้ายามน่าจะจำได้”

รณกรส่ายหน้าช้า ๆ ยิ้มให้รัญญาอย่างขอบคุณ  

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมดูแลพิมพ์เอง” เขาบอก ก่อนเดินไปช้อนอุ้มร่างบางบนเตียงผู้ป่วยขึ้นแนบอก  

“ใครสักคนลางานให้ผมที” 

กล่าวจบร่างสูงก็อุ้มร่างปวกเปียกร้อนผ่าวของคนนอนหลับไปขึ้นรถ ขับออกไปทันที ทิ้งให้รัญญา และพยาบาลสาวประจำห้องพยาบาลของโรงงานมองหน้ากันงง ๆ ก่อนทั้งคู่จะมองตามเส้นทางที่ซีเนียร์เอ็นจิเนียของบริษัทเพิ่งพาร่างไร้สติของผู้ช่วยเลขาผู้จัดการฝ่ายผลิตไป

รัญญาเป็นคนแรกที่ได้สติ ละเมอถามคนข้างตัวเบา ๆ อย่างนึกสงสัย

“เอ่อ เราปล่อยน้องพิมพ์ไปกับนักรบยอดนักรักแบบนี้” ใบหน้าหวานหันกลับมาพร้อมสีหน้ากระอักกระอ่วนใจ

“จะไม่เป็นไรจริง ๆ ใช่ไหมคะ”

คนได้ยินคำถามกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ พยักหน้าเบาๆ ด้วยไม่มั่นใจในความคิดของตนเช่นกัน

“เอ่อ พี่รบเป็นเพื่อนพี่ภพ แกคงไม่ทำอะไรน้องสาวเพื่อนรักหรอก… มั้งคะ”

มั้งงั้นเหรอ!

รัญญาเม้มปากพลางถอนหายใจ คิดในแง่ดีคือรณกรเป็นเพื่อนสนิทของพี่ชายพิมพ์รัก แม้อีกฝ่ายจะเป็น ‘นักรัก’ ในสายตาของคนทั้งโรงงาน แต่คงไม่พาลมาถึงน้องสาวเพื่อนรักหรอกมั้ง ต่อให้เจ้าชู้แค่ไหน แต่คนใกล้ตัวที่เห็นกันมาตั้งแต่เด็กก็ยังมีเส้นใยให้ผูกพัน รู้จักยับยั้งชั่งใจ

ทว่า… สองสาวไม่อาจรู้เลยว่าความคิดของตนจะสวนทางกับความเป็นจริง เลือดชั่วในกายชายหนุ่มมันแล่นพล่านจนอันไหนดีอันไหนเลว เขาไม่แยกอีกต่อไป

รณกรไม่ได้พาพิมพ์รักกลับหอหรือไปส่งบ้านพี่ชาย แต่เขาพาคนเป็นไข้กลับบ้านตัวเอง!

ร่างบอบบางถูกโอบอุ้มอย่างทะนุถนอมเขาไปในบ้าน ก่อนวางบนเตียงกว้างหลังเดิมที่เจ้าของร่างบางเคยนอนเคียงกันเมื่อคืน ทว่าตอนนี้เจ้าของดวงตาราบเรียบเย็นชากับทีท่าเย็นชากำลังนอนหลับสนิท หายใจเข้าออกสม่ำเสมอบอกการหลับลึก รณกรคลี่ยิ้มบาง ๆ นั่งลงข้างเตียงพลางใช้มือเกลี่ยไรผมที่ระใบหน้านวลออก ดวงหน้าอ่อนกับรอยยิ้มสดใสในอดีตซ้อนทับกับความเยือกเย็นในปัจจุบัน

รณกรเคยคิดว่าถ้าเขาทำไม่สำเร็จ ตนเองจะทำเช่นไรต่อ สุดท้ายคำตอบที่ได้ก็คือ… ไม่รู้

เขาทำใจให้คบหากับผู้หญิงคนไหนไม่ได้สักคน บางคนเข้ามาและผ่านไป เพราะทนไม่ได้กับความไม่ใส่ใจของเขา บางคนยังไม่ทันเข้ามาก็จากไปทันทีที่เขาสารภาพความจริง ทุกคนที่เข้ามา รู้ดีว่าเขามีอดีตฝังใจ หลายคนพยายามเอาชนะมากเกินไปจนเขาเป็นฝ่ายบอกลา แต่บางคนก็ทำตรงกันข้าม ไม่พยายามอะไร และสุดท้ายก็ถอดใจไปเอง

ที่ผ่านมาเวลาถูกตั้งฉายาหรือเรียกขานในทางที่สื่อออกไปด้วยเรื่องเจ้าชู้ เขาไม่ถือสา เพราะรู้ตัวดีว่าทำไมตัวเองยังไม่แต่งงาน ไม่ใช่เพราะหวงความโสด รักอิสระบ้าบออะไรแบบนั้นเลย หากทุกๆ อย่างที่ผ่านมามันมีคำตอบเดียวในความรู้สึก

เขารอใครบางคนอยู่…

ชายหนุ่มยิ้มกว้างขึ้นพลางก้มลงหอมแก้มนุ่มเบาๆ อย่างเอื้อเอ็นดู

ในและวันนี้การรอคอยของเขาสิ้นสุดลงแล้ว

เขาพร้อมจะแต่งงาน เหลือก็แค่ให้คนตรงหน้ายอมเป็นเจ้าสาวเท่านั้นเอง

“พี่รอมานาน รออีกหน่อยคงไม่เป็นไร”

เขายิ้มกว้างที่สุดยามมองใบหน้ารูปไข่ที่กำลังหลับสนิท มือเขี่ยแก้มนุ่มเบาๆ เวลาในคืนนี้จะเดินช้าลงอีกเท่าตัวเมื่อเขาอยู่กับเธอโดยที่คนตรงหน้าไม่ได้เมา!

เมื่อได้รับมอบหมายหน้าที่สำคัญเพื่อทำคะแนน นักรบยอดนักรักของคนทั้งโรงงานทำหน้าที่พยาบาลพิเศษได้ดีเยี่ยม เขาหมั่นเช็ดตัวให้พิมพ์รักเมื่อวัดอุณหภูมิแล้วสูงขึ้น คอยนั่งมอง นอนเฝ้า ดูแลไม่ห่าง กระทั่งตกเย็นเปลือกตาคู่งามจึงเปิดขึ้น พิมพ์รักตื่นในตอนใกล้ค่ำ อาการปวดหัวทุเลาไปบ้างแล้ว จะเหลือก็แค่อาการคลื่นไส้เล็กน้อย หญิงสาวขยับตัวลุก ก่อนพยุงกายนั่งบนเตียงด้วยท่าทีโงนเงนทรงตัวลำบาก ดวงตากลมโตกะพริบถี่ๆ ก่อนกวาดมองรอบกาย คิ้วสวยขมวดแน่นเมื่อคลับคล้ายว่าห้องที่อยู่ เตียงที่นอนไม่ใช่ห้องพยาบาลในโรงงาน!

ขณะที่กำลังใครครวญเสียงเปิดประตูห้องก็ดังขึ้น

แอ๊ด!

ดวงตากลมโตตวัดมองทันที ก่อนพบใบหน้าคุ้นเคย และรอยยิ้มอันเป็นเอกลัษณ์สำหรับสาวๆ ทว่ากับคนป่วยที่นั่งบนเตียงกลับหรี่ตามอง ขบริมฝีปากล่าง ก่อนผละกายลุกขึ้นจะยืน ทว่าเซกลับลงมานั่งบนเตียงอีกครั้ง

รณกรไม่ได้โผกายเข้าไปช่วย เพราะเห็นแล้วว่าด้วยสภาพคนป่วยที่ร่างกายยังอ่อนเพลียของพิมพ์รักไม่มีทางขัดขืนหรือหนีเขาไปไหนได้ไกลเกินสองเมตรแน่

ชายหนุ่มวางถ้วยข้าวต้มปลาของโปรดคนป่วยลงบนโต๊ะข้างหัวเตียง ใช้สองมือกดร่างคนป่วยที่กำลังจะลุกอีกรอบ แล้วลากเก้าอี้มานั่งข้างๆ ใช้ดวงตาคมกริบจ้องปรามคนป่วยที่กำลังดื้ออีกครั้ง

พิมพ์รักรับรู้ว่าตัวเองป่วย หญิงสาวถอนหายใจแรงๆ ก่อนนั่งลงบนเตียงอีกครั้ง ไม่มีการสนทนาใดใดขึ้น ต่างฝ่ายต่างนิ่งเงียบ คนนึงจ้องมอง อีกคนหลบสายตา

สุดท้ายคนที่พ่ายแพ้ก็คือรณกร ชายหนุ่มลอบถอนหายใจ ยื่นมือไปหยิบถ้วยข้าวต้มอุ่นๆ มาถือเอาไว้ มองคนป่วยที่ยังตั้งแง่อยู่ครู่ใหญ่ ก่อนเอ่ยเบาๆ ด้วยเสียงอ่อนอกอ่อนใจ

“ทานข้าวหน่อยจะได้ทานยา”

ใบหน้าที่หันหลบยังไม่หันกลับมา หากทีท่าที่แข็งขืนเริ่มอ่อนลง

“พิมพ์ ถ้ายังดื้อ พี่จะป้อนนะ” เขาใช้น้ำเสียงเข้มข่มขู่ไม่จริงจังนัก หากพิมพ์รักยังคงดื้อดึงเช่นเดิมจนเขาต้องใช้ไม้ตาย “หรือจะให้พี่ป้อน”

คราวนี้คนคอแข็งหันขวับกลับมา รับถ้วยข้าวต้มไปถือเอาไว้ นิ่งมองถ้วยข้าวต้มปลาหอมกรุ่นอุ่นร้อนในมือก่อนเงยขึ้นหรี่ตามองคนทำอีกครั้งอย่างตั้งคำถาม

แค่มองตาคนแอบมองมานานก็อ่านสายตาออก รณกรเลิกคิ้ว เบิกตามองคนตรงหน้า

“นี่เราคงไม่คิดว่าพี่จะวางยาคนป่วยจริงๆ หรอกใช่ไหมฮึ”

พิมพ์รักไม่ตอบ แต่ดึงสายตากลับมาที่ถ้วยข้าวต้มปลา ความหิวที่เริ่มเกิดหลังจากไม่ทานอะไรมาตั้งแต่บ่าย แถมตอนเที่ยงยังทานข้าวได้ไม่กี่คำ หญิงสาวจึงตักข้าวต้มปลาเข้าปากทันที

รณกรยิ้มขำ มองคนป่วยตักข้าวต้มเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยก็พลอยใจชื้น อย่างน้อยตอนป่วยก็ไม่พยศมากนัก คงพอจะกำราบให้คืนนี้นอนที่นี่ไม่ยาก!

 

นิยายยังเป็นต้นฉบับดิบๆ ไม่มีการขัดเกลา ไม่มีการตรวจคำผิด 

แต่งเสร็จลงทันที ขออภัยในความผิดพลาดไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว